Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies

เรือ Energy Observer ต้นแบบเรือนยอชต์พลังงานไฮโดรเจนลำแรกของโลก

 


เรือ Energy Observer เรือยอชต์เดินสมุทรสัญชาติฝรั่งเศส เรือต้นแบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานทดแทนโซลาร์เซลล์-ไฮโดรเจนลำแรกของโลก

เรือลำนี้มีแผนการเดินทางรอบโลกภายใน 7 ปี เยือน 50 ประเทศ และท่าเรือ 101 แห่ง โดยเริ่มเดินทางจากประเทศฝรั่งเศสตั้งแต่ พ.ศ. 2560 แล่นไปทั่วทุกมหาสมุทรมาแล้วกว่า 48,000 ไมล์ทะเล แวะพักตามท่าเรือมาแล้วกว่า 71 แห่งในกว่า 40 ประเทศ ล่าสุดได้แวะมาเทียบท่าที่พัทยา ประเทศไทยเป็นเวลา 1 เดือน เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา

สำหรับ Energy Observer เป็นลักษณะเรือรูปทรง “คาตามารัน” (Catamaran) ซึ่งเป็นเรือยอชต์เดินสมุทรที่มีลักษณะลำเรือสองลำ ความพิเศษของเรือที่เป็นรูปแบบนี้ คือจะทำให้เรือมีความเสถียรมากขึ้นเมื่อเผชิญกับกระแสคลื่นลมแปรปรวน ซึ่งจะช่วยให้เรือไม่โคลงเคลงไปตามกระแสคลื่นเหมือนกับเรือท้องลำเรือเดียว (Monohull) ขณะเดียวกันยังมีพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่าเรือแบบทั่วไป

ความน่าสนใจของเรือลำนี้ Energy Observer คือเป็นต้นแบบการใช้พลังงานสะอาดจาก 3 ส่วน ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานไฮโดรเจนจากน้ำทะเล เสมือนเป็นห้องทดลองลอยน้ำที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อผลักดันเทคโนโลยีพลังงานทางเลือกสำหรับเรือเดินสมุทรเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนต่อสิ่งแวดล้อม 

แหล่งพลังงานลม จากใบเรือที่มีชื่อและดีไซน์ลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า Oceanwings (โอเชียนวิงส์) ได้รับการออกแบบโดยบริษัท VPLP ทำจากวัสดุคอมโพสิตที่ทนทาน ดีไซน์ที่เรียบง่ายและถูกควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ถูกออกแบบในลักษณะคล้ายกับปีกของเครื่องบิน ติดตั้งบนฐานที่สามารถหมุนได้รอบทิศอย่างอิสระผ่านการควบคุมอัตโนมัติ จากเซ็นเซอร์ลมที่ติดตั้งส่วนบนสุดของเสาใบเรือความสูง 8 เมตร ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถปรับทิศทางใบเรือให้สอดคล้องกับลักษณะลมได้ ช่วยเพิ่มความเร็วขณะแล่นใจกลางมหาสมุทร ทั้งช่วยสร้าง “สมดุล” การใช้พลังงานจากพลังงานโซลาร์และพลังงานไฮโดรเจนในขณะเดินทางระยะทางไกล ผ่านการอ่านค่าพารามิเตอร์เกี่ยวกับแรงลม, ความสูงคลื่น, ความเร็วในการเคลื่อนที่ ซึ่งช่วยกำหนดเส้นทางและความเร็วในการแล่นเรือที่เหมาะสมผ่านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

พลังงานแสงอาทิตย์ จากการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ 165 ตร.ม. ทั่วพื้นผิวของเรือ โซลาร์เซลล์ส่วนใหญ่มีลักษณะเฉพาะตัวด้วยการออกแบบให้พื้นผิวแผงโซลาร์เซลล์มีความขรุขระ พร้อมเคลือบสารกันลื่นและออกแบบมาให้ดัดโค้งรับรูปทรงตัวเรือ โซลาร์เซลล์ที่มีความขรุขระนี้นอกจากจะสะท้อนน้ำทะเลจากผิวแผงโซลาร์เพื่อให้แผงโซลาร์รับพลังงานได้อย่างเต็มที่แล้ว ยังสามารถเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ที่สะท้อนจากผิวน้ำได้อีกด้วย สามารถทำให้เรือมีกำลังการผลิตไฟฟ้าถึง 5.6 กิโลวัตต์ เพียงพอสำหรับการชาร์จแบตเตอร์รี่ Li-Ion

พลังงานไฮโดรเจน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของเรือลำนี้คือ ด้วยการสนับสนุนจากโตโยต้าผ่านการใช้เทคโนโลยี Toyota Fuel Cell ทำให้เรือสามารถผลิตและกักเก็บได้เองในรูปแบบไฮโดรเจนที่มาจากน้ำทะเล เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้เรือลำนี้แล่นได้ด้วยตัวเองโดยสมบูรณ์ บนเรือมีเครื่องแยกก๊าซไฮโดรเจนจากน้ำทะเล ก๊าซไฮโดรเจนที่ได้จะถูกส่งไปเก็บไว้ในถังเก็บที่อยู่ส่วนทั้งสองข้างเรือทั้งหมด 8 ถัง รวมความจุ 332 ลิตรสามารถเก็บไฮโดรเจนได้ทั้งหมด 63 กก.

เรียบเรียง: ผัดกระเพราไม่ใส่ถั่ว

ที่มา: https://www.prachachat.net/world-news/news-920194

พร้อมทำลายทุกสถิติของ “รถไฟฟ้า” สำหรับ Tesla Roadster รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ยืนยันแล้วว่าภายในปี 2023 จะเริ่มสายพานการผลิตอย่างแน่นอน

 


พร้อมทำลายทุกสถิติของ “รถไฟฟ้า” สำหรับ Tesla Roadster รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ยืนยันแล้วว่าภายในปี 2023 จะเริ่มสายพานการผลิตอย่างแน่นอน หลังจากก่อนหน้านี้ทาง Tesla ไม่ได้ให้ความชัดเจนในเรื่องนี้สักเท่าไหร่

ทั้งนี้ในไทยมีตัวแทนนำเข้าอิสระอย่างทาง Spyder Auto Import ได้เปิดรับจอง Tesla Roadster รุ่นใหม่ล่าสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จริง ๆ สามารถมองว่าทั้ง Tesla Model 3 หรือ Model Y เป็นรถไฟฟ้าใช้งานทั่วไป แต่จะมี Tesla Roadster ที่เป็นรถตัวโชว์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ของบริษัท ซึ่งอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน ก็จะถูกทำกับรถรุ่นนี้ โดยเชื่อว่าบริษัทไม่ได้เน้นเรื่องยอดขายอะไรสักเท่าไหร่ เนื่องจาก Tesla Roadster มีราคาที่ค่อนข้างสูงนั้นเอง

ครั้งหนึ่ง Elon Musk ได้ทวีตข้อความถึง Tesla Roadster ไว้ว่า มันจะเป็น Production Car ที่มีอัตราเร่งที่ไวกว่าเหล่ารถไฮเปอร์คาร์เครื่องยนต์สันดาปในปัจจุบัน

อัตราเร่งความเร็วของ Tesla Roadster ตัวของ Elon Musk ได้การันตีไว้ว่าจาก 0 – 100 กม./ชม. จะใช้ระยะเวลาในการเร่งเพียง 2.1 วินาทีเพียงเท่านั้น ทั้งนี้ตัวเลขเรื่องอัตรายังไม่ค่อยชัวร์ ข้อมูลปัจจุบันดูเหมือนว่าจะมีอัตราเร่งระหว่าง 2.1 วินาที และ 1.9 วินาที ซึ่งไม่ว่าจะเป็นตัวเลขอันไหนก็ตามแต่ มันก็ถือได้ว่าเป็นอัตราเร่งที่เร็วนรกแตกอยู่ดี

นอกจากนี้อัตราเร่งจาก 0-160 กม./ชม อยู่ในระยะเวลาเพียง 4.2 วินาที หากวิ่งแบบ 1/4 ไมล์ (402 เมตร) ตัวเลขจะอยู่ที่ 8.8 วินาที ซึ่ง Tesla Roadster สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 402 กม./ชม.

แบตเตอรี่จะมีความจุอยู่ที่ 200 kWh ทำให้ Tesla Roadster สามารถขับขี่ในความเร็วปกติได้เป็นระยะทางมากกว่า 1,000 กม./ชาร์จ ถึงแม้ก่อนหน้าตัว Elon Musk เคยออกมาบอกว่า จะไม่ทำรถไฟฟ้าที่วิ่งได้ระยะทาง 1,000 กม./ชาร์จ ออกมาในตอนนี้

สำหรับ Tesla Roadster จะมีตัวถังให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ ตัวถังแบบสปอร์ต 2 ประตู (4 ที่นั่ง) กับตัวถังโรดสเตอร์เปิดประทุน

นาทีนี้คงไม่มีใครข้องใจ หรือสงสัยรถไฟฟ้า Tesla ในเรื่องต่าง ๆ อีกแล้วโดยเฉพาะ Tesla Roadster รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เปรียบเสมือนเป็นรถไฟฟ้าไว้แสดงประสิทธิภาพของ Tesla อย่างแท้จริง

'ดิคาปริโอ' จับมือสตาร์ทอัปเพาะแซลมอนจากห้องแล็ปมุ่งผลิตอาการไม่ทำร้ายโลก

 


นักแสดงและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมอย่างลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และ เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีแห่งแอมะซอนร่วมมือกับ Wildtype บริษัทสตาร์ทอัปในแคลิฟอร์เนียระดมทุน 100 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อผลิตปลาแซลมอนเกรดซูชิด้วยการเพาะเลี้ยงเซลล์ที่สกัดจากไข่ปลาแซลมอนในห้องแล็ป 

Aryé Elfenbein ผู้ร่วมก่อตั้ง Wildtype และนักชีววิทยาระดับโมเลกุลระบุว่า ขณะนี้สามารถเพาะเลี้ยงเซลล์ออกมาเป็นเนื้อปลาแซลมอนที่ไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มีโลหะหนัก ไม่มีไมโครพลาสติกและไม่มีของเสียปนเปื้อน ที่สำคัญไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมเพราะไม่ได้เลี้ยงเหมือนในระบบฟาร์ม

พวกเขาเพาะแซลมอนเทียมขึ้นมาโดยเริ่มเก็บเซลล์เป็น ๆ ของแซลมอนพันธุ์ Oncorhynchus kisutch หรือแซลมอนโคโฮ/แซลมอนสีเงิน ที่มีถิ่นอาศัยในแปซฟิกตอนเหนือ จากนั้นนำเซลล์มาเพาะเลี้ยงที่ห้องแล็ปริมชายฝั่งของสหรัฐอเมริกา โดยสร้างเงื่อนไขให้มันคล้ายกับปลาในธรรมชาติ

Wildtype คิดค้นอาหารใหม่ของโลกขึ้นต้องการช่วยกอบกู้โลก เพราะจากรายงานของกลุ่ม Just Economics ระบุว่า การเลี้ยงแซลมอนทำให้เกิดต้นทุนจากมลภาวะปรสิต และอัตราการตายของปลารวมมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐทั่วโลกตั้งแต่ปี 2013 ถึง 2019

เซลล์ที่เพาะได้จากห้องแล็ปจะนำไปประกอบเข้ากับโครงสร้างของวัตถุดิบจากพืชแล้วสร้างมันขึ้นมาเป็นเนื้อปลาแซลมอนที่เหมือนจริงโดยไม่ต้องเลี้ยงจากฟาร์ม เนื้อนุ่มอร่อย มีไขมันปนจนละลายในปาก และเป็นเนื้อปลาเกรดซูชิซะด้วย

ที่สำคัญคือมันไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและไม่มีสารพิษหรือไมโครพลาสติกจากการทำฟาร์มที่จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเหมือนแซลมอนเลี้ยง พวกเขาบอกว่าแซลมอนเพาะในแล็ปคือ "โอกาสในการกินอาหารที่เรารักโดยไม่ต้องเสียสละอุดมคติในเรื่องอาหารของเรา"

กระบวนการผลิตนี้ไม่มีของเสีย เนื่องจากมีเพียงส่วนที่กินได้ของปลาเท่านั้น โดย Wildtype กล่าวว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเขาใช้เวลาเพียง 4- 6 สัปดาห์ในการเพาะให้เจริญเติบโต เมื่อเทียบกับการเลี้ยงปลาแซลมอนที่โตเต็มที่ในการเพาะในฟาร์มต้องใช้เวลา 2-3 ปี

การเพาะปลาแซลมอนในห้องแล็ปจะช่วยให้โลกเราทำฟาร์มปลาน้อยลงและจะตอบสนองประชากรโลกที่กำลังใกล้แตะ 10,000 ล้านคน ภายในกลางศตวรรษนี้ อีกทั้งเป็นการสร้างเครื่องมือใหม่เพื่อตอบสนองความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงด้านอาหารของศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืนอีกด้วย

ข้อมูลจาก

• "We're Reinventing Seafood". Wildtype. Retrieved April 27, 2022.

• "The Future of Seafood Starting with sushi-grade salmon". Wildtype. Retrieved April 27, 2022.

• Rebecca Cairns. (April 8, 2022). "How lab-grown sushi could help tackle overfishing". CNN Business.

Fiona Harvey. (Febuary 11, 2021). "Global salmon farming harming marine life and costing billions in damage". The Guardian.

ภาพ - Wildtype

จีนทดสอบรถไฟวิ่งสวนกันเร็วที่สุดในโลกสำเร็จ หายวับทั้งขบวนไม่ถึง 1 วิฯ

 


จีนทดสอบรถไฟวิ่งสวนกันเร็วที่สุดในโลกสำเร็จ หายวับทั้งขบวนไม่ถึง 1 วิฯ


 จีนประสบความสำเร็จในการทดสอบการวิ่งสวนกันของรถไฟหัวกระสุนฟู่ซิงรุ่นใหม่ 2 ขบวน ซึ่งแล่นผ่านกันและกันด้วยความเร็วสัมพัทธ์ 870 กม./ชม. โดยแต่ละขบวนวิ่งด้วยความเร็ว 435 กม./ชม. ซึ่งเป็นสถิติใหม่ระดับโลก

รายงานระบุว่า การวิ่งสวนกันของรถไฟความเร็วสูงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งกระแสลมแรงรอบรถไฟอาจทำให้รถไฟสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และอาจสร้างปัญหาด้านความปลอดภัย ทำให้ที่ผ่านมาจีนพยายามทดสอบการวิ่งสวนกันของรถไฟหัวกระสุน

“ความเร็วที่ 870 กม./ชม. หมายความว่า รถไฟสองขบวนที่มีความยาวเท่ากันวิ่งผ่านกันโดยใช้เวลาเพียง 0.86 วินาที” พนักงานไชน่า เรลเวย์ กรุ๊ป (China Railway Group) กล่าว

การทดสอบดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงรุ่นใหม่ “CR450” ซึ่งเริ่มต้นในปี 2564 มีเป้าหมายเพื่อพัฒนารถไฟหัวกระสุน Fuxing ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน และชาญฉลาดยิ่งขึ้น ให้เหมาะสมกับการใช้งานที่รองรับ 5G มากขึ้นในอนาคต

โครงการดังกล่าวยังมีเป้าหมายในการพัฒนารถไฟความเร็วสูงรุ่นใหม่ที่วิ่งเร็วมากกว่า 400 กม./ชม. ตลอดจนการสร้างความปลอดภัยสำหรับรถไฟหัวกระสุนที่วิ่งด้วยความเร็ว 350 กม./ชม.

“รถไฟขบวนใหม่นี้เป็นโมเดลชั้นนำระดับโลกที่พัฒนาโดยไชน่า เรลเวย์ กรุ๊ป โดยความร่วมมือกับองค์กร มหาวิทยาลัย และสถาบันของจีนในการออกแบบและผลิตรถไฟความเร็วสูง โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรถไฟหัวกระสุนอัจฉริยะที่วิ่งบนเส้นทางปักกิ่ง-จางจยาโข่ว” หัวหน้าแผนกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเทคโนโลยีสารสนเทศของไชน่า เรลเวย์ กรุ๊ปกล่าว

รถไฟฟู่ซิงรุ่นใหม่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ 9 อย่างที่พัฒนาขึ้นโดยจีน รวมถึงการเบรกด้วยไฟฟ้ากระแสตรง การเบรกด้วยคาร์บอนเซรามิก ระบบฉุดลากด้วยแม่เหล็กถาวร ฯลฯ ทำให้มีความปลอดภัยและประหยัดที่เพิ่มขึ้น 

ชมคลิปที่ https://mgronline.com/china/detail/9650000040741

ที่มา กลุ่มสื่อจีน

แฟ้มภาพเอเอฟพี - ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

TOYOTA มาแล้ว! เตรียมเซ็น MOU รถอีวี ร่วมมาตรการส่งเสริมของกรมสรรพสามิต

หลังจากที่ปล่อยให้ค่ายรถยนต์จากประเทศจีนออกนำไปก่อนหลายช่วงตัว สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ไม่ว่าทั้ง MG และ GWM ต่างสร้างฐานลูกค้าได้ก่อน สร้างกระแสความนิยมก่อนใคร จนค่ายรถยนต์จากฝั่งของยุโรปทั้ง Mercedes Benz, BMW รวมทั้งค่าย Volvo ที่แม้จะเป็นรถสวีเดนในเงาของจีนในปัจจุบัน ต้องลงมาลุยตลาดรถ EV ด้วย

ล่าสุดค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่นอย่าง Toyota ก็พร้อมที่จะกระโดดเข้ามาร่วมวงในตลาดรถ EV แล้ว หลังจากที่งาน Motor Show 2022 ที่ผ่านมายอดจองรถ EV ภายในงานมีตัวเลขที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย และมีทิศทางที่เติบโตอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ในวันพรุ่งนี้ (29 เมษายน) Toyota เตรียมลงนามความร่วมมือในมาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากับกรมสรรพสามิตร

โดยนายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การลงนามในครั้งนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่ค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่นจะเข้ามาตรการสนับสนุน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีค่ายรถอื่นๆ ที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาที่จะเข้าร่วมมาตรการด้วย เช่น Neta ซึ่งเป็นค่ายรถยนต์จากประเทศจีนอีกราย ที่กำลังอยู่ระหว่างการหารือกับทางบริษัทแม่ ในการเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว

ส่วนค่ายรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นค่ายอื่นๆ อย่าง Honda ทางกระทรวงพลังงานได้เดินทางไปหารือกับผู้ผลิตที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งคาดว่าน่าจะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับทาง Toyota

อย่างที่ทราบกันคือมาตรการสนับสนุนรถ EV เป็นตัวกระตุ้นความสนใจของผู้คนให้หันมาซื้อรถเหล่านี้เพิ่มขึ้น โดยตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาค่ายรถยนต์ได้เตรียมยื่นขอใช้สิทธิจากการจองซื้อรถยนต์รวมประมาณเกือบ 6,000 คันแล้ว แบ่งเป็น GWM 2,000 พันคัน และ MG อีก 3,000 พันคัน

🔵 สำหรับหลักเกณฑ์ในการใช้สิทธิ์คือ

🔹️1. ต้องเป็นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภายในประเทศ ที่ทำสัญญากับ กรมสรรพสามิต โดยกรมฯ จะอุดหนุนเงินและภาษีฯ ไปที่ผู้ประกอบการเท่านั้น

🔹️2. ประเภทรถยนต์ครอบคลุมรถยนต์ รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ เฉพาะ BEV

🔵 รายละเอียดมาตรการแบ่งออกเป็นดังนี้

🔹️1. รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แบบ BEV ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ในส่วนของมาตรการภาษี จะให้นำเข้า CBU ที่ได้รับสิทธิพิเศษทางอากรศุลกากรภายใต้ความตกลงการค้าเสรี โดยหากมีอากรไม่เกิน 40% ให้ยกเว้น หากมีอากรเกิน 40% ให้ลดอัตราอากรลงอีก 40% ปรับลดภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่ง ประเภท BEV จากเดิม 8% เหลือ 2% ในปี 2565 – 2568

🔹️2. รถยนต์นั่งที่ขนาดตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป ประเภท BEV ที่มีราคามากกว่า 2 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 7 ล้านบาท ครม.เห็นชอบให้ปรับลดอากรศุลกากรในปี 2565 – 2566 คือ การนำเข้ารถ CBU หากอากรไม่เกิน 20% ให้ได้รับยกเว้นอากร หากอากรเกิน 20% ให้ลดอากรลงอีก 20% ส่วนอัตราอากรนำเข้าให้ลดเหลือ 60% และปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งฯประเภท BEV จาก 8% เหลือ 2% ในปี 2565 – 2568

🔹️3. รถยนต์กระบะ BEV ที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 2 ล้านบาท ได้เงินอุดหนุน 1.5 แสนบาทต่อคัน เฉพาะรถยนต์กระบะที่ผลิตในประเทศ (CKD) และมีขนาดแบตเตอรี่ตั้งแต่ 30 กิโลวัตต์ชั่วโมงขึ้นไป

🔹️4. รถจักรยานยนต์ ประเภท BEV ที่มีราคาขายปลีกแนะนำไม่เกิน 1.5 แสนบาท โดยมีมาตรการกำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า 1% สำหรับรถจักรยานยนต์ประเภท BEV ที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กรมสรรพสามิตประกาศกำหนด

🔹️5. การผลิตหรือประกอบรถยนต์ BEV ในประเทศ ในเขตปลอดภาษีอากรหรือเขตประกอบการเสรีในปี 2565 – 2568 โดยอนุมัติให้มีการนับมูลค่าของ Cell แบตเตอรี่ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศสำหรับ การนำมาผลิตเป็นแบตเตอรี่ และนำไปผลิตหรือประกอบเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (ประเภท BEV) ในเขตปลอดอากร (Free Zone) หรือเขตประกอบการเสรี รวมเป็นต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้นในประเทศ สำหรับการคำนวณมูลค่าเพิ่มในประเทศได้ไม่เกิน 15% ของราคายานยนต์ไฟฟ้า (BEV) หน้าโรงงาน เพื่อส่งเสริมการลงทุนใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศ

🔹️6. สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตหรือประกอบภายในประเทศ เห็นควรส่งเสริมให้ใช้ชิ้นส่วนที่มีการนำเข้าในช่วงระยะเวลา ในปี 2565 – 2568 ประกอบด้วย แบตเตอรี่ Traction Motor คอมเพรสเซอร์สำหรับยานพาหนะไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ระบบควบคุมการขับขี่ (DCU) On-Board Charger PCU inverter DC/DC Converter และ Reduction Gear รวมทั้งส่วนประกอบของชิ้นส่วนดังกล่าว ให้ได้รับสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าตามมาตรา 12 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ โดยให้สถาบันยานยนต์ เป็นผู้รับรองชิ้นส่วนสำคัญและชิ้นส่วนย่อยเพื่อลดอากรขาเข้าเพิ่มเติมต่อไป


ไฟเขียวโรโบแท็กซี่ เปิดทางอุตสาหกรรมแท็กซี่ไร้คนขับ Baidu และ Pony.ai ประเดิมครั้งแรกในปักกิ่ง

 


จีนไฟเขียวโรโบแท็กซี่ เปิดทางอุตสาหกรรมแท็กซี่ไร้คนขับ Baidu และ Pony.ai ประเดิมครั้งแรกในปักกิ่ง

ปักกิ่งไฟเขียว ผ่อนคลายกฎระเบียบในดำเนินธุรกิจไฟเขียว ทำให้รถยนต์แท็กซี่แบบไร้คนใกล้เป็นความจริงมากขึ้นเรื่อยๆ

Apollo Go ของ Baidu และ Pony.ai คือ 2 บริษัทแรกที่ได้รับอนุญาตจากทางการปักกิ่งเมื่อวานนี้ (27 เม.ย.) ให้สามารถบริการโรโบแท็กซี่ในเขตชานเมืองโดยไม่จำเป็นต้องมีพนักงานขับรถ แต่ยังต้องมีพนักงานอยู่ด้านใน แค่ไม่จำเป็นต้องนั่งในที่คนขับอีกต่อไป

ความเคลื่อนไหวของทางการจีนจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพราะเป็นการลดต้นทุนครั้งสำคัญของธุรกิจที่ไม่ต้องจ้างพนักงานขับรถอีกต่อไป แต่ยังไม่แน่ชัดว่า ทางการจีนจะอนุมัติให้โรโบแท็กซี่ให้บริการแบบเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องมีพนักงานอยู่บนรถได้เมื่อไหร่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (24 เม.ย.) Pony.ai เป็นบริษัทแรกของจีนที่ได้รับใบอนุญาตให้บริการโรโบแท็กซี่จำนวน 100 คัน ในหนานซาของเมืองกว่างโจว ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 800 ตารางกิโลเมตร

ก่อนหน้านี้ไม่ถึง 6 เดือน ทั้ง Apollo Go และ Pony.ai ได้รับใบอนุญาตเก็บค่าบริการแท็กซี่ไร้คนขับในปักกิ่ง

ภายใต้ใบอนุญาตใหม่ Baidu สามารถให้บริการโรโบแท็กซี่ 10 คันโดยไม่ต้องมีคนขับ และบริษัทวางแผนที่จะเพิ่มอีก 30 คัน ขณะที่ โฆษกของ Pony.ai กล่าวว่าตอนนี้ บริษัท​​สามารถให้บริการโรโบแท็กซี่ได้ 4 คัน และมีแผนจะเพิ่มจำนวนในอนาคต

เช่นเดียวกับสหรัฐฯ กฎเกี่ยวกับโรโบแท็กซี่แตกต่างไปตามภูมิภาคในประเทศจีน 

ในสหรัฐฯ Waymo ของ Alphabet และ Cruise ของ GM สามารถให้บริการโรโบแท็กซี่สาธารณะได้โดยไม่ต้องมีพนักงานอยู่บนรถ โดยกฎหมายสำหรับการทดสอบโรโบโบแท็กซี่และผู้ขับขี่จะแตกต่างกันไปตามเมืองและรัฐ

Waymo สามารถเรียกเก็บเงินลูกค้าได้เลยในรัฐแอริโซนา ขณะที่ Cruise กำลังรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายสำหรับใบอนุญาตเรียกเก็บค่าโดยสารในซานฟรานซิสโก

อ้างอิง: https://www.cnbc.com/2022/04/27/chinas-beijing-city-loosens-robotaxi-rules-for-baidu-apollo-go-ponyai.html  

'ก้าวหน้า' ชูไอเดีย 'ธนาธร' ยกเลิก นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะมีเทศบาล อบต. อยู่แล้ว



3 พ.ค.2565- เพจคณะก้าวหน้า – Progressive Movement เผยแพร่บทสัมภาษณ์ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าประเด็น ปลดล็อกท้องถิ่น – ยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ ที่ไม่เคยไว้ใจประชาชน ว่า

เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ใช่เครื่องการรันตีว่า “ระบบรัฐราชการรวมศูนย์” จะหมดไป เพราะตราบใดที่ผู้ว่าฯ นั้นยังอยู่ในสังกัดและถูกสั่งการจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นรัฐราชการส่วนกลาง “อำนาจ” ในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในท้องถิ่นก็จะยังคงเป็น “จากบนลงมาล่าง” อยู่ดี

ในความเป็นจริงแล้ว ประเทศไทยเรามีการ “เลือกตั้ง” ผู้บริหารในระดับจังหวัดมานานแล้ว นั่นก็คือตำแหน่ง “นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด” หรือ “นายก อบจ.”

แต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เสมือนกับว่ามีผู้บริหารที่อยู่ในระนาบเดียวกันนี้ 2 รูปแบบ คือ 1.ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้งจากส่วนกลาง กับ 2.นายก อบจ.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน แต่ทว่า ที่เลวร้ายและผิดหลักการกระจายอำนาจ ผิดหลักการปกครองตนเองเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือ อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ดันใหญ่กว่าอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง

นี่คือสิ่งที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า บอกว่า “รัฐส่วนกลางไม่ไว้ใจประชาชน” และ “เป็นรูปแบบการปกครองที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อระเบิดศักยภาพของคน แต่ใช้สำหรับปกครองและควบคุมคน”

ดังนั้น เมื่อกลับมาสู่หนทางที่ควรจะเป็น กับสิ่งที่เรียกว่า “ยุติรัฐราชการรวมศูนย์” จึงไม่ใช่แค่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ แต่เป็นการยกเลิกผู้ว่าฯ ซึ่งเป็นระบบราชการส่วนภูมิภาคที่เป็นแขนขาของรัฐราชการส่วนกลาง แล้วนำ “อำนาจ” นั้นไปให้กับนายก อบจ. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ให้มีอำนาจในการออกแบบนโยบาย จัดเก็บภาษี จัดการทรัพยากรในจังหวัดของตนเองได้

ขณะที่ระดับเมืองก็ยกเลิกตำแหน่งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะมีนายกเทศมนตรีที่บริหารในระดับเทศบาล มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ นายก อบต. ทำหน้าที่อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องไปเพิ่มอำนาจ งบประมาณ และบุคคลากรให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ให้ผู้บริหารแต่ละเทศบาล ให้แต่ละ อบต.สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้อย่างแท้จริง

และนี่คือสิ่งที่ “คณะก้าวหน้า” กำลังร่วมรณรงค์ เชิญชวนเข้าชื่อเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น.

PROMETHEUS สตาร์ทอัพยูนิคอร์นมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ กำลังสร้างเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากพลังงานสะอาด

PROMETHEUS สตาร์ทอัพยูนิคอร์นมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ กำลังสร้างเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากพลังงานสะอาด ตั้งเป้าเอาไปทดแทนน้ำมันทุกชนิด เช่น ดีเซล เบนซิน น้ำมันเครื่องบิน ฯลฯ

เชื้อเพลิงสังเคราะห์นี้ผลิตจาก CO2 ซึ่งเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ

การสร้างเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่เป็นปัญหา คือ ต้นทุนการผลิต การผลิตในเชิงพาณิชย์ และ สร้างจากพลังงานสะอาด 

ถ้าราคาเชื้อเพลิงสังเคราะห์ยังสูงกว่า ดีเซล เบนซิน ก็คงมาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิมได้ยาก

ขบวนการผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ตามข้อมูลของ PROMETHEUS คือ

-ใช้พัดลมดูดอากาศเข้าสู่หอกักเก็บคาร์บอน

-ในขณะที่อากาศพัดผ่านเข้าไป น้ำตกที่ทรงพลังจะขจัดคาร์บอนไดออกไซด์และโมเลกุลของน้ำ

-ขณะที่ไหลเข้าสู่โรงหลอม โมเลกุลจะได้รับพลังงานจากโซลาร์หรือลม เพื่อสร้างไฮโดรคาร์บอนที่สามารถผลิตเป็นเชื้อเพลิงประเภทใดก็ได้

เชื้อเพลิงสังเคราะห์นี้เป็น “Liquid Electricity” หรือ “ไฟฟ้าเหลว”

PROMETHEUS กำลังจะพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงทั่วโลกที่กำลังใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล ให้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์ทั้งหมด 

เชื้อเพลิงสังเคราะห์ ทำได้ด้วยการดึงก๊าซเรือนกระจกออกจากอากาศ และแปลงเป็น Carbon-Neutral Fuels หรือ เชื้อเพลิงที่มีค่าคาร์บอนเป็นกลาง 

ต้องหาหนทางทำให้เชื้อเพลิงสังเคราะห์มีราคาถูกกว่า หรือเท่ากับพลังงานสกปรกทั่วไป

เวนเจอร์แคปปิตอลที่ร่วมสนับสนุนเงินทุนให้กับ PROMETHEUS จนทำให้บริษัทนี้กลายเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์น เช่น BMW, Maersk, Y Combinator 

นับเฉพาะ BMW รายเดียว ร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพแห่งนี้ถึง 50 ล้านดอลลาร์

ผู้ร่วมลงทุนหลายรายเป็นบริษัทที่สามารถสนับสนุนซื้อเชื้อเพลิงสังเคราะห์ในปริมาณมหาศาล

โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2018 แต่ความคืบหน้าดูเหมือนจะช้ากว่ากำหนดหลายปี

แม้ว่าจะมีการสาธิตให้นักลงทุนได้เห็นตัวอย่างการทำงานจริงไปแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญบางราย ยังสงสัยในความเป็นไปได้

การผลิตในเชิงพาณิชย์จำนวนมาก และต้นทุนที่ต่ำกว่าเชื้อเพลิงสกปรกแบบดั้งเดิม เป็นเรื่องท้าทายสำคัญของเชื้อเพลิงสังเคราะห์

https://prometheusfuels.com/

https://www.technologyreview.com/2022/04/25/1050899/prometheus-fuels-startup-carbon-neutral/

มาใหม่ Quantum ชาร์จเติมไฟไว ใน 3 วินาที

 


ถ้าหากเทคโนโลยีเกิดขึ้นและทำจริง มันสามารถเติมพลังงานให้กับรถยนต์โดยใช้เวลาน้อยกว่าน้ำมันเสียอีก 

ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ พลังงานลม พลังงานฟิวชั่น หรือพลังงานอื่น ๆ สักวันหนึ่ง อารยธรรมมนุษย์ยังไงก็ต้องหันไปใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยความต้องการพลังงานที่เพิ่มมากขึ้นของมนุษยชาติ และข้อขำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องทำการค้นคว้าเพื่อพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ และที่เด่นชัดสุดตอนนี้ก็คือไฟฟ้าครับ

ต้องยอมรับว่า ในการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีพลังงาน พลังงานหมุนเวียนจะมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทีละเล็กน้อย โลกมีการนำผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนมาใช้ ที่เห็นชัดก็คือรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นหลายล้านคันต่อปี (ทั่วโลก) และตลาดรถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่เติบโตรวดเร็วที่สุด และมันยังทำให้ Elon Musk กลายเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน

หากเทียบกันแล้ว รถไฟฟ้านั้นต่างจากรถยนต์ทั่วไปที่ได้รับพลังงานจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอน (น้ำมัน) เพราะต้องอาศัยแบตเตอรี่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บพลังงาน ซึ่งก็ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของรถไฟฟ้า 

และก็ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาแบตเตอรี่นั้นให้พลังงานได้น้อยกว่าน้ำมัน และรูปแบบการเติมพลังงานก็ยากกว่าด้วย ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าช่วงแรก ๆ มีช่วงเวลาใช้งานที่ต่ำกว่า จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก อย่างไรก็ตามแบตเตอรี่ก็มีการพัฒนาเรื่อยมา จนในท้ายที่สุดก็ทำให้ระยะการขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน

แต่แม้จะมีการกักเก็บพลังงานได้มากขึ้น จุดอ่อนของรถยนต์ไฟฟ้าอีกอย่างคือการชาร์จครับ ปัจจุบันรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงในการชาร์จให้เต็มที่บ้าน และแม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ชาร์จเร็วที่สุดในโลก ก็ยังต้องใช้เวลาชาร์จประมาณ 20-40 นาที เพื่อชาร์จ จาก 0 - 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้วิศวกรกำลังมองหาเทคโนโลยีการชาร์จแบบใหม่ทำให้การชาร์จทำได้ไวขึ้นหลายเท่าตัว 

นั่นคือ Quantum charging หรือเทคโนโลยีการชาร์จแบบควอนตัม โดยจะเป็นการปรับรูปแบบการชาร์จใหม่ ที่จะชาร์จเซลล์ทั้งหมดภายในแบตเตอรี่พร้อมกัน ทำให้ร่นระยะเวลาในการชาร์จได้มาก 

จากข้อมูล เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้ร่นเวลา จาก 10 ชั่วโมงจะเหลือเพียง 3 นาที (ที่บ้าน) หรือจาก 30 นาที เหลือเพียง 3 วินาที (ที่สถานีชาร์จ) โดยเวลาอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับจำนวนเซลล์แบตเตอรี่ของรถยนต์แต่ละคันครับ

น่าเสียดายที่ตอนนี้เทคโนโลยี Quantum charging ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่กว่าที่เทคโนโลยีจะถูกนำไปใช้งานได้จริง แต่ก็เชื่อกันว่า Quantum charging จะเข้ามาปฏิวัติวิธีที่เราใช้พลังงานไฟฟ้าโดยสิ้นเชิงครับ และมันจะทลายข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกมาก

ที่มาข้อมูล

https://www.thebrighterside.news/post/quantum-charging-makes-charging-electric-cars-as-fast-as-pumping-gas

WI-FI บนเครื่องบิน SpaceX เล็งเปิดบริการใหม่ใช้เร็ตจากดาวเทียม Starlink

 


 SpaceX นอกจากจรวดขนส่งแล้ว ก็มี Starlink อินเทอร์เน็ตส่งตรงจากดาวเทียม ที่ช่วยให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เกือบทุกที่บนโลก ล่าสุดได้ขยับขยายไปอีกขั้น โดยการเปิดตัว inflight Wi-Fi อินเทอร์เน็ตไร้สายสำหรับเครื่องบินพาณิชย์

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ SpaceX ได้มีการทดสอบ inflight Wi-Fi หรือบริการ Wi-Fi บนเครื่องบินหลายลำในช่วงปีที่ผ่านมา ต่อมาก็ได้ตกลงกับทางสายการบินอิสระในอเมริกาอย่าง JSX เพื่อให้บริการ Wi-Fi จาก Starlink บนเครื่องบินเป็นที่แรก เรื่มภายในช่วงปลายปีนี้ และไม่เก็บค่าบริการเพิ่มเติมจากผู้โดยสารในช่วงนั้นด้วย 

ปัจจุบันดาวเทียม Starlink กว่า 2,000 ดวง ได้ถูกส่งขึ้นในวงโคจรแล้ว แต่ก็ยังไม่พอที่จะคลุมได้ทั้งโลก แน่นอนว่าต้องใช้อีกหลายพันดวง จึงอาจเป็นเหตุให้ SpaceX มีการผลักดันบริการเน็ตมากขึ้นนี้เอง ทั้งนี้นอกจาก JSX ที่เป็นสายการบินระดับพรีเมี่ยมแล้ว ทาง SpaceX ก็มีแผนขยายไปยังสายการบินอื่นด้วยอย่าง Delta Air Lines ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ที่มา : https://newatlas.com/telecommunications/spacex-first-deal-starlink-inflight-wi-fi/

ประเทศไทยเร่งผลักดันใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า กระเตื้องภาคอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม

 

ประเทศไทยเร่งผลักดันใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า กระเตื้องภาคอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม

สรุปนโบายผลักดันเพื่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ที่ออกมาในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ประเทศไทยได้ขยายสิทธิพิเศษเพื่อรณรงค์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าโดยตั้งเป้าหมายว่าจะรักษาสถานะฐานการผลิตรายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

สถานีชาร์จไฟฟ้าขนาดเล็กมีสิทธิ์ได้รับการละเว้นภาษีสามปี ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษเพิ่มจากการละเว้นภาษีองค์กรห้าปีเพื่อการลงทุนในสถานีชาร์จไฟที่มีหัวชาร์จอย่างน้อย 40 แห่งและการออกมาตรฐาน ISO ถูกเพิกถอนเพื่อความสะดวกที่มากขึ้นและเป็นการจูงใจ

มาตรการที่ปรับใหม่มีขึ้นเพื่อทำให้สิทธิพิเศษตามทันสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทางด้านภาครัฐสนับสนุนให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าว่าการผลิตรถยนต์ร้อยละ 30% จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2030 

โดยช่วงไตรมาสแรก การลงทุนทั้งหมดของไทยและต่างชาติซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์มีมูลค่าประมาณ 110 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6% จากปีก่อนเนื่องจากความท้าทายด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก 

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา การยื่นลงทุนของทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 เป็นมูลค่า 77.3 ล้านบาท ช่วงไตรมาสแรก โดยมีสามประเทศที่มีอันดับลงทุนสูงสุดคือไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน

สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์

27 เมษายน 2005 เครื่องบินแอร์บัส A380 เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทดสอบบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

 


27 เมษายน 2005 เครื่องบินแอร์บัส A380 เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทดสอบบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ผลงานการวิจัยและพัฒนาโดยบริษัทแอร์บัส บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีการบินในยุโรป เครื่องบินโดยสารลำใหญ่ที่สุดในโลกผู้ท้าชิงตำแหน่งจากเครื่องโบอิ้ง 747 จากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจการบินในสหรัฐอเมริกาที่ยึดครองแชมป์เครื่องบินโดยสารลำใหญ่ที่สุดในโลกมายาวนานกว่า 35 ปี

เครื่องบินแอร์บัส A380 รุ่นทดสอบถูกสร้างขึ้นมา 5 ลำ ในโรงงานประกอบเครื่องบินเมืองตูลูสประเทศฝรั่งเศส การทดสอบบินมีขึ้นในสนามบินตูลูส-บลาญัก โดยมีทีมงานวิศวกรและลูกเรือทั้งหมด 6 คน อยู่บนเครื่องบิน ส่วนการทดสอบบินในเพดานบินสูงสุดครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงปี 2006 การทดสอบบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมีขึ้นในปี 2006 และการทดสอบบินในเพดานบินสูงสุดครั้งที่สองเกิดขึ้นในช่วงปี 2009

การออกแบบเครื่องบินแอร์บัส A380 ใช้เทคโนโลยีล่าสุดรองรับผู้สารในเที่ยวบินปกติ 525 ที่นั่ง และสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 853 ที่นั่ง โครงสร้างของเครื่องบินแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ความสูง 24.09 เมตร วงปีกกว้าง 79.75 เมตร ความยาวลำตัวเครื่อง 72.72 เมตร ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน Rolls-Royce Trent 900 (A380-841/-842) นับว่าเป็นเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่มากจนน่าตกใจ สำหรับเพดานบินสูงสุดของเครื่องบินอยู่ที่ 43,000 ฟุตหรือ 13 กิโลเมตร ทำความเร็วสูงสุด 903 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยการบิน 14,800 กิโลเมตร รองรับการบินข้ามทวีประยะทางไกล

สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์เป็นสายการบินแรกที่นำเครื่องบินแอร์บัส A380 เข้ามาให้บริการกับลูกค้าในปี 2007 อย่างไรก็ตามสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์เป็นสายการบินที่นำเครื่องบินแอร์บัส A380 เข้าให้บริการในสายการบินมากที่สุดเป็นจำนวน 123 ลำ สำหรับสายการบินไทยมีเครื่องบินรุ่นนี้ 6 ลำ แต่ละลำรองรับผู้โดยสารได้ 507 คน ต่อเที่ยวบินแบ่งออกเป็นชั้นหนึ่ง 12 ที่นั่ง ชั้นธุรกิจ 60 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 435 ที่นั่ง 

เครื่องบินแอร์บัส A380 ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด 254 ลำ กระจายไปยังสายการบินต่าง ๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ตามในปี 2019 บริษัทแอร์บัสได้ประกาศยุติสายการผลิตของเครื่องบินรุ่นนี้ในปี 2021 หลังจากยอดคำสั่งซื้อที่ลดลงและการยกเลิกคำสั่งซื้อจากลูกค้าบางราย รวมไปถึงการมีขนาดเครื่องบินที่ใหญ่ทำให้มีอัตราการใช้เชื้อเพลิงที่สูง ต้นทุนต่อเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นหากผู้โดยสารไม่เต็มลำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการแข่งขันด้านการตลาดที่สายการบินต่าง ๆ เริ่มใช้วิธีการขายตั๋วเที่ยวบินแบบต่อเครื่องหลายจุดเพื่อลดต้นทุนการบิน ปัจจุบันแม้ว่าเครื่องบินแอร์บัส A380 จะยุติสายการบินไปแล้วแต่เครื่องบินโดยสารรุ่นนี้ยังคงบินให้บริการอยู่ในหลายประเทศและสร้างความประทับใจในขนาดใหญ่ของมันเมื่อบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

ที่มาของข้อมูล https://www.tnnthailand.com/news/tech/112155/

ที่มาของรูปภาพ airbus.com

ผู้ใหญ่ชาวจีนใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 21.05 นาทีทุกวัน ค่าเฉลี่ยปีที่แล้ว 1 นาที

 


ผู้ใหญ่ชาวจีนใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 21.05 นาทีทุกวัน ค่าเฉลี่ยปีที่แล้ว 1 นาที

1/ สถาบันสื่อและสิ่งพิมพ์แห่งชาติจีนเผยแพร่ผลสำรวจ ‘การอ่านระดับชาติ’ การอ่านของชาวจีน ประจำปี 2021

2/ การสำรวจพบว่า ปริมาณการอ่านหนังสือ ‘ฉบับกระดาษ’ อยู่ที่ 4.76 เล่มต่อคน ส่วนปริมาณการอ่านหนังสือฉบับดิจิทัลอยู่ที่ 3.3 เล่มต่อคน

3/ ผู้ใหญ่ 45.6% บอกว่า ชอบอ่านหนังสือฉบับกระดาษมากกว่า แต่ก็อ่านหนังสือผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น การสำรวจพบมากขึ้นถึง 77% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

4/ ผู้ใหญ่ชาวจีนมากกว่า 30% ติดการ ‘ฟังหนังสือเสียง’ และใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 21.05 นาทีทุกวัน เมื่อปีที่แล้วค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 นาทีเท่านั้น

5/ สำหรับเยาวชนจีน อ่านหนังสือ 10.93 เล่มต่อคน เพิ่มขึ้น 0.22 เล่ม

6/ การสำรวจครั้งนี้จัดทำโดยรัฐบาลจีน เก็บตัวอย่างผ่านระบบออนไลน์และโทรคมนาคม จาก 162 เมืองใน 30 ภูมิภาคระดับมณฑลทั่วประเทศ

ภาพและข้อมูล จาก...Xinhua | Reading becomes more popular among Chinese in 2021 | https://english.news.cn/20220423/e5cf397d957a4bb9989dd43b44d502ca/c.html



Vinfast แห่งเวียดนามเตรียม IPO สู้ศึก EV กับ TESLA ใสสหรัฐฯ

 VinFast ได้เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าในงาน CES เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากนั้น 2 เดือน บริษัทก็กล่าวว่าจะสร้างรถยนต์ EV ในสหรัฐอเมริกาประมาณปี 2024 โดยจะลงทุนสร้างโรงงานกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งโรงงานแห่งนี้จะมีกำลังการผลิตราว 150,000 คันต่อปี 

จากนั้น ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทก็ได้ยื่นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Initial Public Offering) ในสหรัฐอเมริกา พร้อมกับเผยแผนที่จะขอรับทุนจากกระทรวงพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกาด้วย เพื่อที่จะยกระดับให้แบรนด์เป็นที่จดจำในตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก ทั้งนี้ VinFast ยังวางแผนที่จะสร้างโรงงานในเยอรมนีต่อไปอีกด้วย

cr:https://www.adpt.news/2022/04/25/vietnam-vinfast-will-ipo-to-takes-the-ev-battle-to-tesla-with-us-push/

วิกฤติค่าครองชีพ! เทียบ 1 ปี ไข่ไก่แพงขึ้น 50% - เนื้อไก่ 27% - เนื้อหมู 20%

 


วิกฤติค่าครองชีพ! เทียบ 1 ปี ไข่ไก่แพงขึ้น 50% - เนื้อไก่ 27% - เนื้อหมู 20% 

Follow Up - ก่อนหน้านี้คาดการณ์กันว่าหลังสงกรานต์ วิกฤตค่าครองชีพคนไทยจะพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ ที่จะทยอยปรับขึ้นหลายรายการ อาทิ อาหารสด อาหารกระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำมันพืช นมและผลิตภัณฑ์จากนม จากผลกระทบราคาน้ำมันตลาดโลก ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งแพงขึ้น รวมถึงราคาสินค้าภาคการเกษตร อย่างอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวสาลี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปุ๋ย ที่ผู้ประกอบการได้ยื่นขอปรับราคา กับกรมการค้าภายในแล้ว

▪️ ต้นทุนเลี้ยงหมูสูงเป็นประวัติการณ์

‘นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์’ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรกำลังเผชิญปัญหารอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นถึง 98.81 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาประกาศสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 94-98 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับว่าเกษตรกรยังคงแบกรับภาระขาดทุน โดยภาวะต้นทุนการเลี้ยงที่สูงมาก มาจากปัจจัยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่ปรับตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี 2563 และถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤติสงครามในยูเครน ที่ผลักดันให้ธัญพืชอาหารสัตว์ทุกชนิดราคาเพิ่มขึ้น และกระทบกับปัจจัยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นด้วย 

“ยังมีปัญหาสภาพอากาศร้อนแล้ง และอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อผลผลิต ทำให้มีอัตราเสียหายเพิ่มขึ้น สุกรโตช้า จับออกได้น้อยลง ต้นทุนการเลี้ยงจึงสูงขึ้น และยังต้องซื้อน้ำสำหรับใช้ในฟาร์ม ในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย ทำให้ราคาหมูเนื้อแดงในตลาดสดขณะนี้ อยู่ที่ประมาณ 160-180 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับทุกฝ่าย ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ขายหน้าเขียง และผู้บริโภค ขณะที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภูมิภาคต่างๆ ให้ความร่วมมือกับห้างค้าปลีก-ค้าส่ง จำหน่ายในราคา 154-155 บาทต่อกิโลกรัม ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง” นายสุนทราภรณ์ กล่าว

▪️ สินค้าไทยแพงกว่า เวียดนาม - ฟิลิปปินส์ - มาเลเซีย - อินโดนีเซีย

ขณะที่เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2565 มูลนิธิชีววิถี หรือ BIOTHAI ได้ทำการเปรียบเทียบราคาไข่ไก่ เนื้อไก่ และเนื้อหมู ในช่วง 1 ปีทีผ่านมา ระหว่างเดือน เม.ย. 2564 - เม.ย. 2565 พบว่า ไข่ไก่ แพงขึ้น 50% เนื้อไก่ แพงขึ้น 27% และเนื้อหมู แพงขึ้น 20% ดังนี้


เม.ย. 2564

- ไข่ไก่คละ 2.5 บาท/ฟอง

- ไก่เนื้อหน้าฟาร์ม 33 บาท/กิโลกรัม

- หมูขุนหน้าฟาร์ม 80 บาท/กิโลกรัม


เม.ย. 2565

- ไข่ไก่คละ 3.5 บาท/ฟอง

- ไก่เนื้อหน้าฟาร์ม 42 บาท/กิโลกรัม

หมูขุนหน้าฟาร์ม 94-98 บาท/กิโลกรัม

“สถานการณ์นี้เกิดขึ้นจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามยูเครน และเพิ่มมากยิ่งขึ้นหลังสงคราม รวมทั้งปัญหาโรคระบาด ASF ที่ส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อการเลี้ยงหมู แต่ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นนี้ในประเทศไทย มีสถานะแย่กว่าหลายประเทศ เช่น จากการสำรวจของ Numbeo พบว่าราคาไข่ ข้าวสาร และเนื้อวัวในเมืองหลวงของไทย สูงกว่าในโฮจิมินห์ซิตี้ มะนิลา กัวลาลัมเปอร์ และจาร์กาต้า เป็นต้น ในขณะที่ราคาเนื้อหมูของไทยแพงกว่าในจีนและเวียดนาม ทั้งๆ ที่เจอโรคระบาด ASF เช่นเดียวกัน” BIOTHAI ระบุ

▪️ ห่วงอัตรา “เงินเฟ้อ” ไทย ทำต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น

‘นายดนุชา พิชยนันท์’ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ชี้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 2 ยังต้องเผชิญกับสงครามรัสเซียกับยูเครน ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบยังราคาสูง ทั้งอาหารสัตว์ ปุ๋ย เหล็ก ทองแดง ยิ่งรบกันนานราคาจะยิ่งผันผวนมากขึ้น เพราะวัตถุดิบเหล่านี้เป็นปัจจัยการผลิตของประเทศ ส่วนอัตราเงินเฟ้อจากอุปทานในไทย ที่ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น ยังต้องพยายามคุมเพราะจากปัจจัยภายนอก ทั้งราคาน้ำมัน และสงครามรัสเซียกับยูเครน หากยังยืดเยื้อมีความเป็นไปได้ว่า อัตราเงินเฟ้อระหว่างปีจะอยู่ที่ 6% แต่คาดว่าเฉลี่ยทั้งปีจะไม่เกินกรอบ 4.9% ตามที่ ธปท. คาดการณ์ไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เงินเฟ้อ” คือภาวะที่ราคาสินค้า และบริการโดยทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ยิ่งเงินเฟ้อสูงขึ้นมูลค่าเงินในกระเป๋ายิ่งน้อยลง ทำให้การซื้อของแต่ละอย่างต้องใช้เงินมากขึ้นกว่าเดิม เช่น สมัยก่อนซื้อก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 บาท แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็นชามละ 40-60 บาท เพิ่มขึ้น 4-5 เท่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากไม่สามารถควบคุมในระดับที่เหมาะสม ท้ายที่สุดกำลังซื้อรายย่อยจะลดลง กระทบต่อผู้ประกอบการในภาพรวม


Signal of Change สัญญาณการเปลี่ยนแปลงอนาคตการศึกษา ครูจะหายไป ปริญญาจะไร้ความหมายจริงหรือ?

 


🗼 Signal of Change สัญญาณการเปลี่ยนแปลงอนาคตการศึกษา

ครูจะหายไป ปริญญาจะไร้ความหมายจริงหรือ?


นี่คือเหตุการณ์และแนวโน้มการศึกษาที่ค่อย ๆ ก่อตัวและอาจเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทั้ง 15 ข้อนี้จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออนาคตการศึกษาในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่สิ่งที่จะต้องคิดตามต่อไปคือว่าในขณะที่สิ่งเหล่านี้ถูกเร่งให้เกิดขึ้น แต่การศึกษาของไทยปัจจุบันยังถูกท้าทายจากปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาและแห่งการเรียนรู้คุณภาพ… เราจะก้าวไปต่อไปอย่างไร?

สัญญาณเหล่านี้ถูกรวบรวมไว้ในรายงานเรื่อง “อนาคตของการเรียนรู้” (Future of Learning) จัดทำโดยสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อให้เราใช้สัญญาณนี้เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและออกแบบการศึกษาในอนาคตอันใกล้นี้  

🟢 Credit Bank for Life-Long Learning

ระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้รับจากการประกอบอาชีพ การฝึกอบรม การศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยตลอดชีวิต เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ไปใช้ต่อยอดทางการศึกษาและการทํางานได้ ส่งเสริมระบบการยกระดับทักษะที่จําเป็นต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย ในปัจจุบันเริ่มมีสถาบันการศึกษาประยุกต์ใช้กับหลักสูตรเพิ่มขึ้น

🟢 Weakening Value of Degrees

การให้คุณค่าต่อปริญญาบัตร วุฒิการศึกษา และชื่อเสียงของสถาบันต่างๆ จะลดลงในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทํางาน สังคมจะให้คุณค่าต่อทักษะที่เหมาะสมต่องานและความสามารถที่แท้จริงของบุคคลมากขึ้น ผู้เรียนสามารถ เลือกเรียนหลักสูตรที่ตรงกับความสนใจของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความคาดหวังของสังคมแบบที่เคยเป็นมาในอดีต

🟢 Specialism Vs. Multipotentiality

การรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการใช้แอปพลิเคชันอัจฉริยะ เพื่อรับความรู้ที่หลากหลายกําลังทําให้คุณค่าและบทบาทของผู้เชี่ยวชาญลดลงในอนาคต นอกจากนี้ผู้ที่มีความสามารถหลากหลายด้านจะกลายเป็นที่ต้องการมากกว่าผู้เชี่ยวชาญที่รู้ลึกเพียงเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง

🟢 School as a Mega Corporation

วงการการศึกษาจะกลายเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุด เทคโนโลยีการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาให้มีความสะดวกรวดเร็ว ง่ายต่อการเข้าถึงแหล่งข้อมูลมากขึ้น บริษัทเทคโนโลยีด้านการศึกษาจะทรงอิทธิพลและเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดการศึกษาทั่วโลก

🟢 Echo Chamber

การได้รับข้อมูลที่ถูกกรองจากความสนใจและพฤติกรรมของผู้ใช้ ผ่านอัลกอริทึมที่ใช้ในโซเชียลมีเดียและเครื่องมือค้นหาข้อมูล ทําให้ผู้คนได้รับข้อมูลซํ้าเดิมที่ขึ้นกับความสนใจของตนเป็นส่วนใหญ่ ขาดความหลากหลายของข้อมูล ส่งผลให้ผู้คนไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับขอมูลในด้านอื่น เกิดการเรียนรู้ในมุมมองที่จํากัด

🟢 Teacher as a “Meddler in the Middle”

ครูทําหน้าที่เป็นผู้อํานวยความสะดวก (Facilitator) ส่งเสริมให้ผู้เรียนขยายขอบเขตของการเรียนรู้ โดยผู้เรียนสามารถเลือกหัวข้อที่ตนเองสนใจ และเรียนรู้ไปพร้อมกับครู ครูจะมีเวลาในการอํานวยความสะดวกการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Directed Learning) ของผู้เรียนเพิ่มขึ้นจาก 4 ชั่วโมง ใน พ.ศ. 2549 เป็น 14 ชั่วโมงใน พ.ศ. 2573 ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้เรียนเป็นปัจจัยสําคัญที่จะสร้างความร่วมมือดังกล่าว

🟢 AI-Based Teaching & Tutoring

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) มีส่วนช่วยในการเพิ่มขีดความสามารถของผู้สอน ช่วยทําการวิเคราะห์และวางแผนให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตรงกับความสามารถและความสนใจของตนเองมากขึ้น แบ่งเบาภาระในการสอน และเพิ่มประสิทธิภาพ ของการสอนให้ดีและแม่นยํามากยิ่งขึ้น

🟢 The World as Our Classroom

การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในห้องเรียนหรือพื้นที่จํากัดอีกต่อไป กระบวนทัศน์ต่อการศึกษาของผู้คนในสังคมมุ่งไปสู่การเรียนรู้นอกสถานที่ ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ณ สถานที่จริง หรือโลกออน์ไลน์ได้ เปรียบเสมือนโลกใบนี้เป็นห้องเรียน ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้จากทุกที่ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงมากกว่าการท่องจําเนื้อหา และไม่ได้ยึดติดกับสถาบันการศึกษาเพียงอย่างเดียว

🟢 Integration of Tele-education and Virtual Schools

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อการศึกษา ส่งผลให้การศึกษาสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านรูปแบบการศึกษาทางไกล (Tele-education) และโรงเรียนเสมือน (Virtual School) ที่ผู้เรียนกับผู้สอนไม่จําเป็นต้องอยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่ก็สามารถเรียนรู้ร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ได้ ส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้ท่ียืดหยุ่นมากขึ้นในแง่ของสถานที่และเวลา

🟢 Edutainment

รูปแบบของการเรียนรู้ที่มีเนื้อหาสนุกสนาน สร้างความบันเทิงและความสุข ให้กับผู้เรียนมากขึ้น ผ่านสื่อการเรียนรู้ เทคโนโลยี และวิธีการสอน ในรูปแบบต่างๆ ส่งผลให้ผู้เรียนจดจําและเข้าใจเน้ือหาต่างๆ ได้ดีมากขึ้น เพิ่มความกระตือรือร้นและความสนใจต่อการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

🟢 Immersive Education (AR/VR)

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโลกเสมือน VR (Virtual Reality) และ AR (Augmented Reality) เข้ากับการเรียนรู้ เช่น การเรียนศิลปะ การแพทย์ การศึกษา เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้ ส่งผลให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ข้อมูลที่หลากหลาย สนุกสนาน และเข้าใจเนื้อหาได้มากยิ่งขึ้น

🟢 Just-in-Time Knowledge and Learning

การเรียนรู้แบบทันเวลาเป็นแนวทางในการเรียนรู้ระดับบุคคลหรือระดับองค์กรท่ีส่งเสริมการฝึกอบรม การสนับสนุนความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของผู้ใช้ให้พร้อมในทุกเวลาที่ผู้เรียนต้องการ ทําให้ผู้เรียนสามารถรับรู้และประยุกต์ใช้ได้ทันที ช่วยเร่งความเร็วของกระบวนการเรียนรู้ เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และการทํางานให้มากขึ้น และลดปัญหาการเรียนรู้ที่ไม่ได้นํามาใช้จริง

🟢 Cognitive Enhancement

การเพิ่มความสามารถของสมองผ่านการกระตุ้นด้วยสารจากธรรมชาติหรือสารสังเคราะห์ โดยออกฤทธิ์เพิ่มการทํางานของสมองในแง่ของการเรียนรู้ ความจํา สมาธิ สติปัญญา การใช้เหตุผล และความคิดสรางสรรค์ ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ดีมากยิ่งขึ้น

🟢 Focus on Learning How to Learn

ข้อมูลข่าวสารและความรู้ที่มีเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันและจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าในอนาคตด้วยมิติของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้เรียนจําเป็นต้องตื่นตัวและใส่ใจเรียนรู้ทักษะและวิธีเรียนรู้ (Learn) ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ที่จําเป็นเกิดประโยชน์และเกี่ยวข้อง รวมไปถึงการเรียนรู้สิ่งที่เคยเรียนมาด้วยมุมมองใหม่ (Relearn) และการละทิ้งสิ่งที่เคยเรียนมา (Unlearn)

🟢 Learning to be Human

การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง (Self-development) ทักษะมนุษย์ (Soft Skills) ทักษะสังคม (Social Skills) เข้าถึงการเป็นมนุษย์และเกิดการค้นพบตนเอง (Self-actualization) มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักตนเองทั้งทางด้านสติปัญญา ทักษะ และอารมณ์ความรู้สึก กล้าที่จะตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตของตน นอกจากนี้การปลูกฝังเรื่องศีลธรรมจริยธรรมเพื่อให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบสุขถือเป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่งต่อมนุษย์ในโลกที่ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

CR กศส. กองทุนเพื่อความเสมอภาพทางการศึกษา

อุ้มนายทุนแต่รังแกคนตัวเล็ก ความไม่เป็นธรรมของกฎหมายไทย !

จากกรณีที่มีการจับกุมผู้ดองเหล้าบ๊วย โดยวันเกิดเหตุ ได้นำบ๊วยมาดองเหล้า (ดองเหล้าบ๊วย) เพื่อทดลองสูตรต่างๆ ที่เขาทดลองทุกปีในฤดูบ๊วย โดยใช้เหล้าแปลกๆ แพงๆ มาดอง จึงโดนข้อหา ลเปลี่ยนแปลงภาชนะบรรจุสุราเพื่อการค้า” ตามมาตรา 157 และมีโทษปรับตามมาตรา 196 เสียค่าปรับรวม 10,000 บาท

ส่วนใครที่ดองเหล้าบ๊วยไว้ดื่มที่บ้าน ก็จะไม่ถูกข้อหาทั้งสองนี้ เพราะไม่ได้ทำเพื่อการค้า แต่อาจโดนข้อหา “มีไว้ในครอบครองซึ่งสุราที่ผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต” ที่มีค่าปรับสูงสุด 10,000 บาท

ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นถึงความไม่เป็นธรรมของกฎหมายไทยที่อุ้มนายทุนแต่รังแกคนตัวเล็ก ไม่เปิดโอกาสให้คราฟท์เบียร์ เหล้าทางเลือก เป็นทางออกและทางรอดของ soft power ไทย ทำให้นายทุนใหญ่ในวงการเหล้าเบียร์เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ความคิดสร้างสรรค์ของคนตัวเล็กกลับถูกกดทับเรื่อยๆ

เรากำลังปล่อยให้อุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ถูกผูกขาดอยู่โดยกลุ่มทุนไม่กี่เจ้า เรากำลังปล่อยให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ตกอยู่กับกลุ่มทุนใหญ่เพียงไม่กี่เจ้า รัฐบาลไม่ยอมทุบหม้อข้าวหม้อแกงตรงนี้ เพื่อให้คนตัวเล็กสามารถเข้ามามีส่วนแบ่งทางการตลาดในอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ เพื่อให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์กระจายไปอย่างผู้ผลิตรายย่อยมากขึ้น

ประเทศไทยกำลังกดทับความคิดสร้างสรรค์ ประเทศไทยกำลังกดทับความสามารถในการผลิตเหล้าเบียร์ทางเลือกของคนไทย ซึ่งนอกจากจะซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำและผูกขาดตลาดไปที่กลุ่มทุนเพียงไม่กี่รายแล้ว ยังทำให้ soft power ของไทยไม่เติบโตและขาดการสนับสนุน

รัฐต้องเปลี่ยน mindset จากการควบคุมกำกับประชาชน ผูกขาดตลาดอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ไว้ให้นายทุนเพียงไม่กี่ราย และเลิกมองว่าเหล้าเบียร์เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อประชาชน มาเป็นการกระจายเม็ดเงินของอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ไปให้ผู้ผลิตรายย่อย ส่งเสริมให้ธุรกิจของคนตัวเล็กสามารถเข้าถึงตลาดอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งคอยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ได้ต่อยอด soft power ของไทยต่อไป

หากรัฐใช้กฏหมายอย่างเป็นธรรมต่อประชาชน ประเทศจะสามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ครับ

ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ

หัวหน้าพรรคเป็นธรรม

เปิดโลกติ๊กต๊อกโฉนดที่ดินไทยวาดแผนที่ด้วยลายมือก็สวย

 


บางคนอาจจะเคยได้เห็นโฉนดที่ดินกันมาบ้างแล้ว ซึ่งในนั้นก็จะมีการวาดแผนที่รูปที่ดินย่อส่วนลงไปนั้นตามมาตราส่วนที่ถูกต้อง และออกมาเป็นเอกสารราชการเช่นนี้ได้

และในกระบวนการวาดแผนที่ในโฉนดเนี่ย คุณ @feen7335 ได้เปิดเผยถึงมุมการทำงานของเธอในส่วนนี้

ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการเขียนด้วยมือทั้งหมด ไม่ได้มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการเขียนลงไปเลย

ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการใช้วงเวียนวาดจุดในแต่ละมุม มีการใช้ไม้บรรทัดลากเส้นเพื่อเชื่อมต่อกันเป็นที่ดิน

และมีการเขียนตัวหนังสือและตัวเลขอย่างบรรจง ทั้งเลขไทยและอารบิค ถือเป็นงานที่ต้องใช้ความเนี๊ยบพอสมควรเลยทีเดียว

ทางด้านชาวเน็ตเองเมื่อได้เห็นคลิปนี้แล้ว ต่างก็ถือว่าเป็นการเปิดโลกอยู่เหมือนกัน เพราะกว่าจะได้โฉนดมาหนึ่งใบทำไมต้องใช้เวลานาน บ้างก็เข้ามาชมว่าเจ้าหน้าที่ลายมือสวยมาก

แต่ก็ยังมีอีกส่วนที่มองว่า ทำไมหน่วยงานราชการถึงไม่นำโปรแกรมในยุคสมัยนี้มาช่วยงานบ้าง จะได้ลดภาระและย่นระยะเวลาทำงานได้มากเลยทีเดียว

ซึ่งก็ยังมีข้อถกเถียงของชาวเน็ตอยู่ว่างานบางอย่างยังใช้ระบบดิจิทัลมาแทนที่ไม่ได้เช่นกัน

แล้วคุณล่ะครับ คิดกันว่ายังไงบ้าง #เหมียวเลเซอร์ ก็อยากลองอ่านความคิดของแต่ละคนเหมือนกัน

ชมคลิปบนติ๊กต็อก > https://www.tiktok.com/@feen7335/video/7083041777753541915

Porsche ลงทุนในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงสังเคราะห์ 2,500 ล้านบาท หวังใช้แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล


 Porsche ลงทุนในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงสังเคราะห์ 2,500 ล้านบาท หวังใช้แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล 

Porsche ประกาศลงทุนเพิ่มในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (e-fuels) ที่เป็นเชื้อเพลิงจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อนำมาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิม สำหรับรถยนต์บางรุ่น ประกอบกับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าควบคู่ไปด้วย

โดยทาง Porsche หนึ่งในบริษัทยานยนต์ในเครือ Volkswagen เพิ่งได้ประกาศเพิ่มการลงทุนระยะยาวกว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,500 ล้านบาท) ในบริษัท Highly Innovative Fuels หรือ HIF บริษัทผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ในประเทศชิลี 

และการลงทุนนี้ ทาง Porsche จะได้รับหุ้นของบริษัทราว 12.5% ด้วย

ทั้งนี้ e-fuels หรือ Electricity-based fuels เป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์สะอาดที่ไม่สร้างมลพิษทางอากาศ และผลิตจากพลังงานหมุนเวียน เช่น ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) และคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จากอากาศ 

ซึ่งพลังงานสังเคราะห์จะทำหน้าที่เหมือนเชื้อเพลิงฟอสซิล นั่นหมายความว่า ผู้ที่ใช้รถยนต์รุ่นคลาสสิก หรือรถยนต์น้ำมัน ก็สามารถใช้พลังงานชนิดนี้ทดแทนได้

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2020 ทาง Porsche ก็ได้เคยประกาศลงทุนใน HIF ไปแล้ว 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 804 ล้านบาท) ในโรงงานนำร่องที่ดำเนินการในประเทศชิลี

ซึ่งโรงงานดังกล่าว คาดว่าจะเริ่มผลิตพลังงานสังเคราะห์ที่มาจากไฮโดรเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปลายปีนี้

ทาง HIF ระบุว่าการที่ Porsche เข้าลงทุนในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการจัดหาเงินทุนระหว่างประเทศก้อนใหญ่กว่า 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (8,705 ล้านบาท) 

ตัวอย่างนักลงทุนรายอื่น ๆ เช่น Andes Mining & Energy (AME) บริษัทด้านพลังงานในชิลี, EIG จากสหรัฐฯ, Baker Hughes และ Gemstone Investments 

สำหรับเงินทุนที่ได้เพิ่มมา HIF จะนำไปใช้ในการพัฒนาโรงงานผลิตเชื้องเพลิงสังเคราะห์ (e-fuels) ในสหรัฐฯ ปีถัดไป และตามด้วยโรงงานแบบเดียวกัน ในชิลีและออสเตรเลีย ปี 2024

อ้างอิง:

-https://www.cnbc.com/2022/04/06/porsche-taking-stake-in-e-fuels-maker-highly-innovative-fuels-global.html

-https://www.hifglobal.com

SMART#1 อีกหนึ่งรถไฟฟ้าจีน ที่คาดว่าจะทำตลาดไทยปีนี้

 


SMART ค่ายลูกของ Geely ยักษ์ใหญ่ในจีน เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเล็กกะทัดรัดอยู่แล้ว 

ล่าสุดเขาเพิ่งจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า SMART#1 รถ SUV หน้าตาแสนน่ารักบวกกับความล้ำยุค

ข้อมูลรถบอกว่ามีความยาว 4,270 มม. ความกว้าง 1,822 มม. ความสูง 1,636 มม. พูดง่ายๆ คือเทียบกับ Yaris Ativ ในไทย เจ้าตัวนี้ก็จะสั้นกว่านิดนึง แต่สูงและกว้างกว่าเล็กน้อย

ตัวรถจะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าความแรง 268 แรงม้า รองรับความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.

รองรับการชาร์จไว 150 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จ 30 นาที สามารถขับได้ระยะทาง 420-440 กม. ต่อการชาร์จ

และที่สำคัญคือมีแผนที่จะนำเข้ามาในประเทศไทยด้วย ส่วนเรื่องราคานั้นยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ

แต่เนื่องจากว่าเป็นรถที่ผลิตในประเทศจีน จึงมีลุ้นว่าราคาตอนนำเข้าไทย น่าจะไม่สูงเกินไปกว่ารถนำเข้าจากยุโรป

ซึ่งจะเป็นราคาเท่าไร ก็ต้องมาคอยติดตามกันอีกหนึ่งนะครับ...

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ที่มา : https://www.caranddriver.com/news/a39674940/smart-1-electric-crossover-details/

https://www.sanook.com/auto/83363/

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger