#Update Nissan เริ่มบอกลาวงการน้ำมัน
จะเลิกผลิตรถยนต์สันดาปรุ่นใหม่แทบทั้งหมด
และแล้ว Nissan ก็ประกาศยุติการผลิตและพัฒนารถยนต์ใช้น้ำมันรุ่นใหม่ในตลาดทั้งหมด มุ่งหน้าสู่กระแสโลกแห่งอนาคต ทุ่มเทให้กับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มที่
ข่าวนี้ส่งผลให้ Nissan ขึ้นแท่นเป็นแบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นรายใหญ่ที่ออกมาประกาศหยุดพัฒนารถยนต์สันดาปรุ่นเก่า เลิกผลิตรถยนต์สันดาปรุ่นใหม่ โดยจะเริ่มในตลาดจีนและญี่ปุ่นเป็นที่แรก ส่วนไลน์การผลิตรถยนต์ไฮบริดยังจะคงดำเนินต่อไป
อันที่จริง ถ้าเราเทียบกับแนวทางของค่ายใหญ่อย่างเช่น Toyota จะพบว่า มีความแตกต่างอยู่ไม่น้อย เพราะมากสุดเท่าที่ Toyota ทำตอนนี้ คือการประกาศเดินหน้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า แต่ไม่ได้ประกาศยุติไลน์การผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันแต่อย่างใด หรืออย่าง Honda ที่ประกาศปิดโรงงานแม่ในญี่ปุ่น เดินหน้าสู่รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น แต่ก็จะผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันต่อไป
ส่วนในระดับโลก รายใหญ่ที่ประกาศยุติการผลิตและพัฒนารถยนต์ใช้น้ำมันรุ่นใหม่ๆ ก็ไม่ใช่ค่ายสัญชาติญี่ปุ่น เท่าที่เห็นอย่างชัดเจนในปัจจุบันคือ General Motors และ Ford ค่ายรถยนต์สัญชาติอเมริกัน
สำหรับ Nissan การเดินหน้าไปสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นแนวทางที่เห็นมาสักพักแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Nissan LEAF ที่เป็นความพยายามของทางค่ายที่ผลักดัน จนขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในตลาดโลก
แต่ถึงที่สุดแล้ว แนวทางในการยุติการพัฒนารถยนต์ใช้น้ำมันของ Nissan ส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามาจากแรงกดดันทางกฎหมาย โดยเฉพาะในยุโรป ที่ในปีหน้า 2025 จะออกมาตรฐานมลพิษยูโร 7 (Euro 7 emissions standards) ซึ่งจะเข้มงวดกับวงการยานยนต์อย่างจริงจัง พร้อมทั้งส่งเสริมให้ปรับเป็นยานยนต์พลังงานสะอาดทั้งหมด
[ แต่ Nissan จะเหลือการผลิตและพัฒนารถยนต์สันดาปไว้หนึ่งตลาดคือ สหรัฐอเมริกา ]
จากรายงานของ Nikkei Asia ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ Nissan จะประกาศชัดเจนว่า ยุติการผลิตรถยนต์ใช้น้ำมันรุ่นใหม่แทบทั้งหมด เหลือไว้แค่พัฒนารุ่นเดิม (ในสหรัฐอเมริกา) และเดินหน้าสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก
แต่สุดท้ายแล้ว ในตลาดใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นข้อจำกัด เพราะลูกค้าจำนวนหนึ่งยังคงใช้รถกระบะกันเป็นจำนวนมาก ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องผลิตรถยนต์สันดาปในตลาดสหรัฐอเมริกาต่อไป เพราะยังมีความต้องการอยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของบริษัท ที่มุ่งหน้าสู่พลังงานสะอาด Nissan ชี้แจงว่า แม้จะมีรถยนต์ใช้น้ำมันของทางแบรนด์วิ่งอยู่บนถนนในบางรุ่น แต่หลังจากนี้จะพัฒนา ออกแบบ และปรับปรุงระบบเครื่องยนต์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะแม้จะเปลี่ยนแปลงแนวทางในการผลิตครั้งใหญ่ แต่โรงงานผลิตจะคงอยู่ต่อไป และไม่มีการปลดพนักงานในกรณีนี้แต่อย่างใด
ที่มา
https://asia.nikkei.com/Business/Automobiles/Nissan-to-end-most-development-of-new-gasoline-engines
https://globalnews.ca/news/8600290/nissan-gas-engines-development/
https://www.reuters.com/business/autos-transportation/nissan-stop-most-development-new-gasoline-engines-nikkei-2022-02-07/
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยานยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยานยนต์ แสดงบทความทั้งหมด
Nissan เริ่มบอกลาวงการน้ำมัน จะเลิกผลิตรถยนต์สันดาปรุ่นใหม่แทบทั้งหมด
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
ยานยนต์,
Nissan
PAL-V รถยนต์บินรุ่นแรกของโลกที่ถูกผลิตเพื่อการจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์
PAL-V รถยนต์บินรุ่นแรกของโลกที่ถูกผลิตเพื่อการจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์
รถยนต์บินได้อาจไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เนื่องจากมีบริษัทเอกชนหลายแห่งทั่วโลกให้ความสนใจพัฒนารถยนต์บินได้ในรูปแบบใช้พลังงานน้ำมันและพลังงานไฟฟ้า อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2011 รถยนต์บิน PAL-V ONE ของบริษัทเอกชนในประเทศเนเธอร์แลนด์ ประสบความสำเร็จในการทดสอบบินขึ้นสู่อวกาศหลังจากบริษัทใช้เวลาในการพัฒนาเทคโนโลยีนานกว่า 10 ปี และกลายเป็นรถยนต์คันแรกของโลกที่สามารถบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สำเร็จ
.
ปัจจุบันบริษัทเอกชนแห่งนี้ยังคงพัฒนารถยนต์บินอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามพัฒนารถยนต์บิน 3 ล้อ รองรับผู้โดยสาร 2 ที่นั่ง ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 100 แรงม้า ทำความเร็วได้ประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาน้อยกว่า 9 วินาที รวมไปถึงการปรับปรุงการออกแบบภายนอกของตัวรถให้มีความทันสมัย บริษัทมีแผนการส่งมอบรถยนต์คันแรกให้กับลูกค้าในช่วงปี 2023
สำหรับความสามารถในการบินของตัวรถยนต์บิน PAL-V สามารถวิ่งขึ้นจากรันเวย์ความยาว 330 เมตร โดยใช้ความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบินสูงสุดประมาณ 3.5 กิโลเมตร พิสัยการบิน 500 กิโลเมตรในเวลาประมาณ 4.3 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางไกลเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของตัวรถ
อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงต้องผ่านบทพิสูจน์ของรถยนต์บินได้ PAL-V อีกหลายขั้นตอน เช่น ข้อกฎหมายในบางประเทศที่ห้ามการนำรถยนต์บินได้วิ่งบนถนนหรือการบินขึ้นสู่อากาศจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานด้านการคมนาคมทางอากาศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีรถยนต์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
--------------------------
CR : ThaiPBSSci And Tech
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ยานยนต์,
รถยนต์บิน,
รถยนต์ไฟฟ้า,
PAL-V
รถยนต์ไฟฟ้า Porsche Taycan ทุบสถิติแบตเตอรี่ขับกว่า 4,500 กม. ด้วยการชาร์จระหว่างทางเพียง 2.5 ชม.
ทุบ Guiness World Records! รถยนต์ไฟฟ้า Porsche Taycan ที่ขับโดย Wayne Gardes ทำลายสถิติในการข้ามฟากสหรัฐอเมริกา จาก Los Angeles ไปยัง New York หรือกว่า 4,500 กิโลเมตร ด้วยการใช้เวลาหยุดชาร์จไฟฟ้าสั้นที่สุด โดยระหว่างทางเขาหยุดชาร์จเพื่อเติมไฟฟ้าที่สถานี Electrify America เพียง 2 ชั่วโมง 26 นาที 48 วินาที
การเดินทางของเขาเริ่มขึ้นเมื่อ 7 พฤศจิกายน สำเร็จเมื่อ 12 พฤศจิกายน ปี 2021 ที่ผ่านมา โดยหยุดชาร์จที่ 18 สถานี และได้รับการบันทึกเมื่อไม่นานมานี้โดย Guiness World Records โดยการเดินทางนี้ทุบสถิติเดิมไปเกือบ 3 เท่า และดีกว่าสถิติการชาร์จของ Tesla Model S ถึง 5 เท่า
ซึ่ง Wayne Gardes เจ้าของการเดินทางชี้ว่า Taycan นั้นทำงานได้ดีกว่าที่เขาคาดไว้มาก โดยเผยว่าการเดินทางของทั้งหมดเสียค่าใช้จ่ายไฟฟ้าจากสถานีชาร์จไปเพียง 76.82 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,549 บาท
รถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นเทคโนโลยียานพาหนะที่น่าสนใจที่สามารถช่วยลดมลพิษในอากาศ และก๊าซเรือนกระจกได้ แต่สิ่งที่ท้าทายคือระยะทางที่สามารถขับขี่ได้ต่อการชาร์จ ประกอบกับความรวดเร็วในการชาร์จ และการกระจายตัวของสถานีชาร์จ ซึ่งเทคโนโลยีต้องพัฒนาให้มีความเหมาะสม
ที่มา
https://www.guinnessworldrecords.com/world-records/114110-least-non-driving-time-to-cross-the-united-states-in-an-electric-vehicle
https://www.independent.co.uk/life-style/gadgets-and-tech/electric-car-battery-record-porsche-b2004169.html?utm_content=Echobox&utm_medium=Social&utm_source=Facebook&fbclid=IwAR12aKSFJoh4bVDqfxkjXMc0FvafBrjmJTPqT50v_ityrvWPE9hYS4SQBJw#Echobox=1643659579
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
ยานยนต์,
รถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า,
รถยนต์ไฟฟ้า
ยังนึกภาพไม่ออกเหมือนกันนะว่า Apple Car จะออกมายังไง
ตอนนี้มีรายงานว่า Apple ได้รื้อโครงการรถยนต์ไฟฟ้ากลับมาและพร้อมเปิดโรงงานดำเนินการอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปสักพักใหญ่ และทำให้เหล่าสาวกมองกันตาปริบ ๆ แต่ตอนนี้มีข่าวว่ารถยนต์ EV ของ Apple จะพร้อมเข้าสู่ตลาดภายในปี 2025
แน่นอนว่า Apple มีทุนวิจัยและและพัฒนาเรื่องนี้อยางมาก แต่หลายคนแอบสงสัยว่าบริษัทได้พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงเพียงพอที่จะทำให้มันเป็นจริงแล้วหรือยัง หากเทียบกับยักษ์ใหญ่อย่าง Tesla ที่ตอนนี้พัฒนาไปไกลมากแล้ว
Apple สนใจที่จะเข้าสู่อุตสาหกรรมรถยนต์มาตั้งแต่ปี 2014 โดยมีรายงานว่า CEO Tim Cook อนุมัติโครงการ Titan ซึ่งเป็นโครงการลับสุดยอดที่กำลังพัฒนา แต่ก็ได้เงียบหายไป (หรือแอบพัฒนาอย่างลับ ๆ หรือเปล่า)
ทั้งนี้เว็บไซต์ Bloomberg ตั้งข้อสังเกตว่า Apple ได้บรรลุ "ก้าวสำคัญ" ในการพัฒนาระบบรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง โดยอธิบายว่าชิปที่ Apple สร้างขึ้นนั้นเป็นส่วนประกอบที่ล้ำหน้าไปแล้ว เพราะว่ามันประกอบไปด้วย neural processors ที่ไว้ใช้จัดการงานที่ใช้ AI ซึ่งเป็นระบบที่จำเป็นสำหรับรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม ชิปอาจร้อนจัด ซึ่งจะทำให้ Apple ต้องคิดค้นระบบระบายความร้อนที่ซับซ้อนเพื่อป้องกันไม่ให้มีความร้อนสูงเกินไป
ที่มาข้อมูล
https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-11-18/apple-accelerates-work-on-car-aims-for-fully-autonomous-vehicle
https://www.techspot.com/news/92290-apple-renews-interest-vehicle-project-shifts-focus-self.html
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า,
ยานยนต์,
Apple Car
พนักงานขับชินคันเซ็นถูกจับได้ว่าเล่นเกมสมาร์ทโฟนนับระยะทาง GPS บนรถไฟหัวกระสุนมานานนับสิบปี
พนักงานขับชินคันเซ็นถูกจับได้ว่าเล่นเกมสมาร์ทโฟนนับระยะทาง GPS บนรถไฟหัวกระสุนมานานนับสิบปี
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
ยานยนต์,
รถไฟความเร็วสูง
เปิดคุณสมบัติรถยนต์ไฟฟ้าบินได้ ตลาดรถไฟฟ้าจีนเริ่มรุกหนักตลาดยุโรป
ภายในระยะเวลา 8 ปี ที่ HT Aero ได้ผลิต eVTOL หรือ electric vertical take-off and landing ยานพาหนะไฟฟ้าที่สามารถบินขึ้นและลงจอดได้ในแนวดิ่ง ออกมาแล้วทั้งหมด 5 แบบ และบริษัทเริ่มพัฒนา X2 รุ่นของยานยนต์ 2 ที่นั่งที่สามารถเดินทางทั้งทางบกและอากาศตั้งแต่ปี 2013 ที่ผ่านการทดสอบมาแล้วมากกว่า 15,000 ครั้ง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพื่ออัพเกรดคุณสมบัติในด้านต่างๆถึงระบบควบคุมการบิน ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและระบบร่มชูชีพและฟีเจอร์เพิ่มเติมคือน้ำหนักที่เบามากขึ้น โยออกแบบให้ตัวเครื่องยนต์มีน้ำหนักเท่ากับครึ่งหนึ่งของซีดานรุ่น XPENG P7 ที่มีน้ำหนักประมาณ 1.9 ตัน วัสดุที่ใช้คือคาร์บอนไฟเบอร์ผสมกับวัสดุที่แข็งแรงและเบากว่า อย่าง อลูมิเนียมการบิน อัลลอยด์ไทเทเนียมและแมกนีเซียมอัลลอยด์ ในการผลิตตัวถังของรถ
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ยานยนต์,
รถยนต์จีน,
รถยนต์บินได้
ญี่ปุ่นกลัวตกขบวน EV ให้ 2.3 แสนบาท/คัน จูงใจซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสถานีชาร์จ 1.5 แสนสถานี
ญี่ปุ่นกลัวตกขบวน EV ให้ 2.3 แสนบาท/คัน จูงใจซื้อ #รถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสถานีชาร์จ 1.5 แสนสถานี 🚗
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
รถยนต์ไฟฟ้า,
รถยนต์ EV
แนวโน้มของโลกเขาเป็นแบบนี้ ต่อไปพาหนะที่ใช้ในการเดินทางน่าจะเป็น EV เป็นส่วนใหญ่
แนวโน้มของโลกเขาเป็นแบบนี้ ต่อไปพาหนะที่ใช้ในการเดินทางน่าจะเป็น EV เป็นส่วนใหญ่
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
รถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า,
รถยนต์ไฟฟ้า,
รถยนต์ EV
GWM เปิดตัว All New HAVAL JOLION Hybrid SUV คันแรกของโลก
จอมยุทธ์ ปะทะ ซามูไร! เจาะตลาด B-SUV เมื่อแบรนด์จีน MG และ Haval ขอตีค่ายญี่ปุ่นให้แตกพ่าย
ในที่สุดตลาด B-SUV หรือรถ SUV ขนาดเล็ก จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะเมื่อต้นสัปดาห์ Honda เพิ่งเปิดตัว Honda HR-V โฉมใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ Hybrid ทุกรุ่นย่อย
จากนั้นไม่กี่วัน Great Wall Motor เปิดตัว Haval Jolion แถมมากับเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนกัน เรียกว่าชิงดำกันสุด ๆ เพราะทั้งคู่เผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่กันก่อน และต่างไม่บอกราคาอย่างเป็นทางการ นี่ยังไม่นับ Toyota, Mazda, Nissan และ Subaru ที่ยังลุยตลาดนี้ต่อเนื่อง กลายเป็นศึกระหว่างแบรนด์จีน และญี่ปุ่น ที่น่าจะสู้กันมันที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มอื่น ๆ
ผลจะออกมาเป็นอย่างไรลองมาวิเคราะห์ไปด้วยกัน
1) B-SUV ที่ทุกค่ายหันมาจับตลาด
B-SUV กลายเป็นกลุ่มรถยนต์ที่ทุกค่ายหันมาจริงจังในการทำตลาด เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยซื้อรถคันหนึ่งต้องเอาให้คุ้ม
นั่งสบาย ประหยัดน้ำมัน ขนาดไม่ใหญ่เกินไป อยู่บนถนนแล้วดูดี คือปัจจัยในการตัดสินใจซื้อ
เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมด B-SUV จึงค่อนข้างตอบโจทย์ ผ่านราคาราว ๆ 1 ล้านบาท นั่ง 5 คนยังพอสบาย แถมด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มากจึงขับขี่ในเมืองสะดวก และประหยัดน้ำมัน ที่สำคัญคือออกแบบเท่ ๆ ถูกใจวัยรุ่น คนเริ่มทำงาน และคนที่พึ่งมีครอบครัว
6-7 ปีก่อน ตลาดนี้ถูกครองโดยแบรนด์ญี่ปุ่นเบ็ดเสร็จ มี Honda HR-V ผู้นำ ตามมาด้วย Mazda CX-3 อาจมี Nissan Juke แซม ๆ มาบ้าง และช่วงหลังเริ่มมี Toyota C-HR เข้ามาแย่งส่วนแบ่ง
แต่พอเข้าปลายปี 2017 เกิดการเขย่าตลาดครั้งใหญ่ด้วยการมาถึงของ MG กับรุ่น MG ZS ที่มากับราคาเริ่มต้น 6.79 แสนบาท
แม้จะติดเรื่องปัญหาความเชื่อมั่น แต่ราคาขนาดนี้ก็ดึงดูดลูกค้าที่อยากครอบครอง B-SUV ไปได้มาก ดัน MG ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่ง B-SUV ได้หลายช่วงเวลา
จนการมาของแบรนด์เจ้าตลาด กับรุ่น Toyota Corolla Cross ที่เอาจริงทั้งเรื่องการตลาด และสเปก ทำให้เฉือน MG ZS ขึ้นเป็น B-SUV รุ่นที่มียอดขายอันดับ 1 ในปี 2020 และครองตำแหน่งนี้ไว้ในปี 2021 เช่นกัน
2) Honda กลับมา แต่ GWM ก็มาด้วย
หลังปล่อยให้แบรนด์จีน และ Toyota สนุกสนานกับการขาย B-SUV วันที่ 5 พ.ย. 2021 Honda ขอกลับมาทวงตำแหน่งผู้นำด้วย Honda HR-V e:HEV โฉมใหม่ในรอบกว่า 7 ปี
e:HEV ไม่ใช่ศัพท์เทคนิคอะไรมาก เพราะมันคือเทคโนโลยีเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนที่ Honda ใช้ในรุ่นต่าง ๆ
ที่น่าสนใจคือ HR-V มาพร้อมเครื่อง Hybrid ทุกรุ่นย่อย ส่วนราคาทางการยังไม่เปิดเผย มีแค่ข้อมูลว่าเริ่มต้นต่ำกว่า 9.90 แสนบาท และตัวท็อปต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท มี 3 รุ่นย่อย เปิดให้จองแล้ว
งานนี้ต้องรอเปิดราคาวันที่ 19 พ.ย. 2021 ว่ากระแสจะออกมาดีหรือไม่
แต่วันที่ 10 พ.ย. 2021 Great Wall Motor ค่ายรถจากจีนน้องใหม่ในตลาดไทย ก็เปิดตัว Haval Jolion รถ B-SUV ที่จะมาต่อยอดความสำเร็จของรุ่นพี่ Haval H6
Haval Jolion มากับเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนกัน ส่วนราคา และวันวางจำหน่ายยังไม่เปิดเผย ส่วนตัวเชื่อว่าศึกนี้สนุกแน่ เพราะ B-SUV ในตลาดที่ใช้เครื่อง Hybrid จะมีให้เลือกหลายรุ่น ไล่ตั้งแต่ Toyota Corolla Cross กับ C-HR, Honda HR-V, Nissan Kicks และล่าสุด Haval Jolion
ส่วนถ้านับรวม B-SUV ในตลาดจะมีให้เลือกซื้อเกือบ 10 รุ่น ตามความต้องการ และกำลังทรัพย์ของแต่ละคน
3) ศึกหนักระหว่างจอมยุทธ์ กับซามูไร
เมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มอื่น ๆ B-SUV ถือเป็นตลาดที่แบรนด์จีน กับญี่ปุ่นน่าจะแข่งขันกันดุเดือดที่สุด ราวกับการปะทะกันของจอมยุทธ์ กับซามูไร
ฝั่งจีน MG ZS และ Haval Jolion มาพร้อมกระบวนท่าที่หลากหลาย เปรียบได้กับสเปกที่ใส่มาแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก แถมมีหมัดตายอย่าง ราคา ที่สู้กับแบรนด์ญี่ปุ่นได้แน่ ๆ
ส่วนญี่ปุ่นที่นำโดย Toyota, Honda และ Mazda อาจมากับความนิ่งสงบแบบซามูไร มั่นใจว่าดาบตัวเองคมอยู่แล้ว ฟันอะไรก็ขาด
แต่จากความคิดนี้ แบรนด์ญี่ปุ่นก็สูญเสียส่วนแบ่งในตลาด B-SUV ให้กับแบรนด์จีนไปเยอะพอสมควร แถมก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ MG เจ้าเดียว
หลังจากสิ้นปี 2021 เป็นต้นไป จะมีแบรนด์จีนถึง 2 เจ้า คนที่เหนื่อยน่าจะเป็นแบรนด์รอง ๆ ในตลาด B-SUV ถ้าแบรนด์จีนแก้ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นได้ ความมั่นใจในคมดาบคงซามูไรคงไม่มีอีกแล้ว และน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของค่ายญี่ปุ่นแน่นอน
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์
เตรียมตัวอย่างไรก่อนติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน
เตรียมตัวอย่างไรก่อนติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยอำนวยความสะดวกการเตรียมตัวก่อนติดตั้ง EV Charger ภายในบ้าน โดยสามารถติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่ เนื่องจากจะต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้
1. หากสามารถปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้านได้ แนะนำเป็นการเพิ่มขนาดมิเตอร์
2. หากไม่สะดวกปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้าน สามารถขอติดตั้งมิเตอร์เครื่องที่ 2 เพื่อแยกระบบไฟฟ้าได้
โดยการให้บริการจะเป็นลักษณะเดียวกับการให้บริการติดตั้งมิเตอร์ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่ โดย 1 บ้านเลขที่ มี 2 หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า (CA) โดยมิเตอร์เครื่องที่ 1 และมิเตอร์เครื่องที่ 2 ให้กำหนดเป็นประเภทผู้ใช้ไฟเดียวกัน (เช่น มิเตอร์เครื่องที่ 1 เป็นผู้ใช้ไฟประเภทกิจการขนาดเล็ก มิเตอร์เครื่องที่ 2 ต้องเป็นประเภทกิจการขนาดเล็ก) แต่สามารถเลือกใช้คนละอัตราค่าไฟได้ (อัตราปกติกับอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้: TOU)
ส่วนข้อกำหนดการขอมิเตอร์เครื่องที่ 2 เพื่อติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) สำหรับบ้านอยู่อาศัย หรือกิจการขนาดเล็ก (ที่ไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์) ผู้ขอมิเตอร์เครื่องที่ 2 ต้องติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในแยกจากระบบไฟฟ้าภายในของมิเตอร์เครื่องที่ 1 และติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตามมาตรฐานของ PEA ไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้วงจรที่จ่ายไฟฟ้าให้เครื่องชาร์จต้องแยกต่างหากจากการจ่ายไฟให้กับโหลดอื่นๆ ทั้งนี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1129 ตลอด 24 ชั่วโมง
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า,
ถยนต์ไฟฟ้า,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
EV Charger
ปตท.จับมือ 'โฮซอน' ค่ายรถจีน เล็งจำหน่าย EV พวงมาลัยขวา Neta V ขยายธุรกิจยานยนไฟฟ้าแบบครบวงจร
ปตท. จับมือ Hozon ค่ายรถ EV จากจีน ขยายตลาดยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรในไทย
ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้สำหรับโอกาสทางธุรกิจและการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Strategic Co-Operation MOU Signing Ceremony) ระหว่าง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้น 100% สำหรับดำเนินธุรกิจในด้าน EV Value Chain และ บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้โมบิล จำกัด (Hozon New Energy Automobile Co., Ltd; Hozon) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน
โดยมีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายจาง หย่ง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โฮซอน (Mr. Zhang Yong, Co-Founder and Chief Executive Officer of Hozon) และนายบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ ปตท. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี พร้อมด้วยนายนพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน ปตท. และนายเฉิน เอี้ยวกวง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน โฮซอน (Mr. Chen Yaoguang, Co-Founder and Chief Investment Officer of Hozon)
ร่วมลงนาม ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายโอกาสทางธุรกิจ EV แบบครบวงจร อาทิ ให้บริการเช่า หรือ จัดจำหน่าย EV พวงมาลัยขวารุ่นแรกของแบรนด์ Neta V ผลิตโดย Hozon และบริการหลังการขายที่เกี่ยวข้องผ่าน EVme ดิจิทัลแพลตฟอร์มของ ARUN PLUS รวมถึงความเป็นไปได้ในการขยายฐานการผลิต EV มายังประเทศไทย ผ่านบริษัทร่วมทุนระหว่าง ARUN PLUS กับ บริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด หรือ ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) เป็นต้น เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ ส่งเสริมภาคการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมดันไทยสู่สังคม Low Carbon และการเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตเต็มรูปแบบ
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์
‘Subaru Corp’ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV คันแรก รองรับการแก้ปัญหาโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
‘Subaru Corp’ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV คันแรก รองรับการแก้ปัญหาโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
‘Subaru Corp’ บริษัทรถยนต์ของญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบ หรือ EV คันแรกของบริษัท ที่มีชื่อว่า ‘Solterra’ เกิดจากโครงการพัฒนาร่วมกัน 2 ปี กับ Toyota Motor Corp ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ Subaru
โดยการเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ SUV มีขึ้นท่ามกลางความต้องการรถยนต์ EV ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ หลายประเทศทั่วโลกควบคุมกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
Subaru ระบุในเอกสารแถลงข่าวว่า รุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ FWD ของ ‘Solterra’ สามารถวิ่งได้ในระยะทาง 530 กิโลเมตร ขณะที่ รุ่นที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ AWD สามารถวิ่งได้ไกล 460 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟครั้งเดียว
ทั้งนี้ Toyota บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ถือหุ้น 1 ใน 5 ของ Subaru และมีหุ้น 5% ใน Mazda Motor Corp ซึ่งมีแผนการที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 13 รุ่นภายในปี 2025 รวมทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า หรือ BEV ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีของโตโยตา
ภาพ: Reuters
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
รถยนต์ไฟฟ้า,
รถยนต์ EV
เกาหลีเปิดตัวโรงงานใหม่ผลิตรถอีวีให้ฮุนได
เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี ที่มีการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในเกาหลีใต้ โรงงานแห่งนี้ ดำเนินงานโดย“กวางจู โกลบอล มอเตอร์ส หรือจีจีเอ็ม เป็นบริษัทตั้งใหม่ที่เกิดจากการร่วมมือของทางการเมืองกวางจูในภาคตะวันตกเฉียงใต้ ที่ได้ทุนสนับสนุนจาก“ฮุนได มอเตอร์”
Labels:
กวางจู โกลบอล มอเตอร์ส,
ข่าวทั้งหมด,
จีจีเอ็ม,
ยานยนต์,
ฮุนได มอเตอร์
บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า RIVIAN ขายหุ้น IPO แล้ว มูลค่าบริษัทแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์ แซง FORD, GM
ความเชื่อล้วน ๆ เพราะยังไม่เคยส่งมอบรถยนต์สักคัน
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
ยานยนต์,
รถยนต์ไฟฟ้า,
Rivian
Subaru” ร่วมกับโตโยต้า เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก “Solterra” เดินเครื่องสู่ EV
โดยการเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ SUV มีขึ้นท่ามกลางความต้องการรถยนต์ EV ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ หลายประเทศทั่วโลกควบคุมกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
Subaru ระบุในเอกสารแถลงข่าวว่า รุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ FWD ของ ‘Solterra’ สามารถวิ่งได้ในระยะทาง 530 กิโลเมตร ขณะที่ รุ่นที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ AWD สามารถวิ่งได้ไกล 460 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟครั้งเดียว
ทั้งนี้ Toyota บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ถือหุ้น 1 ใน 5 ของ Subaru และมีหุ้น 5% ใน Mazda Motor Corp
ซึ่งมีแผนการที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 13 รุ่นภายในปี 2025 รวมทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า หรือ BEV ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีของโตโยตา
ภาพ: Reuters
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ยานยนต์,
รถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า,
EV Subaru
ส่อง 4 แบรนด์รถสัญชาติจีน มาแรงบุกตลาด EV โลก
ในอดีตหากพูดถึงผู้ผลิตรถยนต์ อาจนึกออกเพียงไม่กี่สัญชาติ ที่คุ้นหูกันจากฝากฝั่งตะวันตกคงหนีไม่พ้นรถยุโรปหรืออเมริกา ส่วนในโลกตะวันออกก็ต้องนึกถึงรถญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก
.
ทว่าโลกของอุตสาหกรรมยานยนต์ตอนนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เมื่อมังกรเริ่มขยับตัว ตั้งแต่ปี 2009 รถยนต์แบรนด์จีนเติบโตก้าวกระโดด โดยเฉพาะแบรนด์ท้องถิ่น และเมื่อรวมกับการผลิตจากแบรนด์ต่างชาติ ทำให้จีนมีจำนวนรถยนต์มากกว่าที่ผลิตในยุโรป หรือแม้แต่รถยนต์ที่ผลิตในอเมริกาและญี่ปุ่นรวมกัน
ส่งผลให้ จีนเป็นทั้งตลาดรถยนต์และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกพร้อมกันเป็นที่เรียบร้อย ดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศ เพราะประสิทธิภาพรถยนต์จากจีน แม้จะขึ้นมาติด Top ของโลกช้า แต่ก็มาแบบไม่น้อยหน้าแบรนด์รถยนต์ดัง ๆ ที่อยู่มาก่อน โดยเฉพาะประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้า EV
#Agenda เปิดวาร์ป 4 รถยนต์ EV แบรนด์จีน ที่กำลัง start an engine ลุยครองตลาดรถยนต์โลก แบรนด์ไหนน่าสนใจบ้าง มาดูกัน!
1. BYD │ Build Your Dream
.
BYD ก่อตั้งปี 1995 โดย Wang Chuanfu เริ่มต้นมาจากบริษัทผลิตแบตเตอรี่โทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน เมื่อปี 2002 บริษัท BYD เข้าซื้อบริษัทรถยนต์ Tsinchuan Automobile เข้ามาเป็นบริษัทลูก
แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “BYD Auto”
ในช่วงแรกยังคงผลิตรถยนต์น้ำมัน อิงตามรถยนต์ของญี่ปุ่นอยู่ กระทั่งปี 2008 สามารถผลิตรถพลังไฟฟ้าแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) คันแรกของโลก จากความชำนาญที่เคยทำบริษัทด้านแบตเตอรี่มาก่อนและเริ่มได้รับความสนใจในแวดวงรถยนต์โลก
ปัจจุบันรถยนต์ของ BYD ที่วางขายมีทั้งรถขนาดเล็ก ขนาดคอมแพกต์ และรถขนาดกลาง โดยที่มีทั้งรถแฮทช์แบ็ก ซีดาน เอ็มพีวี และเอสยูวี รวมไปถึงมีทั้งรถไฟฟ้า ไฮบริด และใช้เครื่องยนต์ปกติ มีมูลค่าบริษัท 4.7 ล้านล้านบาท (เป็นรองแค่ Tesla และ Toyota)
---
2. GWM │ Great Wall Motor
GWM ก่อตั้งปี 1984 โดย Wang Fengying เริ่มต้นมาจากการผลิตรถบรรทุก ที่มีจุดเด่นด้านความทนทาน จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่รถกระบะ Pick-up ได้รับความนิยมจนตีตลาดจีนแตก ปี 1998 ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดรถ Pickup ในจีนได้สำเร็จ และขยายไปสู่ประเภทรถยนต์อื่น ๆ เช่น SUV
อีกหนึ่งความสำเร็จของ GMW คือ การเป็นค่ายรถยนต์รายแรงของจีนที่ได้ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2003 และยังเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ในปี 2011 อีกด้วย
.
ปัจจุบัน GMW มีมูลค่าบริษัทกว่า 2.6 ล้านล้านบาท มีรถยนต์ 4 แบรนด์ ได้แก่
- HAVAL เป็นแบรนด์รถยนต์ประเภท SUV ยอดขาดสูงสุดในจีน 11 ปีซ้อน
- ORA แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ที่เกิดจากการลงทุนวิจัยและพัฒนาของบริษัทนานกว่า 10 ปี
- WEY แบรนด์รถยนต์ Smart SUV เป็นแบรนด์เจาะกลุ่มตลาดรถพรีเมี่ยม หรูหรา คุณภาพสูง
- GWM POER แบรนด์รถกระบะถึกทน ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ GMW ตั้งแต่สมัยบุกเบิก
นอกจากนี้ ยังมีการขยายการผลิตไปในต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง
---
3. NIO
.
แบรนด์ NIO เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ก่อตั้งโดย William Li ตั้งแต่ปี 2014 เป็นม้ามืดที่น่าจับตามอง เพราะว่าแม้บริษัทจะก่อตั้งไม่ถึง 10 ปี ก็สามารถขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของแบรนด์รถหรูทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz หรือ BMW
William Li เริ่มต้นจากการทำ Startup ด้านอินเทอร์เน็ต และตามด้วยก่อตั้งบริษัท Bitauto Holdings Limited ที่ให้บริการข้อมูลด้านรถยนต์ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ในปี 2010
ปี 2014 เริ่มมาจับธุรกิจรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าในปีภายใต้บริษัท NIO Inc. ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก จากกระแสรถ EV ที่กำลังมาแรงยิ่งทำให้นักลงทุนและกองทุนมาร่วมเป็นพันธมิตร เช่น Baillie Gifford, BlackRock, Temasek และ Tencent ใช้เวลาเพียง 4 ปี ก็สามารถพา NIO Inc. เข้าตลาดหลักทรัพย์ NYSE ได้สำเร็จ
ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัท 2.2 ล้านล้านบาท สูสีไม่แพ้กันกับรถยนต์ High Class อย่าง Mercedes-Benz หรือ BMW
---
4. SAIC MOTOR │ Shanghai Automotive Industry Corporation
บริษัทรถยนต์สัญชาติจีนที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1955 ก่อตั้งโดย Chen Hong เริ่มต้นจากธุรกิจโรงงานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังสงครามสิ้นสุด ปี 1984 บริษัทจึงได้มีการร่วมทุนกับ Volkswagen และ General Motor
จากจุดเด่นของ SAIC ที่เชี่ยวชาญในการประกอบยานยนต์ ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา SAIC เหล่าแบรนด์รถยนต์ระดับโลกจึงเข้ามาร่วมทุนและผลิตยนต์ส่งออกขาย ทำให้ SAIC เติบโต มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนสามารถผลิตรถยนต์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของจีน และอันดับ 12 ของโลก
โดย SAIC เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ดังระดับโลกมากมาย เช่น Roewe, Maxus, Volkswagen, Chevrolet, Buick และ Cadillac ซึ่งมีทั้งแบรนด์ที่ขายภายใต้บริษัทตัวเอง และแบรนด์ที่ร่วมือกับบริษัทต่างประเทศ เช่น MG ซึ่งเป็นการร่วมกับกับบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ของไทย
มูลค่าของบริษัท SAIC อยู่ที่ 1.2 ล้านล้าน มีสายการผลิตรถยนต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รถน้ำมัน รถไฟฟ้า ทั้งระดับธรรมดาและพรีเมี่ยม รวมไปถึงรถบัส รถบรรทุก รถเมล์ ซึ่งกำลังส่งออกไปทั่วโลก
---
การขยับตัวของแบรนด์รถยนต์ EV จากจีนแผ่นดินใหญ่ สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงไปสู่วงการยานยนต์โลก เนื่องจาก กระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อโลกกำลังมาแรง เป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้รถยนต์จีนอาจจะทะยานขึ้นเป็นรถยนต์ที่รับความนิยมที่สุดของโลก...ก็เป็นได้
ที่มา: wikipedia, longtunman, Autodeft, Thairath, companiesmarketcap, TheStandard
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
รถ EV
ซีอีโอ Baidu ประกาศความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่สุดในโลก
โรบิน หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ Baidu ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของจีน เปิดเผยความสำเร็จของบริษัทที่กลายเป็นผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากที่บริษัททุ่มเทศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการเดินทางอัตโนมัติมาหลายปี พร้อมตั้งเป้าที่จะขยายบริการดังกล่าวไปยังเมืองต่างๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น
ซีอีโอของ Baidu กล่าวในจดหมายเปิดผนึกถึงพนักงาน หลังจากรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสของบริษัทว่า Apollo Go แพลตฟอร์มบริการเรียกรถอัตโนมัติของ Baidu ได้ให้บริการการเดินทางถึง 115,000 ครั้งในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา ทำให้ Baidu กลายเป็นผู้ให้บริการการเดินทางอัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ปัจจุบัน Apollo Go ให้บริการในกรุงปักกิ่ง กวางโจว มณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน, ฉางซา มณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน, ชางโจว มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน และเซี่ยงไฮ้ ซึ่งผู้โดยสารสามารถเรียกแท็กซี่หุ่นยนต์ได้โดยใช้แพลตฟอร์มมือถือ ขณะเดียวกัน Baidu ตั้งเป้าที่จะขยายบริการ Apollo Go ให้ครอบคลุม 65 เมืองภายในปี 2025 และ 100 เมืองภายในปี 2030
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า แพลตฟอร์ม Apollo L4 สามารถสะสมไมล์ทดสอบแล้วกว่า 10 ล้านไมล์ เพิ่มขึ้น 189 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบอัตราการเติบโตรายปี รวมถึงได้รับใบอนุญาตขับขี่อัตโนมัติแล้ว 411 ใบ สะท้อนถึงความครอบคลุมทางภูมิศาสตร์ในวงกว้างของ Apollo และความสามารถในการขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาพบว่า แพลตฟอร์ม Apollo มีพันธมิตรมากกว่า 210 ราย และทำงานร่วมกับนักพัฒนาทั่วโลกกว่า 65,000 ราย
อ้างอิง:
https://www.globaltimes.cn/page/202111/1239224.shtml
.
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
Apollo,
Baidu
Gogoro บริษัทธุรกิจยานยนต์จากประเทศไต้หวัน เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีเปลี่ยนแบต
#รถยนต์ไฟฟ้า
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
รถยนต์ไฟฟ้า,
Gogoro
ต้นปี 2565 นี้ ภาครัฐ เตรียมประกาศใช้มาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า
ในความโชคร้าย ค่าใช้จ่ายต่างๆขึ้นกันแหลก ก็ยังพอมีความโชคดีด้านอื่นๆบ้างแฮะ
ต้นปี 2565 นี้ ทางรัฐ เตรียมประกาศใช้มาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าครับ โดยจะมีหลายมาตรการที่จัดให้เช่น
- การลดภาษีนำเข้า และภาษีรถยนต์ประจำปี
- การลดค่าทางด่วนสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้า
และไม่แน่อาจมีเงินอุตหนุนสำหรับคนที่หันมาซื้อรถไฟฟ้าใช้ครับ
ซึ่งเป้าหมายคือทำให้รถยนต์ไฟฟ้าถูกลงแบบมีนัยยะชัดเจน และยังมีเป้าหมายระยะยาวเช่น
หนุนการผลิตรถ EV ให้ได้ 30% ภายในปี 2568 และในปี 2578 ต้องผลิตรถ EV เป็น 100% ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายมากสำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายมากสำหรับประเทศไทย
อย่างเดือนนี้เจ้าแมวเหมียว ORA GOODCAT ก็มาจุดพลุความสนใจในรถไฟฟ้าได้เยอะเลยครับ กวาดยอดจองไปเพียบเลย มารอลุ้นราคา 29 ต.ค. นี้กัน แอดก็แอบจองไปคันนึงแหละ 55 น่ารักดี
ทีนี้ กลับมามองที่ที่อยู่ อย่างบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ก็สบายหน่อยในการทำจุดชาร์จในบ้าน
แต่คอนโดนี่ล่ะครับ อาจต้องมีการปรับปรุงกันยกใหญ่ โดยเฉพาะคอนโดเก่าๆที่ต้องเสริมจุดชาร์จเข้ามา และการคิดค่าไฟต่างๆ หรือให้ง่ายก็อาจจะ ให้เช่าที่ไปเลย แลกกับการให้ผู้ให้บริการนอก มาติดเครื่องชาร์จ
ส่วนคอนโดใหม่ๆอาจต้องมองว่าจะเพิ่มจุดชาร์จยังไงให้เพียงพอ จะมีปลั๊กไฟสำหรับทุกจุดจอดรถไหม (แต่อันนั้นก็ชาร์จได้ช้าหน่อยนะ)
ส่วนนิติก็ต้องมาวางแผนว่าอีกหน่อยคนใช้จุดจอดรถชาร์ตไฟเยอะขึ้น จะหมุนเวียนรถอย่างไร ไม่ให้จอดแช่นานๆ
ก็มารอดูกันว่า Trend นี้จะมีผลอย่างไรกับการออกแบบพื้นที่จอดรถของโครงการใหม่ๆในอนาคตครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมที่
https://www.bangkokbiznews.com/news/967918?anm&fbclid=IwAR2NWg9VD5uuvzr92RbAsANRkUXzir77NjPnVbEWrHbnTygeMORBaVkMthY
Credit photo by archyworldys.com
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
ยานยนต์,
รถ EV
ทุบสถิติ 6 ไตรมาสติด! Tesla รายงานกำไร 5.3 หมื่นล้านบาท
https://edition.cnn.com/.../bus.../tesla-earnings/index.html
https://www.bloomberg.com/.../tesla-s-quarterly-revenue...
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
ยานยนต์,
Tesla

















