Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies

รถยนต์ไฟฟ้า Hozon Neta V วิ่งไกล 380 กม./ชาร์จ ราคาไทยคาด 570,000 บาท


ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก ทำให้ประเทศจีนได้เกิดแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ขึ้นมามากมาย เพราะพวกเขาคือประเทศที่มีแหล่งผลิตแบตเตอรี่อยู่ในแนวหน้าของโลก

Hozon Auto คือหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าใหม่จากจีน ซึ่งพวกเขาก็ตั้งใจเข้ามาทำตลาดในไทย จึงได้ผลิตรถยนต์เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวาด้วย

และล่าสุดครับ มีการเผยในแวดวงรถยนต์ไฟฟ้าออกมาว่า Hozon Auto จะมีการเปิดให้จอง Hozon Neta V ที่งาน Motor Show 2022 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม ที่จะถึงนี้

โดยมีการเผยใบจองออกมาระบุว่าราคาของรถอยู่ที่ประมาณ 570,000 บาท 

(มีการระบุว่าเงินอุดหนุนจากนโยบายรัฐช่วยให้ราคาลดไป 220,000 บาทจากราคาเต็มประมาณ 790,000 บาท) 

ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีขายในตลาดตอนนี้...

แต่ภายหลังโพสต์ใบจองนั้นได้ถูกลบไป คาดว่าเพราะยังไม่มีการเปิดราคาอย่างเป็นทางการ จึงต้องระบุว่าเป็นราคาคาดเดาเอาไว้ก่อนครับ

สเปคของ Hozon Neta V ระบุว่าแบตเตอรี่ความจุ 38.54 kWh ทำให้รถวิ่งได้ 380 กม./การชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) อัตราเร่ง 0-50 อยู่ที่ 3.9 วินาที ท็อปสปีดที่ 101 กม./ชม.

ส่วนขนาดรถนั้นจะใกล้เคียงกับรถ B-Segment เช่น Tayota Yaris หรือ Honda Jazz เป็นต้น

อย่างไรก็ตามก็ต้องย้ำว่านี่ยังไม่ใช่ราคาสุดท้ายที่จะเปิดอย่างเป็นทางการ ใครที่สนใจรถรุ่นนี้ก็ต้องรอติดตามอัปเดตที่จะประกาศออกมาหลังจากนี้อีกทีครับ..


ที่มา :

- https://www.facebook.com/Paknam536/posts/2135478326619797

- https://www.hozonauto.com/en/en-v.html

- https://www.sanook.com/auto/83239/

ปลูกกัญชา 1 ต้น! ศาลขอนแก่นลงโทษคุก 3 เดือน 15 วัน รอลงอาญา-คุมประพฤติ 1 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่จังหวัดขอนแก่น พบยายวัย 70 ปี ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเนื่องจากปลูกกัญชา 1 ต้นในพื้นที่บ้าน และถูกแจ้งข้อหาผลิตและมียาเสพติดให้โทษ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ประชาชนสามารถปลูกและใช้ประโยชน์จากกัญชาได้ หากถูกดำเนินคดี พรรคภูมิใจไทยยินดีส่งทนายความเข้าไปช่วยนั้น

สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า นอกจากกรณีข้างต้น เมื่อเร็วๆ นี้ ศาลจังหวัดขอนแก่น ยังได้มีคำพิพากษาเกี่ยวกับครอบครองกัญชา 1 ต้นเช่นกัน โดยพิพากษาจำเลย โทษจำคุก 3 เดือน 15 วัน และปรับ 17,500 บาท ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี

คดีนี้ ศาลจังหวัดขอนแก่น อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ

ข้อเท็จจริงรับได้ฟังว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2564 เวลากลางวัน จำเลยได้ผลิตโดยการเพาะปลูกกัญชา อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จำนวน 1 ต้น และจำเลยมีกัญชา จำนวน 1 ต้นดังกล่าว (ต้นพืชประกอบด้วยราก ลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ และช่อดอก) น้ำหนักสุทธิ 1,720 กรัม ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดกัญชาจำนวนดังกล่าวเป็นของกลาง

อนึ่ง ภายหลังจำเลยกระทำความผิด ได้มี พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 4(5) ให้ยกเลิก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 เมื่อประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับแล้ว แต่ประมวลกฎหมายยาเสพติดยังคงบัญญัติให้การผลิตกัญชา อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5

ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26/2 วรรคหนึ่ง ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมาตรา 75 วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดมาตรา 93 ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมาตรา 148 วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท

ดังนั้น พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นกฎหมายวที่ใช้ในขณะกระทำความผิด กับประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด มีระวางโทษเท่ากัน เป็นกรณีที่โทษตามประมวลกฎหมายเสพติดไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรคแรก

นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายยาเสพติดยังคงบัญญัติให้การมีกัญชาไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26/3 วรรคหนึ่ง ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมมาตรา 76 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 93 ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมาตรา 148 วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท

ดังนั้น พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด แตกต่างกับประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด จึงให้ใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 อันเป็นกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยไม่ว่าในทางใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา26/2 วรรคหนึ่ง , 26/3 วรรคหนึ่ง , 75 วรรคหนึ่ง , 76 ฐานผลิตกัญชาและฐานมีกัญชาไว้ในครอบครอง เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

ให้ลงโทษฐานผลิตกัญชา ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 7 เดือนแ ละปรับ 35,000 บาท จำเลยสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน 15 วัน และปรับ 17,500 บาท

ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี ในการคุมประพฤติให้จำเลยไปรายงานต่อหนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 , 30 ริบของกลาง

ตำรวจ เตรียมแจ้งข้อหา ไฮโซปลาวาฬ ขับรถประมาททำทรัพย์สินราชการเสียหาย ปรับ 400 บาท



 จากเหตุการณ์ที่ ไฮโซปลาวาฬ หรือนายวรสิทธิ อิสสระ อายุ 40 ปี กรรมการผู้จัดการโรงแรมศรีพันวา จ.ภูเก็ต ทายาทหมื่นล้านบริษัทชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ พร้อมเพื่อนได้ขับรถยนต์เก๋งสุดหรูยี่ห้อเบนท์ลี่ย์สีดำ หมายเลขทะเบียน 1ขษ7426กรุงเทพ และเกิดอุบัติเหตุเสียหลักแหกโค้ง ชนการ์ดเลนและหมุนลงข้างทางเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.วันที่ 24 มี.ค.65 ที่ผ่านมา บนถนนเพชรเกษม สายเขาหลัก-อำเภอท้ายเหมือง บริเวณโค้งบ้านขนิม ม.7 ต.ทุ่งมะพร้า วอ.ท้ายเหมือง จ.พังงา

จากนั้นก็ได้เกิดเพลิงลุกไหม้เผารถวอดทั้งคัน ระหว่างรอรถสไลด์มายกไปที่ จ.ภูเก็ต เบื้องต้นไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงการ์เลนพังเสียหาย โดยทราบว่าไฮโซปลาวาฬพร้อมเพื่อนกลับมาจากเขาหลัก กำลังเดินทางไปนาใต้ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง แต่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง คาดว่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาทนั้น

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุพบว่าเส้นทางดังกล่าว บริเวณ ถ.เพชรเกษมสายเขาหลัก-อำเภอท้ายเหมือง เป็นทางโค้งแผ่นการ์ดเลนราวเหล็กหรือราวกั้นทางโค้ง ได้รับความเสียหายประมาณ 30 เมตร และมีร่องรอยเบรกเป็นทางยาว ก่อนที่จะไปถึงจุดที่รถเกิดไฟไหม้ 

ล่าสุดวันนี้(25 มี.ค.65) พ.ต.อ.บริบูรณ์ อยู่สุขสมบูรณ์ ผกก.สภ.ท้ายเหมือง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ไฮโซปลาวาฬ เตรียมเข้าให้ปากคำพร้อมรับทราบข้อกล่าวหาในค่ำวันนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินทางราชการได้รับความเสียหาย เสียค่าปรับ 400 บาท พร้อมกับแจ้งให้ทางหมวดการทางท้ายเหมืองเข้ามาแจ้งเรื่องค่าเสียหายแล้ว

ในส่วนของขณะที่เกิดเหตุผู้ขับขี่มีอาการเมาหรือไม่นั้น ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ลงตรวจสอบที่เกิดเหตุว่าไม่พบกลิ่นแอลกอฮอล์ ส่วนที่รถเกิดเพลิงไหม้นั้นสันนิษฐานว่ารถได้เสียหลักหมุนลงข้างทางและได้ดึงเอาหญ้าแห้งไปอัดอยู่บริเวณใต้ท้องรถและเครื่องยนต์จำนวนมาก จากนั้นได้เกิดความร้อนจากเครื่องยนต์จนเกิดไฟลุกไหม้รถวอดทั้งคัน โดยทางบริษัทประกันได้ยกรถไปเก็บไว้ที่อู่ใน จ.ภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว

ภท.อัด ตร.ไม่สนใจนโยบายรบ. จับยายปลูกกัญชา 1 ต้น จ่อเรียก ‘ผบ.ตร.-อสส.’ แจง


3 มีนาคม : ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แถลงกรณียายวัย 70 ปี ที่ จ.ขอนแก่น ถูกจับ เนื่องจากปลูกกัญชาไว้ที่หน้าบ้าน โดยแจ้งข้อหาผลิตและมียาเสพติดให้โทษ ว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้ให้ความสนใจ 

หรือไม่มีความเข้าใจต่อประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ที่ได้ปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด และมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2564 อีกทั้งประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ได้กำหนดว่า กัญชาเป็นยาเสพติด 

ทั้งนี้เคยแถลงว่า ถ้าประชาชนถูกจับดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ให้แจ้งมา และตนพร้อมต่อสู้คดีให้ จนถึงวันนี้คดีที่ได้รับการติดต่อมามีมากกว่า 100 คดีทั่วประเทศ สะท้อนถึงความไม่เข้าใจ หรือเจตนาที่จะไม่เข้าใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ฝ่ายนิติบัญญัติได้ปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติดแล้ว..

ชาวกรุงปักกิ่งช่วยกันปลูกต้นไม้ 43 ปี 210 ล้านต้น

 


‘พื้นที่สีเขียวต่อหัว’ ของชาวกรุงปักกิ่ง ปัจจุบันอยู่ที่ 16.6 ตารางเมตร

** ภาพ: สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลางของจีน ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ในเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2021 **

1/ เสาร์ที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมาเป็น ‘วันปลูกต้นไม้แห่งชาติจีน’ เป็นวันสำคัญที่มีมาตั้งแต่ปี 1979 ตลอด 43 ปีที่ผ่านมา เฉพาะในกรุงปักกิ่ง ชาวปักกิ่งร่วมกิจกรรมอาสาปลูกต้นไม้ ปลูกไปแล้วกว่า 210 ล้านต้น

2/ สำนักป่าไม้และสวนสาธารณะกรุงปักกิ่งเผยข้อมูล ตั้งแต่ปี 1980 จนถึงปี 2021 อัตราป่าไม้ครอบคลุมพื้นที่ในปักกิ่งเพิ่มขึ้นจาก 12.8% เป็น 44.6% ทำให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 49% พื้นที่สีเขียวต่อหัวปัจจุบันอยู่ที่ 16.6 ตารางเมตร

3/ แม้สถิติตัวเลขจะดี แต่ปักกิ่งไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ ในวันปลูกต้นไม้แห่งชาติประจำปี 2022 ทางการกรุงปักกิ่งจัดสรรพื้นที่ราว 458 ไร่ ให้ชาวปักกิ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมอาสาปลูกต้นไม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

4/ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมในสวนสาธารณะต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้สัมผัส ‘วิถีชีวิตสีเขียว’ ด้วย

ภาพและข้อมูล จาก...Xinhua

-210 mln trees planted in Beijing over four decades | www.xinhuanet.com/english/2021-03/12/c_139805611.htm

-Voluntary tree-planting adds greenery in Beijing | www.news.cn/english/20220312/ea49a360202544739f5467feb25ce66a/c.html

จำคุก 50 ปี อดีตผอ.รร.บ้านดงมะกรูด เบียดบังเงินค่าอาหารกลางวันเด็ก

 


จำคุก 50 ปี อดีตผอ.รร.บ้านดงมะกรูด เบียดบังเงินค่าอาหารกลางวันเด็ก

โดย : สำนักข่าวอิศรา

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต จำคุก กระทงละ 5 ปี รวม 39 กระทง เป็นจำคุก 195 ปี

ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำการปลอมเอกสาร จำคุก กระทงละ 2 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 80 ปี 234 เดือน

เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุก 50 ปี กับให้จำเลยคืนเงินจำนวน 735,524.67 บาท แก่ โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ผู้เสียหาย 

คือ คำพิพากษา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ตัดสินลงโทษ นายอำนาจ นามแสง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงมะกรูด อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เบียดบังเงินอุดหนุนทั่วไปและเงินค่าอาหารกลางวันไปเป็นประโยชน์สำหรับตนเอง ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และ 161

ต่อไปนี้ เป็นพฤติการณ์การกระทำความผิดของ นายอำนาจ นามแสง ที่ปรากฏอยู่ในคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4  

มีรายละเอียดดังนี้ 

อัยการสูงสุด ในฐานะโจทก์ฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุจําเลยรับราชการเป็นข้าราชการครู ตําแหน่งผู้อํานวยการ โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ตําบลหนองไฮ อําเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี สังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 มีอํานาจหน้าที่รับผิดชอบการบริหารงานของโรงเรียนบ้านดงมะกรูดและเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุตามคําสั่งโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ที่ 41/2550 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2550 มีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คําสั่ง ของทางราชการ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

จําเลยจึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และในฐานะหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไป ตามกฎหมาย ระเบียบ คําสั่งของทางราชการ และมีหน้าที่เก็บรักษาสมุดบัญชีคู่ฝากบัญชีเงินอุดหนุนทั่วไปและบัญชีค่าอาหารกลางวัน รวมทั้งมีอํานาจลงลายมือชื่อในใบเบิกถอนไปเบิกถอน เงินจากธนาคารออกจากเงินฝากทั้งสองบัญชีร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินของโรงเรียน อันเป็นเงื่อนไขการสั่งจ่ายเงินที่ให้ไว้กับธนาคารในคําขอเปิดบัญชี

โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ผู้เสียหาย เป็นส่วนราชการหนึ่งของสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อปีงบประมาณ 2549 ถึง 2551 โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้รับจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจําปี รายการเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวและเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนยากจน จากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สําหรับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะโอนเงินค่าใช้จ่ายให้แก่โรงเรียนบ้านดงมะกรูดโดยตรง ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป)” เลขที่บัญชี xxx - x - xxxxx - x

ส่วนเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐาน สําหรับนักเรียนยากจน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดสรรเงินผ่านสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 และสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 ได้โอน เข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว เลขที่บัญชีดังกล่าวเช่นเดียวกัน

จําเลย ได้อาศัยโอกาสในตําแหน่งหน้าที่เบียดบังเอาเงินไปเป็นของตนเอง เหตุเกิดที่ตําบลหนองไฮ อําเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 161 ประกอบมาตรา 91 ให้จําเลยคืนเงินจํานวน 735,524.67 บาท ให้แก่โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ผู้เสียหาย

จําเลยให้การรับสารภาพ

พิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ประกอบคํารับสารภาพของจําเลยแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในขณะเกิดเหตุจําเลยรับราชการเป็นข้าราชการครู ตําแหน่งผู้อํานวยการ โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ตําบลหนองไฮ อําเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี สังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีอํานาจหน้าที่ รับผิดชอบการบริหารงานของโรงเรียนบ้านดงมะกรูดและเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุตามคําสั่ง โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ที่ 41/2550 ลงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550  มีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คําสั่งของทางราชการ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535  ในฐานะหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คําสั่งของทางราชการ และมีหน้าที่เก็บรักษาสมุดบัญชีคู่ฝากบัญชี เงินอุดหนุนทั่วไปและบัญชีค่าอาหารกลางวัน รวมทั้งมีอํานาจลงลายมือชื่อในใบเบิกถอนร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินของโรงเรียน อันเป็นเงื่อนไข การสั่งจ่ายเงินที่ให้ไว้กับธนาคารในคําขอเปิดบัญชี เพื่อเบิกถอนเงินจากออกจากบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป)” เลขที่ xxx - x - xxxxx - x  และชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (กองทุนอาหารกลางวัน) เลขที่ xxx - x - xxxxx - x

จําเลยเป็นบุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้ง ตามกฎหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการจึงเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. 2542  ประกอบมาตรา 192  วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561  และมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 ประกอบมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 

เมื่อปีงบประมาณ 2549  ถึง 2551  โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้รับจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจําปี รายการเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทเงินอุดหนุน ค่าใช้จ่ายรายหัวและเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนยากจน จากสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน

สําหรับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานโอนเงินค่าใช้จ่ายให้แก่โรงเรียนบ้านดงมะกรูดโดยตรงผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป) เลขที่xxx - x - xxxxx - x ส่วนเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนยากจน สํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดสรรเงินผ่านสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 และสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 ได้โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว เลขที่ดังกล่าวเช่นเดียวกัน 

เมื่อปีงบประมาณ 2549 ถึง  2551  โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้รับจัดสรร เงินอุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนจากองค์การบริหารส่วนตําบลหนองไฮ โดยได้รับการจัดสรรให้นักเรียนในอัตราคนละ 10  บาทต่อวัน  โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้นํา เงินอุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนไปฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “ โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (กองทุนอาหารกลางวัน) เลขที่ xxx - x - xxxxx - x

ในปีงบประมาณ 2549  โรงเรียนบ้านดงมะกรูตได้รับจัดสรร เงินอุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนจากองค์การบริหารส่วนตําบลหนองไฮ เป็นเงินจํานวน 200,500  บาท  ในการดําเนินการเกี่ยวกับอาหารกลางวันจําเลยได้ว่าจ้าง นาง ส. ให้เป็นผู้รับจ้างเหมาจัดทําอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน (เฉพาะกับข้าว)

ในปีงบประมาณ 2550 โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวัน เด็กนักเรียนจากองค์การบริหารส่วนตําบลหนองไฮ เป็นเงินจํานวน 238,500  บาท ในการ ดําเนินการเกี่ยวกับอาหารกลางวันจําเลยได้ว่าจ้าง นาง ส. ให้เป็นผู้รับจ้างเหมาจัดทําอาหารกลางวัน ให้แก่เด็กนักเรียน (เฉพาะกับข้าว)

ในปีงบประมาณ 2551  โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้รับจัดสรรเงิน อุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนจากองค์การบริหารส่วนตําบลหนองไฮเป็นเงินจํานวน 88,000  บาท ในการดําเนินการเกี่ยวกับอาหารกลางวันจําเลยได้ว่าจ้างนาง ส. ให้เป็นผู้รับจ้าง เหมาจัดทําอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน (เฉพาะกับข้าว)

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า จําเลยกระทําความผิดตามฟ้องหรือไม่

สําหรับเงินรายการ เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวและ เงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนยากจน นั้น ปรากฏว่าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป)” เลขที่ xxx - x - xxxxx - x  มีรายการเบิกถอนเงินตั้งแต่วันที่ 19  ธันวาคม 2548  ถึงวันที่ 18  มกราคม 2550 รวมรายการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าว 36 ครั้ง เป็นเงิน 565,000.26 บาท

โดยไม่ปรากฏหลักฐานการใช้จ่ายเงิน 

นาย บ. พยานโจทก์ ซึ่งถึงแก่ความตายแล้วได้ให้ปากคําในชั้นไต่สวนว่า เมื่อปี 2549  ถึง 2550  พยานในฐานะเจ้าหน้าที่ พัสดุตามคําสั่งโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ที่ 12/2549  ลงวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2549  ได้ทําเรื่องขออนุมัติจัดจ้างวัสดุเพื่อใช้กับการปฏิบัติงานของโรงเรียนจากร้านเจริญวิทยา เป็นเงิน ประมาณ 30,000  บาท ร้านเจริญวิทยาส่งมอบวัสดุให้แก่โรงเรียนแล้ว  พยานไปขอเงินจากจําเลยเพื่อนําไปจ่ายให้แก่ร้านเจริญวิทยา  แต่จําเลยไม่ยอมให้เงินจํานวนดังกล่าว

พยานจึงให้นางสาว ว.  ขอรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเงินฝากของโรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป) มีเงินคงเหลือ 17 บาท

พยานสอบถามจําเลย แต่จําเลยไม่ตอบ

เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับงบประมาณ การรับจ่ายเงิน สมุดบัญชีเงินฝากและเล่มใบเสร็จรับเงินของโรงเรียน จําเลยเก็บไว้กับตนเองทั้งหมด จําเลยเป็นผู้จัดทําบัญชีงบประมาณและบัญชีการรับจ่ายเงินของโรงเรียนเองทั้งหมด

เห็นว่า ในขณะเกิดเหตุนาย บ. ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่พัสดุ มีโอกาสรู้เห็นในการบริหารงบประมาณ ของโรงเรียนบ้านดงมะกรูดเป็นอย่างดี  ทั้งข้อเท็จจริงที่นาย บ. ให้ปากคําไว้สอดคล้องเกี่ยวโยง กับรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีในสํานวนการไต่สวน ที่มีรายการเบิกถอนเงิน ไป 36  ครั้ง แต่ไม่ปรากฏหลักฐานการใช้จ่ายแต่อย่างใด

พยานหลักฐานโจทก์ประกอบคํารับสารภาพ ของจําเลยมีน้ำหนักมั่นคง จึงรับฟังได้ว่าจําเลยเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป)” เลขที่ xxx - x - xxxxx - x จํานวน 36  ครั้ง รวมเป็นเงิน 565,000.26  บาท แล้วจําเลยเบียดบัง เอาเงินดังกล่าวไปโดยทุจริต

จําเลยจึงกระทําความผิดตามฟ้อง 

ส่วนเงินค่าอุดหนุนสําหรับสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนของโรงเรียน บ้านดงมะกรูด นั้น นางสาว ส. พยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อปีการศึกษา 2550  ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2550  ถึงเดือนมกราคม 2551  ไม่มีการประกอบอาหารกลางวัน สําหรับนักเรียนแต่อย่างใด และนางส. พยานโจทก์เบิกความว่าพยานเคยรับจ้าง ประกอบอาหารกลางวันสําหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูด เป็นเวลาประมาณ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2548 

ในขณะเกิดเหตุ จําเลยเป็นผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ได้ว่าจ้างพยานไปประกอบ อาหารกลางวันเฉพาะกับข้าวสําหรับนักเรียน ตั้งแต่ประมาณปี 2548  ถึง 2551  โดยได้รับค่าจ้าง วันละ 800 บาท

โรงเรียนบ้านดงมะกรูดจ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือนตามจํานวนวันที่มีการทําอาหาร ให้นักเรียนจริง ประมาณเดือนละ 21  วัน ค่าจ้างสูงสุดที่ได้รับเดือนละ 16,800  บาท

จําเลย เป็นผู้นําเงินค่าจ้างไปให้พยานที่บ้าน เห็นว่า ในขณะเกิดเหตุนางสาว ส. เป็นข้าราชการครู โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ได้รับแต่งตั้งจากจําเลยให้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่การเงินโรงเรียน คณะกรรมการรับเงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุนอาหารกลางวันและเจ้าหน้าที่บัญชี

ส่วนนาง ส.  เป็นผู้รับจ้างประกอบอาหารกลางวันสําหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ย่อมรู้เห็นเกี่ยวกับ การใช้จ่ายเงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุนอาหารกลางวันเป็นอย่างดี

ทั้งไม่ปรากฏว่าพยานโจทก์ ดังกล่าวมีสาเหตุโกรธเคืองกับจําเลย

เชื่อว่าได้เบิกความไปตามความจริง

ประกอบกับบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (กองทุนอาหารกลางวัน) เลขที่ xxx - x - xxxxx - x  ในปีงบประมาณ 2549 มีรายการ เบิกถอนเงินเพื่อจ่ายค่าจ้างเหมาจัดทําอาหารกลางวันสําหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ให้แก่ผู้รับจ้าง จํานวน 11 ครั้ง รวมเป็นเงิน 200,480 บาท  ตามรายการเคลื่อนไหวทางบัญชี

แต่นาง ส.  ผู้รับจ้างได้รับค่าจ้างวันละ 800 บาท  เฉพาะวันที่จัดทําอาหารกลางวัน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548  ถึงเดือนสิงหาคม 2549  รวมเป็นเงิน 152,000  บาท จึงมีเงินที่เบิกถอนคงเหลือ 48,480 บาท

ในปีงบประมาณ 2551  มีรายการ เบิกถอนเงินเพื่อจ่ายค่าจ้างเหมาจัดทําอาหารกลางวันสําหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูดให้แก่ผู้รับจ้าง จํานวน 2  ครั้ง รวมเป็นเงิน 65,000  บาท ตามรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีในสํานวน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549  ถึงเดือนตุลาคม 2550 โรงเรียนบ้านดงมะกรูด จ้างเหมาจัดทําอาหารกลางวัน เป็นเงิน 225,700 บาท แต่นาง ส. ผู้รับจ้าง ได้รับค่าจ้างเพียง 4,000  บาท จึงมีเงินที่เบิกถอนคงเหลือ 61,000  บาท

พยานหลักฐานของโจทก์ประกอบ คํารับสารภาพของจําเลยมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าในปีงบประมาณ 2549 -2551 จําเลย ได้เบียดบังเอาเงินค่าจ้างจัดทําอาหารกลางวันที่คงเหลือหลังจากจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างไปโดยทุจริต

จําเลยจึงกระทําความผิดตามฟ้อง

นอกจากนั้นยังได้ความจากคําเบิกความของนาง ส. พยานโจทก์ว่า นาง ส.  ไม่เคยทําเอกสารใบเสนอราคาและไม่มีการทําสัญญาเป็นหนังสือ ลายมือเขียนชื่อนาง ส.  ในเอกสารการจ้างเหมาประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูดทั้งหมด ไม่ใช่ลายมือเขียนของนาง ส. และได้ความจากปากคําของประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ว่าเอกสารใบตรวจรับพัสดุและรับรองผลการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างประจําเดือนธันวาคม 2549  เดือนมกราคม 2550  และเดือนสิงหาคม 2550  ลายมือชื่อที่ปรากฏในช่องประธานกรรมการตรวจรับพัสดุไม่ใช่ลายมือชื่อของประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ

ดังนั้น จึงรับฟังได้ว่าจําเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทําเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษา เอกสารการจ้างเหมาประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ใบตรวจรับพัสดุ และรับรองผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างประจําเดือนธันวาคม 2549  เดือนมกราคม 2550  และเดือนสิงหาคม 2550  กระทําการปลอมลายมือชื่อของนาง ส. และประธานกรรมการตรวจรับพัสดุโดยอาศัยโอกาสที่จําเลยมีหน้าที่นั้น 

จําเลยจึงกระทําความผิดตามฟ้อง

พิพากษาว่า จําเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 , 161  การกระทําของจําเลยเป็นความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต

จําคุกกระทงละ 5 ปี รวม 39 กระทง เป็นจําคุก 195 ปี

ฐานเจ้าพนักงานกระทําการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาส ที่ตนมีหน้าที่ จําคุกกระทงละ 2  ปี รวม 2 กระทงเป็นจําคุก 4  ปี รวมจําคุก 199  ปี

จําเลยให้การ รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 78  คงจําคุก 80 ปี 234 เดือน

เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จําคุก 50  ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) กับให้จําเลยคืนเงินจํานวน 735,524.67 บาท แก่โรงเรียนแก่โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ผู้เสียหาย

Cr.https://www.isranews.org/article/isranews/107351-inves09-57.html

ทั้งนี้ คดียังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร คดีนี้ นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญ เพื่อไม่ให้บุคคลอื่น กระทำผิดซ้ำรอย ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่างได้ชัดเจนอีกกรณีหนึ่ง

ศาลอนุมัติหมายจับในสำนวนที่ไม่เรียบร้อยแบบนี้ได้อย่างไร? มีใครต้องการใช้กระบวนการทางคดีเพื่อกลั่นแกล้งกันหรือไม่?

 


เช้าวันนี้ (18 มีนาคม 2565) ผมได้มาเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนนนท์ หลังจากที่ถูกตำรวจออกหมายจับในคดีมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ทั้งที่ผมไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใด

โดยผลสรุปปรากฏว่า "สำนวนไม่สมบูรณ์" ทางตำรวจจะต้องมีการสอบสวนและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในวันที่ 31 มีนาคมนี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเพิ่มเติมว่าในเมื่อสำนวนยังไม่เรียบร้อยเช่นนี้ แล้วทางตำรวจจะดันทุรังเร่งออกหมายจับเพื่อนำตัวผมมาส่งอัยการไปเพื่ออะไร? แล้วศาลอนุมัติหมายจับในสำนวนที่ไม่เรียบร้อยแบบนี้ได้อย่างไร? มีใครต้องการใช้กระบวนการทางคดีเพื่อกลั่นแกล้งกันหรือไม่?

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดกับผมแค่คนเดียว และอันที่จริงแล้วกรณีของผมนับว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพี่น้องประชาชนผู้แสดงความเห็นทางการเมืองและตั้งคำถามต่อรัฐบาลอีกเป็นจำนวนมาก ที่เมื่อถูกยัดคดีเข้ามา เขาก็ไปรายงานตัวกับตำรวจอย่างสม่ำเสมอ ไม่คิดหลบหนี แต่ก็ยังถูกคุมขังอยู่เสมอเพียงเพราะเขาเป็นคนตัวเล็กๆ ที่ไม่มีปากเสียงอะไร

ผมไม่อยากให้ประเทศแห่งนี้เป็นประเทศที่เมื่อมีคนเอาความจริงมาพูด แล้วผลลัพธ์จะต้องกลายเป็นคดีความอยู่ร่ำไป จนกระทั่งไม่มีใครกล้าตรวจสอบผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไปหรือ ส.ส. และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย แม้ท่านจะถูกกดดันมาจากเบื้องบน แต่ก็จะต้องไม่นำพาประเทศไปสู่จุดนั้น

ทั้งนี้ในวันนี้มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจผมทั้งที่หน้า สน.บางขุนนนท์ ที่สำนักงานอัยการตลิ่งชัน และที่ให้กำลังใจมาทางออนไลน์ ผมขอขอบคุณน้ำใจของพี่น้องทุกท่านที่มาร่วมติดตามสถานการณ์ของผมครั้งนี้ และหวังว่าการดำเนินการทางกฎหมายต่อการใช้อำนาจโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งผมจะพิจารณาดำเนินการหลังจากนี้ไป จะช่วยเป็นบรรทัดฐานในการปกป้องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่มากก็น้อย

CR รังสิมันต์ โรม

ภาพเล่าประวัติศาสตร์: ภาพถ่ายในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในเสรีรัฐคองโก (Congo Free State) อาณานิคมของเบลเยียม ชาวแอฟริกันพื้นเมืองถูกตัดมือจากนโยบายโควตาการกรีดยางพาราที่โหดร้ายของเจ้าอาณานิคม

 


ภาพเล่าประวัติศาสตร์: ภาพถ่ายในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในเสรีรัฐคองโก (Congo Free State) อาณานิคมของเบลเยียม ชาวแอฟริกันพื้นเมืองถูกตัดมือจากนโยบายโควตาการกรีดยางพาราที่โหดร้ายของเจ้าอาณานิคม

กษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2 (Leopold II) แห่งเบลเยียม ทรงต่อรองกับมหาอำนาจชาติอื่นๆ และตกลงปักปันเขตแดนของ “เสรีรัฐคองโก” โดยมีพระองค์เป็นประมุข พระองค์ทรงสนพระทัยในทวีปแอฟริกาด้วยมองว่าอาจจะสามารถสร้างอาณานิคมอันกว้างใหญ่ได้ และสร้างอำนาจทัดเทียมในยุโรป รวมถึงพระองค์จะได้รับกำไรอย่างมหาศาลจากการค้าทาส 

กษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2 จึงทรงออกทุนพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ โดยว่าจ้างนักสำรวจชาวเวลส์ เฮนรี มอร์ตัน สแตนลีย์ (Henry Morton Stanley) ไปยังแอฟริกากลาง เพื่อไปเป็นตัวแทนเจรจาในนามขอองพระองค์แก่เหล่าหัวหน้าเผ่าท้องถิ่น เพื่อลงนามสนธิสัญญาถ่ายโอนอำนาจอธิปไตยของแต่ละเผ่าแก่กษัตริย์เบลเยียมโดยตรง และเบลเยียมไม่ต้องลงแรงเอาทหารไปบุกคองโก แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะสนธิสัญญาที่เหล่าหัวหน้าเผ่าลงนาม ซึ่งเหล่าผู้นำเผ่าเหล่านั้นก็ไม่เข้าใจถึงเจตนาที่แท้จริงของกษัตริย์เบลเยียม

ชาวเบลเยียมในประเทศแม่ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เพราะกษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2 ทรงใช้พระราชทรัพย์จัดตั้งกองกำลังทหารรับจ้างเพื่อเข้าไปจัดตั้งกองกำลังตำรวจในเสรีรัฐคองโก ซึ่งเป็นคนจากหลายเชื้อชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นชาวสแกนดิเนเวีย และในเวลาต่อมามีการรับชนพื้นเมืองหรือพวกลูกครึ่งที่สนับสนุนกษัตริย์ด้วย กองทหารนี้เรียกว่า “Force Publique” ซึ่งทำตามจุดประสงค์ของกษัตริย์ในการต่อต้านการค้าทาสและใช้ในการสู้รบขนานใหญ่ แต่นั่นก็เป็นเพียงในเชิงทฤษฎีคุณธรรมของพระองค์ เพราะกองกำลังนี้กำจัดผู้ค้าทาสหลายรายในแอฟริกากลาง เพื่อให้กษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2 ทรงเป็นพ่อค้ารายใหญ่เพียงหนึ่งเดียว โดยไม่ต้องแข่งขันอะไร

“Force Publique” จึงเป็นกองทัพที่ “โหดร้ายเป็นพิเศษ” และยังใช้เพื่อควบคุม “โควตายางพารา” และควบคุมแรงงานพื้นเมืองในรูปแบบต่างๆ เสรีรัฐคองโกมีอำนาจในช่วงปีค.ศ. 1885 ถึง 1908 และเป็นประวัติศาสตร์ที่โหดร้ายของอาณานิคมเบลเยียม มีการใช้ทรัพยากรงาช้างอย่างหนักหน่วงที่สุด การล่าช้างกลายเป็นเรื่องที่ปกติของรัฐนี้ แต่เมื่อจักรยานและรถยนต์เป็นที่ใช้อย่างแพร่หลาย รัฐนี้จึงหันมาทำยางพาราอย่างแพร่หลายด้วยเช่นกัน และยางพาราจึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจโดยแท้จริง ชาวพื้นเมืองแอฟริกันจำนวนมากต้องเสียชีวิตเนื่องจากต้องถูกบังคับเร่งทำงานปลูก กรีดยางพารา เพื่อตอบสนองการส่งออกยางให้ได้มากที่สุด

ชาวพื้นเมืองที่ไม่ได้ไปทำงานตามนายทุนที่ได้รับโควตาทำสวนยาง คนเหล่านั้นต้องตาย ตำรวจ Force Publique จะต้องตัดมือของชาวพื้นเมืองที่ถูกฆ่าโดยพวกเขามาเป็นหลักฐานให้ทางการว่าคนนั้นกระทำผิดขัดขืนกฎหมาย และการตัดมือนั้นมีการส่งไปยังยุโรปในฐานะสิ่งล้ำค่าและเป็นรางวัลสำหรับการล่า  บางทีกลุ่มนายทุนโควตายางก็ทำการตัดมือของชาวพื้นเมืองส่งให้คณะบริหารคองโกเพื่อแทนผลผลิตยาง ดังนั้นในคองโกมีการใช้มือของชาวพื้นเมืองแลกเปลี่ยนราวกับสกุลเงิน ว่ากันว่า หมู่บ้านที่ไม่ยอมส่งคนมาช่วยงานสวนยางจะถูกฆ่าเรียบ ยางพาราเป็นสาเหตุให้เกิดการทรมานชนพื้นเมือง ข้าราชการชั้นผู้น้อยมีการบรรยายถึงการลงโทษหมู่บ้านที่ประท้วง ว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งให้เรา “ตัดหัวผู้ชายแขวนไว้ที่รั้วหมู่บ้าน...และตรึงกางเขนผู้หญิงและเด็ก” ทหารพวกนี้ฆ่าผู้คนเพียงเพราะว่าพวกเขาไม่ได้ไปกรีดยางหรือนำน้ำยางมามอบให้ทางการ

ชาวพื้นเมืองที่ไม่ได้ไปทำงานตามนายทุนที่ได้รับโควตาทำสวนยาง คนเหล่านั้นต้องตาย ตำรวจ Force Publique จะต้องตัดมือของชาวพื้นเมืองที่ถูกฆ่าโดยพวกเขามาเป็นหลักฐานให้ทางการว่าคนนั้นกระทำผิดขัดขืนกฎหมาย และการตัดมือนั้นมีการส่งไปยังยุโรปในฐานะสิ่งล้ำค่าและเป็นรางวัลสำหรับการล่า  บางทีกลุ่มนายทุนโควตายางก็ทำการตัดมือของชาวพื้นเมืองส่งให้คณะบริหารคองโกเพื่อแทนผลผลิตยาง ดังนั้นในคองโกมีการใช้มือของชาวพื้นเมืองแลกเปลี่ยนราวกับสกุลเงิน ว่ากันว่า หมู่บ้านที่ไม่ยอมส่งคนมาช่วยงานสวนยางจะถูกฆ่าเรียบ ยางพาราเป็นสาเหตุให้เกิดการทรมานชนพื้นเมือง ข้าราชการชั้นผู้น้อยมีการบรรยายถึงการลงโทษหมู่บ้านที่ประท้วง ว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งให้เรา “ตัดหัวผู้ชายแขวนไว้ที่รั้วหมู่บ้าน...และตรึงกางเขนผู้หญิงและเด็ก” ทหารพวกนี้ฆ่าผู้คนเพียงเพราะว่าพวกเขาไม่ได้ไปกรีดยางหรือนำน้ำยางมามอบให้ทางการ

ในที่สุดรายงานที่โหดร้ายนี้ก็เกินกว่าที่หลายประเทศจะเพิกเฉยได้อีกต่อไป และเริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2  ในที่สุดเสรีรัฐคองโกก็ถูกยกเลิก และมีการวางนโยบายใหม่เพื่อสิทธิมนุษยชน รัฐบาลเบลเยียมเข้ามายึดอาณานิคมคองโกไปจากมือของกษัตริย์ กษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2 สวรรคตในปี 1909 สิริพระชนมายุ 74 พรรษา 

.

อ้างอิง

* Forbath, Peter (1977). The River Congo: The Discovery, Exploration and Exploitation of the World's Most Dramatic Rivers. 

* Morel, E. D. (1904) King Leopold's Rule in Africa. London: William Heinnemann.

Netflix หยุดให้บริการในรัสเซีย แต่เปิดให้ทั่วโลกชมสารคดี การต่อสู้เพื่ออิสรภาพของยูเครน ฟรี



Netflix หยุดให้บริการในรัสเซีย แต่เปิดให้ทั่วโลกชมสารคดี การต่อสู้เพื่ออิสรภาพของยูเครน

ก่อนหน้านี้ ทาง Netflix ได้ประกาศระงับโปรเจกต์ทั้งหมดในรัสเซียชั่วคราว 

โดย Netflix มีออริจินัลคอนเทนต์ในรัสเซียที่อยู่ระหว่างการถ่ายทำ และถ่ายทำเสร็จแล้วทั้งหมด 4 เรื่อง

ซึ่งล่าสุด Netflix ก็ได้ขยายมาตรการคว่ำบาตร โดยประกาศหยุดการให้บริการทั้งหมดในรัสเซียแล้ว

หลังจากที่รัสเซียเดินหน้าโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง

โดยระบุเพียงสั้น ๆ ว่า “ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเราได้ตัดสินใจที่จะระงับการให้บริการในรัสเซีย”

แล้วการหยุดการให้บริการทั้งหมดนั้น กระทบผู้ใช้งานมากน้อยขนาดไหน ?

สำหรับ Netflix นั้น เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดรัสเซีย 

มีการเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2016 ซึ่งดำเนินการร่วมทุนกับ National Media Group กลุ่มสื่อยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย

ขณะที่จำนวนผู้ใช้งาน Netflix ในรัสเซียนั้น มีเพียง 1 ล้านบัญชี 

ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกที่อยู่ที่ 222 ล้านบัญชี

อีกทั้งยังมีรายงาน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Netflix ได้ประกาศว่า 

จะเปิดให้ผู้ใช้งานทั่วโลก ชมสารคดีเรื่อง Winter on Fire: Ukraine’s Fight for freedom ฟรีบน YouTube

โดยสารคดีดังกล่าว เป็นสารคดีบันทึกการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาวยูเครน ในปี 2013 - 2014 นั่นเอง

นับตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครน ทำให้เกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรม และผู้ลี้ภัยชาวยูเครนจำนวนมาก

ปัจจุบัน หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ต่างประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียแล้ว

โดยอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ก็มีทั้ง Disney ที่ประกาศระงับการเปิดตัวภาพยนตร์ทั้งหมดในรัสเซีย 

รวมถึง Pixar, Warner Bros, Sony, Paramount Pictures และ Universal ด้วยเช่นกัน

ในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ยังไม่มีท่าที ก็มีเสียงเรียกร้องให้ออกมาประกาศมาตรการคว่ำบาตร หรือยุติการให้บริการในรัสเซีย เช่น McDonald's และ PepsiCo 

ซึ่งทั้ง 2 บริษัท ก็ยังไม่ได้ออกมาตอบรับหรือปฏิเสธแต่อย่างใด

—---------------------------

อ้างอิง:

-https://www.cnbc.com/2022/03/06/netflix-suspends-service-in-russia.html

-https://variety.com/2022/digital/news/netflix-suspends-service-russia-ukraine-invasion-1235197390/

สั่งเด้งแล้ว! ตร.อำนาจเจริญฉาว เรียกรับเงินส่วนแบ่งจากแม่เด็ก 8 ขวบถูกรถทับดับ ลั่นเชือดวินัย-อาญา


 สั่งเด้งแล้ว! ตร.อำนาจเจริญฉาว เรียกรับเงินส่วนแบ่งจากแม่เด็ก 8 ขวบถูกรถทับดับ ลั่นเชือดวินัย-อาญา

วันนี้ ( 11 มี.ค.) จากกรณีที่ น.ส.ทิพาวรรณ มีบุตร แม่ของเด็กอายุ 8 ขวบ ที่ถูกรถเจ้านายทับจนเสียชีวิต เปิดเผยในรายการโหนกระแส ว่า คู่กรณีพยายามบอกว่าไม่ให้สู้คดี เพราะฝ่ายเขารู้จักคนเยอะ อีกทั้งลูกเขยก็เป็นตำรวจ ถ้าได้เงินประกันมา 1.5 ล้านบาท แล้ว ขอคืน 5 แสนบาท เพราะอ้างว่าค่าทำศพที่มาจัดให้ลูกของตนนั้นไปยืมคนอื่นมา ตนไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.ปลาค้าว จ.อำนาจเจริญ ตำรวจร้อยเวรดันบอกว่าจะซิกแซ็กทำคดีให้ ไม่อย่างนั้นแม่จะกลายเป็นผู้ต้องหาด้วยในข้อหาประมาทร่วมที่ไม่เลี้ยงดูแลลูก แต่ขอเงินค่าปากกา 1 แสนบาท และ ค่าเอกสารอีก 3 แสนบาท ซึ่งนางทิพาวรรณ ได้อัดคลิปเสียงไว้ นั้น

ล่าสุด พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภ.3 โฆษกตำรวจภูธรภาค 3 ได้ชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวถึง ร.ต.อ.ราชัน ไตรยขันธ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ปลาค้าว จ.อำนาจเจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ที่ได้ตกเป็นข่าว ในรายการโหนกระแส นั้น ในทางคดีจราจร ร.ต.อ.ราชัน ได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้อง นาย จำปา กาฬจันทร์ ผู้ต้องหาในคดีดั่งกล่าวในข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” และส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2565

ส่วนกรณีที่มีคลิปเสียงและการกล่าวถึง ร.ต.อ.ราชัน และกล่าวหาว่า มีการตกลงเรียกรับเงินกับทางผู้เสียหาย น.ส.ทิพาวรรณ มีบุตร มารดาของ ด.ช.อิทธิพล มีบุตร (ผู้เสียชีวิต)ทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้ทราบเรื่องและได้เร่งรัดสั่งการ ตำรวจภูธรจังหวัด (ภ.จว.) อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นหน่วยในสังกัดและเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ของ สภ.ปลาค้าว ดำเนินการดังต่อไปนี้

1. ภ.จว.อำนาจเจริญ ได้มีคำสั่งที่ 129/65 ลงวันที่ 10 มี.ค.2565 ให้ ร.ต.อ.ราชัน ไตรยขันธ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ปลาค้าว มาประจำ ศปก.ภ.จว.อำนาจเจริญ และตั้งคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

2.วันนี้ 10 มี.ค. 2565 พ.ต.ท.ทวีวัฒน์ บัวศรี รรท.สวญ.สภ.ปลาค้าว ได้เรียก นายจำปา กาฬจันทร์ มาเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทาง ตำรวจภูธรภาค 3 จะได้เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทุกฝ่าย และดำเนินการทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด

ฝันร้ายคนอยากมีบ้าน ราคาเหล็กพุ่ง 2 เท่า กระทบวงการก่อสร้าง บ้านอาจแพงขึ้นไปอีก

 


ฝันร้ายคนอยากมีบ้าน ราคาเหล็กพุ่ง 2 เท่า กระทบวงการก่อสร้าง บ้านอาจแพงขึ้นไปอีก 😱😱

#ในบ้าน แจ้งข่าวราคา "เหล็ก" ที่พุ่งขึ้นรวดเร็วไม่แพ้ราคาน้ำมันเลย

ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ราคาเหล็กในตลาดโลก และดัชนีราคาเหล็กจีน ปรับตัวขึ้นมากว่า 2 เท่า!!

โดยสาเหตุก็จะมาจากทั้งอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น การขาดแคลนสินค้า รวมไปถึงสงครามที่เป็นตัวเร่งราคา

ส่งผลให้ตัวแทนจำหน่ายเหล็ก ต้องปรับราคาแทบทุกเดือน จากที่ในอดีตเคยปรับราคาแค่ปีละครั้ง

ราคาเหล็กไทยก็เลยสูงขึ้นตามไป ยกตัวอย่างเช่น ราคาเหล็กเส้น จากเดิมเส้นละ 100 บาท เป็น 200 บาท 

ซึ่งราคาเหล็กที่แพงขึ้น ก็กระทบวงการก่อสร้างโดยตรง และจะทำให้ราคาสร้างบ้าน-ราคาบ้านใหม่ แพงขึ้นไปอีกราวๆ 10%

เช่น จากบ้านหลังละ 2,000,000 บาท ก็จะต้องใช้งบเพิ่มขึ้นอีกถึง 200,000 บาท 

และยังไม่หยุดเท่านั้น เพราะเหล็กและวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ยังมีแนวโน้มพุ่งขึ้นต่อ 

ซึ่งก็จะกลายเป็นฝันร้ายของคนที่อยากจะมีบ้านใหม่แน่ๆ 🥶🥶

'รัสเซีย’ เปิดฉากถล่ม ยิงจรวดใส่โรงพยาบาลคลอดบุตรใน เมืองมาริอูโปล ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งๆที่ประกาศหยุดยิงเปิดทางอพยพพลเรือน

 

‘รัสเซีย’ เปิดฉากถล่ม ยิงจรวดใส่โรงพยาบาลคลอดบุตรใน เมืองมาริอูโปล ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งๆที่ประกาศหยุดยิงเปิดทางอพยพพลเรือน

สถานการณ์ในยูเครน กลับมาทวีความตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อกองทัพรัสเซีย ได้ยิงจรวดถล่มโรงพยาบาลคลอดบุตร ที่ เมืองมาริอูโปล ‘ เกิดความเสียหายอย่างหนัก และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก 

การโจมตีครั้งนี้มีขึ้นทั้งๆ ที่รัสเซียเพิ่งจะประกาศหยุดยิงนาน 12 ชั่วโมงครั้งใหม่ ซึ่งฝ่ายยูเครนก็จะหยุดยิงด้วย เพื่อเปิดทางให้มีการอพยพพลเรือนออกจาก 6 เมืองใหญ่ ได้แก่ เคียฟ มาริอูโปล คาร์คิฟ ซูมี เอเนอร์โฮดา และ เชอร์นิฮิฟ แต่กลับเปิดฉากโจมตีที่เมืองมารีอูโปลขึ้น  

รายงานระบุว่า วอร์ดสำหรับดูแลเด็กเล็กของโรงพยาบาลแห่งนี้ ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และมีรายงานว่าเด็กจำนวนมากเสียชีวิตถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ขณะที่บริเวณด้านนอกโรงพยาบาล เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ซึ่งเกิดจกแรงระเบิด 

ด้านนาย วาดิม บอยเชงโก นายกเทศมนตรีเมือง มาริอูโปล กล่าวว่า ฝ่ายรัสเซียโกหกว่าจะหยุดยิงและเปิดทางให้อพยพ และว่า เมืองมาริอูโปล ถูกถล่มต่อเนื่องไม่เคยหยุดติดต่อมา 6 วันแล้ว ไม่มีใครสามารถออกจากหลุมหลบภัยได้เลย

นอกจากที่มาริอูโปลแล้ว ก็มีรายงานว่า รัสเซียยังเปิดฉากถล่มที่เมือง ซูมี และเมือง เอเนอร์โฮดา ด้วย ทำให้การอพยพพลเรือนต้องหยุดชะงักลง 

สหประชาชาติ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า มีพลเรือนกว่า 2 ล้านคนเดินทางลี้ภัยข้ามพรมแดนยูเครน นับจากรัสเซียเปิดฉากโจมตี

มหา'ลัย #ต้องปรับตัวอีกแล้ว ต่อไป เด็กจะเรียนที่ ม. ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กประจำที่ ม. นั้น สะสมหน่วยกิตที่เรียนจาก ม. ต่างๆ แล้วเอามา #แลกปริญญา



🏛👩‍🎓🎓 มหา'ลัย #ต้องปรับตัวอีกแล้ว ต่อไป เด็กจะเรียนที่ ม. ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กประจำที่ ม. นั้น สะสมหน่วยกิตที่เรียนจาก ม. ต่างๆ แล้วเอามา #แลกปริญญา

🏆🏅🎉 ตั้งแต่ท่านเข้ามาเป็น #รัฐมนตรี อุดมศึกษาฯ ผมนับผลงานของท่านไม่ทันเลยจริงๆ 

- 🎓 9 มี.ค.65 นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ขณะนี้ อว. กำลังเร่งดำเนินการจัดทำ #ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ เพื่อรองรับการพัฒนากำลังคนตลอดทุกช่วงวัย 🎁🎁🎁

- 🎓 ซึ่งก็จะทำให้วัยทำงานและวัยเกษียณสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงได้พัฒนาและเรียนรู้ทักษะใหม่ที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน เพื่อเอาไปต่อยอดในการทำงาน พัฒนาตนเอง ตลอดจนสามารถสะสมไว้เพื่อการศึกษาต่อในระดับต่างๆได้ 👷‍♀️👩‍🚀👮‍♀️👩‍🚒👩‍💼

- 🎓 ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาตินี้จะทำหน้าที่ในการรับฝากหน่วยกิตของผู้เรียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่เป็นใครก็ได้ที่เมื่อไปเรียนในหลักสูตรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หลักสูตรประกาศนียบัตร หลักสูตร Non Degree หรือหลักสูตรการฝึกอบรมทั่วไป ก็จะสามารถนำหน่วยกิตมาเก็บสะสมไว้ได้ในธนาคารกลางแห่งนี้

- 🎓 ทั้งนี้ เมื่อสะสมหน่วยกิตได้ถึงระดับหนึ่งจะสามารถได้รับใบประกาศนียบัตรความเชี่ยวชาญ หรือปริญญาบัตร 🎉🎊 เพื่อแสดงถึงการเป็นผู้มีความรู้และทักษะในด้านต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานและการทำธุรกิจต่อไป


🙏 Credit - https://www.thaipost.net/education-news/100635/

ตำรวจ ปคม. สอบสวน “ ครูพละหื่น “ ข่มขืนจนท้อง บังคับทำแท้ง 2 ครั้ง ถ่ายคลิปข่มขู่นาน 8 ปี อ้างดูแลศิษย์ รักเหมือนลูก


ตำรวจ ปคม. สอบสวน “ ครูพละหื่น “   ข่มขืนจนท้อง บังคับทำแท้ง  2 ครั้ง  ถ่ายคลิปข่มขู่นาน 8 ปี อ้างดูแลศิษย์ รักเหมือนลูก

หลังตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ วางแผนนำกำลังเข้าจับกุมนายนิมิตร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ครูสอนวิชาพละศึกษาของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร กรณีตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 366/2565 ลงวันที่ 28 ก.พ. 2565 ข้อหา “ พรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากผู้ปกครอง เพื่อการอนาจาร,พรากผู้เยาว์อายุกว่า15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีซึ่งมิใช่ภรรยา” ได้ที่ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์  จ.นครสวรรค์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา 

ล่าสุดวันนี้( 9 มีนาคม 65 ) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ ตึกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. และ ผบก.ปคม. ได้ร่วมซักถามผู้เสียหายและสอบปากคำผู้ต้องหาซึ่งเป็นครูพละ ที่ก่อเหตุข่มขืนนักเรียนหญิงอายุ 14  ปี และถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์เอาไว้ 

ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามีการถ่ายคลิปเด็กจริง และค้นรถพบโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวตามที่เด็กให้การไว้ว่าใช้ถ่ายคลิปข่มขู่  ซึ่งครูพละคนนี้เข้ามาดูแลเด็กหญิง ตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังจากที่แม่เสียชีวิต และให้เด็กเรียกว่าพ่อ อ้างว่ารักเหมือนลูก แต่สุดท้ายก่อเหตุลวงไปข่มขืนและถ่ายคลิปเอาไว้ จนถึงปัจจุบันอายุ 21 ปี โดยก่อเหตุมานานกว่า 8 ปี ใช้คลิปข่มขู่มาโดยตลอด แม้กระทั่งผู้เสียหายเรียนจบและย้ายไปอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯ และเคยข่มขืนจนท้อง ก่อนบังคับให้ทำแท้งมาแล้วถึง 2 ครั้ง ส่วนคลิปที่ถ่ายอ้างว่าเอาไว้ดูเพียงอย่างเดียว ขณะนี้ตำรวจกำลังสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อเตรียมขยายผล พิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่ม รวมถึงตรวจสอบว่า มีนักเรียนหญิงคนอื่นที่ตกเป็นเหยื่อ ด้วยหรือไม่ และคลิปที่ถ่ายไว้มีการนำไปส่งต่อ หรือเผยแพร่อีกหรือไม่


ภาพ : #วิชาญโพธิ

‘มานะ หงษ์ทอง’ เหยื่อกระสุนยาง คฝ. เสียชีวิตแล้ว

 🔥‘มานะ หงษ์ทอง’ เหยื่อกระสุนยาง คฝ. เสียชีวิตแล้ว 

จากกรณี ‘มานะ หงษ์ทอง’ ชายวัย 64 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางบริเวณศรีษะระหว่างการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 บริเวณแยกดินแดง ขณะที่กำลังเดินทางเข้าที่พักในแฟลตดินแดง กทม. โดยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีนับตั้งแต่นั้นมา

ล่าสุดเฟซบุ๊ก ‘ศรายุธ ตั้งประเสริฐ’ ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าวประชาไท รายงานความคืบหน้าว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2565 มานะ ได้เสียชีวิต หลังเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานกว่า 6 เดือน ซึ่งถือเป็นรายที่สอง ต่อจาก ดช. วาฤทธิ์ สมน้อย วัย 15 ปี ที่ถูกกระสุนจริงยิงออกจากฝั่ง สน. ดินแดง 

ที่มา

https://www.facebook.com/photo/?fbid=5193049217405854&set=a.211191062258386

สงครามจบแล้วหรือ ?!? หลังยูเครนกล่าวว่าไม่เข้าเข้าร่วมกลุ่ม​ NATO

 


สงครามจบแล้วหรือ ?!? หลังยูเครนกล่าวว่าไม่เข้าเข้าร่วมกลุ่ม​ NATO ก็ได้ทำให้ผ่าน 1 ในเงื่อนไขที่รัสเซียยื่นให้ 

ข่าวนี้ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกดีดขึ้นทันที Dow Jones Futures ดีดขึ้นมา +500 จุดแล้ว จากที่ติดลบอยู่เกือบ -500 จุดเมื่อต้นวัน 

ราคาทองคำและน้ำมันหล่นฮวบทันที ในขณะที่ Bitcoin ดีดขึ้นมาเหนือ 39,000 เหรียญเล็กน้อย 

#อย่างไรก็ตาม ทางรัสเซียยังคงมีเงื่อนไขอีก 3 ข้อที่ทางรัสเซียได้ยื่นให้ยูเครนเมื่อวานนี้ที่ต้องทำตาม ทำให้ยังต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ตลาดอ่านว่าเป็นสัญญาณที่ดีจึงเริ่มมีแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเข้ามาทันที

**[UPDATE]** เช้าวันที่ 9 มีนาคม - ตลาดหุ้นผันผวนหนัก ! ดัชนี S&P500 ปิดลบเกือบ -1% หลังจากที่ดีดขึ้นไปสูงถึง +2% เมื่อคืนนี้ !

ตลาดยังคงโฟกัสที่การแบนน้ำมันรัสเซียของสหรัฐอาจทำให้ความตึงเครียดสูงขึ้น ล่าสุดราคาน้ำมันดิบยังคงกลับมายืนเหนือ 130 เหรียญได้ ! 

ครม. ไฟเขียว ลดภาษีฯ น้ำมันผลิตไฟฟ้าเหลือศูนย์ นาน 6 เดือน ส่งผล “ค่าไฟ” ลด 1 – 1.5 บ./หน่วย



🚨 ครม. ไฟเขียว ลดภาษีฯ น้ำมันผลิตไฟฟ้าเหลือศูนย์ นาน 6 เดือน ส่งผล “ค่าไฟ” ลด 1 – 1.5 บ./หน่วย 

     ที่ประชุม ครม. (8 มี.ค. 65) อนุมัติการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล - น้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยให้จัดเก็บภาษีฯ ในอัตราศูนย์ จนถึงวันที่ 15 ก.ย. 65 (6 เดือน) เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน

     ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าจะลดลงประมาณ 1 – 1.5 บาทต่อหน่วย รวมถึงการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในภาคอุตสาหกรรมจะมีต้นทุนการผลิตที่ลดลงเช่นกันตามภาระค่าไฟที่ลดลง

แม่แตงโมเขียนจดหมายถึงทนาย ระบุ ขอทนายตั้มอย่ามาเกี่ยวข้องคดี

 


แม่แตงโมเขียนจดหมายถึงทนาย ระบุ ขอทนายตั้มอย่ามาเกี่ยวข้องคดี

คุณแม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ได้เขียนจดหมายถึงทนายความของตนเอง โดยได้ระบุข้อความดังนี้

"เรียนคุณกฤษณะ ทนายความคดีน้องแตงโม โดยคุณแม่เป็นผู้จ้างทนายกฤษณะดูแลเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว คุณแม่ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้ได้ว่าจ้างคุณกฤษณะผู้เดียวเป็นทนายความในคดีนี้ ทนายท่านอื่นไม่อนุญาตให้เข้ามาเกี่ยวข้องในกรณีใดทั้งสิ้น ทุกเรื่องเกี่ยวกับคดี เพราะท่านตำรวจได้ดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบอยู่แล้ว ท่านผู้บัญชาการท่านได้ดูแลให้คำแนะนำอยู่แล้ว คุณแม่มั่นใจในท่านตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวข้องเร่งคดี สอบถามใดๆ ทั้งสิ้น ให้ท่านทำงานให้เต็มที่นะคะ คุณแม่วิงวอนท่านทนายษิทราว่า ขออย่ามาเกี่ยวข้องคดีน้องโมไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น คุณแม่ไม่ได้จ้างทนายษิทราใดๆ ทั้งสิ้น"  


ลงชื่อ ภนิดา ศิระยุทธโยธิน


อุทาหรณ์​ !!❗เด็ก10เดือน​ เล่นปลั๊กไฟ​ก่อนถูก​ไฟ​ช๊อต​เสียชีวิต​ต่อหน้า​ ตาเเละยาย

 

อุทาหรณ์​ !!❗เด็ก10เดือน​ เล่นปลั๊กไฟ​ก่อนถูก​ไฟ​ช๊อต​เสียชีวิต​ต่อหน้า​ ตาเเละยาย

     วันที่​ 6​ มีนาคม​ 2565​ วันนี้เหตุเกิดที่บ้านหนองมะแซว​ ต.หนองมะแซว​ อ.เมือง​ จ.อำนาจเจริญ

    เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา​ อายุเพียง10เดือนเสียชีวิต​เพราะถูกไฟฟ้า​ช็อต

    โดยผู้เป็นยายเล่าให้เราฟังว่า​ น้องก็นั่งเล่นนอนเล่นตามปกติประสาเด็กทั่วไป​ เเต่ใกล้เคียง​กัน​นั้นมีปลั๊กไฟที่สภาพไม่สมบูรณ์​ เนื่องจากยายบอกว่ามันขาดเเละมีการตัดต่อเรียบร้อยเเล้ว​ 

   เเต่ไม่คาดคิดว่าหลานของตนนั้นจะหยิบสายไฟมาเล่นเเละนำมาใส่ปาก​ สายไฟที่สภาพ​ไม่สมบูรณ์​นั้นจึงทำให้กระเเสไฟฟ้า​ช๊อตเด็กน้อยคนนี้​ จนทำให้ถึงแก่ชีวิต​ต่อหน้าต่อตา​คุณ​ยายเเละคุณ​ตาเเต่พอได้เห็นก็ช่วยหลานไว้ไม่ทันเสียเเล้ว

      คุณ​หมอตรวจสภาพร่างกายของน้องพบว่ากระแสไฟฟ้า​ไม่ได้ผ่านตัวน้อง​ จึงทำให้กระเเสไฟฟ้านั้นเข้าสู่หัวใจจนเสียชีวิต

#ขอแสดงความเสียใจกับครัวน้องมา​ ณ​ ที่นี้ด้วยครับ

#การลงภาพทางมูลนิธิไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแต่อย่างใดเพียงแค่สื่อไว้ให้เป็นอุทาหรณ์แก่ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก​ให้ระมัดระวัง.​

ดิสนีย์ประกาศสร้างหมู่บ้านจัดสรรในชื่อ ‘Storyliving by Disney’ เพื่อให้แฟนๆ ได้ใช้ชีวิตในโลกของดิสนีย์อย่างเต็มตัว

 


ดิสนีย์ประกาศสร้างหมู่บ้านจัดสรรในชื่อ ‘Storyliving by Disney’ เพื่อให้แฟนๆ ได้ใช้ชีวิตในโลกของดิสนีย์อย่างเต็มตัว

สำหรับแฟนๆ ที่ชื่นชอบดิสนีย์ อาจไม่จำเป็นต้องออกจากโลกของดิสนีย์อีกต่อไป หลังดิสนีย์ประกาศแผนหมู่บ้านจัดสรรในสหรัฐฯ ที่จะนำความคิดสร้างสรรค์ภายใต้แบรนด์ของดิสนีย์มาแต่งเติมบรรยากาศในหมู่บ้านให้มีกลิ่นอายของดิสนีย์

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (16 ก.พ.) บริษัทวอลต์ดิสนีย์ประกาศแผนสร้างหมู่บ้านจัดสรรใหม่ภายใต้ชื่อ ‘Storyliving by Disney’ โดยจะมีการพัฒนาในหลายๆ ทำเลทั่วทั้งสหรัฐฯ และเริ่มเป็นที่แรกในบริเวณแรนโช มิราจ ที่หุบเขาโคเชลลาของแคลิฟอร์เนีย

ดิสนีย์แถลงว่า “หมู่บ้านจัดสรรเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกบ้านสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ทำตามความสนใจ และเขียนบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นให้กับชีวิต – ขณะที่อิ่มเอิบไปกับความใส่ใจในรายละเอียด สิ่งอำนวยความสะดวกที่เฉพาะตัว และสัมผัสแสนพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของดิสนีย์”

สำหรับโครงการแรกในแรนโช มิราจ มีชื่อว่า ‘โคติโน’ (Cotino) โดยจะมียูนิตที่อยู่อาศัยกว่า 1,900 ยูนิต ในพื้นที่ประมาณ 618 เอเคอร์ และเป็นทำเลที่วอลต์ ดิสนีย์เอง เคยมาสร้างบ้านพักอยู่ที่นี่

ภายในหมู่บ้านจะมีที่พักอาศัยหลายรูปแบบ ตั้งแต่บ้านเดี่ยวไปจนถึงคอนโดมิเนียม ล้อมรอบสระน้ำโอเอซิสขนาด 24 เอเคอร์ รวมถึงจะมีแบ่งโซนหมู่บ้านไว้สำหรับลูกบ้านที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะด้วย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางแบบมิกซ์ยูสที่จะเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าใช้งานผ่านบัตรเดย์พาสด้วย

แล้วบรรยากาศในหมู่บ้านจะเป็นอย่างไร? จากการแถลงของดิสนีย์ ก็คงไม่มีมาสคอตมิกกี้เมาส์หรือเจ้าหญิงมาต้อนรับ แต่จะเน้นบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเน้นทำกิจกรรมสร้างสรรค์กันมากกว่า โดยจะมีพนักงานของดิสนีย์ที่เรียกว่า ‘cast members’ มาคอยให้บริการในคลับที่จะจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมทางสุขภาพต่างๆ การทำอาหาร งานเสวนา รวมถึงกิจกรรมทางการกุศล เป็นต้น

สำหรับโครงการโคตินา ยังไม่มีการเปิดเผยราคาออกมา และดิสนีย์จะไม่ได้เป็นผู้สร้างหรือขายตัวบ้านโดยตรง แต่จะเป็นการร่วมมือกับบริษัทภายนอก ซึ่งในกรณีนี้คือ DMB Development ที่มีชื่อเสียงจากการพัฒนาหมู่บ้านจัดสรรในสหรัฐฯ

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ดิสนีย์ได้ลองบุกเบิกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่มีการวางแผนจะสร้างหลายๆ หมู่บ้านพร้อมๆ กันในสหรัฐฯ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อสร้างออกมาเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

อ้างอิงจาก

https://www.theverge.com/2022/2/16/22937210/disney-residential-communities-storyliving-cotino-planned-town

https://edition.cnn.com/travel/article/disney-storyliving-communities/index.html

https://thewaltdisneycompany.com/disney-launches-new-business-to-develop-residential-communities/


ด่วน ธนาคารใหญ่สุด ในรัสเซีย ใกล้ล้มละลาย เลิกกิจการในยุโรป หุ้นตก -94% ในวันเดียว

 

ด่วน ธนาคารใหญ่สุด ในรัสเซีย ใกล้ล้มละลาย เลิกกิจการในยุโรป หุ้นตก -94% ในวันเดียว

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา Sberbank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ได้มีการประกาศเลิกกิจการในยุโรป

โดย Sberbank ระบุว่าธนาคารกำลังถูกชาวยุโรปแห่เข้ามาถอนเงินกันเป็นจำนวนมาก รวมถึงปัญหาความปลอดภัยของพนักงานของธนาคารในต่างประเทศ จากความกังวลเรื่องสงครามยูเครนกับรัสเซีย

ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางแห่งสหภาพยุโรป ได้ออกมาเตือนว่า Sberbank มีแววที่จะล้มละลายในไม่ช้า ในเวลาต่อมาก็ได้มีการสั่งปิดสาขาของธนาคารในยุโรป และสั่งระงับการทำธุรกรรมกับ Sberbank แล้ว

เรื่องดังกล่าว ส่งผลให้วันนี้ หุ้นของ Sberbank ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีมูลค่าลดลงจากเมื่อวานนี้ -94% หรือ -99% เมื่อเทียบกับตอนต้นปี 

ในอีกความหมายก็คือ บริษัทแห่งนี้ แทบจะไม่เหลือมูลค่าอะไรแล้ว..

Reference

-https://www.reuters.com/business/finance/russias-sberbank-leave-european-market-face-cash-outflows-2022-03-02/


รื้อระบบบำนาญประเทศไทย รับมือ “เศรษฐกิจ-สังคม” สูงวัย


ระบบบำนาญชราภาพของประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปเพื่อเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และประชากรในทศวรรษที่จะมาถึง” นี่คือบทสรุปของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่ร่วมกับสหประชาชาติ และรัฐบาลไทย จัดทำรายงานวิเคราะห์ “ระบบบำนาญของไทย” พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อนำไปใช้สนับสนุนการหารือเชิงนโยบายระดับชาติว่าด้วยเรื่องบำนาญ

ระบบบำนาญชราภาพเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการให้ประชากรมีความมั่นคงทางรายได้ในปัจจุบันและอนาคต และยังจะมีความสำคัญต่อการพัฒนา “เศรษฐกิจผู้สูงอายุ” และยังเป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครองทางสังคมที่จะช่วยสนับสนุนครัวเรือนในการฟื้นตัวจากการชะงักงันทางเศรษฐกิจจากโควิด-19

แม้ระบบบำนาญของไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ด้วยโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่กำลังมุ่งสู่ระบบแบบ “ถ้วนหน้า” คืออย่างน้อยที่สุด ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีรายได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ประมาณ 40% ของแรงงานจ่ายเงินสมทบโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญชราภาพภายใต้ “กองทุนประกันสังคม” ซึ่งเป็นโครงการที่จะสามารถรับสิทธิประโยชน์ทางรายได้ที่เพียงพอ

อย่างไรก็ดี ระบบบำนาญชราภาพยังคงเผชิญกับความท้าทายอีกหลายประเด็นเกี่ยวกับความคุ้มครอง ความเพียงพอ ความยั่งยืนทางการเงิน และความสอดคล้อง

ความคุ้มครอง : โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้การประกันแบบถ้วนหน้า แต่แรงงานส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองจากโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญภายใต้กองทุนประกันสังคม เพราะโครงสร้างตลาดแรงงานจำนวนมากที่ทำงานส่วนตัว รวมทั้งการออกแบบระบบบำนาญแบบจ่ายเงินสมทบที่ไม่ได้ครอบคลุมแรงงานอีกจำนวนมาก

ความเพียงพอ : 1) “เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานของประเทศและมาตรฐานสากล (ประมาณ 600-1,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับอายุ) ถือเป็นจำนวนเงินที่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนของสากล

2) หลายปัจจัยที่จำกัดความเพียงพอของสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม โดยเฉพาะเพดานรายได้ของเงินสมทบ รวมถึงการจำกัดอายุเกษียณที่ต่ำ ลักษณะของสูตรคำนวณบำนาญ และข้อเท็จจริงที่ว่าสิทธิประโยชน์บำนาญไม่ได้คำนวณตามดัชนีเงินเฟ้อ หรือดัชนีค่าจ้างเมื่อผู้ประกันตนเกษียณอายุ

3) โครงการเงินออมต่าง ๆ เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ และมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม ให้สิทธิประโยชน์ที่ค่อนข้างต่ำ และยังมีการจ่ายเป็นเงินบำเหน็จ (จ่ายเงินก้อนครั้งเดียว) ซึ่งทำให้ความมั่นคงทางรายได้อยู่ในระดับที่จำกัด

ความยั่งยืนทางการเงิน : เงินบำนาญในประเทศไทยยังค่อนข้างต่ำ ถ้าเทียบกับมาตรฐานสากล ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องปรับโดยทันทีเพื่อรองรับการใช้จ่ายให้เหมาะสมและมีความเสมอภาคตามประชากรที่มีอายุสูงขึ้น ทั้งนี้ 2 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายปัจจุบันจัดสรรเป็นเงินบำนาญข้าราชการ และจำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเพื่อให้แน่ใจว่ายังคงมีความสมดุลของสัดส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของงบประมาณประเทศ

สำนักงานประกันสังคมจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนค่าคำนวณต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึง อายุเกษียณ และอัตราเงินสมทบ เพื่อให้แน่ใจว่าจะยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยประเทศอื่น ๆ ที่มีสถานการณ์คล้ายคลึงกันก็ดำเนินการปรับเปลี่ยนแล้วเช่นกัน

ความสอดคล้องเชิงนโยบาย : ระบบบำนาญไทยไม่สอดคล้องเชื่อมโยงกัน มีการแยกโครงการสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ออกจากกันเพื่อมุ่งเป้าไปยังแรงงานประเภทต่าง ๆ ทำให้ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการเคลื่อนย้ายและพลวัตของตลาดแรงงาน ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานเมื่อเกษียณอายุ

รายงานนี้จึงเสนอให้มีการพัฒนายุทธศาสตร์ที่กำหนดวิสัยทัศน์ “ระบบบำนาญหลายชั้น” (multi-tier pension system) กำหนดหน้าที่ การบริหารการเงิน และความสอดคล้องเชื่อมโยงระหว่างโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญต่าง ๆ และกำหนดแนวทางการปรับเปลี่ยนต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์ต่อการเปลี่ยนแปลงไปของตลาดแรงงานตลอดช่วงชีวิตของแรงงาน ILO ได้กำหนดรูปแบบของสิทธิประโยชน์ในแต่ละชั้นอย่างกว้าง ๆ ดังนี้

ชั้น 0 : ระบบบำนาญขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเสริมด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอื่น ๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาษี

ชั้น 1 : สิทธิประโยชน์ที่สัมพันธ์กับรายได้ ตามเงินบำนาญของกองทุนประกันสังคมที่ให้ครอบคลุมแรงงานมากขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนค่าการคำนวณอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความเพียงพอและความยั่งยืน

ชั้น 2 : การออมเสริมแบบบูรณาการ จากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ เพื่อกำหนดกรอบการออมของแต่ละบุคคลให้ชัดเจน สอดคล้องกัน

รายงานนี้ยังได้เสนอแนวทางการ “ปฏิรูประบบบำนาญ” ที่สามารถดำเนินการได้ในทันที โดยเน้นการสร้างความเพียงพอของเงินบำนาญ และสนับสนุนครัวเรือนในช่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 โดยเฉพาะการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพื่อให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังเสนอ “เลื่อน” การดำเนินโครงการกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ออกไปก่อน และกำหนดให้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบบำนาญอย่างเป็นระบบมากขึ้น

โดยมองว่า “ความเสี่ยง” ที่สำคัญของข้อเสนอของ กบช.ในปัจจุบัน คือ อัตราเงินสมทบที่ค่อนข้างสูง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการขึ้นอัตราเงินสมทบของกองทุนประกันสังคม ที่มีความจำเป็นต้องขึ้นเพื่อให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงในระยะยาว


เปิดใจ “ฮิปโป” พบข้อมูลสำคัญ!! “แตงโม” มีประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1ล้านบาท

 


ดราม่าวันนี้ เปิดใจ  “ฮิปโป” พบข้อมูลสำคัญ!! “แตงโม” มีประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1 ล้านบาท

ผู้รับผลประโยชน์คือ ลูกสาวแท้ๆของกระติก!!

รายการดราม่าวันนี้ (1 มีนาคม 2565)  ดำเนินรายการโดย  ต๊ะ-นารากร ติยายน ผลิตในนามบริษัท                            เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์และ ชินะ เอ็นเตอร์ไพร์ส โดยประเด็นในรายการ ยังตามติดการเสียชีวิตของ “แตงโม - ภัทรธิดา” ปริศนาที่ยังต้องหาคำตอบ

โดยสัมภาษณ์สดคุณแม่ “ภนิดา ศิริยุทธโยธิน” คุณแม่ของ “แตงโม” โม – อมีนา พินิจ , “ฮิปโป – ฉันท์ชนะ ยิ้มสาย” และ พล.ต.ต วิชัย สังข์ประไพ อดีตผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1

ต๊ะ : ฮิปโปพบอะไรที่พอจะเป็นหลักฐานเพิ่มเติม ที่จะเอาเป็นประโยชน์ได้บ้าง?

.

ฮิปโป : อย่างล่าสุดอันนี้แจ้งให้คุณแม่ทราบเลยนะคะว่า หนูพึ่งทราบมาเมื่อสักครู่นี้เลย คือว่าหนูเป็นครีเอทีฟรายการนึง แล้วในรายการจะมีการมอบประกันเกิดขึ้น ซึ่งวงเงินประกันอุบัติเหตุเงินสูงสุด 1ล้านบาท จากทิพยประกันภัย แล้ว ณ ตอนนี้ เค้าส่งชื่อมาแล้วค่ะว่า ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือ น้องอีสเตอร์ ลูกบุญธรรมอ่ะค่ะ

ต๊ะ : ลูกของคุณกระติกเป็นผู้รับผลประโยชน์ จากกรมธรรม์ ประกันชีวิตเป็นประกันอุบัติเหตุ 1ล้านบาท?

ฮิปโป : อันนี้เค้าบอก วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาทนะคะ เค้าแจ้งหนูมา คือทางหนูได้เช็คกับทางรายการเรียบร้อยแล้ว เพราะหนูเป็นครีเอทีฟรายการ ทางเจ้าของรายการแจ้งหนูมาว่า แตงโมมีประกันที่ทางรายการมอบให้ฟรีใน1ปีให้เค้า กลางรายการเลย สุดท้ายเค้าส่งรายชื่อมาว่าคือน้องอีสเตอร์

ต๊ะ : มีใครรู้บ้างเรื่องนี้?

ฮิปโป : น่าจะมีทางคุณแตงโม คุณกระติก เพราะตอนนั้นเค้าดูแลกันอยู่ เพราะว่ามันมอบเมื่อตอนช่วงเมษายนในรายการนี่ยังไม่ครบปีเลย ก็ยังคุ้มครองอยู่

คุณแม่ : คุณแม่ติดใจเรื่องนี้ละ เดี๋ยวคุณแม่จะไปเช็คเอง เพราะว่าเมื่อวานนี้ ฮิปโป พูดว่าไม่มีนะประกัน                  แต่ทำไมวันนี้ถึงเกิดมีขึ้น

ฮิปโป : คือหนูได้ทราบจากทางเจ้าของรายการ หนูขออนุญาตเอ่ยชื่อนะคะ พี่ธัญญ่า ธัญญาเรศ บอกว่าฮิปโปรบกวนแจ้งคุณแม่ด้วย ว่ารายการมอบประกันให้1ล้านบาท ซึ่งหนูก็ลืมไปแล้วด้วยนะคะ ว่าหนูเคยทำรายการนี้ เราก็นึกได้ว่า เออว่ะ ปกติดาราที่มารายการนี้ทุกคนจะได้ประกัน 1ล้านบาท แต่ผลประโยชน์เป็นใครเราไม่ทราบเลย เพราะจะอยู่ที่ดาราเซ็นว่าผู้ได้รับผลประโยชน์คือใคร ซึ่งเราก็ได้คุยกับทางรายการ เค้าก็รีเช็คมาว่า มันเป็นชื่อเด็กหญิง ซึ่งก็คือน้องอีสเตอร์

แม่ : แล้วยังไง เป็นชื่อน้องอีสเตอร์ได้ยังไงคะ?

ฮิปโป : อันนี้หนูไม่ทราบเลยค่ะ เพราะเค้าต้องเป็นคนเซ็นลายเซ็น

แม่ : เดี๋ยวคุณแม่จะไปตรวจสอบเรื่องนี้ คุณแม่มีสิทธิ์ที่จะร้องถอนประกันนี้ได้ คือมันไม่ถูกต้องแล้ว ลูกคุณแม่เสีย เพราะเงินก้อนนี้ใช่ไหม?

ต๊ะ : อันนี้ยังคะ ยังไม่สรุปอย่างนั้นไม่ได้นะคะคุณแม่


 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger