Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies

ภาพถ่ายในตำนาน ภาพ #เนบิวลานายพราน ที่ชัดเจนที่สุด


ภาพถ่ายในตำนาน ภาพ #เนบิวลานายพราน ที่ชัดเจนที่สุด 

 นี่คือภาพถ่ายเนบิวลานายพราน M42 จากกล้องถ่ายภาพ Advanced Camera for Surveys (ACS) ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล เมื่อปี พ.ศ. 2549 แสดงถึงมุมมองที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมาของเนบิวลานี้ นักดาราศาสตร์ใช้ภาพถ่าย 520 ภาพ ที่ถ่ายผ่านแผ่นกรองแสง 5 แบบ เพื่อสร้างภาพนี้ขึ้น และยังเพิ่มภาพถ่ายจากกล้องบนโลกเพื่อให้ครอบคลุมขนาดเชิงมุมเท่าดวงจันทร์เต็มดวง 

 เนบิวลานายพรานเป็นตัวแทนแห่งการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 1,500 ปีแสง ดาวฤกษ์มวลมากอายุน้อยที่ก่อร่างสร้างตัวตั้งแต่เป็นกลุ่มแก๊สเบาบาง รวมกันเป็นกลุ่มแก๊สหนาแน่น จนกระทั่งยุบตัวจุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่ใจกลาง และเปล่งแสงออกมา

เนบิวลานายพรานมีดาวฤกษ์สมาชิกมากกว่า 3,000 ดวง บางดวงก็ไม่สามารถมองเห็นได้ในช่วงคลื่นแสงที่ตามองเห็น เนื่องจากอยู่ในบริเวณที่เต็มไปด้วยฝุ่นและแก๊สอันหนาทึบที่สลับซับซ้อนราวกับว่าอยู่ในแกรนแคนยอน ในส่วนใจกลางของเนบิวลานายพรานเป็นดาวฤกษ์ที่มีอายุน้อยที่สุดในกาแล็กซีทางช้างเผือก กระจุกดาวนี้เรียกว่า “Trapezium” ที่มีดาวเรียงตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู รังสีอัลตราไวโอเลตจากดาวกระจุกนี้ได้เบิกโพรงแก๊สภายในเนบิวลาให้กระจายตัวออกไปเป็นวงกว้าง

แสงจ้าที่มุมบนซ้ายของภาพมาจากดาวฤกษ์ในเนบิวลา M43 เป็นบริเวณเล็ก ๆ ที่เรียกว่า “เนบิวลานายพรานขนาดจิ๋ว” เพราะมีดาวหลักเพียงดวงเดียวที่พ่นลมอนุภาคที่มีประจุ ปัดเป่าแก๊สและฝุ่นโดยรอบให้ขยายตัวออกไป

ดาวสีแดงจาง ๆ ด้านล่างของภาพคือดาวแคระน้ำตาลจำนวนมหาศาลที่กล้องจับภาพได้ครั้งแรก เป็นวัตถุอุณหภูมิต่ำที่มีขนาดเล็กเกินกว่าจะเป็นดาวฤกษ์ได้ เนื่องจากไม่สามารถจุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่ใจกลาง จึงมีแสงสว่างจางมากตามที่ปรากฏตามขอบเนบิวลา

เรียบเรียง : วทัญญู แพทย์วงษ์ - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.

อ้างอิง : https://www.nasa.gov/image-feature/a-peek-inside-the-orion-nebula

การกำหนดรายชื่อประเทศและพื้นที่ต้นทางที่อนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรสำหรับบุคคลประเภท (13) (เพิ่มเติมเป็น 63 ประเทศ/พื้นที่)



ประกาศศูนย์ปฏิบัติการมาตรการการเดินทางเข้าออกประเทศและการดูแลคนไทยในต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 30 ตุลาคม 2564 เรื่อง การกำหนดรายชื่อประเทศและพื้นที่ต้นทางที่อนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรสำหรับบุคคลประเภท (13) (เพิ่มเติมเป็น 63 ประเทศ/พื้นที่) 

 Notification of the Operation Centre for Measures on the Entry into and Departure from the Kingdom, and Protection of Thai Nationals Abroad Re: List of countries and territories permitted to enter the Kingdom of Thailand for Individuals under category (13) (revised to 63 countries/territories) 

 ที่มา : กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ

ตำรวจเตือน โพสต์ขาย "เบอร์ทอง-เบอร์เงินสด" เข้าข่ายผิดกกฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน หากถูกจับโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ


ตำรวจเตือน โพสต์ขาย "เบอร์ทอง-เบอร์เงินสด" เข้าข่ายผิดกกฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน หากถูกจับโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ 

จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับประเด็น โพสต์ขาย "เบอร์ทอง" เบอร์เงินสด หากถูกตำรวจจับโดนโทษตามจำนวนโพสต์ สูงสุดจำคุก 3 ปีหรือไม่ วันนี้ (29 ต.ค.2564) ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น "เป็นข้อมูลจริง"

โดยระบุว่า กรณีการโพสต์แชร์เรื่องราวเตือนภัยแก่ผู้ที่โพสต์ขาย "เบอร์ทอง" เบอร์เงินสด ซึ่งระบุว่าตนนั้นโดนหมายเรียกจากตำรวจ และเมื่อไปรับทราบข้อกล่าวหา มีการคาดโทษโดยคิดตามจำนวนโพสต์นั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลของเรื่องดังกล่าวว่า บุคคลดังกล่าวมีโทษตามที่กล่าวจริง 

 ซึ่งคดีนี้ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่า "จัดให้มีการเล่นหรืออุบาย ล่อ ช่วย ประกาศ โฆษณา หรือชักชวนให้เล่นการพนัน ทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน" 

 โดยได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหาให้มาพบยังที่ทำการของพนักงานสอบสวน ซึ่งเมื่อคดีนี้พนักงานอัยการยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อศาล จะมีอัตราโทษตาม พ.ร.บ.การพนัน ม.12 (1) คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

ทั้งนี้ประชาชนสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ได้ที่ https://www.khaopracity.go.th/.../doc.../a_250618_114236.pdf และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.royalthaipolice.go.th หรือโทร 1599

พบกับซากโครงกระดูกแมมมอธขนยาว (Woolly Mammoth) โดยบังเอิญ



ข่าวเก่าเล่าใหม่ ในปี 2015 ขณะ James Bristle เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองในมิชิแกน ได้ทำการขุดดินในไร่ เขาก็ได้พบกับซากโครงกระดูกแมมมอธขนยาว (Woolly Mammoth) โดยบังเอิญ 

หลังจากนั้นนักบรรพชีวินวิทยาจาก University of Michigan ได้เข้าไปกู้ซาก โดยพวกเขาพบทั้งกะโหลก งา กระดูกเชิงกราน และชิ้นส่วนอื่นๆ ของแมมมอธขนยาวที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ โดยคาดว่ามันมีชีวิตอยู่บนโลกเมื่อราว 15,000 ปีก่อน และจากการตรวจสอบซาก พวกเขาคาดว่าแมมมอธตัวดังกล่าวถูกฆ่าโดยมนุษย์ที่ใช้เนื้อเป็นอาหาร 

แมมมอธ เคยกระจายพันธุ์อยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะทวีปยุโรปและเอเชียเหนือ และอเมริกาเหนือ ก่อนที่จะหายไปเมื่อราว 11,700 ปีก่อน โดยก่อนหน้านี้มีการค้นพบซากแมมมอธในมิชิแกนแล้วกว่า 30 ตัว แมมมอธมีลำตัวและงาใหญ่กว่าช้างในยุคปัจจุบันมาก พวกเขามีสายสัมพันธ์ใกล้เคียงกับช้างเอเชียที่ยังดำรงเผ่าพันธุ์มาจนปัจจุบัน 

ทาง University of Michigan ได้นำซากดังกล่าวไปวิเคราะห์ และศึกษาเพิ่มเติม 

ที่มา https://alumni.umich.edu/michigan-alum/woolly-michigan-mammoth/

https://www.history.com/news/michigan-farmer-digs-up-woolly-mammoth-bones-in-field https://www.theguardian.com/us-news/2015/oct/02/farmer-finds-woolly-mammoth-michigan-field

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=924624048150977&set=a.109306036349453&type=3

สาวอุบลฯพบรักหนุ่มฝรั่ง ซินเดอเรลล่าเมืองไทย

วันนี้ทีมงาน Louis จะพาแฟนๆมาดูเรื่องราวความรักที่เป็น รักแท้ ของหญิงสาวบ้านๆ ที่ชีวิตเปลี่ยนกลายเป็นเลดี้เมืองไทยทันที เอาเป็นว่าเราไปตามกันเลยดีกว่าจ้า

หริ่น เนตรนภา แก้วแสงธรรม ยาเนซโกวา เธอเกิดที่จังหวัดอุบลฯมีพี่น้อง 4 คน เธอเป็นพี่สาวคนโต และมีน้องแฝดหญิงสามคน หลังจบมัธยมปลายเธอสอบติดคณะยอดนิยมที่ชื่นชอบ วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาหนังสือพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หลังเรียนจบก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เริ่มจากทำงานเป็นนักข่าวออนไลน์ยุคแรกๆ ของสื่อค่ายหนึ่ง ต่อมาออกมาทำหน้าที่บรรณาธิการสำนักพิมพ์แบรนด์เอจ และบรรณาธิการบริหาร เวิร์คพอยท์ แล้วก็ออกมาเป็นโกสต์ไรเตอร์ นักเขียนอิสระ

ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เธอได้พบรักแท้กับ ท่านเซอร์มาเร็ก อติลา ยาเนเชค บารอน วอน ดูด๊าซ ซึ่งมีหุ้นส่วนเป็นนักธุรกิจชาวไทย
โดยการพบกันในครั้งแรก ๆ นั้น เธอเล่าว่าต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่ถูกใจกัน ฝ่ายชายค่อนข้างจะชอบผู้หญิงที่ดูเรียบร้อย

ขณะที่ตัวเธอนั้นกระโดกกระเดก ไม่เรียบร้อย พูดจาโผงผาง แต่เพราะการไปเขียนหนังสือท่องเที่ยวที่ปราก ชื่อ ปรากในรอยหนาว จึงเป็นจุดหักเห ทำให้มีโอกาสได้ศึกษานิสัยกันและกัน จนกลายเป็นความรัก
พบกันครั้งแรกที่เวทีมวยราชดำเนิน ท่านเซอร์มาเร็กมาดูมวยไทย เนื่องจากชื่นชอบกีฬานี้เป็นพิเศษ และเป็นโปรโมเตอร์มวย นำนักมวยไทยไปชกโชว์ที่ยุโรปหลายประเทศ เช่น สเปน สาธารณรัฐเช็ก และเยอรมันนี

ตอนแรกที่เจอก็ไม่รู้สึกชอบเลย เพราะรู้สึกว่าเป็นคนขี้เก๊ก และดูหยิ่ง ๆ แต่ต่อมาเขาต้องการนักเขียน ก็เลยเชิญไปเขียนหนังสือท่องเที่ยวที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ไปเที่ยวที่นั่นสิบวัน กับเพื่อนช่างภาพ ทำให้มีโอกาสทำความรู้จักกันมากขึ้น 3 เดือนต่อมาก็ตกลงคบกัน อีกประมาณ 1 ปีก็หมั้นและแต่งงานกันเมื่อ 7 ธันวาคม 2550
เลดี้หริ่น เล่าอีกว่า ตอนแรกที่พบและคบหาดูใจกัน ช่วง 2 ปีกว่าๆ เธอไม่รู้เลยว่ามาเร็กมีฐานันดรศักดิ์อะไร คิดว่าเป็นเพียงฝรั่งที่ชอบมวยไทย และเป็นโปรโมเตอร์มวยธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น เพราะตลอดเวลาเขาไม่เคยแสดงตัว ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้สนใจในเรื่องยศศักดิ์อะไร จนกระทั่งแต่งงานแล้วถึงได้รู้
ก็มักมีคนบอกว่าหริ่นเป็นซินเดอเรลล่าเมืองไทย คงต้องบอกว่าไม่เป็นอย่างนั้นหรอกค่ะ ซินเดอเรลล่า

ต้องเป็นเจ้าหญิงตกยาก และมีแม่เลี้ยงใจร้าย แต่ตัวเองเป็นแค่คนทำงานธรรมดาเหมือนสาวออฟฟิศทั่วไป แล้วก็มีคุณแม่ใจดีด้วยค่ะ มีครอบครัวที่อบอุ่นพอสมควร
เมื่อถูกถามว่าชีวิตเปลี่ยนไปมากไหม เมื่อแต่งงานแล้วเป็นบารอนนิส หรือเลดี้ เธอบอกว่า ก็เปลี่ยนไปบ้าง แต่ไม่ได้เปลี่ยนตัวตนที่เป็นสิ่งสำคัญ เปลี่ยนเรื่องมีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยวไปตามประเทศต่าง ๆ ในยุโรป เพราะสามีสนับสนุนให้เขียนหนังสือท่องเที่ยว ถ้าไม่ว่างพาไปเองเขาก็ให้ผู้ช่วยพาไป เลยมีโอกาสได้ทำงานที่รัก ส่วนเรื่องชีวิตประจำวัน สามีก็ตั้งเงินเดือนให้ ก็พยายามใช้ให้อยู่ในปริมาณนั้น ไม่ให้เกิน ไม่พยายามใช้ของยี่ห้อดังถ้าไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นก็ไม่ให้เกินเงินเดือน เวลาอยู่ที่เช็กก็จะสบายหน่อย มีคนคอยดูแล

แต่อยู่เมืองไทย ก็ธรรมดาค่ะ ถ้าสามีอยู่ด้วยก็จะนอน กินอยู่ ในโรงแรม แต่ถ้าสามีไม่อยู่ จะไปนอนออฟฟิศที่ทำเป็นสำนักพิมพ์หนังสือ

อยู่ง่าย ๆ กินริมถนนเหมือนเดิม ชอบแบบนี้ด้วยค่ะ สบายดี ถามต่ออีกว่าพอเป็นเลดี้แล้วได้เจอเรื่องแปลกๆ ไหม เจ้าตัวเล่าว่า ก็มี เช่นมีคนพยายามเสนอขายที่ให้เป็นร้อยๆ ล้าน หรือมาขอเงิน หรือขอให้หาแฟนให้ ก็ต้องอุเบกขา วางเฉย แม้จะสงสาร แต่ต้องคิดว่าทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง เราเองก็ไม่ได้ดีกว่าคนอื่น มีทุกข์ มีปัญหาเหมือนกัน คนเรามันมีทุกข์กันคนละแบบ
โลกเปิดกว้างขึ้น เลยมีการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมหรือเชื้อชาติกันมากขึ้น มันไม่ใช่เรื่องแปลก ดีหรือไม่ดี อีกต่อไปแล้ว อยู่ที่เราเลือกคนดีหรือไม่ดีมากกว่า แต่ถ้าเราพยายามตั้งใจ คิดจะมองหาแต่สามีชาวต่างชาติ ทั้งที่ความรักเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ก็เหมือนวิ่งไล่ตามเงา ทุกอย่างก็จะไม่ราบรื่น เจอทุกข์ อาจเจอคนไม่ดี ไม่ใช่เนื้อคู่ที่ดีของเรา ปล่อยให้เป็นไปตามเบื้องบนกำหนดดีกว่า แต่จะอย่างไรก็ขอให้ทุกคนโชคดีในเรื่องของความรักนะคะ เป็นทิ้งท้ายจาก หริ่น เนตรนภา

ข้อมูลและภาพจาก Netnapa Janeckova / หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ทุบสถิติ 6 ไตรมาสติด! Tesla รายงานกำไร 5.3 หมื่นล้านบาท



UPDATE: ทุบสถิติ 6 ไตรมาสติด! Tesla รายงานกำไร 5.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แม้เจออุปสรรคอย่างการขาดแคลนชิปก็ตาม

Tesla ทำผลกำไรได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง แม้ว่าจะเจออุปสรรคต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขาดแคลนชิปและส่วนประกอบอื่น ปัญหาความติดขัดในการขนส่งทางเรือ และปัญหาไฟฟ้าดับในประเทศจีน เนื่องจากมีการใช้พลังงานในพื้นที่มากเกินไป

Tesla มีกำไรจากการดำเนินงาน 2.1 พันล้านดอลลาร์ หรือ 7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากที่รายงานครั้งก่อนในไตรมาสที่ 2 โดยมีรายรับต่อหุ้นที่ 17% ซึ่งดีกว่าตัวเลขที่คาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย Refinitiv นับเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันที่ Tesla ประกาศรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนั้นรายได้ของบริษัทยังเพิ่มขึ้น 15% เป็น 1.38 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 4.6 แสนล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์ประมาณการไว้

โดยเมื่อไตรมาสแรกของปีนี้ Tesla ทำกำไรจากการดำเนินงานถึง 1 พันล้านดอลลาร์ หรือ 3.3 หมื่นล้านบาท) และในส่วนของกำไรสุทธิในไตรมาส 3 นี้ Tesla ทำได้ถึง 1.6 พันล้านดอลลาร์ หรือ 5.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จากตัวเลขไตรมาสที่ 2 และเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

“อุปสรรคที่หลากหลาย ทั้งการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ ความติดขัดที่ท่าเรือ และปัญหาไฟดับในจีน ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการผลิตของโรงงานของเราให้ไม่สามารถผลิตได้อย่างเต็มกำลัง” บริษัทกล่าวในแถลงการณ์ “เรากำลังพยายามดำเนินการผลิตให้เต็มกำลังมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้ว่าการเติบโตของบริษัทจะเป็นเป้าหมายของเรา แต่การเติบโตต่างๆ ก็มักจะถูกกำหนดโดยปัจจัยภายนอกเป็นส่วนใหญ่” และจากการจัดประชุมรายปีของบริษัท อีลอน มัสก์ ประธานกรรมการบริหารของ Tesla กล่าวว่า ในขณะนี้เรากำลังจัดการกับปัญหาซัพพลายเชนของเราที่มีต้นทุนที่สูงขึ้น

ด้วยต้นทุนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง Tesla สามารถขึ้นราคารถยนต์ได้ และแม้ว่าจะมีการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากรถยนต์ไฟฟ้าคู่แข่ง จากผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิม เช่น Volkswagen, General Motors และ Ford แต่ Tesla ได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า สามารถทำยอดขายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับ 3 เดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 73% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

นอกจากนั้น Tesla กำลังขยายกิจการในไปใน 3 ทวีป อย่างโรงงานใหม่ที่ใกล้เสร็จแล้วในออสติน รัฐเท็กซัส และในเบอร์ลิน โดยในการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อต้นเดือนนี้ มัสก์กล่าวว่า จะย้ายสำนักงานใหญ่ Tesla ไปอยู่ที่ออสติน แต่ยังไม่ได้ให้รายละเอียดว่าจะย้ายไปเมื่อไร

Tesla มีการส่งมอบรถยนต์ 241,300 คันทั่วโลกในไตรมาสที่ 3 นี้ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของบริษัท โดยปัจจุบัน Tesla ผลิตรุ่น Model S, X, 3 และ Y ที่โรงงานในเมืองฟรีมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย และ Model 3 และ Y ที่โรงงานในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งกว่า 96% ของยอดขายในไตรมาสนี้มาจากรุ่น Model 3 และ Y ส่วนทางด้านโรงงานที่ใกล้จะสร้างเสร็จในออสติน จะใช้เป็นที่ผลิตรุ่น Model Y และ Cybertruck ที่กำหนดวางขายในปลายปีหน้า

นอกจากนั้นรายได้จาก Regulatory Credits หรือข้อกำหนดของทางสหรัฐฯ ที่กำหนดให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จะต้องมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าออกมาตามสัดส่วนที่กำหนด และหากไม่สามารถทำตามที่กำหนดได้ ก็จะโดนปรับเป็นจำนวนเงินมหาศาล ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายต้องมาขอซื้อเครดิตจากทาง Tesla โดยรายได้ตรงนี้อยู่ที่ 279 ล้านดอลลาร์ หรือ 9.3 พันล้านบาท ซึ่งลดลงจาก 354 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.1 หมื่นล้านบาท) เมื่อสามเดือนก่อน

นอกจากนั้นบริษัทยังรายงานการลงบัญชีด้อยมูลค่า (Impairment) ของ Bitcoin เพื่อไม่ให้บัญชีแสดงมูลค่าที่สูงเกินจริง โดยลงเป็นมูลค่า 51 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.7 พันล้านบาท

อ้างอิง: 
https://edition.cnn.com/.../bus.../tesla-earnings/index.html 
https://www.bloomberg.com/.../tesla-s-quarterly-revenue...

แจ้งปรับราคาน้ำมันขายปลีก มีผลพรุ่งนี้ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 05.00 น.

บางจากฯ ขอแจ้งปรับราคาน้ำมันขายปลีก ดังนี้

ไฮพรีเมียม ดีเซล S B7 ปรับเพิ่ม 60 สต.ต่อลิตร
ไฮดีเซล S B7 ปรับเพิ่ม 40 สต.ต่อลิตร
ไฮดีเซล S ปรับเพิ่ม 40 สต.ต่อลิตร
ไฮดีเซล B20 S ปรับเพิ่ม 40 สต.ต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 S EVO ปรับเพิ่ม 40 สต.ต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 S EVO ปรับเพิ่ม 60 สต.ต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 S EVO ปรับเพิ่ม 60 สต.ต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 S EVO ปรับเพิ่ม 60 สต.ต่อลิตร
มีผล 28 ต.ค. 64 เวลา 05.00 น.
ราคาขายปลีกในกรุงเทพมหานคร ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น กทม.
น้ำมันเชื้อเพลิง 5 สต.ต่อลิตร และ NGV 5 สต. ต่อ กก.

9 จังหวัดภาคอีสานอ่วม เสียหายกว่า 3 แสนไร่

9 จังหวัดภาคอีสานอ่วม เสียหายกว่า 3 แสนไร่

GISTDA ใช้ดาวเทียม COSMO-SkyMed-1 วันที่ 27 ตุลาคม 2564 ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่บางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ #มหาสารคาม #สุรินทร์ #ร้อยเอ็ด #ศรีสะเกษ #บุรีรัมย์ #ขอนแก่น #ยโสธร #กาฬสินธุ์ และ #นครราชสีมา รวมพื้นที่ความเสียหายกว่า 381,027 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำสายหลัก และที่อยู่อาศัยบางส่วน” ข้อมูลภาพจากดาวเทียมเหล่านี้ GISTDA จะส่งต่อให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบและที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการบริหารจัดการตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน การติดตาม การประเมินสถานการณ์ และการฟื้นฟูความเสียหายต่อไป

GISTDA ได้มีการดำเนินการวางแผนและปรับแผนรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง และสามารถตรวจสอบพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://flood.gistda.or.th

จีนยังไม่รอด! เจอโควิดระบาดรอบใหม่ในหลายมณฑล



จีนยังไม่รอด! เจอโควิดระบาดรอบใหม่ในหลายมณฑล

จีนเร่งตรวจเชิงรุก ยกเลิกเที่ยวบิน ปิดโรงเรียนในหลายพื้นที่หลัง Covid-19 ระบาดรอบใหม่

ทางการจีนสั่งยกเลิกเที่ยวบินในประเทศหลายร้อยเที่ยว รวมทั้งปิดโรงเรียน และเร่งตรวจคัดกรองเชิงรุกในประชาชนหลายพื้นที่ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19 รอบใหม่ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปหลายมณฑล จีนพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 5 วันติดต่อกัน โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ และอีก 1 เคสในกรุงปักกิ่ง

การระบาดรอบล่าสุดเชื่อมโยงกับสองสามีภรรยาสูงอายุคู่หนึ่งที่อยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เริ่มเดินทางในเซี่ยงไฮ้ก่อนจะบินไปยังมณฑลซีอานของมณฑลส่านซี มณฑลกานซู่ และเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน โดยเกือบครึ่งของผู้ติดเชื้อรายใหม่ 26 รายที่พบเมื่อวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมาล้วนเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับสองสามีภรรยาคู่นี้

อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าสามีภรรยาสูงวัยคู่นี้ติดเชื้อจากไหนและเป็นต้นตอของการระบาดรอบใหม่หรือไม่

หลังจากประวัติการเดินทางของสามีภรรยาคู่นี้เปิดเผย ทางการท้องถิ่นหลายแห่งสั่งตรวจคัดกรองเชิงรุกครั้งใหญ่ รวมทั้งขอให้ผู้ที่เคยเดินทางไปสถานที่เดียวกับที่ผู้ติดเชื้อเคยเดินทางไปไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและเข้ารับการตรวจหาเชื้อโดยเร็ว

ทางการเมืองเจียอวี้กวนทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู่ถึงกับสั่งตรวจหาเชื้อทั่วทั้งเมืองเป็นรอบที่ 2 หลังจากรอบแรกไม่พบผลบวก หลังมีรายงานว่าผู้ติดเชื้อรอบล่าสุดบางคนเพิ่งเดินทางเข้ามา เช่นเดียวกับพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ ที่นอกจากจะสั่งตรวจเชิงรุกแล้วยังสั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยว โรงเรียน สถานบันเทิงหลายแห่ง รวมทั้งยังสั่งล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ รวมทั้งในเมืองหลานโจวทางตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งมีประชากรราว 4 ล้านคนที่สั่งห้ามประชาชนเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่จำเป็น ขณะที่สนามบินในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยว โดย 2 สนามบินหลักในเมืองซีอานและหลานโจวต้องยกเลิกเที่ยวบินราว 60%

ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาตรการผ่อนคลายเพดาน LTV จากเดิมที่ 70 - 90% ปรับขึ้นมาเป็น 100% สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย


วันนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาตรการผ่อนคลายเพดาน LTV จากเดิมที่ 70 - 90% ปรับขึ้นมาเป็น 100% สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หวังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ LTV นั้นย่อมาจากคำเต็มว่า loan-to-value ratio หมายถึง อัตราส่วนสินเชื่อต่อราคาบ้าน ตัวอย่างเช่น หากบ้านราคา 2 ล้านบาท และกำหนดให้ LTV = 90% หมายความว่าเราจะกู้เงินเพื่อซื้อบ้านได้เพียง 1.8 ล้านบาท (90% x 2 ล้าน) และต้องวางเงินดาวน์อีก 2 แสนบาทสำหรับส่วนที่เหลืออีก 10% ของราคาบ้านนั่นเอง 
จึงทำให้หุ้นในกลุ่มอสังหาฯ พาเหรดกันบวกขึ้นมายกแผงเลย 

https://www.bangkokbiznews.com/business/967202 https://www.bot.or.th/.../ConsumerInfo/Topics/Pages/LTV.aspx

รูปเเบบการใช้งานสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า



ปัจจุบัน รูปเเบบการใช้งานสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบ คือ การอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบใช้สาย สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และ การอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบไร้สาย โดยแต่ละรูปแบบมีรายละเอียด ดังนี้ 
1) การอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบใช้สาย การอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบใช้สายเป็นรูปแบบการอัดประจุหลักที่ทุกประเทศทั่วโลกเลือกใช้ เนื่องด้วยมีความคุ้มค่าในการลงทุน มีประสิทธิภาพสูง และ สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีการจัดการพลังงานได้ โดยสามารถจำแนกการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบใช้สายตามระดับกำลังไฟฟ้าที่ใช้ได้เป็น 3 แบบ ดังนี้ 
1.1) การอัดประจุแบบช้าด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Slow Charge) เป็นการอัดประจุระดับ 1 (Level 1) ซึ่งเป็นรูปแบบการอัดประจุที่พื้นฐานที่สุดและถูกใช้มากที่สุดทั่วโลก แต่ไม่เหมาะกับการใช้งานในลักษณะของสถานีบริการเฉพาะหรือสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากใช้เวลาในการอัดประจุที่นาน 
1.2) การอัดประจุแบบปกติด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Normal Charge) เป็นการอัดประจุระดับ 2 (Level 2) สามารถอัดประจุด้วยกำลังไฟฟ้าสูงสุด 22 กิโลวัตต์ เหมาะสำหรับการอัดประจุในพื้นที่กึ่งสาธารณะที่ผู้ใช้ไม่รีบร้อนมากหรือต้องจอดรถไว้เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น ลานจอดรถ และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้ การอัดประจุในรูปแบบนี้สามารถดำเนินการได้ที่บ้านเช่นเดียวกัน 
1.3) การอัดประจุแบบเร็ว (Fast Charge) การอัดประจุแบบเร็วนั้น มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ การอัดประจุแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charge) การอัดประจุแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Fast Charge) ซึ่งทั้งสองรูปแบบสามารถทำการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าจนถึงระดับ 80% ภายในระยะเวลาอันสั้น อย่างไรก็ตาม เครื่องอัดประจุแบบเร็วมีความต้องการพลังไฟฟ้าที่สูง อีกทั้งยังมีราคาที่แพงกว่ามากอย่างมีนัยสำคัญในด้านการติดตั้งและด้านปฏิบัติการ จึงถูกใช้ในสถานีอัดประจุที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากและผู้ใช้บริการเหล่านั้นต้องการความรวดเร็ว 

2) สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping Stations, BSS) เป็นสถานีอัดประจุแบตเตอรี่ของยานยนต์ไฟฟ้าประเภทหนึ่งที่ดำเนินการโดยอัดประจุแบตเตอรี่ไว้ล่วงหน้าเพื่อรอการสับเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่มีค่าสถานะของประจุที่ต่ำกว่า การสับเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นวิธีการถ่านโอนพลังงานไฟฟ้าที่รวดเร็วกว่ามากแม้เทียบกับการอัดประจุแบบเร็วก็ตาม โดยทั่วไปการเปลี่ยนแบตเตอรี่ของยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กนั้นง่ายกว่ามากเมื่อเทียบกับยานยนต์ไฟฟ้าทั่วไป ผู้ขับขี่สามารถดำเนินการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตนเองได้ ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่นิยมใช้วิธีนี้คือ รถสองล้อไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า 

3) การอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบไร้สาย การถ่ายโอนพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่ในรูปแบบไร้สายจะทำให้เกิดความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอัดประจุแบบไร้สายในขณะที่ยานยนต์จอดอยู่กับที่ หรือจะเป็นการอัดประจุแบบไร้สายในขณะที่ยานยนต์กำลังเคลื่อนที่อยู่ก็ตาม

ได้เป็นประธาน "รัสเซล โครว์"ดาราฮอลลีวู้ดมากความสามารถ

#ได้เป็นประธาน "รัสเซล โครว์"ดาราฮอลลีวู้ดมากความสามารถ ได้ไปเยี่ยมสถานฑูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ก่อนกลับแม่บ้านที่กระทรวงได้มอบซองผ้าป่าสามัคคีให้หนึ่งซองโดยบอกว่าถ้าอยากได้เป็นประธานผ้าป่าสามัคคีก็ให้ใส่ซอง จำนวน 1,000 บาท ถ้ารองประธานก็ 500 ส่วนกรรมการก็ใส่ตามศรัทธา 20-100 บาท จากนั้น"รัสเซล โครว์"ได้ใส่ไป 1,000บาท พร้อมจรดอธิษฐานหลังปิดซองอยู่ประมาณ 5 นาที

สภาพอากาศวันนี้ ไทยยังเจอ "ฝน" กรมอุตุฯ เตือนหลายพื้นที่รับมือฝนตกหนัก



พยากรณ์อากาศวันนี้ (23 ต.ค.) ยังคงมีฝนตกหนักในภาคเหนือ กลาง ตะวันออก และใต้ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2564 ดังนี้ ลักษณะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว ประกอบกับมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนและอ่าวไทย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ในช่วงของฤดูฝนการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันมีน้อย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ขอขอบคุณ
ข้อมูล :กรมอุตุนิยมวิทยา
ภาพ :Sergey Gordienko / iStock

"โควิดวันนี้" ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์ "โควิด-19" ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2564 มีผู้ติดเชื้อใหม่ 9,742 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 74 ราย



ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์โรค "โควิด-19" ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2564 โดย จำนวนผู้ติดเชื้อ "โควิดวันนี้" 9,742 ราย

ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อ "โควิดวันนี้" สะสมอยู่ที่ 1,841,431 ราย (ติดเชื้อสะสมระลอกเดือน เม.ย. 2564 จำนวน 1,812,268 ราย) หายป่วยกลับบ้านเพิ่ม 10,182 ราย (หายป่วยสะสมระลอก เม.ย. 64 จำนวน 1,693,203 ราย) กำลังรักษา 101,803 ราย เสียชีวิตเพิ่มวันนี้ 74 ราย (รวมเสียชีวิตสะสม 18,699 ราย)

สำหรับสถิติตัวเลข ผู้ติดเชื้อ - ผู้เสียชีวิต จาก "โควิด-19" ในรอบสัปดาห์

- 16 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 10,648 ราย เสียชีวิต 82 ราย - 17 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 10,863 ราย เสียชีวิต 68 ราย - 18 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 10,111 ราย เสียชีวิต 63 ราย - 19 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 9,122 ราย เสียชีวิต 71 ราย - 20 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 8,918 ราย เสียชีวิต 79 ราย - 21 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 9,727 ราย เสียชีวิต 73 ราย - 22 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 9,810 ราย เสียชีวิต 66 ราย

พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 21 ตุลาคม 2564

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงระลอกใหม่อีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบนในวันนี้ (21 ตุลาคม 2564) หลังจากนั้นจะแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ในระยะต่อไป ประกอบกับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน อ่าวไทย และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย

เวลา 12:00 น.วันนี้ - 12:00 น.วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใตีฝั่งตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพและปริมณฑล

ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

กรมอุตุนิยมฯ เผย 21 - 23 ตุลาคม 2564 ตอนบนของไทยเจอฝน

ในช่วงวันที่ 21 – 23 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้ามาปกคลุมภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 23 - 27 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ มีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนลดลง ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง

5 วิธีลดพุง-ลดไขมันทั้งตัวฉบับเร่งด่วน ปลอดภัยและได้ผลจริง


ไม่ต้องอดข้าว ไม่ต้องโหมออกกำลังกาย ก็ลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยและได้ผล การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน แต่จริงๆ แล้วหากมีความตั้งใจ และปฏิบัติได้ถูกต้อง ก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด นอกจากจะได้รูปร่างที่สมส่วนสวยงามแล้ว ยังได้ร่างกายที่แข็งแรงเป็นของขวัญให้กับตัวเองอีกด้วย
แต่หากใครที่อ้วนมานานแล้วลืมไปเลยว่าเคยผอมมาก่อน ลองทำนู่นนี่แล้วไม่ได้ผลเสียที เรามีเคล็ดลับที่ง่ายและได้ผล (แต่ต้องตั้งใจทำจริงๆ) มาฝาก

5 วิธีลดพุง-ลดไขมันทั้งตัวฉบับเร่งด่วน ปลอดภัยและได้ผลจริง 

1. ลดแป้งและน้ำตาล หลายคนยังเข้าใจผิดอยู่ว่าที่เราอ้วนเพราะกินอาหารมันๆ และของทอด ซึ่งจริงๆ แล้วก็ถูกต้อง แต่ไม่ใช่แค่นั้น อย่ามองข้ามอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสีอย่างข้าวขาว ขนมปัง รวมถึงของหวานอย่าง เครื่องดื่มต่างๆ ที่ใส่น้ำตาลในปริมาณสูง และขนมต่างๆ ด้วย

หลักการทำงานง่ายๆ ของร่างกาย คือการที่เรากินแป้งและน้ำตาลเข้าไปเกินความจำเป็นของร่างกาย ร่างกายจึงนำแป้งและน้ำตาลที่เรากินเข้าไปมากเกินไป ไปสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายในรูปแบบของ “ไขมันส่วนเกิน” ที่อยู่ตามจ้นแขน ต้นขา พุง สะโพก ฯลฯ เพื่อเก็บสำรองไว้ใช้ในยามจำเป็น

วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ร่างกายถึงเอาไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมไว้ออกมาใช้ คือการลดการสะสมเพิ่มเติมของแป้งและน้ำตาล เมื่อถึงจุดที่ร่างกายรู้สึกถึงการได้รับแป้งและน้ำตาลน้อยลงกว่าปกติ ร่างกายจึงเริ่มดึงเอาไขมันส่วนเกินตามร่างกายต่างๆ มาใช้งานนั่นเอง

2. กินอาหารรวบมื้อ หากใครไม่เคยปล่อยให้ปากและกระเพาะอาหารว่างจากอาหารเกิน 2-3 ชม. เลย นั่นแหละ คือสาเหตุที่ทำให้คุณอ้วน ลองรวบมื้ออาหารเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างวันให้เหลือไม่เกินวันละ 3 มื้อดู ขนมขบเคี้ยว ผลไม้ต่างๆ ที่เคยหยิบมากินช่วงสายๆ บ่ายๆ หรือก่อนนอน ให้รวบไปกินพร้อมกันหลังมื้ออาหารหลักอย่างมื้อเช้า กลางวัน หรือมื้อเย็นแทน ลดการกินจุบจิบระหว่างวันลง เท่านี้ก็ช่วยให้ร่างกายได้พักจากการรับอาหาร และย่อยอาหารได้แล้ว

3. กำหนดเวลาหยุดกิน หลังจากที่เราพยายามรวบมื้ออาหาร ไม่กินมื้อเล็กมื้อน้อยพร่ำเพรื่อแล้ว การปล่อยให้ช่วงเวลาหนึ่งของร่างกายเข้าสู่ภาวะ “อด” บ้าง ก็ช่วยให้ร่างกายดึงพลังงานไขมันสะสมในร่างกายมาใช้ได้ด้วย หลายคนอาจจะคุ้นหูว่านี่คือวิธีในการทำ IF (Intermittent Fasting) คือการกำหนดช่วงเวลาในการกินอาหาร-งดมื้ออาหาร สูตรเวลาที่เป็นที่นิยมกันคือ 16/8 หมายถึง กินอาหารได้ 8 ชั่วโมง งดมื้ออาหารไป 16 ชั่วโมง โดยเราสามารถเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราได้ (แต่แนะนำให้เป็นช่วงเวลาที่ตรงกับนาฬิกาของร่างกาย คือกินในช่วงที่ควรกิน งดในช่วงที่ควรงด)

ยกตัวอย่างเช่น สูตร 16/8 กินอาหารได้ตั้งแต่ 10.00-18.00 น. หรือใครที่ตื่นเช้าอาจจะเป็น 9.00-17.00 น. (แต่ไม่แนะนำให้กินในช่วงที่ควรนอน เช่น กินในช่วง 22.00-6.00 น. เพราะไม่ตรงกับนาฬิกาชีวิต ช่วงเวลาที่ควรนอน ก็ควรนอน)

หากใครที่ทำสูตรเวลา 16/8 แล้วทนหิวไม่ไหว จะเริ่มจาก 12/12 ก่อนก็ได้ เช่น กินอาหารได้ในช่วง 8.00-20.00 น. เท่านั้น (แปลว่างดกินมื้อดึกหรืออาหารก่อนนอน) จากนั้นค่อยๆ ขยับเวลา เพิ่มเวลาในการ “งด” อาหารให้นานขึ้น ขยับเวลาในการกินให้สั้นลงทีละชั่วโมงๆ เท่านี้การงดมื้ออาหารในช่วงเวลาหนึ่งๆ ก็จะง่ายขึ้น เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาเอาไขมันส่วนเกินในร่างกายมาใช้เป็นพลังงานระหว่างวันนั่นเอง

4. สร้างกล้ามเนื้อ ปริมาณมวลกล้ามเนื้อในร่างกายเป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งชี้ว่าร่างกายของเราเผาผลาญพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน หากมีมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น ร่างกายก็จะเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น เมื่อเรากำจัดไขมันส่วนเกินไปออกไปได้แล้ว การสร้างมวลกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง การที่ร่างกายของเรามีมวลกล้ามเนื้อแน่นขึ้น จะช่วยให้เราเมื่อเรากลับไปกินอาหารเหมือนเดิม จะไม่กลับไปอ้วนง่ายเหมือนแต่ก่อน เพราะเราจะเริ่มมีกล้ามเนื้อ และระบบเผาผลาญพลังงานที่ดีนั่นเอง

การจะสร้างกล้ามเนื้อให้ดี เราควรกินโปรตีนให้เพียงพอ เช่น เนื้อสัตวไขมันต่ำ นม ไข่ และออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อ อะไรก็ได้ที่เล่นแล้วรู้สึกปวดตึงกล้ามเนื้อ ยกน้ำหนัก สควอช แพลงกิ้ง ครันช์ ฯลฯ

5. ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ แม้ว่าเราจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่าเราควรออกกำลังกาย 30-45 นาทีขึ้นไป เพื่อให้ลดน้ำหนักอย่างได้ผล แต่อันที่จริงแล้ว เราอาจแบ่งเวลาเป็น 15 นาทีเวทเทรนนิ่ง 15 นาทีคาร์ดิโอได้ หากคุณทำตามข้อ 1-4 จนได้น้ำหนักที่ใกล้เคียงกับที่ต้องการ (น้ำหนักปกติ ไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป) ร่างกายของคุณเริ่มคุ้นชินกับการดึงเอาพลังงานไขมันสะสมมาใช้แทนพลังงานจากอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลที่เคยได้แล้ว การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเพียง 10-15 นาทีก็ช่วยให้คุณลดน้ำหนักอย่างได้ผลและปลอดภัยได้แล้ว

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่แนะนำ ได้แก่ เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอโรบิก และอื่นๆ ที่ทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อย เหงื่อออก ใจเต้นเร็วขึ้น

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :หมอหนึ่ง : Healthy Hero

ภาพ : iStock

13 พฤติกรรมดีๆ ในชีวิตประจำวัน ที่ช่วย “ชะลอความแก่”


“แก่” พูดเบาๆ ก็เจ็บ เชื่อว่าหลายคนคงทราบอายุของตนเองดีว่าตนเองอาจจะไม่ใช่เด็กๆ หรือไม่ใช่วัยหนุ่มสาวแล้ว แต่ก็รู้สึกแสลงหูทุกครั้งที่ได้ยินคนบอกว่าตัวเราแก่ และจะยิ่งรู้สึกโกรธจนควันออกหูมากขึ้นไปอีก หากมีคนทั่วไปมองว่าเราดูแก่เกินวัย ทั้งที่อายุจริงๆ ของเรายังอยู่ในวัยหนุ่มสาวด้วยซ้ำไป นั่นแหละ เราต่างก็รู้ตัวเองดี แต่ไม่ชอบให้ใครมาย้ำอะไรซ้ำๆ เหมือนแทงใจดำแบบนี้ อ อย่างไรก็ดี ไม่ว่าอายุจริงของคุณจะอยู่ในวัยที่ตัวเลขมากๆ หรือจะเป็นวัยกลางๆ วัยหนุ่มสาว ก็คงไม่มีใครที่อยากจะดูแก่เกินกว่าอายุขึ้นไปอีก ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะดูเด็กลงอีกสักหน่อย หรืออยากจะขอแก่ให้ช้าลงอีกสักนิด พูดง่ายๆ ก็คือ อยากจะควบคุมร่างกายตัวเองไม่ให้ได้รับผลกระทบจากวัยที่เพิ่มมากขึ้นในทุกวันนั่นเอง
ถ้าคุณอยากจะแก่ให้ช้าลง ลองมาดูพฤติกรรมดีๆ ที่ช่วย “ชะลอความแก่” กันหน่อยดีกว่า ไม่ยาก เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ ที่คุณสามารถทำในชีวิตประจำวันได้

1. การทำสมาธิ การทำสมาธิได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำให้สมองของคนเราเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้จริง โดย Sara Lazar นักประสาทวิทยาแห่ง Harvard Medical School และ Massachusetts General Hospital ได้ศึกษาเกี่ยวกับโดยการสแกนสมองของผู้ที่ทำสมาธิ พบว่าคนที่นั่งสมาธิมาเป็นเวลานาน มีสสารสีเทาในเยื่อหุ้มสมองส่วนที่ควบคุมการได้ยินและประสาทสัมผัสเพิ่มขึ้น Lazar ระบุว่าที่มันเพิ่มขึ้นนั้น มาจากการเอาใจใส่และมีสติอยู่กับการหายใจ เสียง และสิ่งเร้าอื่นๆ ระหว่างการทำสมาธิ

นอกจากนี้ Lazar ยังพบสสารสีเทาในเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำและการตัดสินใจ จากผู้ทำสมาธิในวัย 50 ปี พวกเขามีสสารสีเทาในเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า ปริมาณเท่ากันกับที่พบในคนอายุ 20 ปี ทั้งที่เยื่อหุ้มสมองนั้นจะเสื่อมสภาพลงเมื่อคนเราอายุมากขึ้น นั่นสิ แล้วทำไมคุณไม่รวมการฝึกสมองนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณล่ะ?

2. เพิ่มกิจกรรมการเล่น อย่าเอาแต่จริงจังอย่างเดียว หาเวลาที่เป็นเวลาเล่นของคุณด้วย ถ้าคุณต้องการเพิ่มกิจกรรมการเล่น ลองพวกเกมฝึกสมองดูก็เป็นตัวเลือกที่ดี มีการศึกษาที่พบว่าการฝึกสมองอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ ในการทดลองทางคลินิกในกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 56-71 ปี แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้มารับการฝึกสมอง และการอบรมด้านความรู้ความเข้าใจ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่เป็นกลุ่มควบคุม จากนั้นวัดการทำงานของสมอง

โดยนักวิจัยพบว่า ผู้ที่อยู่ในกลุ่มฝึกสมองและการอบรมความรู้ความเข้าใจนั้น มีศักยภาพในการตอบสนองของสมองกลีบหน้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุม ซึ่งหมายความว่าสมองของพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำงานหนักมากในเวลาที่สมองอาจกำลังทำงานอย่างหนัก จากการวิจัยนี้ นักวิจัยพยายามหาวิธีควบคุมศักยภาพของสมองของผู้ที่มีอายุมากขึ้นเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป

3. ทำตัวยุ่งให้มากกว่าเดิม พูดง่ายๆ ก็คือ พยายามหาอะไรทำ ดีกว่านั่งอยู่ว่างๆ เฉยๆ อย่างการใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว จะทำให้คุณไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองแตกแยกออกจากครอบครัวเมื่ออายุมากขึ้น หรือจะลองไปเป็นอาสาสมัคร ก็เป็นวิธีที่ดีในการแก้เหงา ในขณะเดียวกันก็ได้ช่วยเหลือคนอื่นด้วย หรือถ้าคุณมีคนรัก กิจกรรมสานความสัมพันธ์แนบแน่นใกล้ชิดก็ช่วยได้ การมีเพศสัมพันธ์ด้วยความรักสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะเพิ่มช่วยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในผู้ชายและสามารถลดอายุจริงของคุณได้เกือบ 3 ปีแน่ะ! เมื่อคนอื่นจะทายอายุคุณ

4. เพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย ความยืดหยุ่นของร่างกายคนเราจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น แล้วนำไปสู่การเปราะ แตก หักง่ายมากกว่า อย่างไรก็ดี National Academy of Sports Medicine กล่าวว่าการวางแผนเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย (แบบที่เป็นระบบและก้าวหน้าทันสมัย) สามารถช่วยให้คุณมีความคล่องตัวเพิ่มมากขึ้นแม้อายุจะมากแล้ว แล้วคุณรู้ไหม ว่าการที่คุณออกไปโดดแดด รับวิตามินดียามเช้าเพียงไม่กี่นาทีในทุกวัน ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้แล้ว

5. อย่าละเลยการเข้าสังคม เพราะความเหงาสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคุณได้ ที่สำคัญคือ มันมีผลกระทบลงไปถึงระดับของยีนในร่างกายเลยด้วยซ้ำไป และอาจถึงกับทำให้อายุสั้นลงด้วย มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นโทษของการอยู่คนเดียว ว่าอาจส่งผลเสียต่อเทโลเมียร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ DNA อยู่ที่ส่วนท้ายของโครโมโซม โดยมันจะสั้นลงทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว โดยที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ได้นานอีกแค่ไหน โดยเทโลเมียร์ที่ยาวขึ้นจะสัมพันธ์กับการแก่ตัวที่ช้าลง โรคภัยไข้เจ็บที่เกี่ยวข้องกับอายุจะน้อยลง ทำให้ผลลัพธ์โดยทั่วไปคือจะมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น

มีการศึกษานกแก้วสีเทาแอฟริกันที่ถูกกักขังให้อยู่ตามลำพัง พบว่ามีเทโลเมียร์ที่สั้นกว่านกแก้วที่อาศัยอยู่กับฝูงนกตัวอื่นๆ นอกจากนี้ก็ยังมีการศึกษาที่กลายมาเป็นหลักฐานสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่าการแยกตัวออกจากสังคมและปัจจัยกดดันอื่นๆ อาจเป็นอันตรายต่อเทโลเมียร์ของคนเรา โดยมีผลให้เทโลเมียร์สั้นลง นอกจากนี้ความเหงายังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า ความบกพร่องทางสติปัญญา โรคหัวใจ และภาวะร้ายแรงอื่นๆ ที่คล้ายกับโทษของโรคอ้วนและการสูบบุหรี่ ฉะนั้น อย่าละเลยการเข้าสังคม หมั่นพบปะกับเพื่อนฝูง หรือพาตัวเองไปอยู่ในสังคมบ้าง

6. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจของคุณเท่านั้น แต่ยังช่วยให้กล้ามเนื้อของคุณแข็งแรงขึ้นด้วย เพราะการออกกำลังกายช่วยชะลอความเสื่อมถอยของสุขภาพเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ที่อาจจะค่อยๆ สูญเสียประสิทธิภาพลงไปพร้อมกับอายุที่มากขึ้นและความชรา

7. พิถีพิถันเรื่องการกินอาหาร อาหารที่ไม่ผ่านการขัดสีจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้มากกว่า โดยช่วยให้คุณได้รับสารอาหารที่จำเป็นในรูปที่ยังคงคุณค่าทางอาหารได้ดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำตาลทรายขาว (ที่ผ่านกระบวนการขัดสีจนขาวบริสุทธิ์) เพราะการบริโภคน้ำตาลทรายขัดสี สามารถเชื่อมโยงกับโรคภัยต่างๆ เช่น โรคเบาหวานและโรคอัลไซเมอร์ ได้

8. นอนหลับให้เพียงพอ เป็นเรื่องปกติที่รูปแบบการนอนของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อเราอายุมากขึ้น และนี่อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนที่มีอายุมากขึ้นกลับพักผ่อนได้ไม่เพียงพอเท่าที่ควร เฉลี่ย 6 ชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้นในคืนหนึ่ง ฉะนั้น คุณควรมีวิธีการที่จะช่วยเรื่องการนอนหลับ เช่น ลดการบริโภคคาเฟอีนลง จัดวางเครื่องนอนหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่จะช่วยให้เราพักผ่อนได้มากตามต้องการ ในขณะที่การออกกำลังกายเพื่อหวังจะให้ร่างกายรู้สึกล้า จะได้นอนหลับได้ง่ายขึ้นเป็นวิธีที่น่าสนใจ แต่อย่าออกกำลังกายในช่วงที่ใกล้กับเวลานอนมากเกินไป ไม่ฉะนั้น คุณจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก

9. ผ่อนคลายความเครียด ความเครียดเป็นสาเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มากมาย โดยความเครียดเรื้อรังที่ไม่ได้รักษา อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า โรคหัวใจ และภาวะร้ายแรงอื่นๆ โรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้อาจทำให้ช่วงเวลาในชีวิตของคุณหายไปหลายปีเลย เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยให้ความเครียดเข้าครอบงำร่างกายและจิตใจจนเกินเยียวยา และรักษาไม่ทัน

ลองใช้เทคนิคการผ่อนคลายความเครียดแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับตัวเอง เช่น เล่นโยคะหรือการทำสมาธิ ซึ่งทั้ง 2 วิธีได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าลดระดับความเครียดได้ หรือจะลองรำไทเก๊ก ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่ช่วยรักษาได้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต คือ เพิ่มความสมดุล ความมั่นคงของร่างกายผู้สูงอายุ พร้อมๆ กับการลดความเครียดและคลายความวิตกกังวล

10. พิจารณาอาหารเสริม แม้ว่าคุณจะกินดีอยู่ดี และค่อนข้างมั่นใจว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี แต่คุณก็อาจขาดสารอาหารบางอย่างหรือได้รับไม่เพียงพอจากการกินอาหารตามปกติ โดยเฉพาะเมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณจำเป็นต้องได้รับสารอาหารบางประเภทมากกว่าที่เคยได้รับในช่วงวัยหนุ่มสาว เพื่อให้เป็นผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดี โดยมีอาหารเสริมจำนวนหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคได้ เช่น น้ำมันปลา ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

11. ดื่มให้เป็นยา จริงๆ แล้ว การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล HDL ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะไวน์แดงที่อาจมีฤทธิ์บำรุงหัวใจ เทียบเท่าเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเภทชาเขียวและกาแฟ ส่วนในชากาแฟ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการต่อต้านอาการเจ็บป่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอายุ

การศึกษาชิ้นหนึ่งในปี 2013 พบว่าผู้ที่ดื่มชาเขียว 4 แก้วต่อวัน มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองลดลงเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ค่อยดื่มชาเขียว เนื่องจากสารประกอบแคทีชิน (catechins) ในชาเขียว ที่ช่วยควบคุมความดันเลือดและปรับปรุงการไหลเวียนเลือด

12. ให้สมองได้ทำงานบ่อยๆ เมื่อคุณอายุมากขึ้น การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงไปทุกวันตามอายุที่มากขึ้น สมองของคุณก็เช่นกัน มันจะค่อยๆ เสื่อมลง แต่คุณรู้ไหมว่าสมองของคุณนั้นสามารถรักษาตัวเองได้ หากคุณพยายามบริหารสมอง ให้สมองได้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ถึงคุณจะอายุมาก สมองของคุณก็จะยังเฉียบอยู่ ฉะนั้น ถ้าคุณหมั่นเล่นเกมฝึกสมอง หรือทำอะไรก็ได้เพื่อกระตุ้นให้สมองได้ทำงานอยู่ตลอด จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงที่คุณจะกลายเป็นคนชราความจำเสื่อมลงได้มากทีเดียว

13. ดูแลผิวพรรณของตัวเอง ผิวของคุณบอกได้ว่าคุณอายุเท่าไร ซึ่งถ้าคุณไม่เคยดูแลผิวพรรณเลยทั้งผิวหน้าและผิวกาย ผลคือคุณจะดูแก่กว่าอายุจริง! สภาพผิวที่ขาดการดูแล ทำให้คุณแก่ก่อนวัย และเกินวัยไปมากทีเดียว จนทำให้คนอื่นๆ ทายอายุคุณผิดไปมาก ดังนั้น แม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับความสวยงามเท่าไรนัก แต่คุณควรดูแลผิวพรรณแบบพื้นฐาน เช่น ใช้ครีมกันแดดเพื่อป้องกันริ้วรอยและจุดด่างดำก่อนวัยอันควร ใช้ครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ ดื่มน้ำให้มากขึ้น และ…ถ้าคุณสูบบุหรี่ ขอแนะนำให้คุณเลิก เพราะยิ่งรวมกับปัจจัยอื่นๆ การบุหรี่ทำให้คุณดูแก่กว่าวัยมาก

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :Eat This, Not That!

ภาพ :iStock

"ไข่ต้ม" ที่รอบไข่แดงเป็นสีเขียวอมเทา อันตรายต่อสุขภาพหรือไม่


มีใครเคยกินไข่ต้ม หรือต้มไข่กินเองแล้วเจอรอบๆ สีแดงมีสีเทาอมเขียวบ้างไหม เคยสงสัยหรือไม่ว่าเป็นสีของอะไร แล้วปลอดภัยต่อร่างกายหรือไม่
TrueNews Health มีคำตอบจาก เพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากกัน

กรณีมีการแชร์คลิปรายการทีวีภาษาจีน ที่ทำการต้มไข่ด้วยเวลาต่างกัน แล้วอันที่ต้มไปนานกว่า 10 นาทีนั้น พอผ่าออกมา พบว่าส่วนไข่แดงเริ่มมีสีเขียวหุ้มทั้งหมด พิธีกรในรายการก็บอกว่า เป็นไข่ต้มที่อันตราย ก่อมะเร็งได้? ทำเอาคนตกใจกันใหญ่ เพราะหลายคนก็เคยเจอ เคยกินไข่แบบนี้

อย่าตกใจครับ มันไม่ได้อันตรายแต่อย่างไร

"ไข่ต้ม" ที่รอบไข่แดงเป็นสีเขียวอมเทา อันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ สีเขียวที่เห็นขึ้นเป็นชั้นรอบไข่แดงต้มนั้น ไม่ใช่ความผิดปกติของไข่ แต่เกิดจากการที่เราต้มไข่นานเกินไป จนทำให้ ธาตุซัลเฟอร์ (กำมะถัน) และไฮโดรเจนตามธรรมชาติในไข่ขาว ทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นไฮโดรเจนซัลไฟด์ขึ้น แล้วไฮโดรเจนซัลไฟด์นี้ไปทำปฏิกิริยากับธาตุเหล็กตามธรรมชาติในไข่แดง เกิดเป็นสารประกอบสีเขียวอมเทา ชื่อ เฟอรัสซัลไฟด์ (ferrous sulfide) หรืออีกชื่อคือ ไอรอนซัลไฟด์ (iron sulfide) ซึ่งไม่ใช่สารอันตราย หรือ ก่อมะเร็ง อย่างที่ว่าแต่อย่างไร

วิธีต้มไข่ให้ไข่แดงสีสวย ไม่มีสีเทาอมเขียว

วิธีการหลีกเลี่ยงการเกิดสารสีเขียวนี้ คือการต้มไข่ไม่ให้นานเกินไป และให้ไปแช่น้ำเย็นทันที จะหยุดการเกิดปฏิกิริยาได้

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :เพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาพ : iStock

8 นิสัย คนที่ “สุขภาพดี” เขามีกิจวัตรประจำวันดีๆ อะไรบ้าง


เราทุกคนต่างต้องการสุขภาพที่ดีมีชีวิตที่ยืนยาว แต่จะมีกี่คนกันที่จะคอยเช็กว่า “กิจวัตรประจำวัน” ที่ทำอยู่นั้นช่วยให้คุณเป็นคนที่มีสุขภาพดีเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างยืนยาวมากน้อยเพียงใด
ดังนั้น มาตรวจสอบนิสัย 8 ข้อต่อจากนี้กันดีกว่าคุณมีติดตัวหรือไม่ เพราะนิสัยเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดี

1. คนสุขภาพดีจะเข้านอนเวลาสี่ทุ่ม ไม่มีอะไรทำร้ายร่างกายได้มากไปกว่าการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพออีกแล้ว และการนอนหลับนั้นจะต้องเป็นการนอนที่ได้คุณภาพในเวลา 7-8 ชั่วโมง ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวว่า การเข้านอนในช่วงเวลาระหว่าง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืนนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนครบตามชั่วโมงที่ต้องการ และเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและได้ผลออกมาเป็นอย่างดี

2. คนสุขภาพดีมักจะหายใจลึกๆ การทำสมาธิหรือการหายใจลึกๆ ช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายทั้งสองรูปแบบ การหายใจลึกๆ ทั้งเข้าและออกอย่างเป็นจังหวะที่ดีนั้น จะช่วยลดความเครียด ลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ ทั้งหมดนี้คุณไม่จำเป็นต้องหายใจลึกๆ ติดต่อกันทั้งวัน เพียงแต่ทำให้ได้อย่างน้อยวันละ 10 นาที ในช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง-บ่ายสามโมงเย็น การหายใจลึกๆ จะช่วยในการกระตุ้นฮอร์โมนเพื่อช่วยให้คุณได้ตื่นและนอนอย่างเป็นเวลา

3. คนสุขภาพดีจะมีสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อื่น คนที่มีสุขภาพดี จะมีสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อื่น จะรู้สึกมีความสุขกับเรื่องง่ายๆ รอบตัว และเหนืออื่นใดจะมีร่างกายที่แข็งแรง ทั้งนี้การได้ใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัว กับเพื่อนสนิท ล้วนแล้วแต่เป็นการคลายความเครียดอย่างหนึ่ง และนั่นคือจุดสำคัญที่ทำให้คนสุขภาพดี มีใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยเสมอ

4. คนสุขภาพดีมักจะชอบกินถั่วหรืออัลมอนด์ ถ้าคุณสังเกตดีๆ จะเห็นว่าคนสุขภาพดีส่วนใหญ่ไม่ค่อยกินขนมจุบจิบ แต่จะกินถั่วหรืออัลมอนด์เป็นของว่าง ซึ่งประโยชน์ของถั่วหรือเมล็ดอัลมอนด์ นอกจากจะเป็นของขบเคี้ยวเพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักได้แล้ว ยังดีต่อระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย ดีต่อสุขภาพของสมองช่วยในเรื่องของความจำ ดังนั้นคนที่กินถั่วหรืออัลมอนด์เป็นประจำ มักจะมีสุขภาพที่ดี และไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องขับถ่าย

5. คนที่สุขภาพดีมักจะรู้ว่าการนั่งเฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์ ทุกคนรู้ดีว่าการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้พวกเขามีสุขภาพที่แข็งแรง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้ายิมและออกกำลังจนเป็นนิสัย แต่คนที่สุขภาพดีรู้ดีว่า การนั่งนานๆ ก็ไม่ส่งผลที่ดีต่อตนเอง การเดินไปมาในที่ทำงานเพื่อผ่อนคลาย หรือใช้บันไดแทนลิฟต์ ก็สามารถทำให้คุณไม่เป็นคนเฉื่อยแฉะ นั่งอ้วนรากงอกอยู่กับเก้าอี้ได้เช่นกัน

6. คนสุขภาพดีส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนอารมณ์ดี รู้หรือไม่ว่าเวลาที่คุณหัวเราะก็สามารถเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายได้ เพราะการหัวเราะในแต่ละครั้งนั้น เท่ากับเป็นการปลดปล่อยความเครียด และทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขอย่างเอนดอร์ฟินออกมา มีรายงานทางสุขภาพในปี 2014 ระบุไว้ว่า เมื่อผู้สูงอายุได้ชมภาพยนตร์ตลกนั้น พวกเขาจะมีความเครียดลดลง และทำให้ความทรงจำดีขึ้น

7. คนสุขภาพดีมักจะทำอาหารกินเอง การทำอาหารกินเองนั้นจะทำให้คุณได้กินอาหารที่มีสารปรุงแต่งน้อยลง และทำให้คุณได้ควบคุมจำนวนไขมัน โปรตีนที่เกินความต้องการ ได้กินผักมากขึ้น ควบคุมขนาดของอาหารให้พอดีกับที่ร่างกายต้องการ แต่ถ้าคุณไม่ได้มีเวลาที่จะมานั่งทำอาหารเอง ก็จงอย่าได้เป็นคนที่ติดปากกับคำว่า “กินอะไรก็ได้” ขอให้วางแผนทุกครั้งในการจะกินอาหารแต่ละมื้อ วางแผนในการสั่งอาหาร หรือแม้กระทั่งวางแผนในการซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต

8. คนสุขภาพดีมักจะออกไปนอกบ้านหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง การออกไปนอกบ้าน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง จะทำให้ให้ร่างกายได้รับวิตามินดีจากแสงแดด ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูกและสภาพจิตใจ มีรายงานทางสุขภาพในปี 2015 พบว่าผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจะมีโอกาสเป็นไข้ต่ำกว่าคนที่อยู่ในเมืองและเดินตามท้องถนน ดังนั้นการได้ออกไปใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง จะช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจของคุณ ให้เป็นคนสุขภาพดีได้ตลอดช่วงอายุขัยเช่นกัน

ขอขอบคุณ

ภาพ : iStock

ด่วน! ยอด โควิด-19 วันนี้ พบติดเชื้อเพิ่ม 11,276 ราย เสียชีวิต 112 ราย ATK อีก 3,209 ราย


วันนี้ (14 ต.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า
ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 11,276 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อใหม่ 11,142 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 134 ราย ยอดติดเชื้อรวมระลอกเมษายน 1,722,841 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 1,751,704 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 112 ราย เสียชีวิตสะสม 18,029 ราย หายป่วยเพิ่ม 10,407 ราย หายป่วยสะสมระลอกเมษายน 1,598,324 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 107,925 ราย

ติดตามข่าวสารและสถานการณ์ COVID-19 ได้ที่นี่ รายละเอียดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 11,276 ราย มีดังนี้

1.ผู้ป่วยรายใหม่ จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 10,413 ราย

2.ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 677 ราย

3.จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 134 ราย

4.เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State Quarantine 52 ราย

หมายเหตุ : จะมีการอัปเดตข้อมูลอีกครั้ง เมื่อเวลา 12.30 น. จากการแถลงของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)

ขอขอบคุณ

ภาพ :แฟ้มภาพจาก Lillian SUWANRUMPHA / AFP

สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม47จว. อีสาน-ตะวันออกโดนเต็มๆ


สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนฤทธิ์พายุ “คมปาซุ” ฝนถล่ม 47 จังหวัด อีสาน-ตะวันออก ตกหนักร้อยละ 80 ของพื้นที่ เสี่ยงท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก

วันที่ 14 ต.ค.2564 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุโซนร้อน “คมปาซุ” บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 16 ต.ค. 2564

อนึ่ง พายุโซนร้อน “คมปาซุ” บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 230 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (14 ต.ค. 64) และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ส่วนฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในช่วงของฤดูฝนการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันมีน้อย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.วันพรุ่งนี้

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ขอบคุณ

ที่มา กรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุดีเปรสชัน“ไลออนร็อก” ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2564


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"พายุดีเปรสชัน“ไลออนร็อก”
ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2564

เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (10 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อน“ไลออนร็อก” บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามแล้ว และได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. พายุนี้มีศูนย์กลางอยู่เมืองไฮดอง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 21.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 106.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศกำลังแรง ในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนมากทางตอนบนของภาค

อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง

2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ประกาศ ณ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 17.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 23.00 น.


(ลงชื่อ) ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์

(นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์)

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

7 วิธีเลี้ยงลูกให้ สนิทกับลูก อยากสนิทกับลูกทำยังไงดี?


คุณพ่อคุณแม่ทุกคนนั้นล้วนแล้วอยากสนิทกับลูกๆ ของตัวเอง เพราะเวลาที่เราได้เห็นครอบครัวอื่นๆ ที่พ่อเเม่ลูกมีความสนิทสนมกันนั้นก็รู้สึกว่าน่ารักและดูอบอุ่นดี วันนี้เราจึงมีวิธีเล็กๆ น้อยๆ มาแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนเพื่อที่จะได้สนิทกับลูกมากขึ้น 
1. ทำกิจกรรมด้วยกันประจำ 
คอยหาอะไรทำด้วยกัน อาจจะเป็นการเล่นเกม ทำอาหาร ดูหนังด้วยกันในครอบครัว เพราะการทำกิจกรรมต่างๆนั้นทำให้ได้ใช้เวลาร่วมกัน บางครอบครัวถึงกับมีการกำหนดกิจกรรมในทุกอาทิตย์ โดยการให้คนในครอบครัวแชร์กันว่าในแต่ละอาทิตย์นั้นอยากไปทำอะไร ที่ไหน แล้วให้ลองโหวตกันดูว่าอยาก ไปเที่ยวที่ไหน นอกจากจะได้ใช้เวลาร่วมกันกับลูกๆ ยังได้ความสนุกกับการช่วยกันเลือกอีกด้วย 

2. การแสดงความรัก 
คุณพ่อคุณเเม่ทุกคนนั้นรักลูกแน่นอนอยู่แล้ว เเต่การแสดงออกถึงความรักจะยิ่งทำให้ลูกๆ มั่นใจว่าตัวเขาเองเป็นที่รัก ของครอบครัว การบอกรักกันในทุกๆวันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อย่าอายที่จะบอกรักลูก หรือการกอดก็เป็นอีกหนึ่งการแสดงความรักที่ดีมากๆ จงยืนยันความรักให้ลูกได้เห็นและรับรู้สม่ำเสมอ แล้วมันจะกลายเป็นความผูกพันกันระหว่างพ่อแม่กับลูก 

3. เล่าสู่กันฟังภายในครอบครัว 
เป็นอีกวิธีที่ทำให้ครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันได้ ไม่ว่าใครจะมีเรื่องอะไรก็เล่าให้ฟังกัน เจอเหตุการณ์อะไรมาจากที่ทำงานหรือที่โรงเรียน กลับบ้านก็ลองมานั่งคุยกัน บางทีเราอาจได้เห็นอีกมุมมองของลูกก็ได้ อย่าคิดว่าเรื่องของเด็กก็คือเรื่องของเด็ก เเละเรื่องของผู้ใหญ่ก็คือเรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น

4. เข้าอกเข้าใจพวกเขา 
ในบางสถานการณ์คุณพ่อคุณเเม่อาจคิดไม่ตรงกับลูกบ้าง เพราะช่วงวัยที่แตกต่างกัน เเต่การเป็นครอบครัวเดียวกันนั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องมีความคิดหรือไลฟ์สไตล์แบบเดียวกันเสมอไป อย่าลืมว่าลูกไม่ใช่ตัวเรา อยากให้ยอมรับในตัวตนที่เขาเป็น เเละเข้าใจว่าทุกคนมีความเเตกต่างกัน เพราะยังไงก็เป็นครอบครัวเดียวกันอยู่ดี 

5. เป็นที่ปรึกษาที่ดี 
เมื่อพวกเขารู้สึกไม่สบายใจเวลาเจอเหตุการณ์อะไรมา เด็กๆ มักต้องการคนรับฟัง ถ้าหากพวกเขาได้เล่าให้คุณพ่อคุณเเม่ฟังได้ เขาจะมีความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจว่าสามารถเชื่อใจคนๆ นี้ได้ ซึ่งเมื่อลูกเล่าอะไรให้ฟังก็ไม่ควรไปตัดสินว่าดีหรือไม่ดี เเค่รับฟังเขา ทำความเข้าใจ เเละค่อยๆ แนะนำพวกเขาไปทีละนิด 

6. การเป็นต้นแบบที่ดี 
พฤติกรรมที่คุณพ่อคุณแม่แสดงออกมาให้ลูกๆ ได้เห็นนั้น มีความสำคัญมาก หากคุณพ่อคุณแม่ใช้คำพูดที่แย่ไม่น่าฟัง ลูกๆ จะสังเกตและนำพฤติกรรมเหล่านั้นไปใช้ และนั่นอาจจะทำให้พวกเขารู้สึกไม่อยากเข้ามาสนิทกับคุณพ่อคุณแม่ได้ ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะแสดงพฤติกรรมที่ดีให้พวกเขาได้เห็นและเป็นแบบอย่างที่ดีให้เขา 

7. ควบคุมอารมณ์ของตัวเอง 
เมื่อลูกๆ ทำให้โกรธหรือโมโห คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้สติเป็นอย่างมาก แสดงให้เขาเห็นถึงความใจดี ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ หากลูกๆ ผิดต้องใช้สติในการตัดสิน หรือลงโทษในบางครั้ง 

ขอขอบคุณ 
 ข้อมูล :Wararin 
 ภาพ :iStock

ศบค.พบผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้ (6 ต.ค.) เพิ่ม 9,866 ราย เสียชีวิต 102 คน


วันที่ 6 ต.ค.2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน เบื้องต้นมีผู้ป่วยใหม่ 9,866 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 45 ราย ราย ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 8,797 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 1,008 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 16 ราย

หายป่วยกลับบ้าน 10,115 ราย หายป่วยสะสม 1,514,344 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมระลอกเดือนเม.ย.2564 จำนวน 1,638,234 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 102 ราย ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 108,022 ราย ทั้งนี้ ศบค. จะแถลงรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง

ด่วน โควิดวันนี้ ศบค. รายงานสถานการณ์เบื้องต้นพบผู้ป่วยใหม่ 9,866 ราย เศร้า ติดเชื้อเสียชีวิต 102 ราย

สภาพอากาศวันนี้ ฝนกระหน่ำ 32 จว.เสี่ยงจม จับตาพายุ 2 ลูก


"มรสุม" กำลังแรงปกคลุมไทย ทำฝนตกหนักกระทบ "กลาง-ตะวันออก-ใต้" 32 จังหวัดเตรียมรับมือ-ฝนกระหน่ำ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก-สะสม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก "อันดามัน-อ่าวไทย" คลื่นสูง 1-2 เมตร ช่วงนี้ขอประชาชนติดตามข่าวจากกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 64 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 6-11 ต.ค.64 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำประเทศจีน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ส่วนฝุ่นละอองขนาดเล็ก-หมอกควัน ในช่วงของฤดูฝนมีการสะสมน้อย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 น.วันนี้ ถึง 06:00 น.วันพรุ่งนี้ 

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 5-15 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ขอบคุณ
ที่มา : ไทยรัฐ


ผักและผลไม้อบกรอบถือเป็นอาหารว่างที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน มีกรรมวิธีการผลิตโดยการนำผักและผลไม้ไปผ่านกระบวนการแปรรูปให้แห้งด้วยการแช่เยือกแข็ง (Freeze Dry) หรือทอดแบบสุญญากาศ เพื่อรีดน้ำออกจึงได้ผักและผลไม้สดที่แห้ง กรอบ และเก็บรักษาได้นานขึ้น 
แต่บางกระแสก็กล่าวว่า ผักผลไม้อบกรอบ อาจไม่ใช่อาหารเพื่อสุขภาพมากขนาดนั้น เพราะกระบวนการความร้อนต่างๆ ทำให้วิตามินและเกลือแร่ในผักผลไม้หายไปจนเกือบหมด เหลือไว้เป็นเพียงขนมขบเคี้ยวทานเล่นเท่านั้น

ผักผลไม้อบกรอบ มีประโยชน์จริงหรือไม่? 

เป็นเรื่องจริงที่วิตามินและเกลือแร่ส่วนใหญ่ถูกทำลายไปผ่านกระบวนการทำที่ผ่านความร้อนสูง แต่ ผศ. นพ.นริศร ลักขณานุรักษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่า ผักผลไม้อบกรอบยังมีประโยชน์อยู่บ้าง เพราะการอบกรอบผ่านความร้อน เป็นการแปรรูปที่ทำให้ผักและผลไม้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดคงเหลืออยู่ และที่ยังคงอยู่คือเส้นใยอาหารที่ยังคงมีอยู่มากเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นตัวเลือกให้ผู้ที่ไม่ชอบรับประทานผักและผลไม้สดสามารถรับประทานได้ง่ายอีกด้วย

วิธีเลือกกินผักผลไม้อบกรอบให้ดีต่อสุขภาพ 

1.  ควรเลือกซื้อผักและผลไม้อบกรอบที่แปรรูปด้วยการแช่เยือกแข็ง (Freeze Dry) หรือทอดแบบสุญญากาศ เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำมันตกค้างจากการทอด 
2. ควรเลือกซื้อผักและผลไม้อบกรอบที่มีฉลากแสดงคุณค่าทางโภชนาการและผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเลือกชนิดผักและผลไม้อบกรอบที่ให้พลังงานต่ำและมีเส้นใยอาหารสูง เช่น ผักใบเขียว บรอกโคลีแคร์รอต กระเจี๊ยบเขียว 
3. ควรรับประทานผักและผลไม้อบกรอบหลากหลายชนิด เน้นผักหลากสี เพื่อให้ได้สารอาหารหลากหลายร่วมกับรับประทานอาหารหลักให้เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีน เช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ นมไขมันต่ำ หรือถั่วต่างๆ

ข้อควรระวังในการกินผักผลไม้อบกรอบ 

1. ไม่ควรรับประทานผักและผลไม้อบกรอบมากเกินไปในแต่ละวัน เนื่องจากอาจได้รับพลังงานมากเกินไปได้ โดยเฉพาะผักและผลไม้ชนิดที่ให้พลังงานสูง 
2. ไม่ควรรับประทานผักและผลไม้อบกรอบที่มีปริมาณเกลือ น้ำตาล หรือผงปรุงรสมากโดยสังเกตได้จากฉลากโภชนาการข้างบรรจุภัณฑ์ 
3. ไม่ควรรับประทานผักและผลไม้อบกรอบทดแทนการรับประทานผักและผลไม้สดทั้งหมด 

ขอขอบคุณ 
 ข้อมูล :ผศ. นพ.นริศร ลักขณานุรักษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 
 ภาพ :iStock

เตือนจับตาพายุ 2 ลูก 'ไลออนร็อก-คมปาซุ' พัดเข้าไทย 11-13 ต.ค.นี้


วันที่ 5 ต.ค.64 นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือทีมกรุ๊ป ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ เปิดเผยว่า แม้พายุเตี้ยนหมู่จะ
บรรเทาลงแล้ว แต่ยังอยู่ในช่วงร่องฝนตามฤดูกาล ทำให้เกิดฝนตกหนักในภาคอีสานเหนือและภาคกลาง น้ำลดลงได้ช้า จากการคาดการณ์สถานการณ์น้ำท่วมจากแบบจำลองมองไปข้างหน้า 7 วัน พื้นที่จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี เริ่มลดลง จ.อ่างทองจะลดช้า เพราะมีพื้นที่ลุ่มต่ำ และต้องเฝ้าระวังพื้นที่อ.บางบาล อ.บางไทร จ.พระนครอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี และกรุงเทพฯ จะมีน้ำสูงขึ้น 15-30 ซ.ม.

นายชวลิต กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าจับตาพายุที่จะพัดเข้ามในประเทศไทยอีก 2 ลูก ในช่วงเดือนต.ค. ลูกแรกจะเข้ามาช่วงวันที่ 11-12 ต.ค. ชื่อพายุไลออนร็อก พัดมาจากฟิลิปปินส์ผ่านไหหลำ เข้าเมืองวินห์ประเทศเวียดนาม เข้าไทยพื้นที่จังหวัดอีสานเหนือ ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ อุดรธานี สกลนครบางพื้นที่ และเลย จะต้องระมัดระวังเรื่องน้ำที่ระบายช้า

นายชวลิต กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่อยู่ติดแม่น้ำโขงไม่น่าห่วง เพราะระบายลงแม่น้ำโขงได้ แต่พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสงครามและท่าอุเทน จะท่วมนาน ส่วนอ.เมืองนครพนม และจ.บึงกาฬ จะระบายน้ำลงแม่น้ำโขงได้ ส่วนหนองคายอาจระบายช้า เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่จ.อุดรธานีต้องระมัดระวังตัวเมือง ระบายน้ำไม่ทัน 

นายชวลิต กล่าวอีกว่า อีกลูกเป็นพายุหมายเลข 18 ชื่อ คมปาซุ ช่วงวันที่ 13-16 ต.ค.จะผ่านเข้าประเทศไทยทางจังหวัดอีสานเหนือ แต่อาจจะมาไม่ถึงจ.เพชรบูรณ์และจ.ลพบุรี ต้องรอดดูผลกระทบที่ประเทศฟิลิปปินส์ว่ารุนแรงแค่ไหน หากรุนแรงจะมาถึงลุ่มแม่น้ำป่าสัก จ.พระนครศรีอยุธยา ซ้ำเติมพื้นที่น้ำท่วมเดิม 

ที่มา มติชนออนไลน์

ทำไม? "กินโปรตีน" มากเกินไป ถึงอาจไม่ช่วยลดน้ำหนัก?


ใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ อาจจะกำลังตั้งหน้าตั้งตาหาโปรตีนเสริม หรือเลือกกินแต่อกไก่อย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งการเลือกกินโปรตีนไขมันต่ำเป็นเรื่องที่ถูกต้องก็จริง แต่หากกินโปรตีนมากเกินไป ไม่ถูกสัดส่วนที่เหมาะสม ก็อาจจะทำให้การลดน้ำหนักไม่เป็นผลได้เช่นกัน 
ทำไม กินโปรตีนมากเกินไป ถึงอาจไม่ช่วยลดน้ำหนัก? 

หากทานโปรตีนมากเกินไป ตับและไตต้องทำงานหนักเพื่อขับเอาโปรตีนส่วนเกินออกจากร่างกาย และหากยังทานโปรตีนมากเกินความจำเป็นซ้ำๆ จนตับและไตทำงานหนักมากเกินไป อาจเสี่ยงภาวะเลือดเป็นกรด ตับและไตเสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิม แล้วจะเริ่มขับโปรตีนส่วนเกินออกจากร่างกายไม่ทัน โปรตีนอาจถูกส่งกลับไปที่ลำไส้ใหญ่ และถูกแบคทีเรียเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นแอมโมเนีย และถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะซึม ชัก หมดสติ สมองเสื่อม หรือตับ/ไตเสื่อม ตัว/ตาเหลือง หรือเป็นดีซ่านได้ 

ดังนั้น แทนที่การกินโปรตีนจะช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล แต่การทานโปรตีนมากกว่าที่ร่างกายต้องการ โปรตีนจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นไขมัน และถูกกักเก็บไว้เป็นพลังงานสำรอง ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และอาจได้โรคกลับมาแทนได้ 

กินโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม 

ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม คือ ในแต่ละมื้อ ควรกินโปรตีนประมาณ 1 ฝ่ามือ หรือ 1 ใน 4 ของจาน โดยเน้นที่เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา ไก่ อาหารทะเล ไข่ เต้าหู้ ถั่ว และควรหลีกเลี่ยงโปรตีนไขมันสูง รวมถึงโปรตีนที่อยู่ในรูปของเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น แฮม เป็นต้น 

กินอาหารให้หลากหลาย 

นอกจากจะไม่กินโปรตีนมากเกินไปแล้ว ควรแบ่งสัดส่วนของอาหารประเภทอื่นๆ ด้วย เช่น ผัก ผลไม้ ไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก ปลาทะเล คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต และอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอด้วย และที่สำคัญ อย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ 

ขอขอบคุณ 
ข้อมูล :พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ หมอผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท 
ภาพ :iStock

มาแน่! “พายุไลออนร็อค” จ่อเข้าไทย 11 ตุลาคมนี้


เพจ ติดตามลมฟ้าอากาศ พายุฝนฟ้าคะนอง โพสต์ ข้อความระบุว่า มาอัพเดท "พายุไลอ้อนร็อค" และ "หย่อมความกดอากาศต่ำ "พายุคมปาซุ" ตั้งชื่อโดยประเทศญี่ปุ่น หมายถึงกลุ่มดาววงเวียน คาดจะเข้าไทยวันที่ 13-14 ตุลาคม 2564 ทางเวียดนามตอนกลาง ส่วน "พายุไลอ้อนร็อค" ทิศทางเดิมเข้า เกาะไหหลำ เข้าเมือง วิญ เวียดนามตอนบน เฝ้าติดตามกันนะครับถ้าทิศทาง โมเดลวินดี้.com ไม่เปลี่ยนแปลง ช่วงวันที่ 12-13-14-15-16 ตุลาคม นี้ โปรดติดตามกันนะเพราะหย่อมทั้ง 2 ได้เกิดขึ้นแล้ว ทางมหาสมุทรแปซิฟิก ตอนกลางของฟิลิปปินส์ 
ล่าสุด ทวีกำลังขึ้นเป็น "พายุดีเปรสชั่น" ( LANNIE ชื่อที่ฟิลิปปินส์เรียก) เรียบร้อยแล้ว สำหรับ หย่อม 92W กำลังจะผ่านฟิลิปปินส์มาลงทะเลจีนใต้ พิกัดล่าสุดอยู่ที่ 10.3°N 124.8°E ความเร็ว​ลม​ใกล้​ศูนย์กลาง​ 45 กม/ชม​ ความกดอากาศ 1005 มล.บาร์ เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็ว 20กม/ชม คาดว่าอีก 2 วันจะทวีกำลังขึ้นเป็นโซนร้อน คิวชื่อพายุ คือ "ไลออนร็อค" (LIONROCK ) หมายถึง ชื่อยอดเขาในฮ่องกง และเป็นพายุลูกที่ 17 ของปี 2564

ขณะที่ คุณชวลิต จันทรรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) TEAMG หรือทีมกรุ๊ป ซึ่งมีประสบการณ์ความชำนาญในด้านการบริหารจัดการน้ำมากกว่า 30 ปี วิเคราะห์พายุหมายเลข 17 "ไลออนร็อค" เป็นชื่อฮ่องกงตั้ง ขึ้นฝั่งล่าช้ากว่าปกติ จากเดิม 7-9 ต.ค. แต่พายุขึ้นไปทางเหนือ อ้อมไปที่เกาะไหหลำ 

ก่อนจะมาขึ้นเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม การรวมตัวกันช้า เมื่อเข้าไทยจึงมีพลังมากพอ เพราะรวมพลังได้ใหญ่ผ่านทะเลรวบรวมความชื้นมากขึ้น โดยจะเข้าไทยที่จ.นครพนม ฝนที่นครพนม ตกหนัก 11-12 ต.ค. เช่นเดียวกับที่จ.บึงกาฬ จ.อุดรธานี แต่ไม่น่าห่วงเพราะสามารถระบายลงแม่น้ำโขง ได้เร็ว 

ที่น่าเป็นห่วงคือ จ.อุดรธานี ต้องระวังให้ดีการระบายน้ำในตัวจังหวัดต้องเร่งจัดการเรื่องท่อ และเตรียมทดลงเครื่องสูบน้ำไว้ให้ดี สำหรับ พายุหมายเลข 17 "ไลออนร็อค" จะช่วยเติมน้ำอ่างเก็บน้ำลำปาว และอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ให้มีปริมาณน้ำมากขึ้น 

จากที่ปัจจุบัน ทั้ง 2 อ่างมีปริมาณน้ำกักเก็บไม่มากสำหรับ พายุไลออนร็อค นี้ มีโอกาสจะข้ามภูเขา มาถึงจ.น่าน ทำให้ฝนตกเหนือเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนภูมิพล ซึ่งตอนนี้มีน้ำ ไม่ถึง 40% ส่วนฝน ที่ตกใต้เขื่อนลำน้ำน่าน มีพื้นที่เพียงพอที่จะรับน้ำได้ นับเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger