Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวทั้งหมด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวทั้งหมด แสดงบทความทั้งหมด

‘มานะ หงษ์ทอง’ เหยื่อกระสุนยาง คฝ. เสียชีวิตแล้ว

 🔥‘มานะ หงษ์ทอง’ เหยื่อกระสุนยาง คฝ. เสียชีวิตแล้ว 

จากกรณี ‘มานะ หงษ์ทอง’ ชายวัย 64 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางบริเวณศรีษะระหว่างการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 บริเวณแยกดินแดง ขณะที่กำลังเดินทางเข้าที่พักในแฟลตดินแดง กทม. โดยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีนับตั้งแต่นั้นมา

ล่าสุดเฟซบุ๊ก ‘ศรายุธ ตั้งประเสริฐ’ ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าวประชาไท รายงานความคืบหน้าว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2565 มานะ ได้เสียชีวิต หลังเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานกว่า 6 เดือน ซึ่งถือเป็นรายที่สอง ต่อจาก ดช. วาฤทธิ์ สมน้อย วัย 15 ปี ที่ถูกกระสุนจริงยิงออกจากฝั่ง สน. ดินแดง 

ที่มา

https://www.facebook.com/photo/?fbid=5193049217405854&set=a.211191062258386

สงครามจบแล้วหรือ ?!? หลังยูเครนกล่าวว่าไม่เข้าเข้าร่วมกลุ่ม​ NATO

 


สงครามจบแล้วหรือ ?!? หลังยูเครนกล่าวว่าไม่เข้าเข้าร่วมกลุ่ม​ NATO ก็ได้ทำให้ผ่าน 1 ในเงื่อนไขที่รัสเซียยื่นให้ 

ข่าวนี้ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกดีดขึ้นทันที Dow Jones Futures ดีดขึ้นมา +500 จุดแล้ว จากที่ติดลบอยู่เกือบ -500 จุดเมื่อต้นวัน 

ราคาทองคำและน้ำมันหล่นฮวบทันที ในขณะที่ Bitcoin ดีดขึ้นมาเหนือ 39,000 เหรียญเล็กน้อย 

#อย่างไรก็ตาม ทางรัสเซียยังคงมีเงื่อนไขอีก 3 ข้อที่ทางรัสเซียได้ยื่นให้ยูเครนเมื่อวานนี้ที่ต้องทำตาม ทำให้ยังต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ตลาดอ่านว่าเป็นสัญญาณที่ดีจึงเริ่มมีแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเข้ามาทันที

**[UPDATE]** เช้าวันที่ 9 มีนาคม - ตลาดหุ้นผันผวนหนัก ! ดัชนี S&P500 ปิดลบเกือบ -1% หลังจากที่ดีดขึ้นไปสูงถึง +2% เมื่อคืนนี้ !

ตลาดยังคงโฟกัสที่การแบนน้ำมันรัสเซียของสหรัฐอาจทำให้ความตึงเครียดสูงขึ้น ล่าสุดราคาน้ำมันดิบยังคงกลับมายืนเหนือ 130 เหรียญได้ ! 

ครม. ไฟเขียว ลดภาษีฯ น้ำมันผลิตไฟฟ้าเหลือศูนย์ นาน 6 เดือน ส่งผล “ค่าไฟ” ลด 1 – 1.5 บ./หน่วย



🚨 ครม. ไฟเขียว ลดภาษีฯ น้ำมันผลิตไฟฟ้าเหลือศูนย์ นาน 6 เดือน ส่งผล “ค่าไฟ” ลด 1 – 1.5 บ./หน่วย 

     ที่ประชุม ครม. (8 มี.ค. 65) อนุมัติการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล - น้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยให้จัดเก็บภาษีฯ ในอัตราศูนย์ จนถึงวันที่ 15 ก.ย. 65 (6 เดือน) เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน

     ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าจะลดลงประมาณ 1 – 1.5 บาทต่อหน่วย รวมถึงการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในภาคอุตสาหกรรมจะมีต้นทุนการผลิตที่ลดลงเช่นกันตามภาระค่าไฟที่ลดลง

แม่แตงโมเขียนจดหมายถึงทนาย ระบุ ขอทนายตั้มอย่ามาเกี่ยวข้องคดี

 


แม่แตงโมเขียนจดหมายถึงทนาย ระบุ ขอทนายตั้มอย่ามาเกี่ยวข้องคดี

คุณแม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ได้เขียนจดหมายถึงทนายความของตนเอง โดยได้ระบุข้อความดังนี้

"เรียนคุณกฤษณะ ทนายความคดีน้องแตงโม โดยคุณแม่เป็นผู้จ้างทนายกฤษณะดูแลเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว คุณแม่ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้ได้ว่าจ้างคุณกฤษณะผู้เดียวเป็นทนายความในคดีนี้ ทนายท่านอื่นไม่อนุญาตให้เข้ามาเกี่ยวข้องในกรณีใดทั้งสิ้น ทุกเรื่องเกี่ยวกับคดี เพราะท่านตำรวจได้ดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบอยู่แล้ว ท่านผู้บัญชาการท่านได้ดูแลให้คำแนะนำอยู่แล้ว คุณแม่มั่นใจในท่านตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวข้องเร่งคดี สอบถามใดๆ ทั้งสิ้น ให้ท่านทำงานให้เต็มที่นะคะ คุณแม่วิงวอนท่านทนายษิทราว่า ขออย่ามาเกี่ยวข้องคดีน้องโมไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น คุณแม่ไม่ได้จ้างทนายษิทราใดๆ ทั้งสิ้น"  


ลงชื่อ ภนิดา ศิระยุทธโยธิน


อุทาหรณ์​ !!❗เด็ก10เดือน​ เล่นปลั๊กไฟ​ก่อนถูก​ไฟ​ช๊อต​เสียชีวิต​ต่อหน้า​ ตาเเละยาย

 

อุทาหรณ์​ !!❗เด็ก10เดือน​ เล่นปลั๊กไฟ​ก่อนถูก​ไฟ​ช๊อต​เสียชีวิต​ต่อหน้า​ ตาเเละยาย

     วันที่​ 6​ มีนาคม​ 2565​ วันนี้เหตุเกิดที่บ้านหนองมะแซว​ ต.หนองมะแซว​ อ.เมือง​ จ.อำนาจเจริญ

    เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา​ อายุเพียง10เดือนเสียชีวิต​เพราะถูกไฟฟ้า​ช็อต

    โดยผู้เป็นยายเล่าให้เราฟังว่า​ น้องก็นั่งเล่นนอนเล่นตามปกติประสาเด็กทั่วไป​ เเต่ใกล้เคียง​กัน​นั้นมีปลั๊กไฟที่สภาพไม่สมบูรณ์​ เนื่องจากยายบอกว่ามันขาดเเละมีการตัดต่อเรียบร้อยเเล้ว​ 

   เเต่ไม่คาดคิดว่าหลานของตนนั้นจะหยิบสายไฟมาเล่นเเละนำมาใส่ปาก​ สายไฟที่สภาพ​ไม่สมบูรณ์​นั้นจึงทำให้กระเเสไฟฟ้า​ช๊อตเด็กน้อยคนนี้​ จนทำให้ถึงแก่ชีวิต​ต่อหน้าต่อตา​คุณ​ยายเเละคุณ​ตาเเต่พอได้เห็นก็ช่วยหลานไว้ไม่ทันเสียเเล้ว

      คุณ​หมอตรวจสภาพร่างกายของน้องพบว่ากระแสไฟฟ้า​ไม่ได้ผ่านตัวน้อง​ จึงทำให้กระเเสไฟฟ้านั้นเข้าสู่หัวใจจนเสียชีวิต

#ขอแสดงความเสียใจกับครัวน้องมา​ ณ​ ที่นี้ด้วยครับ

#การลงภาพทางมูลนิธิไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแต่อย่างใดเพียงแค่สื่อไว้ให้เป็นอุทาหรณ์แก่ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก​ให้ระมัดระวัง.​

ดิสนีย์ประกาศสร้างหมู่บ้านจัดสรรในชื่อ ‘Storyliving by Disney’ เพื่อให้แฟนๆ ได้ใช้ชีวิตในโลกของดิสนีย์อย่างเต็มตัว

 


ดิสนีย์ประกาศสร้างหมู่บ้านจัดสรรในชื่อ ‘Storyliving by Disney’ เพื่อให้แฟนๆ ได้ใช้ชีวิตในโลกของดิสนีย์อย่างเต็มตัว

สำหรับแฟนๆ ที่ชื่นชอบดิสนีย์ อาจไม่จำเป็นต้องออกจากโลกของดิสนีย์อีกต่อไป หลังดิสนีย์ประกาศแผนหมู่บ้านจัดสรรในสหรัฐฯ ที่จะนำความคิดสร้างสรรค์ภายใต้แบรนด์ของดิสนีย์มาแต่งเติมบรรยากาศในหมู่บ้านให้มีกลิ่นอายของดิสนีย์

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (16 ก.พ.) บริษัทวอลต์ดิสนีย์ประกาศแผนสร้างหมู่บ้านจัดสรรใหม่ภายใต้ชื่อ ‘Storyliving by Disney’ โดยจะมีการพัฒนาในหลายๆ ทำเลทั่วทั้งสหรัฐฯ และเริ่มเป็นที่แรกในบริเวณแรนโช มิราจ ที่หุบเขาโคเชลลาของแคลิฟอร์เนีย

ดิสนีย์แถลงว่า “หมู่บ้านจัดสรรเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกบ้านสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ทำตามความสนใจ และเขียนบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นให้กับชีวิต – ขณะที่อิ่มเอิบไปกับความใส่ใจในรายละเอียด สิ่งอำนวยความสะดวกที่เฉพาะตัว และสัมผัสแสนพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของดิสนีย์”

สำหรับโครงการแรกในแรนโช มิราจ มีชื่อว่า ‘โคติโน’ (Cotino) โดยจะมียูนิตที่อยู่อาศัยกว่า 1,900 ยูนิต ในพื้นที่ประมาณ 618 เอเคอร์ และเป็นทำเลที่วอลต์ ดิสนีย์เอง เคยมาสร้างบ้านพักอยู่ที่นี่

ภายในหมู่บ้านจะมีที่พักอาศัยหลายรูปแบบ ตั้งแต่บ้านเดี่ยวไปจนถึงคอนโดมิเนียม ล้อมรอบสระน้ำโอเอซิสขนาด 24 เอเคอร์ รวมถึงจะมีแบ่งโซนหมู่บ้านไว้สำหรับลูกบ้านที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะด้วย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางแบบมิกซ์ยูสที่จะเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าใช้งานผ่านบัตรเดย์พาสด้วย

แล้วบรรยากาศในหมู่บ้านจะเป็นอย่างไร? จากการแถลงของดิสนีย์ ก็คงไม่มีมาสคอตมิกกี้เมาส์หรือเจ้าหญิงมาต้อนรับ แต่จะเน้นบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเน้นทำกิจกรรมสร้างสรรค์กันมากกว่า โดยจะมีพนักงานของดิสนีย์ที่เรียกว่า ‘cast members’ มาคอยให้บริการในคลับที่จะจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมทางสุขภาพต่างๆ การทำอาหาร งานเสวนา รวมถึงกิจกรรมทางการกุศล เป็นต้น

สำหรับโครงการโคตินา ยังไม่มีการเปิดเผยราคาออกมา และดิสนีย์จะไม่ได้เป็นผู้สร้างหรือขายตัวบ้านโดยตรง แต่จะเป็นการร่วมมือกับบริษัทภายนอก ซึ่งในกรณีนี้คือ DMB Development ที่มีชื่อเสียงจากการพัฒนาหมู่บ้านจัดสรรในสหรัฐฯ

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ดิสนีย์ได้ลองบุกเบิกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่มีการวางแผนจะสร้างหลายๆ หมู่บ้านพร้อมๆ กันในสหรัฐฯ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อสร้างออกมาเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

อ้างอิงจาก

https://www.theverge.com/2022/2/16/22937210/disney-residential-communities-storyliving-cotino-planned-town

https://edition.cnn.com/travel/article/disney-storyliving-communities/index.html

https://thewaltdisneycompany.com/disney-launches-new-business-to-develop-residential-communities/


ด่วน ธนาคารใหญ่สุด ในรัสเซีย ใกล้ล้มละลาย เลิกกิจการในยุโรป หุ้นตก -94% ในวันเดียว

 

ด่วน ธนาคารใหญ่สุด ในรัสเซีย ใกล้ล้มละลาย เลิกกิจการในยุโรป หุ้นตก -94% ในวันเดียว

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา Sberbank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ได้มีการประกาศเลิกกิจการในยุโรป

โดย Sberbank ระบุว่าธนาคารกำลังถูกชาวยุโรปแห่เข้ามาถอนเงินกันเป็นจำนวนมาก รวมถึงปัญหาความปลอดภัยของพนักงานของธนาคารในต่างประเทศ จากความกังวลเรื่องสงครามยูเครนกับรัสเซีย

ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางแห่งสหภาพยุโรป ได้ออกมาเตือนว่า Sberbank มีแววที่จะล้มละลายในไม่ช้า ในเวลาต่อมาก็ได้มีการสั่งปิดสาขาของธนาคารในยุโรป และสั่งระงับการทำธุรกรรมกับ Sberbank แล้ว

เรื่องดังกล่าว ส่งผลให้วันนี้ หุ้นของ Sberbank ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีมูลค่าลดลงจากเมื่อวานนี้ -94% หรือ -99% เมื่อเทียบกับตอนต้นปี 

ในอีกความหมายก็คือ บริษัทแห่งนี้ แทบจะไม่เหลือมูลค่าอะไรแล้ว..

Reference

-https://www.reuters.com/business/finance/russias-sberbank-leave-european-market-face-cash-outflows-2022-03-02/


รื้อระบบบำนาญประเทศไทย รับมือ “เศรษฐกิจ-สังคม” สูงวัย


ระบบบำนาญชราภาพของประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปเพื่อเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และประชากรในทศวรรษที่จะมาถึง” นี่คือบทสรุปของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่ร่วมกับสหประชาชาติ และรัฐบาลไทย จัดทำรายงานวิเคราะห์ “ระบบบำนาญของไทย” พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อนำไปใช้สนับสนุนการหารือเชิงนโยบายระดับชาติว่าด้วยเรื่องบำนาญ

ระบบบำนาญชราภาพเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการให้ประชากรมีความมั่นคงทางรายได้ในปัจจุบันและอนาคต และยังจะมีความสำคัญต่อการพัฒนา “เศรษฐกิจผู้สูงอายุ” และยังเป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครองทางสังคมที่จะช่วยสนับสนุนครัวเรือนในการฟื้นตัวจากการชะงักงันทางเศรษฐกิจจากโควิด-19

แม้ระบบบำนาญของไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ด้วยโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่กำลังมุ่งสู่ระบบแบบ “ถ้วนหน้า” คืออย่างน้อยที่สุด ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีรายได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ประมาณ 40% ของแรงงานจ่ายเงินสมทบโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญชราภาพภายใต้ “กองทุนประกันสังคม” ซึ่งเป็นโครงการที่จะสามารถรับสิทธิประโยชน์ทางรายได้ที่เพียงพอ

อย่างไรก็ดี ระบบบำนาญชราภาพยังคงเผชิญกับความท้าทายอีกหลายประเด็นเกี่ยวกับความคุ้มครอง ความเพียงพอ ความยั่งยืนทางการเงิน และความสอดคล้อง

ความคุ้มครอง : โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้การประกันแบบถ้วนหน้า แต่แรงงานส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองจากโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญภายใต้กองทุนประกันสังคม เพราะโครงสร้างตลาดแรงงานจำนวนมากที่ทำงานส่วนตัว รวมทั้งการออกแบบระบบบำนาญแบบจ่ายเงินสมทบที่ไม่ได้ครอบคลุมแรงงานอีกจำนวนมาก

ความเพียงพอ : 1) “เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานของประเทศและมาตรฐานสากล (ประมาณ 600-1,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับอายุ) ถือเป็นจำนวนเงินที่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนของสากล

2) หลายปัจจัยที่จำกัดความเพียงพอของสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม โดยเฉพาะเพดานรายได้ของเงินสมทบ รวมถึงการจำกัดอายุเกษียณที่ต่ำ ลักษณะของสูตรคำนวณบำนาญ และข้อเท็จจริงที่ว่าสิทธิประโยชน์บำนาญไม่ได้คำนวณตามดัชนีเงินเฟ้อ หรือดัชนีค่าจ้างเมื่อผู้ประกันตนเกษียณอายุ

3) โครงการเงินออมต่าง ๆ เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ และมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม ให้สิทธิประโยชน์ที่ค่อนข้างต่ำ และยังมีการจ่ายเป็นเงินบำเหน็จ (จ่ายเงินก้อนครั้งเดียว) ซึ่งทำให้ความมั่นคงทางรายได้อยู่ในระดับที่จำกัด

ความยั่งยืนทางการเงิน : เงินบำนาญในประเทศไทยยังค่อนข้างต่ำ ถ้าเทียบกับมาตรฐานสากล ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องปรับโดยทันทีเพื่อรองรับการใช้จ่ายให้เหมาะสมและมีความเสมอภาคตามประชากรที่มีอายุสูงขึ้น ทั้งนี้ 2 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายปัจจุบันจัดสรรเป็นเงินบำนาญข้าราชการ และจำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเพื่อให้แน่ใจว่ายังคงมีความสมดุลของสัดส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของงบประมาณประเทศ

สำนักงานประกันสังคมจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนค่าคำนวณต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึง อายุเกษียณ และอัตราเงินสมทบ เพื่อให้แน่ใจว่าจะยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยประเทศอื่น ๆ ที่มีสถานการณ์คล้ายคลึงกันก็ดำเนินการปรับเปลี่ยนแล้วเช่นกัน

ความสอดคล้องเชิงนโยบาย : ระบบบำนาญไทยไม่สอดคล้องเชื่อมโยงกัน มีการแยกโครงการสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ออกจากกันเพื่อมุ่งเป้าไปยังแรงงานประเภทต่าง ๆ ทำให้ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการเคลื่อนย้ายและพลวัตของตลาดแรงงาน ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานเมื่อเกษียณอายุ

รายงานนี้จึงเสนอให้มีการพัฒนายุทธศาสตร์ที่กำหนดวิสัยทัศน์ “ระบบบำนาญหลายชั้น” (multi-tier pension system) กำหนดหน้าที่ การบริหารการเงิน และความสอดคล้องเชื่อมโยงระหว่างโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญต่าง ๆ และกำหนดแนวทางการปรับเปลี่ยนต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์ต่อการเปลี่ยนแปลงไปของตลาดแรงงานตลอดช่วงชีวิตของแรงงาน ILO ได้กำหนดรูปแบบของสิทธิประโยชน์ในแต่ละชั้นอย่างกว้าง ๆ ดังนี้

ชั้น 0 : ระบบบำนาญขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเสริมด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอื่น ๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาษี

ชั้น 1 : สิทธิประโยชน์ที่สัมพันธ์กับรายได้ ตามเงินบำนาญของกองทุนประกันสังคมที่ให้ครอบคลุมแรงงานมากขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนค่าการคำนวณอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความเพียงพอและความยั่งยืน

ชั้น 2 : การออมเสริมแบบบูรณาการ จากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ เพื่อกำหนดกรอบการออมของแต่ละบุคคลให้ชัดเจน สอดคล้องกัน

รายงานนี้ยังได้เสนอแนวทางการ “ปฏิรูประบบบำนาญ” ที่สามารถดำเนินการได้ในทันที โดยเน้นการสร้างความเพียงพอของเงินบำนาญ และสนับสนุนครัวเรือนในช่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 โดยเฉพาะการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพื่อให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังเสนอ “เลื่อน” การดำเนินโครงการกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ออกไปก่อน และกำหนดให้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบบำนาญอย่างเป็นระบบมากขึ้น

โดยมองว่า “ความเสี่ยง” ที่สำคัญของข้อเสนอของ กบช.ในปัจจุบัน คือ อัตราเงินสมทบที่ค่อนข้างสูง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการขึ้นอัตราเงินสมทบของกองทุนประกันสังคม ที่มีความจำเป็นต้องขึ้นเพื่อให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงในระยะยาว


เปิดใจ “ฮิปโป” พบข้อมูลสำคัญ!! “แตงโม” มีประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1ล้านบาท

 


ดราม่าวันนี้ เปิดใจ  “ฮิปโป” พบข้อมูลสำคัญ!! “แตงโม” มีประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1 ล้านบาท

ผู้รับผลประโยชน์คือ ลูกสาวแท้ๆของกระติก!!

รายการดราม่าวันนี้ (1 มีนาคม 2565)  ดำเนินรายการโดย  ต๊ะ-นารากร ติยายน ผลิตในนามบริษัท                            เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์และ ชินะ เอ็นเตอร์ไพร์ส โดยประเด็นในรายการ ยังตามติดการเสียชีวิตของ “แตงโม - ภัทรธิดา” ปริศนาที่ยังต้องหาคำตอบ

โดยสัมภาษณ์สดคุณแม่ “ภนิดา ศิริยุทธโยธิน” คุณแม่ของ “แตงโม” โม – อมีนา พินิจ , “ฮิปโป – ฉันท์ชนะ ยิ้มสาย” และ พล.ต.ต วิชัย สังข์ประไพ อดีตผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1

ต๊ะ : ฮิปโปพบอะไรที่พอจะเป็นหลักฐานเพิ่มเติม ที่จะเอาเป็นประโยชน์ได้บ้าง?

.

ฮิปโป : อย่างล่าสุดอันนี้แจ้งให้คุณแม่ทราบเลยนะคะว่า หนูพึ่งทราบมาเมื่อสักครู่นี้เลย คือว่าหนูเป็นครีเอทีฟรายการนึง แล้วในรายการจะมีการมอบประกันเกิดขึ้น ซึ่งวงเงินประกันอุบัติเหตุเงินสูงสุด 1ล้านบาท จากทิพยประกันภัย แล้ว ณ ตอนนี้ เค้าส่งชื่อมาแล้วค่ะว่า ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือ น้องอีสเตอร์ ลูกบุญธรรมอ่ะค่ะ

ต๊ะ : ลูกของคุณกระติกเป็นผู้รับผลประโยชน์ จากกรมธรรม์ ประกันชีวิตเป็นประกันอุบัติเหตุ 1ล้านบาท?

ฮิปโป : อันนี้เค้าบอก วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาทนะคะ เค้าแจ้งหนูมา คือทางหนูได้เช็คกับทางรายการเรียบร้อยแล้ว เพราะหนูเป็นครีเอทีฟรายการ ทางเจ้าของรายการแจ้งหนูมาว่า แตงโมมีประกันที่ทางรายการมอบให้ฟรีใน1ปีให้เค้า กลางรายการเลย สุดท้ายเค้าส่งรายชื่อมาว่าคือน้องอีสเตอร์

ต๊ะ : มีใครรู้บ้างเรื่องนี้?

ฮิปโป : น่าจะมีทางคุณแตงโม คุณกระติก เพราะตอนนั้นเค้าดูแลกันอยู่ เพราะว่ามันมอบเมื่อตอนช่วงเมษายนในรายการนี่ยังไม่ครบปีเลย ก็ยังคุ้มครองอยู่

คุณแม่ : คุณแม่ติดใจเรื่องนี้ละ เดี๋ยวคุณแม่จะไปเช็คเอง เพราะว่าเมื่อวานนี้ ฮิปโป พูดว่าไม่มีนะประกัน                  แต่ทำไมวันนี้ถึงเกิดมีขึ้น

ฮิปโป : คือหนูได้ทราบจากทางเจ้าของรายการ หนูขออนุญาตเอ่ยชื่อนะคะ พี่ธัญญ่า ธัญญาเรศ บอกว่าฮิปโปรบกวนแจ้งคุณแม่ด้วย ว่ารายการมอบประกันให้1ล้านบาท ซึ่งหนูก็ลืมไปแล้วด้วยนะคะ ว่าหนูเคยทำรายการนี้ เราก็นึกได้ว่า เออว่ะ ปกติดาราที่มารายการนี้ทุกคนจะได้ประกัน 1ล้านบาท แต่ผลประโยชน์เป็นใครเราไม่ทราบเลย เพราะจะอยู่ที่ดาราเซ็นว่าผู้ได้รับผลประโยชน์คือใคร ซึ่งเราก็ได้คุยกับทางรายการ เค้าก็รีเช็คมาว่า มันเป็นชื่อเด็กหญิง ซึ่งก็คือน้องอีสเตอร์

แม่ : แล้วยังไง เป็นชื่อน้องอีสเตอร์ได้ยังไงคะ?

ฮิปโป : อันนี้หนูไม่ทราบเลยค่ะ เพราะเค้าต้องเป็นคนเซ็นลายเซ็น

แม่ : เดี๋ยวคุณแม่จะไปตรวจสอบเรื่องนี้ คุณแม่มีสิทธิ์ที่จะร้องถอนประกันนี้ได้ คือมันไม่ถูกต้องแล้ว ลูกคุณแม่เสีย เพราะเงินก้อนนี้ใช่ไหม?

ต๊ะ : อันนี้ยังคะ ยังไม่สรุปอย่างนั้นไม่ได้นะคะคุณแม่


เหมือนคนตายทั้งเป็น! ดีเจมะตูม กับเส้นทางชีวิตที่ผิดพลาด

เปิดเรื่องราวชีวิตของ "ดีเจมะตูม" ที่เจอมรสุมครั้งใหญ่กับการจัดปาร์ตี้วันเกิดจนติดโควิด-19 โดนด่าโดนประณามอย่างหนัก ทุกข์ทรมานเหมือนคนตายทั้งเป็น

หากย้อนไปเมื่อช่วงมกราคม ปี 2564 ชื่อของพิธีกรฝีปากกล้า "ดีเจมะตูม เตชินท์" กลายเป็นชื่อที่โดนสังคมวิพากษ์วิจารณ์และประณามอย่างหนัก กับกรณีจัดปาร์ตี้วันเกิดจนติดเชื้อโควิด-19 เป็นคลัสเตอร์ใหม่ในเวลานั้น อีกทั้งยังถูกดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนเป็นประเด็นร้อนอยู่พักใหญ่

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดีเจมะตูม ได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง และประพฤติตัวให้เหมาะสม ไม่ได้กระทำผิดซ้ำ พร้อมทั้งตระหนักถึงข้อกฎหมายอยู่ตลอด เห็นได้จากการไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานครทุกๆ 3 เดือน จนครบ 1 ปี ซึ่งตอนนี้คดีความสิ้นสุดลงแล้ว

โดยล่าสุด ดีเจมะตูม ได้มาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บshow ถึงมรสุมในชีวิตที่เกิดขึ้น ถาโถมเข้ามาทำให้ทุกข์ทรมาน เหมือนคนตายทั้งเป็นอยู่ตลอดเวลา จนเกือบคิดจบชีวิต แต่เจ้าตัวก็สามารถก้าวผ่านมาได้ เพราะคำว่ากำลังใจและมีหลักธรรมยึดเหนี่ยวจิตใจ

ทุกอย่างถาโถมเข้ามา จนตั้งรับไม่ทัน

"ตูมโดนหนักมากๆ อย่างที่ทุกคนทราบ ช่วงสถานการณ์ที่ตูมติดโควิด เมื่อต้นปี 2021 เป็นคนในวงการคนแรกที่ติดโควิดแล้วมีข่าวหนักมาก และน่าจะมีตูมคนเดียวที่ติดโควิดแล้วโดนคดีความด้วย ชีวิตเรากลายเป็นอีกคนเลย จากคนในวงการ ต้องโดนออกจากวงการ แล้วเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย ตอนนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันถาโถมเข้ามาแบบใช้คำว่าตั้งรับไม่ทัน"

สิ่งที่เป็นตราบาปในใจ คือแม่โดนด่าไปด้วย

"ทุกๆ การดังของโทรศัพท์เรา มันเหมือนเป็นเสียงนรก เหมือนคนจมน้ำ แต่ไม่ยอมตายสักที เรานอนไม่ได้ เรากินไม่ได้ ที่มันหนักจริงๆ คือมีข่าวคลัสเตอร์ลามไปอีกงานหนึ่ง แล้วมีคนเดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เรื่องคอมเมนต์ไม่ต้องพูดถึง แม่ตูมโดนหนักมาก นี่เป็นสิ่งที่เป็นตราบาปในใจอยู่เลยคือ ทำให้คนเกือบทั้งประเทศไล่แม่ อยากให้แม่เราไปตาย

ซึ่งมีคอมเมนต์หนึ่งมันเอาออกจากหัวไม่ได้เลย คือ เพราะคันคะเยอที่อยากจะจัดปาร์ตี้ทำให้คนอื่นต้องซวยกันไปหมด ขอให้โควิดลงปอดมึง แล้วแม่ของมึง แล้วหายไปจากโลกใบนี้ ตูมหายไปจากโลกใบนี้ โอเคคุณอาจจะพอใจ แต่แม่ของตูมไม่สมควร เขาเป็นผู้หญิงที่ดีครับ"

29 มกราคม คือวันที่อยากจบชีวิตตัวเอง

"วันที่ 29 เป็นวันที่คดีความเริ่มหนักขึ้น เป็นคดีที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจ ปกติจะเจอนักข่าวบันเทิง แต่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ตูมต้องเจอนักข่าวอาชญากรรม เจอนักข่าวที่ไม่รู้จักมาก่อน และการตอบคำถามของตูมในตอนนั้น เราไม่ได้พูดขอโทษสังคมในฐานะดีเจมะตูม เราไปในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ทำผิดต่อสังคมแล้วต้องขอโทษ มันทำให้เรารู้สึกว่านี่อาจจะเป็นวันสุดท้ายแล้วแหละที่ได้นั่งอยู่หน้ากล้อง"

"คำว่า 'ดีเจมะตูม' เมื่อเสิร์ชเข้าไปในกูเกิล ผลงานสร้างชื่อคือติดโควิด สิ่งที่ทำมาทั้งหมดในวงการ มันหายไปหมด แล้วมันมีคำว่าคลัสเตอร์มะตูม,มะตูมซุปเปอร์สเปรดเดอร์ ชื่อนี้มันจะติดตัวเราไปตลอด เพราะฉะนั้นตูมคิดว่าอนาคตในวงการมันจบแน่นอน"

ความตายเท่านั้นจะชดใช้ความผิดนี้

"ใช่ครับ คืออยากให้พี่หนิง (หนิง ปณิตา) รู้ไว้ว่าที่พี่พยายามช่วยตูม เอาธรรมะเข้ามาหาตูม มันสายไปแล้วนะพี่ ณ ตอนนั้นแค่มีความรู้สึกว่าทำยังไงก็ได้ให้ฉันไม่ต้องรู้สึกทรมานแบบนี้ได้ไหม ตั้งแต่ตูมเกิดมาจนอายุ 30 กว่า สิ้นมกราคมปีที่แล้ว ตูมใช้คำว่านั่นคือช่วงเวลาที่ทุกข์และตกต่ำที่สุดในชีวิตของตูมแล้ว ตูมไม่เคยสัมผัสความทุกข์ทรมานขนาดนั้นมาก่อน มันเหมือนคนตายทั้งเป็นอยู่ตลอดเวลา"

กลับมามีสติ เพราะน้ำพริกกะปิฝีมือแม่

"ภาพที่ตูมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง ICU แม่ยกมือไหว้พยาบาลขอให้ลูกได้เอาข้าวกล่องนี้ไปกินในห้องได้ไหม มันเป็นภาพที่เรานั่งอยู่บนเตียง แต่เรามองเห็นแม่เราแบบจะเอามาให้ได้ ซึ่งตูมไม่รู้ว่าในนั้นคืออะไร พยาบาลยอม พอเขาเอาเข้ามา กล่องข้าวอันนั้นมันคือกล่องเดียวเหมือนกับตอนไฮสคูลเลย ณ วินาทีนั้นเรารู้สึกว่าเราจะเป็นอะไร เราจะติดโควิด คนจะเกลียดเราทั้งประเทศยังไง เราก็คือมะตูมลูกของแม่หญิงที่เขาอยากจะดูแลเราไปตลอด"

"ในกล่องข้าวมีโน้ตเล็กๆ เขียนไว้ว่า 'จำได้ไหมนี่คือสิ่งที่แม่เคยทำให้ ดีใจจังที่มีโอกาสได้ทำอีกครั้ง' ตูมไม่รู้เรื่องความกตัญญูตอนที่ตูมบวชนะครับ ตูมรู้วันนั้น ตูมรู้ว่าสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในชีวิตมนุษย์ของบุตรคือบุพการี ตูมรู้เลยว่าไม่ว่าตูมจะเป็นคนแบบไหนในสังคม ไม่ว่าตูมจะถูกหล่อหลอมแบบไหนด้วยสังคมยังไงก็แล้วแต่ พ่อกับแม่ไม่มีวันทิ้งตูม อันนี้คือสิ่งที่ตูมรู้วันนั้น"

คนส่วนใหญ่มองบวชเพื่อต้องการล้างมลทิน ใช้ผ้าเหลืองชุบชีวิตใหม่?

"บวชล้างบาป คุณมีสิทธิคิดอย่างนั้นได้นะครับ ตูมเข้าใจเลยว่าคนจำนวนมากต้องคิดแบบนั้น แต่สำหรับตัวตูม ต้องการบวชเพื่อศึกษาพระธรรมคำสอน ต่อให้ตูมไม่บวช ตูมทำอะไรสักอย่าง ถ้าเขาไม่ชอบก็คือคนไม่ชอบ คอมเมนต์ในโซเชียลเขาตะโกนว่าเรา 100 คน แต่ถ้าเราเลือกเอาแต่ดีๆ ที่เป็นประโยชน์มาไว้ใกล้ๆ หูเราก็เดินต่อได้ คอมเมนต์ด่าเราทั้งหมด ตูมไม่เพิกเฉย แต่ตูมก้าวผ่าน ตูมทำได้ครับ ตูมสามารถเลือกที่จะวางเขาได้"

คำด่าเป็นแค่ตัวอักษร

"ตูมเชื่อนะครับ วันนี้ตูมไม่ได้มานั่งพูดในรายการในฐานะของดีเจมะตูมที่อยู่ในวงการบันเทิง ตูมขอใช้พื้นที่ตรงนี้พูดในฐานะมนุษย์คนหนึ่งครับ ที่มีรัก โลภ โกรธ หลง มีกิเลสตัณหา มีความผิด แต่รู้สึกตัวแล้วก็ศรัทธาในพระธรรมคำสอนของสัมมาสัมพุทธเจ้า ตูมขอแค่เป็นส่วนเล็กๆ ที่ยังพอจะสามารถเอาประสบการณ์ตัวเองมาเผยแพร่ สืบสานและสืบทอดพระพุทธศาสนาของตูมเอง ตูมขอแค่นี้พอ"

"ฝากคนที่ดูอยู่ตอนนี้เลย ไม่ว่าใครก็ตามที่มาด่าคุณในโซเชียลให้ทำความเข้าใจไว้ว่า เพราะเขาไม่ได้รู้จักเราดี และไม่ได้อยากรู้จักเราดีด้วย เพราะถ้าเขาอยากรู้จักเราจริงๆ เขาจะไม่ตัดสินเราขนาดนั้น พี่รู้ไหมคนที่พิมพ์ด่าเราในโซเชียล บางคนพิมพ์เป็นหน้ากระดาษเลย เขาเสียเวลาพิมพ์ด่าเราไม่น่าเกิน 5 นาที เราจะเก็บ 5 นาทีนั้นมาเป็นชั่วชีวิตเราไม่ได้"

ปตท.โชว์กำไรแจกปันผลพร้อมส่งเงินเข้ารัฐ 8.2 หมื่นล้าน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการปตท.อนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2564 เป็นเงิน 2.0 บาทต่อหุ้น รวมทั้งสิ้น 57,126 ล้านบาท จากผลประกอบการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัว

รวมถึงความสามารถในการรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจและการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ในปี 2564 กลุ่ม ปตท. ส่งเงินเข้ารัฐกว่า 82,500 ล้านบาท นอกเหนือจากงบประมาณกิจการเพื่อสังคม ปตท. ในปีที่ผ่านมา อีกกว่า 1,646 ล้านบาท

ด้านผลการดำเนินงาน ปตท. และบริษัทย่อยปี 2564 ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานที่รวมจากบริษัทในเครือทั้งในและต่างประเทศกว่า 400 แห่ง (ถือหุ้นทางตรง 34 แห่ง และถือหุ้นทางอ้อม 404 แห่ง) มีกำไรสุทธิจำนวน 108,363 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5% ของยอดขาย โดยหลักจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น จากความต้องการที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก รวมถึงการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ปี 2563 ได้รับผลกระทบจากทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 และสงครามราคาน้ำมันระหว่างรัสเซียและซาอุดิอาระเบีย ทั้งนี้ สัดส่วนกำไร 31% มาจากการดำเนินธุรกิจของ ปตท. และ 69% มาจากผลตอบแทนการลงทุนในบริษัทในกลุ่ม ปตท. ซึ่งดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยหากแบ่งตามประเภทธุรกิจ มีสัดส่วนมาจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจการค้าระหว่างประเทศของ ปตท. 31% ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม 24% ธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น 21% ธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน และบริษัทย่อยอื่นๆ 16% สำหรับกลุ่มธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกมีสัดส่วนเพียง 8% โดยกลุ่มธุรกิจน้ำมันมีกำไรจากการดำเนินงานต่อยอดขายน้ำมันเพียง 2%

นอกจากนั้น ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กลุ่มปตท. ยังช่วยบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนโดยชะลอการปรับราคาขายปลีกน้ำมันถึง แม้ว่าต้นทุนราคาน้ำมันจะเพิ่มขึ้น โดยได้ขยายระยะเวลาการคงราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์(NGV)ที่ 15.59 บาท/กิโลกรัม และราคาขายปลีก NGV ในโครงการ “เอ็นจีวี เพื่อลมหายใจเดียวกัน” สำหรับ ผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลที่เคยรับสิทธิ์ผ่านเว็บเอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกันที่ 13.62 บาทต่อกิโลกรัม จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2565

ปตท. ยังสนับสนุนส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม (LPG) แก่ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนเงิน 100 บาท/คน/เดือน ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565

ปตท.ยังสานต่อโครงการลมหายใจเดียวกัน สนับสนุนระบบสาธารณสุขไทยช่วงสถานการณ์โควิด-19 ร่วมจัดตั้งหน่วยวัคซีนเคลื่อนที่เชิงรุก จนถึงหน่วยคัดกรองโควิด-19 และโรงพยาบาลสนามครบวงจรรวมประมาณ 1,900 ล้านบาท และยังดำเนินกิจการเพื่อสังคมในทุกมิติต่อเนื่อง

“ปตท. ในฐานะรัฐวิสาหกิจ โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ยังคงขับเคลื่อนองค์กรในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของชาติ สร้างความแข็งแกร่ง และเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจภายใต้ความท้าทายที่เกิดขึ้น เพื่อผลตอบแทนกลับคืนสู่เศรษฐกิจและสังคมไทยต่อไป”นายอรรถพลกล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4 ปี 2564 ปตท.และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 27,544 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,891 ล้านบาท หรือ 16.5% จากไตรมาส 3 ปี 64 ที่มี 23,653 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 14,397 ล้านบาทหรือมากกว่า 100.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 13,147 ล้านบาท ตาม EBITDA ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ลดลง 4,412 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 3,672 ล้านบาทและที่มีภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 11,306 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบทั้งปี 2564 กับปี 2563 พบว่า ปี 2564 ปตท.และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 108,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70,597 ล้านบาทหรือมากกว่า 100.0% จากในปี 2563 ที่มี 37,766 ล้านบาท ตาม EBITDA ที่เพิ่มขึ้น แม้ปี 2564 มีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพิ่มขึ้น 34,224 ล้านบาทและขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 15,739 ล้านบาทรวมถึงภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 42,424 ล้านบาท

อีกทั้งปี 2564 มีการรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำสุทธิภาษีตามสัดส่วนของปตท.ขาดทุน 6,945 ล้านบาท โดยหลักจากการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ สุทธิภาษีของกลุ่ม ปตท. 9,000 ล้านบาท จาก PTTEP ปตท. และ GC ดังกล่าวข้างต้น รวมถึงมีรับรู้การตัดจำหน่ายสินทรัพย์บางส่วนในโครงการสำรวจปิโตรเลียมในประเทศบราซิล 2,900 ล้านบาทของ PTTEP

นอกจากนั้น มีการรับรู้ค่าใช้จ่าย Take or Pay ประมาณ 2,700 ล้านบาทของปตท. สุทธิกับการรับรู้กำไรจากการซื้อธุรกิจในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของโครงการโอมาน แปลง 61ของ PTTEP 7,000 ล้านบาทและมีส่วนลดจากปริมาณที่ผู้ผลิตส่งได้ไม่ถึงปริมาณตามสัญญา (Shortfall)ของ ปตท. 1,700 ล้านบาท

รวมถึงมีการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจท่อส่งก๊าซฯในอียิปต์ ของ PTTER 1,400 ล้านบาท ขณะที่ปี 2563 มีการรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำสุทธิ ภาษีตามสัดส่วนปตท.ขาดทุน 9,478 ล้านบาท โดยหลักจากการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ของกลุ่มปตท.สุทธิภาษี 9,000 ล้านบาทเช่นกัน โดยหลักจากเหมืองถ่านหินของ PTTGM และโครงการสำรวจและผลิตของ PTTEP

สำหรับสถานะการเงินของปตท.และบริษัทย่อย ณ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,078,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 533,836 ล้านบาทหรือ 21% จาก 31ธันวาคม 2563 ที่มีสินทรัพย์รวม 2,544,183 ล้านบาท สาเหตุหลักจากสินทรัพยไม่มีตัวตนอื่น และค่าความนิยมเพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อบริษัท Allnex Holding GmbH (Allnex) ของ GC

รวมถึงที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นโดยหลักจากการเข้าซื้อธุรกิจในโครงการโอมาน แปลง 61 ของ PTTEP ประกอบกับลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นตามราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นและเงินลงทุนระยะยาวที่เพิ่มขึ้น โดยหลักจากการลงทุนใน PT Chandra Asri Petrochemical Tbk (CAP) ของ TOP และ Avaada ของบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) (GPSC)

ขณะที่มีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 1,605,079 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 346,741 ล้านบาท หรือ 27.6% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว 154,322 ล้านบาท โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาวและการออกหุ้นกู้ของ GC ปตท.และ TOP ประกอบกับเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านราคา

นอกจากนั้น ณ 31 ธันวาคม 2564 มีส่วนของผู้ถือหุ้น 1,472,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 187,095 ล้านบาท หรือ 14.6%โดยหลักจากกำไรสุทธิของปตท.และบริษัทย่อยปี 2564 ที่เพิ่มขึ้น และจากการเพิ่มทุนของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) สุทธิด้วยการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการครึ่งหลังของปี 2563และผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2564

cr ฐานเศรษฐกิจ

พ่อแม่ “หมอกระต่าย” ฟ้องศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหาย ส.ต.ต.นรวิชญ์-ต้นสังกัด 72 ล้าน พร้อมดอกเบี้ย ขี่รถชนลูกสาวบนทางม้าลายเสียชีวิต - เตรียมฟ้อง กทม.ด้วย

พ่อแม่ “หมอกระต่าย” ฟ้องศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหาย ส.ต.ต.นรวิชญ์-ต้นสังกัด 72 ล้าน พร้อมดอกเบี้ย ขี่รถชนลูกสาวบนทางม้าลายเสียชีวิต - เตรียมฟ้อง กทม.ด้วย

17 ก.พ. 65 นพ.อนิรุทธ์ สุภวัตรจริยากุล , นางรัชนี สุภวัตรจริยากุล พ่อและแม่ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย พร้อมทนายความ เดินทางเข้าเข้ายื่นฟ้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผู้ต้องหาขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนลูกสาว ขณะเดินข้ามทางม้าลายจนเสียชีวิต

โดยมีการฟ้องทั้งหน่วยงานต้นสังกัด และ ส.ต.ต.นรวิชญ์ เรียกค่าเสียหายการจัดการศพ ค่าเสียหายการเลี้ยงดูที่ครอบครัวสูญเสีย จากการเสียชีวิตของลูกสาว รวมเป็นเงิน 72 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

ประเมินตามศักยภาพของหมอกระต่าย ถ้ายังมีชีวิตอยู่จะสามารถทำงาน ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้เท่าไหร่ การเลี้ยงดูพ่อแม่ การทำงานจนถึงวัยเกษียณ และหลังจากเกษียณแล้ว จะมีรายได้ประมาณ 200 ล้านบาท และจะสามารถจ่ายภาษีให้แก่รัฐได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท โดยมีนักวิชาการร่วมประเมินด้วย
ทนายความ ระบุว่า “แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะไม่มีเงินจ่าย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ทางครอบครัวมองว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ เพราะก่อนเกิดเหตุนั้น ส.ต.ต.นรวิชญ์ได้ไปรับเอกสารสำคัญที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และทันทีที่ออกมาก็ประสบอุบัติเหตุ ไม่ไกล แลยังเป็นวันและเวลาราชการ”

“หลังจากยื่นฟ้องที่ศาลแพ่งแล้ว ทางครอบครัวก็จะเดินทางไปยื่นฟ้องศาลปกครอง ฟ้องกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานในสังกัด 2 หน่วยงาน คือ สำนักการจราจรและขนส่ง และศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เรื่องการปล่อยปละละเลยการจัดให้มีความปลอดภัยในการใช้ทางม้าลายคนข้าม ความเสียหาย 72 ล้านบาทเช่นเดียวกัน”

ผู้เสียหายน้ำตาตก ซื้อรถมาได้ 1 วัน เกียร์พัง ขอเปลี่ยนคันใหม่หรือเปลี่ยนรุ่นไม่ได้

ถ้าคุณผู้ชมซื้อรถแล้วออกมาวันแรกรถมีปัญหา จะทำอย่างไร? อย่างเคสนี้ผู้เสียหายออกรถป้ายแดงมาได้แค่ 1 วัน ปรากฏว่าเกียร์รถพัง พอติดต่อไปที่บริษัทขายรถขอเปลี่ยนคันใหม่หรือเปลี่ยนรุ่น ก็ไม่ยอม บอกจะให้ซ่อมเปลี่ยนเกียร์ท่าเดียว จากที่ดีใจถอยรถใหม่ ต้องน้ำตาตก 

เริ่มจากปัญหาเรื่องนี้กันก่อน เรื่องมีอยู่ว่ามีผู้เสียหายท่านหนึ่ง ได้เดินทางไปออกรถใหม่ราคาเหยียบ 1 ล้านบาท ตอนนั้นก็ดีใจ ภูมิใจที่ได้ถอยรถป้ายแดง ขับออกมาอย่างสง่าผ่าเผย แต่สุดท้ายต้องคอตก เพราะผ่านไปแค่วันเดียว ย้ำว่า วันเดียว ปรากฏว่ารถเกียร์พัง ขับไม่ได้ พอแจ้งไปที่ศูนย์ เซลที่ขายก็บ่ายเบี่ยง บอกจะซ่อมคืนใหม่ เปลี่ยนเกียร์ใหม่ แต่ใจของผู้เสียหายรถราคาหลักล้านมาพัง ใครจะอยากใช้ต่อ ขอเปลี่ยนคันใหม่ หรือเปลี่ยนรุ่น เซลก็บอกว่าให้รอก่อน พอบอกไม่เอาแล้ว ขอเงินดาวน์คืน เซลก็ไม่ยอมอีก ตอนนี้บอกว่าไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหนแล้ว วอนสื่อช่วยเหลือ

เพื่อช่วยติดตามความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังศูนย์บริการรถยนต์ที่ผู้เสียหายออกรถ ได้รับการยืนยันว่า ขณะนี้ทางบริษัทได้มีการประชุมหารือกันเรียบร้อยแล้ว โดยจะคืนเงินดาวน์ทั้งหมดให้กับผู้เสียหาย เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังสอบถามไปยัง สภาองค์กรของผู้บริโภค โดย คุณโสภณ หนูรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค บอกว่า เมื่อประชาชนไปซื้อรถแล้วพบปัญหา สามารถเรียกร้องตามสิทธิของผู้บริโภคได้ เนื่องจากถือว่ารถที่ส่งมอบผิดสัญญา ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ส่งมอบสินค้า ประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกได้ว่าจะดำเนินการอย่างไร คือ 
1.ขอเปลี่ยนรถเป็นคันอื่นไปเลย 
2.ขอให้ซ่อม 
3.ขอให้ลดราคาสินค้า และ 
4.บอกเลิกสัญญาแล้วขอเงินคืน

โดยพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ระบุว่า "สินค้าที่ไม่ปลอดภัย" หมายความว่า สินค้าที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุจากความบกพร่องในการผลิตหรือการออกแบบ หรือไม่ได้กำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือกำหนดไว้แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจนตามสมควร ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสภาพของสินค้า รวมทั้งลักษณะการใช้งานและการเก็บรักษาตามปกติธรรมดาของสินค้าอันพึงคาดหมายได้

และในมาตรา 5 ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม

มีกฎหมายคุ้มครอง ถ้าเจอปัญหาลักษณะนี้ ไม่ต้องกลัว ประชาชนสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ กรณีมีการบิดพลิ้วไม่ยอมเปลี่ยนคันใหม่ หรือคืนเงินให้

Nissan เริ่มบอกลาวงการน้ำมัน จะเลิกผลิตรถยนต์สันดาปรุ่นใหม่แทบทั้งหมด

#Update Nissan เริ่มบอกลาวงการน้ำมัน

จะเลิกผลิตรถยนต์สันดาปรุ่นใหม่แทบทั้งหมด

และแล้ว Nissan ก็ประกาศยุติการผลิตและพัฒนารถยนต์ใช้น้ำมันรุ่นใหม่ในตลาดทั้งหมด มุ่งหน้าสู่กระแสโลกแห่งอนาคต ทุ่มเทให้กับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่

ข่าวนี้ส่งผลให้ Nissan ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นรายใหญ่ที่ออกมาประกาศหยุดพัฒนารถยนต์สันดาปรุ่นเก่า เลิกผลิตรถยนต์สันดาปรุ่นใหม่ โดยจะเริ่มในตลาดจีนและญี่ปุ่นเป็นที่แรก ส่วนไลน์การผลิตรถยนต์ไฮบริดยังจะคงดำเนินต่อไป

อันที่จริง ถ้าเราเทียบกับแนวทางของค่ายใหญ่อย่างเช่น Toyota จะพบว่า มีความแตกต่างอยู่ไม่น้อย เพราะมากสุดเท่าที่ Toyota ทำตอนนี้ คือการประกาศเดินหน้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ได้ประกาศยุติไลน์การผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันแต่อย่างใด หรืออย่าง Honda ที่ประกาศปิดโรงงานแม่ในญี่ปุ่น เดินหน้าสู่รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น แต่ก็จะผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันต่อไป

ส่วนในระดับโลก รายใหญ่ที่ประกาศยุติการผลิตและพัฒนารถยนต์ใช้น้ำมันรุ่นใหม่ๆ ก็ไม่ใช่ค่ายสัญชาติญี่ปุ่น เท่าที่เห็นอย่างชัดเจนในปัจจุบันคือ General Motors และ Ford ค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกัน

สำหรับ Nissan การเดินหน้าไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นแนวทางที่เห็นมาสักพักแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Nissan LEAF ที่เป็นความพยายามของทางค่ายที่ผลักดัน จนขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในตลาดโลก

แต่ถึงที่สุดแล้ว แนวทางในการยุติการพัฒนารถยนต์ใช้น้ำมันของ Nissan ส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากแรงกดดันทางกฎหมาย โดยเฉพาะในยุโรป ที่ในปีหน้า 2025 จะออกมาตรฐานมลพิษยูโร 7 (Euro 7 emissions standards) ซึ่งจะเข้มงวดกับวงการยานยนต์อย่างจริงจัง พร้อมทั้งส่งเสริมให้ปรับเป็นยานยนต์พลังงานสะอาดทั้งหมด

[ แต่ Nissan จะเหลือการผลิตและพัฒนารถยนต์สันดาปไว้หนึ่งตลาดคือ สหรัฐอเมริกา ]

จากรายงานของ Nikkei Asia ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ Nissan จะประกาศชัดเจนว่า ยุติการผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันรุ่นใหม่แทบทั้งหมด เหลือไว้แค่พัฒนารุ่นเดิม (ในสหรัฐอเมริกา) และเดินหน้าสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก

แต่สุดท้ายแล้ว ในตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นข้อจำกัด เพราะลูกค้าจำนวนหนึ่งยังคงใช้รถกระบะกันเป็นจำนวนมาก ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องผลิตรถยนต์สันดาปในตลาดสหรัฐอเมริกาต่อไป เพราะยังมีความต้องการอยู่ไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของบริษัท ที่มุ่งหน้าสู่พลังงานสะอาด Nissan ชี้แจงว่า แม้จะมีรถยนต์ใช้น้ำมันของทางแบรนด์วิ่งอยู่บนถนนในบางรุ่น แต่หลังจากนี้จะพัฒนา ออกแบบ และปรับปรุงระบบเครื่องยนต์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะแม้จะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการผลิตครั้งใหญ่ แต่โรงงานผลิตจะคงอยู่ต่อไป และไม่มีการปลดพนักงานในกรณีนี้แต่อย่างใด

ที่มา

https://asia.nikkei.com/Business/Automobiles/Nissan-to-end-most-development-of-new-gasoline-engines

https://globalnews.ca/news/8600290/nissan-gas-engines-development/

https://www.reuters.com/business/autos-transportation/nissan-stop-most-development-new-gasoline-engines-nikkei-2022-02-07/

สื่อชี้ชาวเน็ตจีนชื่นชอบ 'ฮานิว' นักสเก็ตญี่ปุ่น แม้สัมพันธ์สองชาติเย็นชา

สื่อชี้ชาวเน็ตจีนชื่นชอบ 'ฮานิว' นักสเก็ตญี่ปุ่น แม้สัมพันธ์สองชาติเย็นชา
 
เมื่อไม่นานนี้ เว็บไซต์หนังสือพิมพ์นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่าฮานิว ยูซุรุ นักสเก็ตลีลาชาวญี่ปุ่น ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่จากบรรดาแฟนคลับในจีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความสามารถแยกแยะกีฬาออกจากความสัมพันธ์ทางการเมือง

เว็บไซต์ฯ ระบุว่าฮานิวได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในจีน แม้จีนและญี่ปุ่นจะไม่ได้มีความสัมพันธ์อันเป็นมิตรที่สุดในขณะนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอันโดดเด่นที่มุ่งแยกแยะวัฒนธรรมออกจากการเมืองในหมู่ชาวจีนผู้เป็นเจ้าบ้านจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

รายงานข่าวระบุว่ากลุ่มแฟนคลับที่กระตือรือร้นต่างให้กำลังใจฮานิว และแสดงความตื่นเต้นต่อการแข่งขันของเขาบนเวยโป๋ (Weibo) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคล้ายทวิตเตอร์ของจีน โดยชาวจีนจำนวนมากแยกแยะระหว่างรัฐบาลของประเทศและประชาชนกับวัฒนธรรมได้

เปิดชิมคราฟต์เบียร์หน้าสภา หลังมีมติส่ง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ให้ ครม. พิจารณาก่อนกลับเข้าสภา

เปิดชิมคราฟต์เบียร์หน้าสภา หลังมีมติส่ง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ให้ ครม. พิจารณาก่อนกลับเข้าสภา

ในที่สุดที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ 207 ต่อ 195 เสียง ให้ส่งร่างแก้ไขพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.… (พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า) ที่เสนอโดย เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล และคณะ เป็นผู้เสนอ โดยให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำไปพิจารณา ก่อนส่งกลับมาให้สภาพิจารณารับหลักการอีกครั้งใน 60 วัน

ขณะที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภา ภาคประชาชนที่นำโดยกลุ่มประชาชนเบียร์ได้ยื่นหนังสือและจัดกิจกรรมเรียกร้องให้สภารับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อเป็นก้าวแรกในการปลดล็อกกฎหมาย ทลายทุนผูกขาด และเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงการผลิตได้ และยังจัดกิจกรรมเชิญชวนให้ประชาชนที่สนใจมาร่วมชิมสุราพื้นบ้าน สุราชุมชน และคราฟต์เบียร์ อีกด้วย

เท่าพิภพกล่าวภายหลังทราบมติของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า “ขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชนว่าร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่ถูกตีตก ความหวังของพวกเรายังไปต่อ อยากให้ประชาชนรอวันสุกงอม อีกไม่เกิน 2 เดือนนับจากนี้ ร่างกฎหมายจะถูกนำมาพิจารณากันใหม่ เราจะรณรงค์ต่อไปและพยายามเปลี่ยนความคิดของคนที่ยังไม่เห็นด้วยให้ได้ มติในวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านยังมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันบางส่วนในการพิจารณากฎหมายเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน จึงยังถือเป็นความหวังของประชาชนที่ยังมีต่อสภาผู้แทนราษฎรได้”

ขณะที่ก่อนหน้านี้กลุ่มสุราประชาชน สุราไทย และสมาคมคราฟต์เบียร์ ออกจดหมายเปิดผนึกถึง ส.ส. ทุกคน โดยระบุตอนหนึ่งว่า “หากสภาเป็นศูนย์รวมอำนาจของประชาชนอย่างแท้จริง ต้องนำ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ผ่านเข้าสู่กรรมาธิการเพื่อแก้ไขให้เหมาะสมโดยเร็ว มิใช่การส่งให้ ครม. นำไปพิจารณาอีก 60-120 วัน แล้วอาจลากไปจนถึงเวลาหมดวาระของสภา ไม่ต่างจากการปล่อยให้ประชาชนอดอยาก ไม่สนใจความยากลำบากของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรเช่นนั้นเราไม่ต้องการ”

งามหลายๆ ภาพมุมสูง "เขื่อนน้ำเทิน 2"

งามหลายๆ ภาพมุมสูง "เขื่อนน้ำเทิน 2"

เพจ Laoslanshare โพสต์ภาพมุมสูงของเขื่อนน้ำเทิน 2 ใน สปป.ลาว ซึ่งน้ำที่กักเก็บไว้ได้ท่วมพื้นที่เหนือเขื่อนซึ่งเป็นภูเขาน้อยใหญ่ จนมองเห็นเป็นเกาะแก่งมากมายละลานตา จนแฟนเพจทั้งคนลาวและคนไทยได้แชร์ภาพสวยๆ นี้ไปเกือบ 2,000 ครั้ง

สำหรับ "เขื่อนน้ำเทิน 2" เป็นโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ตั้งอยู่ที่เมืองนากาย แขวงคำม่วน สปป.ลาว เป็นโครงการก่อสร้างที่มีมายาวนาน โดยได้มีการจัดพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2 เมื่อปี 2548 และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2552 ตั้งอยู่บนความสูง 520 เมตร ของที่ราบสูงนากาย

มีประเด็นถกเถียงมากมายในการก่อสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2 โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม โดยที่ราบสูงนากายถือเป็นพื้นที่ป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของพืชพันธุ์และสัตว์ต่างๆ การสร้างเขื่อนจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติอย่างมาก รวมถึงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะต้องใช้ทรัพยากรมาก จึงได้รับการต่อต้านอย่างหนักจากองค์กรภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยถือเป็นลูกค้าหลักที่ซื้อไฟฟ้าจากการผลิตของน้ำเทิน 2 แห่งนี้

ปักหมุดเตรียมก่อสร้างสายสีม่วงใต้!

ปักหมุดเตรียมก่อสร้างสายสีม่วงใต้!

ตอนนี้ก็รู้ผลกันแล้วนะครับว่าสายสีม่วงใต้ใครจะได้บริษัทอะไรบ้างสร้างในช่วงไหนบ้าง โดยเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา ทาง รฟม. หรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้เปิดเผยผลการประกวดราคาจ้างการก่อสร้างดังนี้

สัญญาที่ 1 ช่วงเตาปูน – หอสมุดแห่งชาติ ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ CKST-PL JOINT VENTURE (บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน))

สัญญาที่ 2 ช่วงหอสมุดแห่งชาติ – ผ่านฟ้า ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ CKST-PL JOINT VENTURE (บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน))

สัญญาที่ 3 ช่วงผ่านฟ้า – สะพานพุทธ ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ ITD - NWR MRT JOINT VENTURE (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) และ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน))

สัญญาที่ 4 ช่วงสะพานพุทธ – ดาวคะนอง ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน)

สัญญาที่ 5 ช่วงดาวคะนอง – ครุใน อาคาร Stapling Yard และอาคาร Park & Ride ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน)

สัญญาที่ 6 งานออกแบบและก่อสร้างระบบรางตลอดแนวเส้นทางโครงการ ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน)

ซึ่งคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาก่อสร้างได้ภายในเดือนมีนาคม 2565 นี้และจะทำการก่อสร้างไปจนถึงเปิดให้บริการได้ภายในปี 2570

PAL-V รถยนต์บินรุ่นแรกของโลกที่ถูกผลิตเพื่อการจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์

PAL-V รถยนต์บินรุ่นแรกของโลกที่ถูกผลิตเพื่อการจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์

รถยนต์บินได้อาจไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เนื่องจากมีบริษัทเอกชนหลายแห่งทั่วโลกให้ความสนใจพัฒนารถยนต์บินได้ในรูปแบบใช้พลังงานน้ำมันและพลังงานไฟฟ้า อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2011 รถยนต์บิน PAL-V ONE ของบริษัทเอกชนในประเทศเนเธอร์แลนด์ ประสบความสำเร็จในการทดสอบบินขึ้นสู่อวกาศหลังจากบริษัทใช้เวลาในการพัฒนาเทคโนโลยีนานกว่า 10 ปี และกลายเป็นรถยนต์คันแรกของโลกที่สามารถบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สำเร็จ .

ปัจจุบันบริษัทเอกชนแห่งนี้ยังคงพัฒนารถยนต์บินอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามพัฒนารถยนต์บิน 3 ล้อ รองรับผู้โดยสาร 2 ที่นั่ง ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 100 แรงม้า ทำความเร็วได้ประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาน้อยกว่า 9 วินาที รวมไปถึงการปรับปรุงการออกแบบภายนอกของตัวรถให้มีความทันสมัย บริษัทมีแผนการส่งมอบรถยนต์คันแรกให้กับลูกค้าในช่วงปี 2023

สำหรับความสามารถในการบินของตัวรถยนต์บิน PAL-V สามารถวิ่งขึ้นจากรันเวย์ความยาว 330 เมตร โดยใช้ความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบินสูงสุดประมาณ 3.5 กิโลเมตร พิสัยการบิน 500 กิโลเมตรในเวลาประมาณ 4.3 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางไกลเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของตัวรถ

อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงต้องผ่านบทพิสูจน์ของรถยนต์บินได้ PAL-V อีกหลายขั้นตอน เช่น ข้อกฎหมายในบางประเทศที่ห้ามการนำรถยนต์บินได้วิ่งบนถนนหรือการบินขึ้นสู่อากาศจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานด้านการคมนาคมทางอากาศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีรถยนต์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

-------------------------- CR : ThaiPBSSci And Tech

รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการประมูลก่อสร้าง คาดว่าปีนี้ก็จะได้เริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้าง

รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการประมูลก่อสร้าง คาดว่าปีนี้ก็จะได้เริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างแล้วฮะ คาดว่าจะเสร็จประมาณปี 2570

ที่จะกระทบหนักๆ ก็คือเรื่องของการจราจร ใครที่ผ่าน หรือมีบ้านอยู่บนถนนหรือย่านเหล่านี้ก็เตรียมตัวกันไว้ได้เลย

ถนนสามเสน

- เกียกกาย

- บางกระบือ

- ศรีย่าน

- วชิระ

- เทเวศร์

- บางขุนพรหม

- บางลำพู

ถนนพระสุเมรุ

- วัดบวรนิเวศ

- สะพานวันชาติ

- ผ่านฟ้า

ถนนมหาไชย

- ป้อมมหากาฬ

- ร้านเจ้ไฝ-ทิพย์สมัยผัดไทยประตูผี

- สวนรมณีนาถ

- แยกสามยอด (MRT สถานีสามยอด)

- เมก้าสะพานเหล็ก

ถนนจักรเพชร

- อินเดียเอ็มโพเรียม

- การไฟฟ้าวัดเลียบ

💧

ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปกเกล้า

💧

ถนนประชาธิปก

- โรงเรียนศึกษานารี

- แยกบ้านแขก

- วงเวียนใหญ่

ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน

- แยกตากสิน

- รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า

- แยกมไหสวรรย์

- บิ๊กซีดาวคะนอง (จุดเปลี่ยนจากทางวิ่งใต้ดินขึ้นมาเป็นทางยกระดับ คล้ายๆ สายสีส้มตรงสัมมากร)

- แยกดาวคะนอง

ถนนสุขสวัสดิ์

- บางปะแก้ว

- แยกพระราม 2

- บางปะกอก

- แยกประชาอุทิศ (กิโลเก้า)

- สามแยกพระประแดง

เตรียมวางแผนการเดินทางได้เลยครับ ☄️

 
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger