ญี่ปุ่นกลัวตกขบวน EV ให้ 2.3 แสนบาท/คัน จูงใจซื้อ #รถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสถานีชาร์จ 1.5 แสนสถานี 🚗
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคโนโลยี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคโนโลยี แสดงบทความทั้งหมด
ญี่ปุ่นกลัวตกขบวน EV ให้ 2.3 แสนบาท/คัน จูงใจซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสถานีชาร์จ 1.5 แสนสถานี
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
รถยนต์ไฟฟ้า,
รถยนต์ EV
แนวโน้มของโลกเขาเป็นแบบนี้ ต่อไปพาหนะที่ใช้ในการเดินทางน่าจะเป็น EV เป็นส่วนใหญ่
แนวโน้มของโลกเขาเป็นแบบนี้ ต่อไปพาหนะที่ใช้ในการเดินทางน่าจะเป็น EV เป็นส่วนใหญ่
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
รถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า,
รถยนต์ไฟฟ้า,
รถยนต์ EV
GWM เปิดตัว All New HAVAL JOLION Hybrid SUV คันแรกของโลก
จอมยุทธ์ ปะทะ ซามูไร! เจาะตลาด B-SUV เมื่อแบรนด์จีน MG และ Haval ขอตีค่ายญี่ปุ่นให้แตกพ่าย
ในที่สุดตลาด B-SUV หรือรถ SUV ขนาดเล็ก จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะเมื่อต้นสัปดาห์ Honda เพิ่งเปิดตัว Honda HR-V โฉมใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ Hybrid ทุกรุ่นย่อย
จากนั้นไม่กี่วัน Great Wall Motor เปิดตัว Haval Jolion แถมมากับเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนกัน เรียกว่าชิงดำกันสุด ๆ เพราะทั้งคู่เผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่กันก่อน และต่างไม่บอกราคาอย่างเป็นทางการ นี่ยังไม่นับ Toyota, Mazda, Nissan และ Subaru ที่ยังลุยตลาดนี้ต่อเนื่อง กลายเป็นศึกระหว่างแบรนด์จีน และญี่ปุ่น ที่น่าจะสู้กันมันที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มอื่น ๆ
ผลจะออกมาเป็นอย่างไรลองมาวิเคราะห์ไปด้วยกัน
1) B-SUV ที่ทุกค่ายหันมาจับตลาด
B-SUV กลายเป็นกลุ่มรถยนต์ที่ทุกค่ายหันมาจริงจังในการทำตลาด เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยซื้อรถคันหนึ่งต้องเอาให้คุ้ม
นั่งสบาย ประหยัดน้ำมัน ขนาดไม่ใหญ่เกินไป อยู่บนถนนแล้วดูดี คือปัจจัยในการตัดสินใจซื้อ
เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมด B-SUV จึงค่อนข้างตอบโจทย์ ผ่านราคาราว ๆ 1 ล้านบาท นั่ง 5 คนยังพอสบาย แถมด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มากจึงขับขี่ในเมืองสะดวก และประหยัดน้ำมัน ที่สำคัญคือออกแบบเท่ ๆ ถูกใจวัยรุ่น คนเริ่มทำงาน และคนที่พึ่งมีครอบครัว
6-7 ปีก่อน ตลาดนี้ถูกครองโดยแบรนด์ญี่ปุ่นเบ็ดเสร็จ มี Honda HR-V ผู้นำ ตามมาด้วย Mazda CX-3 อาจมี Nissan Juke แซม ๆ มาบ้าง และช่วงหลังเริ่มมี Toyota C-HR เข้ามาแย่งส่วนแบ่ง
แต่พอเข้าปลายปี 2017 เกิดการเขย่าตลาดครั้งใหญ่ด้วยการมาถึงของ MG กับรุ่น MG ZS ที่มากับราคาเริ่มต้น 6.79 แสนบาท
แม้จะติดเรื่องปัญหาความเชื่อมั่น แต่ราคาขนาดนี้ก็ดึงดูดลูกค้าที่อยากครอบครอง B-SUV ไปได้มาก ดัน MG ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่ง B-SUV ได้หลายช่วงเวลา
จนการมาของแบรนด์เจ้าตลาด กับรุ่น Toyota Corolla Cross ที่เอาจริงทั้งเรื่องการตลาด และสเปก ทำให้เฉือน MG ZS ขึ้นเป็น B-SUV รุ่นที่มียอดขายอันดับ 1 ในปี 2020 และครองตำแหน่งนี้ไว้ในปี 2021 เช่นกัน
2) Honda กลับมา แต่ GWM ก็มาด้วย
หลังปล่อยให้แบรนด์จีน และ Toyota สนุกสนานกับการขาย B-SUV วันที่ 5 พ.ย. 2021 Honda ขอกลับมาทวงตำแหน่งผู้นำด้วย Honda HR-V e:HEV โฉมใหม่ในรอบกว่า 7 ปี
e:HEV ไม่ใช่ศัพท์เทคนิคอะไรมาก เพราะมันคือเทคโนโลยีเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนที่ Honda ใช้ในรุ่นต่าง ๆ
ที่น่าสนใจคือ HR-V มาพร้อมเครื่อง Hybrid ทุกรุ่นย่อย ส่วนราคาทางการยังไม่เปิดเผย มีแค่ข้อมูลว่าเริ่มต้นต่ำกว่า 9.90 แสนบาท และตัวท็อปต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท มี 3 รุ่นย่อย เปิดให้จองแล้ว
งานนี้ต้องรอเปิดราคาวันที่ 19 พ.ย. 2021 ว่ากระแสจะออกมาดีหรือไม่
แต่วันที่ 10 พ.ย. 2021 Great Wall Motor ค่ายรถจากจีนน้องใหม่ในตลาดไทย ก็เปิดตัว Haval Jolion รถ B-SUV ที่จะมาต่อยอดความสำเร็จของรุ่นพี่ Haval H6
Haval Jolion มากับเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนกัน ส่วนราคา และวันวางจำหน่ายยังไม่เปิดเผย ส่วนตัวเชื่อว่าศึกนี้สนุกแน่ เพราะ B-SUV ในตลาดที่ใช้เครื่อง Hybrid จะมีให้เลือกหลายรุ่น ไล่ตั้งแต่ Toyota Corolla Cross กับ C-HR, Honda HR-V, Nissan Kicks และล่าสุด Haval Jolion
ส่วนถ้านับรวม B-SUV ในตลาดจะมีให้เลือกซื้อเกือบ 10 รุ่น ตามความต้องการ และกำลังทรัพย์ของแต่ละคน
3) ศึกหนักระหว่างจอมยุทธ์ กับซามูไร
เมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มอื่น ๆ B-SUV ถือเป็นตลาดที่แบรนด์จีน กับญี่ปุ่นน่าจะแข่งขันกันดุเดือดที่สุด ราวกับการปะทะกันของจอมยุทธ์ กับซามูไร
ฝั่งจีน MG ZS และ Haval Jolion มาพร้อมกระบวนท่าที่หลากหลาย เปรียบได้กับสเปกที่ใส่มาแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก แถมมีหมัดตายอย่าง ราคา ที่สู้กับแบรนด์ญี่ปุ่นได้แน่ ๆ
ส่วนญี่ปุ่นที่นำโดย Toyota, Honda และ Mazda อาจมากับความนิ่งสงบแบบซามูไร มั่นใจว่าดาบตัวเองคมอยู่แล้ว ฟันอะไรก็ขาด
แต่จากความคิดนี้ แบรนด์ญี่ปุ่นก็สูญเสียส่วนแบ่งในตลาด B-SUV ให้กับแบรนด์จีนไปเยอะพอสมควร แถมก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ MG เจ้าเดียว
หลังจากสิ้นปี 2021 เป็นต้นไป จะมีแบรนด์จีนถึง 2 เจ้า คนที่เหนื่อยน่าจะเป็นแบรนด์รอง ๆ ในตลาด B-SUV ถ้าแบรนด์จีนแก้ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นได้ ความมั่นใจในคมดาบคงซามูไรคงไม่มีอีกแล้ว และน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของค่ายญี่ปุ่นแน่นอน
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์
เก็บพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยแบตเตอรี่จากรากถั่ว
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี
เตรียมตัวอย่างไรก่อนติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน
เตรียมตัวอย่างไรก่อนติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยอำนวยความสะดวกการเตรียมตัวก่อนติดตั้ง EV Charger ภายในบ้าน โดยสามารถติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่ เนื่องจากจะต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้
1. หากสามารถปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้านได้ แนะนำเป็นการเพิ่มขนาดมิเตอร์
2. หากไม่สะดวกปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้าน สามารถขอติดตั้งมิเตอร์เครื่องที่ 2 เพื่อแยกระบบไฟฟ้าได้
โดยการให้บริการจะเป็นลักษณะเดียวกับการให้บริการติดตั้งมิเตอร์ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่ โดย 1 บ้านเลขที่ มี 2 หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า (CA) โดยมิเตอร์เครื่องที่ 1 และมิเตอร์เครื่องที่ 2 ให้กำหนดเป็นประเภทผู้ใช้ไฟเดียวกัน (เช่น มิเตอร์เครื่องที่ 1 เป็นผู้ใช้ไฟประเภทกิจการขนาดเล็ก มิเตอร์เครื่องที่ 2 ต้องเป็นประเภทกิจการขนาดเล็ก) แต่สามารถเลือกใช้คนละอัตราค่าไฟได้ (อัตราปกติกับอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้: TOU)
ส่วนข้อกำหนดการขอมิเตอร์เครื่องที่ 2 เพื่อติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) สำหรับบ้านอยู่อาศัย หรือกิจการขนาดเล็ก (ที่ไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์) ผู้ขอมิเตอร์เครื่องที่ 2 ต้องติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในแยกจากระบบไฟฟ้าภายในของมิเตอร์เครื่องที่ 1 และติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตามมาตรฐานของ PEA ไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้วงจรที่จ่ายไฟฟ้าให้เครื่องชาร์จต้องแยกต่างหากจากการจ่ายไฟให้กับโหลดอื่นๆ ทั้งนี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1129 ตลอด 24 ชั่วโมง
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า,
ถยนต์ไฟฟ้า,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
EV Charger
ปตท.จับมือ 'โฮซอน' ค่ายรถจีน เล็งจำหน่าย EV พวงมาลัยขวา Neta V ขยายธุรกิจยานยนไฟฟ้าแบบครบวงจร
ปตท. จับมือ Hozon ค่ายรถ EV จากจีน ขยายตลาดยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรในไทย
ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้สำหรับโอกาสทางธุรกิจและการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Strategic Co-Operation MOU Signing Ceremony) ระหว่าง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้น 100% สำหรับดำเนินธุรกิจในด้าน EV Value Chain และ บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้โมบิล จำกัด (Hozon New Energy Automobile Co., Ltd; Hozon) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน
โดยมีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายจาง หย่ง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โฮซอน (Mr. Zhang Yong, Co-Founder and Chief Executive Officer of Hozon) และนายบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ ปตท. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี พร้อมด้วยนายนพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน ปตท. และนายเฉิน เอี้ยวกวง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน โฮซอน (Mr. Chen Yaoguang, Co-Founder and Chief Investment Officer of Hozon)
ร่วมลงนาม ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายโอกาสทางธุรกิจ EV แบบครบวงจร อาทิ ให้บริการเช่า หรือ จัดจำหน่าย EV พวงมาลัยขวารุ่นแรกของแบรนด์ Neta V ผลิตโดย Hozon และบริการหลังการขายที่เกี่ยวข้องผ่าน EVme ดิจิทัลแพลตฟอร์มของ ARUN PLUS รวมถึงความเป็นไปได้ในการขยายฐานการผลิต EV มายังประเทศไทย ผ่านบริษัทร่วมทุนระหว่าง ARUN PLUS กับ บริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด หรือ ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) เป็นต้น เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ ส่งเสริมภาคการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมดันไทยสู่สังคม Low Carbon และการเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตเต็มรูปแบบ
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์
‘Subaru Corp’ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV คันแรก รองรับการแก้ปัญหาโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
‘Subaru Corp’ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV คันแรก รองรับการแก้ปัญหาโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
‘Subaru Corp’ บริษัทรถยนต์ของญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบ หรือ EV คันแรกของบริษัท ที่มีชื่อว่า ‘Solterra’ เกิดจากโครงการพัฒนาร่วมกัน 2 ปี กับ Toyota Motor Corp ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ Subaru
โดยการเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ SUV มีขึ้นท่ามกลางความต้องการรถยนต์ EV ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ หลายประเทศทั่วโลกควบคุมกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
Subaru ระบุในเอกสารแถลงข่าวว่า รุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ FWD ของ ‘Solterra’ สามารถวิ่งได้ในระยะทาง 530 กิโลเมตร ขณะที่ รุ่นที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ AWD สามารถวิ่งได้ไกล 460 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟครั้งเดียว
ทั้งนี้ Toyota บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ถือหุ้น 1 ใน 5 ของ Subaru และมีหุ้น 5% ใน Mazda Motor Corp ซึ่งมีแผนการที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 13 รุ่นภายในปี 2025 รวมทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า หรือ BEV ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีของโตโยตา
ภาพ: Reuters
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
รถยนต์ไฟฟ้า,
รถยนต์ EV
'ดิสนีย์' ไม่ตกขบวน เผยมีแผนเข้าสู่ Metaverse
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
ดิสนีย์พลัส,
เทคโนโลยี,
Meta,
metaverse
โซล เปิดแผนสร้างเมือง Metaverse ท่องเที่ยว-ทำกิจกรรม-รับบริการสาธารณะ ได้บนโลกเสมือน
โซล เปิดแผนสร้างเมือง Metaverse ท่องเที่ยว-ทำกิจกรรม-รับบริการสาธารณะ ได้บนโลกเสมือน
ถ้าพูดถึง Metaverse นี่คือเทรนด์แห่งอนาคตที่หลายๆ บริษัท เช่น Meta (Facebook) Microsoft Nike ให้กำลังให้ความสนใจ แต่รู้หรือไม่ว่าเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้อย่าง “กรุงโซล” ก็กำลังจะเข้ามาลงเล่นในสนาม Metaverse เหมือนกัน
เช่น บริการด้านธุรกิจ การศึกษา พื้นที่สำหรับกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การสื่อสาร การพัฒนาเมือง และบริการสาธารณะ
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
Facebook,
Meta,
metaverse,
Microsoft Nike
ส่อง 4 แบรนด์รถสัญชาติจีน มาแรงบุกตลาด EV โลก
ในอดีตหากพูดถึงผู้ผลิตรถยนต์ อาจนึกออกเพียงไม่กี่สัญชาติ ที่คุ้นหูกันจากฝากฝั่งตะวันตกคงหนีไม่พ้นรถยุโรปหรืออเมริกา ส่วนในโลกตะวันออกก็ต้องนึกถึงรถญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก
.
ทว่าโลกของอุตสาหกรรมยานยนต์ตอนนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เมื่อมังกรเริ่มขยับตัว ตั้งแต่ปี 2009 รถยนต์แบรนด์จีนเติบโตก้าวกระโดด โดยเฉพาะแบรนด์ท้องถิ่น และเมื่อรวมกับการผลิตจากแบรนด์ต่างชาติ ทำให้จีนมีจำนวนรถยนต์มากกว่าที่ผลิตในยุโรป หรือแม้แต่รถยนต์ที่ผลิตในอเมริกาและญี่ปุ่นรวมกัน
ส่งผลให้ จีนเป็นทั้งตลาดรถยนต์และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกพร้อมกันเป็นที่เรียบร้อย ดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศ เพราะประสิทธิภาพรถยนต์จากจีน แม้จะขึ้นมาติด Top ของโลกช้า แต่ก็มาแบบไม่น้อยหน้าแบรนด์รถยนต์ดัง ๆ ที่อยู่มาก่อน โดยเฉพาะประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้า EV
#Agenda เปิดวาร์ป 4 รถยนต์ EV แบรนด์จีน ที่กำลัง start an engine ลุยครองตลาดรถยนต์โลก แบรนด์ไหนน่าสนใจบ้าง มาดูกัน!
1. BYD │ Build Your Dream
.
BYD ก่อตั้งปี 1995 โดย Wang Chuanfu เริ่มต้นมาจากบริษัทผลิตแบตเตอรี่โทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน เมื่อปี 2002 บริษัท BYD เข้าซื้อบริษัทรถยนต์ Tsinchuan Automobile เข้ามาเป็นบริษัทลูก
แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “BYD Auto”
ในช่วงแรกยังคงผลิตรถยนต์น้ำมัน อิงตามรถยนต์ของญี่ปุ่นอยู่ กระทั่งปี 2008 สามารถผลิตรถพลังไฟฟ้าแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) คันแรกของโลก จากความชำนาญที่เคยทำบริษัทด้านแบตเตอรี่มาก่อนและเริ่มได้รับความสนใจในแวดวงรถยนต์โลก
ปัจจุบันรถยนต์ของ BYD ที่วางขายมีทั้งรถขนาดเล็ก ขนาดคอมแพกต์ และรถขนาดกลาง โดยที่มีทั้งรถแฮทช์แบ็ก ซีดาน เอ็มพีวี และเอสยูวี รวมไปถึงมีทั้งรถไฟฟ้า ไฮบริด และใช้เครื่องยนต์ปกติ มีมูลค่าบริษัท 4.7 ล้านล้านบาท (เป็นรองแค่ Tesla และ Toyota)
---
2. GWM │ Great Wall Motor
GWM ก่อตั้งปี 1984 โดย Wang Fengying เริ่มต้นมาจากการผลิตรถบรรทุก ที่มีจุดเด่นด้านความทนทาน จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่รถกระบะ Pick-up ได้รับความนิยมจนตีตลาดจีนแตก ปี 1998 ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดรถ Pickup ในจีนได้สำเร็จ และขยายไปสู่ประเภทรถยนต์อื่น ๆ เช่น SUV
อีกหนึ่งความสำเร็จของ GMW คือ การเป็นค่ายรถยนต์รายแรงของจีนที่ได้ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2003 และยังเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ในปี 2011 อีกด้วย
.
ปัจจุบัน GMW มีมูลค่าบริษัทกว่า 2.6 ล้านล้านบาท มีรถยนต์ 4 แบรนด์ ได้แก่
- HAVAL เป็นแบรนด์รถยนต์ประเภท SUV ยอดขาดสูงสุดในจีน 11 ปีซ้อน
- ORA แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ที่เกิดจากการลงทุนวิจัยและพัฒนาของบริษัทนานกว่า 10 ปี
- WEY แบรนด์รถยนต์ Smart SUV เป็นแบรนด์เจาะกลุ่มตลาดรถพรีเมี่ยม หรูหรา คุณภาพสูง
- GWM POER แบรนด์รถกระบะถึกทน ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ GMW ตั้งแต่สมัยบุกเบิก
นอกจากนี้ ยังมีการขยายการผลิตไปในต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง
---
3. NIO
.
แบรนด์ NIO เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ก่อตั้งโดย William Li ตั้งแต่ปี 2014 เป็นม้ามืดที่น่าจับตามอง เพราะว่าแม้บริษัทจะก่อตั้งไม่ถึง 10 ปี ก็สามารถขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของแบรนด์รถหรูทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz หรือ BMW
William Li เริ่มต้นจากการทำ Startup ด้านอินเทอร์เน็ต และตามด้วยก่อตั้งบริษัท Bitauto Holdings Limited ที่ให้บริการข้อมูลด้านรถยนต์ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ในปี 2010
ปี 2014 เริ่มมาจับธุรกิจรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าในปีภายใต้บริษัท NIO Inc. ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก จากกระแสรถ EV ที่กำลังมาแรงยิ่งทำให้นักลงทุนและกองทุนมาร่วมเป็นพันธมิตร เช่น Baillie Gifford, BlackRock, Temasek และ Tencent ใช้เวลาเพียง 4 ปี ก็สามารถพา NIO Inc. เข้าตลาดหลักทรัพย์ NYSE ได้สำเร็จ
ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัท 2.2 ล้านล้านบาท สูสีไม่แพ้กันกับรถยนต์ High Class อย่าง Mercedes-Benz หรือ BMW
---
4. SAIC MOTOR │ Shanghai Automotive Industry Corporation
บริษัทรถยนต์สัญชาติจีนที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1955 ก่อตั้งโดย Chen Hong เริ่มต้นจากธุรกิจโรงงานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังสงครามสิ้นสุด ปี 1984 บริษัทจึงได้มีการร่วมทุนกับ Volkswagen และ General Motor
จากจุดเด่นของ SAIC ที่เชี่ยวชาญในการประกอบยานยนต์ ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา SAIC เหล่าแบรนด์รถยนต์ระดับโลกจึงเข้ามาร่วมทุนและผลิตยนต์ส่งออกขาย ทำให้ SAIC เติบโต มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนสามารถผลิตรถยนต์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของจีน และอันดับ 12 ของโลก
โดย SAIC เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ดังระดับโลกมากมาย เช่น Roewe, Maxus, Volkswagen, Chevrolet, Buick และ Cadillac ซึ่งมีทั้งแบรนด์ที่ขายภายใต้บริษัทตัวเอง และแบรนด์ที่ร่วมือกับบริษัทต่างประเทศ เช่น MG ซึ่งเป็นการร่วมกับกับบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ของไทย
มูลค่าของบริษัท SAIC อยู่ที่ 1.2 ล้านล้าน มีสายการผลิตรถยนต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รถน้ำมัน รถไฟฟ้า ทั้งระดับธรรมดาและพรีเมี่ยม รวมไปถึงรถบัส รถบรรทุก รถเมล์ ซึ่งกำลังส่งออกไปทั่วโลก
---
การขยับตัวของแบรนด์รถยนต์ EV จากจีนแผ่นดินใหญ่ สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงไปสู่วงการยานยนต์โลก เนื่องจาก กระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อโลกกำลังมาแรง เป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้รถยนต์จีนอาจจะทะยานขึ้นเป็นรถยนต์ที่รับความนิยมที่สุดของโลก...ก็เป็นได้
ที่มา: wikipedia, longtunman, Autodeft, Thairath, companiesmarketcap, TheStandard
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
รถ EV
ซีอีโอ Baidu ประกาศความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่สุดในโลก
โรบิน หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ Baidu ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของจีน เปิดเผยความสำเร็จของบริษัทที่กลายเป็นผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากที่บริษัททุ่มเทศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการเดินทางอัตโนมัติมาหลายปี พร้อมตั้งเป้าที่จะขยายบริการดังกล่าวไปยังเมืองต่างๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น
ซีอีโอของ Baidu กล่าวในจดหมายเปิดผนึกถึงพนักงาน หลังจากรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสของบริษัทว่า Apollo Go แพลตฟอร์มบริการเรียกรถอัตโนมัติของ Baidu ได้ให้บริการการเดินทางถึง 115,000 ครั้งในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา ทำให้ Baidu กลายเป็นผู้ให้บริการการเดินทางอัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ปัจจุบัน Apollo Go ให้บริการในกรุงปักกิ่ง กวางโจว มณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน, ฉางซา มณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน, ชางโจว มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน และเซี่ยงไฮ้ ซึ่งผู้โดยสารสามารถเรียกแท็กซี่หุ่นยนต์ได้โดยใช้แพลตฟอร์มมือถือ ขณะเดียวกัน Baidu ตั้งเป้าที่จะขยายบริการ Apollo Go ให้ครอบคลุม 65 เมืองภายในปี 2025 และ 100 เมืองภายในปี 2030
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า แพลตฟอร์ม Apollo L4 สามารถสะสมไมล์ทดสอบแล้วกว่า 10 ล้านไมล์ เพิ่มขึ้น 189 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบอัตราการเติบโตรายปี รวมถึงได้รับใบอนุญาตขับขี่อัตโนมัติแล้ว 411 ใบ สะท้อนถึงความครอบคลุมทางภูมิศาสตร์ในวงกว้างของ Apollo และความสามารถในการขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาพบว่า แพลตฟอร์ม Apollo มีพันธมิตรมากกว่า 210 ราย และทำงานร่วมกับนักพัฒนาทั่วโลกกว่า 65,000 ราย
อ้างอิง:
https://www.globaltimes.cn/page/202111/1239224.shtml
.
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
Apollo,
Baidu
กล้ากินไหม? แซลมอนจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ
https://brandinside.asia/3d-printed-plant-based-salmon
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เครื่องพิมพ์ 3 มิติ,
เทคโนโลยี,
สขภาพและความงาม,
Revo Foods
Gogoro บริษัทธุรกิจยานยนต์จากประเทศไต้หวัน เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีเปลี่ยนแบต
#รถยนต์ไฟฟ้า
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ยานยนต์,
รถยนต์ไฟฟ้า,
Gogoro
ยังกับทอง! ค่าย EVGA เผยการ์ดจอ RTX 30 โดนขโมยระหว่างขนส่ง
ทาง EVGA ไม่ได้บอกจำนวนการ์ดทั้งหมดที่อยู่ภายในรถขนส่งคันดังกล่าวว่ามีจำนวนกี่ใบ แต่ก็คงพอจะคาดเดาได้ว่าเป็นมูลค่ามหาศาลอย่างแน่นอน ด้วยราคาค่าตัวในปัจจุบันที่ขึ้นแพงซะเหลือเกิน แล้วไหนจะยังความต้องการสูงมากอีก
และการซื้อขายสินค้าที่ถูกขโมยมาเหล่านี้ ก็ถือว่ามีความผิดทางกฎหมายด้วย งานนี้เปรียบเทียบกับบ้านเรา ก็อาจเข้าข่ายรับซื้อของโจรนั่นเอง ซึ่งข้อมูลหมายเลข Serial Number ที่อยู่บนตัวการ์ดและกล่อง ก็น่าจะช่วยให้การดูของโจรทำได้ง่ายขึ้น
เครดิต t.ly/sLqD
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
EVGA,
NVIDIA
รู้จัก Notpla “พลาสติกกินได้” ใช้ใส่เครื่องปรุงรส ลดขยะบนโลก
1) ซองพลาสติกหยุ่นๆ นี้ที่จริงแล้วไม่ได้ทำจากพลาสติก แต่เป็นวัสดุไบโอย่อยสลายได้ตามธรรมชาติที่ทำมาจากสาหร่ายทะเล ที่สำคัญสามารถ “กินได้” ทั้งชิ้น
2) ตัวมันเป็นบรรจุภัณฑ์ทดแทนพลาสติก ไม่มีสี นอกจากกำจัดด้วยการรับประทานแล้ว ยังสามารถฝังดินเพื่อย่อยสลายได้ภายใน 4-6 สัปดาห์ ทำให้เป็นวัสดุเพื่อความยั่งยืน ลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งบนโลก
3) จุดประสงค์หลักของการออกแบบวัสดุนี้ ต้องการนำมาใช้แทนซองพลาสติกใส่เครื่องปรุงรส (นึกภาพการโยนซองใส่เครื่องปรุงของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงหม้อไปได้เลย) หรือประยุกต์ใช้ใส่ครีมทาตัว โลชั่น ยาสีฟัน เป็นซองเล็กๆ จนถึงการใช้เป็นฟิล์มแรปปิดหน้ากล่องใส่อาหารแบบ take away
4) บริษัทสตาร์ทอัพ Notpla นี้ยังเป็นเบื้องหลังก้อนเครื่องดื่มเกลือแร่แบบกินได้ทั้งก้อน “Ooho” ที่ทดลองแจกในงานลอนดอน มาราธอน 2019 เป็นแนวทางลดขยะแก้วพลาสติกที่มักจะเกลื่อนงานวิ่งทุกงาน
5) การเลือกสาหร่ายทะเลเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการพัฒนาวัสดุนี้ ทาง Notpla บอกว่าเป็นเพราะสาหร่ายเป็นสิ่งมีชีวิตในทะเล ทำให้ไม่ต้องไปแย่งพื้นที่ปลูกพืชและอาหารบนบกเพิ่ม
6) ชื่อเดิมของบริษัทนี้คือ Skipping Rock Lab ก่อตั้งเมื่อปี 2014 ก่อนจะรีแบรนด์เป็น “Notpla” ซึ่งย่อมาจากคำว่า Not Plastic ทำให้สื่อสารถึงสิ่งที่บริษัทพัฒนาได้ดีขึ้น
#พลาสติกกินได้ #ความยั่งยืน #สิ่งแวดล้อม #บรรจุภัณฑ์
ที่มา Dezeen
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
พลาสติกกินได้,
Notpla
Airbus ทดลองใช้ น้ำมันทอดอาหาร และกากไขมันเหลือทิ้ง เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน
สำหรับการทดสอบเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2021 ที่ประเทศฝรั่งเศส ใช้เครื่องบินของ Airbus รุ่น AE319Neo ที่ตั้งเครื่องยนต์ CFM LEAP-1A จำนวนหนึ่งเครื่องบินขึ้นจริง โดยเชื้อเพลิง SAF แบบไม่ผสมกับปิโตรเลียม เกิดขึ้นจากการนำน้ำมันสำหรับประกอบอาหารที่ใช้แล้ว กับกากไขมันเหลือทิ้งชนิดอื่น ๆ มาเข้ากระบวนการพิเศษ
กระบวนการดังกล่าวมีชื่อว่า Hydroprocessed Esters and Fatty Acids (HEFA) และเชื้อเพลิงดังกล่าวจะถูกนำไปทดลองกับเครื่องยนต์อาราโน ของ Safran Helicopter Engine ที่นำไปติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์ของ Airbus รุ่น H160 เช่นกัน
จุดมุ่งหมายสูงสุดของการศึกษานี้คือการส่งเสริมให้เกิดการใช้เชื้อเพลิง SAF ชนิด 100% ในวงกว้างของอุตสาหกรรม ตลอดจนการรับรองให้ใช้เชื้อเพลิง SAF ชนิด 100% ได้กับเครื่องบินพาณิชย์แบบทางเดินเดี่ยวรวมถึงเครื่องบินเจ็ตธุรกิจรุ่นใหม่
Labels:
เทคโนโลยี
วิศวกรชาวออสเตรเลียจดสิทธิบัตรบล็อกความร้อนเพื่อเก็บพลังงานหมุนเวียน
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
จดสิทธิบัตร,
เทคโนโลยี,
บล็อกความร้อน
ไบโอดีเซล และ เอทานอล มีดีอย่างไรในยุคน้ำมันแพง?
ไบโอดีเซล และ เอทานอล มีดีอย่างไรในยุคน้ำมันแพง?
การที่มีการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง ไบโอดีเซลและเอทานอล ในน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นนโยบายของรัฐบาลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพลังงานทดแทน ช่วยรักษาเสถียรภาพระดับราคาพืชผลเกษตรของเกษตรกรไม่ให้ราคาตกต่ำ และทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง อีกทั้งยังสามารถลดการนำเข้าน้ำมันได้อีกด้วย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ปรากฏในคําแถลงนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2562 ที่กำหนดให้ “..เปิดโอกาสให้ชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตและบริหารจัดการพลังงาน ส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 และ B100 เพื่อเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มดิบ ...”
ต้นทุนผสมราคาแพงมากทำให้ราคาน้ำมันแพง เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มปาล์ม? แล้วเคยมีการปรับลดสัดส่วนผสมในอดีตไหม?
นอกจากเป็นนโยบายของรัฐบาลแล้ว คณะกรรมการปาล์มแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ผลักดันให้มีการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพในน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชพลังงานให้มีรายได้ที่มั่นคง ลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ แต่เนื่องจากสถานการณ์ราคาไบโอดีเซลและเอทานอลมีราคาสูงต่างจากในอดีต กระทรวงพลังงานจำเป็นดำเนินมาตรการปรับลดสัดส่วนการผสมเพื่อให้เกิดความเหมาะสมไม่กระทบประชาชน
เครดิต เพจแม่หนูเป็นวิศวะ
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
เทคโนโลยี,
ไบโอดีเซล,
เอทานอล
วิธีแก้ปัญหาเมื่อเครื่องปริ้นไม่ทำงาน ปริ้นงานไม่ออก เครื่องปริ้นมีปัญหาเบื้องต้น
วิธีแก้ไขการพิมพ์งานไม่ออก,เครื่องพิมพ์ไม่ทำงาน ปริ้นงานไม่ออก เครื่องปริ้นมีปัญหาเบื้องต้น
เืมื่อเราใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์งานไปนาน ๆ ย่อมเกิดปัญหาการพิมพ์งานไม่ออก อย่างเช่น เมื่อเช้ายังพิมพ์งานอยู่ได้ดีๆ ตอนบ่ายมา อ้าว พิมพ์ไม่ออกซะงั้น ... ไม่เป็นไรครับ ผมมีวิธีครับ
1. ก่อนอื่นให้ไปดูที่ การกำหนดเครื่องพิมพ์ว่า ยังมีอยู่ในลิสต์หรือไม่ โดยไปที่ Start - Setting - Printer & Fax เมื่อเข้าไปแล้วจะเหมือนภาพที่ 1
2.แต่ ถ้าเมื่อเข้าไปดูแล้ว ไม่มีเครื่องพิมพ์ถูกติดตั้งไว้เลยสักเครื่อง ดังภาพที่ 2 แสดงว่า เครื่องพิมพ์หายไปจากระบบพิมพ์งาน มันจึงไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สาเหตุเกิดจาก Print Spooler หาย ต้องทำการแก้ไขในข้อต่อไป
3.คุณ ๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทุกท่าน คิดว่าจะมี Printer ไว้ใช้อยู่แล้ว และเคยเจอปัญหาในการพิมพ์งานหลายๆ งานในคราวเดียว หรือบางครั้งสั่ง Printer พิมพ์แล้วยกเลิกกลางคัน เพื่อพิมพ์งานใหม่ แต่งานเก่ายังค้างอยู่ ถึงแม้จะปิดเครื่อง Printer แล้ว เมื่อเปิดใหม่เครื่องก็ยังจะพิมพ์งานเดิมอยู่อีก นั้นเป็นเพราะ ระบบ Windows จะมีการเก็บงานไว้ในลักษณะ Cache ของงานพิมพ์ ที่เรียกว่า Print Spooler ตราบใดยังมีข้อมูลยังใน Print Spooler อยู่ Windows ก็จะพยายามพิมพ์งานอยู่โดยเรียงลำดับก่อนหลังไปจนหมดความจำที่ Print Spooler
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เรามาหาวิธีล้างข้อมูลงานพิมพ์ที่เราไม่ต้องการออก เพื่อจะได้พิมพ์งานอื่นๆ ต่อไปได้ ขั้นตอนก็มีดังนี้…
1.พิมพ์ services.msc ในช่อง Search ของ Start Menu แล้ว Enter
2.ที่หน้าต่าง Services ให้คลิกขวาที่คีย์ Print Spooler ปกติค่าที่ใช้งานได้จะเป็นค่า Start เสมอ แต่ถ้าขึ้น Stop แสดงว่า ค่ามันถูกปิดไว้ อาจจะเพราะไวรัส ฯลฯ ก็ตาม ให้ทำการ Start จากนั้นกด Ok
4.จากนั้นให้เปิด Windows Explorer แล้วไปตามนี้
C:\WINDOWS\system32\spool\PRINTERS
ให้ทำการลบไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์ PRINTERS แล้วปิด Windows Explorer
5.เปิด Services ขึ้นมาอีกครั้ง ให้คลิกขวาที่คีย์ Print Spooler เลือกคำสั่ง Start เพื่อให้ Print Spooler กลับมาทำงานอีกครั้ง เท่านี้เป็นอันเรียบร้อย แล้วก็ลองพิมพ์งานได้ตามเลยครับ
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เทคโนโลยี,
ปริ้นเตอร์

























