Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคโนโลยี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคโนโลยี แสดงบทความทั้งหมด

ญี่ปุ่นกลัวตกขบวน EV ให้ 2.3 แสนบาท/คัน จูงใจซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสถานีชาร์จ 1.5 แสนสถานี


ญี่ปุ่นกลัวตกขบวน EV ให้ 2.3 แสนบาท/คัน จูงใจซื้อ #รถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มสถานีชาร์จ 1.5 แสนสถานี 🚗

ล่าสุด รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมทุ่มงบประมาณผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้ากว่า 3.75 หมื่นล้านเยน (1.08 หมื่นล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2021 ที่กำลังจะถึง

งบประมาณกว่า 2.5 หมื่นล้านเยน จะถูกใช้ไปกับแพคเกจจูงใจซื้อรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสูงสุด 8 แสนเยน (2.3 แสนบาท)

อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ไม่ได้ครอบคลุมแค่ EV แต่ยังรวมถึง PHEV และ รถยนต์ไฮโดรเจน

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะสร้างสถานีชาร์จเพิ่มเติม จาก 30,000 สถานี เป็น 150,000 สถานี ให้ได้ภายในปี 2030

สาเหตุสำคัญที่ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจทุ่มงบประมาณเพิ่มเติมเนื่องจากในขณะที่โลกให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นทำให้มีกระแสกดดันไปยังรัฐบาลประเทศต่างๆ ทั้งจากประชาชนทั่วไป ภาคประชาสังคม และนักลงทุนญี่ปุ่นกลับยังห่างไกลเป้าหมายที่จะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์น้ำมัน

สิ่งที่สะท้อนชัดว่าญี่ปุ่นยังช้าในเรื่องนี้ คือ จากยอดจำหน่ายรถยนต์ในปี 2020 มีเพียง 15,000 คันเท่านั้นที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือน้อยกว่า 1% ในขณะที่ประเทศในสหภาพยุโรปมียอดขายถึง 10%

นอกจากนี้ โครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อให้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นก็ยังมีน้อย

โดยในปี 2020 มีสถานีชาร์จเพียง 30,000 สถานี คือเป็น 2.3 สถานี/ประชากรหมื่นคน น้อยกว่าฝรั่งเศสที่มีสถานีชาร์จ 6.9 สถานี/ประชากร 10,000 คน หรือคิดเป็น 3 เท่าของญี่ปุ่น

ด้วยความล่าช้าในการเปลี่ยนผ่าน รัฐบาลญี่ปุ่นจึงต้องทุ่มงบก้อนใหญ่เพื่อดึงดูดให้คนสนใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น โดยมีเป้าหมายว่าภายในปี 2035 ยอดขายรถยนต์ทั้งหมดจะต้องเป็นรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แนวโน้มของโลกเขาเป็นแบบนี้ ต่อไปพาหนะที่ใช้ในการเดินทางน่าจะเป็น EV เป็นส่วนใหญ่


แนวโน้มของโลกเขาเป็นแบบนี้ ต่อไปพาหนะที่ใช้ในการเดินทางน่าจะเป็น EV เป็นส่วนใหญ่

อย่างนโยบายนี้ของลาว รัฐบาลลาวเขาส่งเสริมธุรกิจรถไฟฟ้า โดยไม่จำกัดโควต้าการนำเข้าและเสียภาษี0%หรือไม่ต้องเสียภาษี

ส่วนประเทศไทย เสียทั้งภาษีนำเข้ารถยนต์แพง รถยนต์บางชนิดบางขนาดเครื่องยนต์ภาษีนำเข้าแพงกว่าราคารถ และยังมาขูดภาษีน้ำมันรวมๆอีกลิตรละเกือบ 10-12 บาท

ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า ภาษีนำเข้าก็แพง ราคารถไฟฟ้าชนิดเดียวกันในต่างประเทศราคา1ล้าน แต่เข้ามาขายในไทยราคาอาจเพิ่มอีกเป็นล้าน เพราะภาษีสูง

เหมือนรัฐตั้งกำแพงเพื่อปกป้องธุรกิจรถยนต์แบบเก่าและปกป้องผลประโยชน์ธุรกิจน้ำมันที่ได้ภาษีปีละเกือบ 3แสนล้าน

ถ้ารัฐมีนโยบายส่งเสริมธุรกิจรถไฟฟ้า ตั้งสำนักมาตรฐานความปลอดภัยขึ้นมาเป็นหน่วยรับรองมาตรฐาน แล้วเปิดโอกาสให้ธุรกิจSME ทำรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเอาโครงรถยนต์เก่ามาทำ มาเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนเป็นไฟฟ้าหรือทำขึ้นใหม่ ทำรถตุ๊กๆไฟฟ้า ทำรถสามล้อไฟฟ้าและอีกสารพัดรถไฟฟ้าที่ธุรกิจขนาดเล็กทำได้

ลดภาษีแบตเตอรี่ ลดภาษีพวกมอเตอร์และระบบขับเคลื่อนให้เป็น 0 มันจะเกิดผู้ผลิตรถไฟฟ้าระดับ SME ขึ้นมากมายในประเทศแล้วให้เอามาให้สำนักรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ตรวจรับรองและให้จดทะเบียนรถไฟฟ้า

มันจะเกิดการหมุนเวียน จะได้ภาษีรถยนต์ ได้เบี้ยประกันภัย และจะเป็นสินค้าส่งออกในอนาคต ฝีมือคนไทยทำได้และทำได้ดีด้วย การประกอบรถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าไม่ได้ทำยาก ถ้าเปิดโอกาส ไม่ตั้งกำแพงไว้ให้ทุนใหญ่มาขูดรีดคนไทยด้วยกันซะอย่างเดียว รถไฟฟ้าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยการฟื้นเศรษฐกิจของประเทศได้ด้วย

GWM เปิดตัว All New HAVAL JOLION Hybrid SUV คันแรกของโลก


จอมยุทธ์ ปะทะ ซามูไร! เจาะตลาด B-SUV เมื่อแบรนด์จีน MG และ Haval ขอตีค่ายญี่ปุ่นให้แตกพ่าย
ในที่สุดตลาด B-SUV หรือรถ SUV ขนาดเล็ก จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะเมื่อต้นสัปดาห์ Honda เพิ่งเปิดตัว Honda HR-V โฉมใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ Hybrid ทุกรุ่นย่อย

จากนั้นไม่กี่วัน Great Wall Motor เปิดตัว Haval Jolion แถมมากับเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนกัน  เรียกว่าชิงดำกันสุด ๆ เพราะทั้งคู่เผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่กันก่อน และต่างไม่บอกราคาอย่างเป็นทางการ นี่ยังไม่นับ Toyota, Mazda, Nissan และ Subaru ที่ยังลุยตลาดนี้ต่อเนื่อง กลายเป็นศึกระหว่างแบรนด์จีน และญี่ปุ่น ที่น่าจะสู้กันมันที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มอื่น ๆ

ผลจะออกมาเป็นอย่างไรลองมาวิเคราะห์ไปด้วยกัน

1) B-SUV ที่ทุกค่ายหันมาจับตลาด B-SUV กลายเป็นกลุ่มรถยนต์ที่ทุกค่ายหันมาจริงจังในการทำตลาด เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยซื้อรถคันหนึ่งต้องเอาให้คุ้ม นั่งสบาย ประหยัดน้ำมัน ขนาดไม่ใหญ่เกินไป อยู่บนถนนแล้วดูดี คือปัจจัยในการตัดสินใจซื้อ

เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมด B-SUV จึงค่อนข้างตอบโจทย์ ผ่านราคาราว ๆ 1 ล้านบาท นั่ง 5 คนยังพอสบาย แถมด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มากจึงขับขี่ในเมืองสะดวก และประหยัดน้ำมัน ที่สำคัญคือออกแบบเท่ ๆ ถูกใจวัยรุ่น คนเริ่มทำงาน และคนที่พึ่งมีครอบครัว

6-7 ปีก่อน ตลาดนี้ถูกครองโดยแบรนด์ญี่ปุ่นเบ็ดเสร็จ มี Honda HR-V ผู้นำ ตามมาด้วย Mazda CX-3 อาจมี Nissan Juke แซม ๆ มาบ้าง และช่วงหลังเริ่มมี Toyota C-HR เข้ามาแย่งส่วนแบ่ง

แต่พอเข้าปลายปี 2017 เกิดการเขย่าตลาดครั้งใหญ่ด้วยการมาถึงของ MG กับรุ่น MG ZS ที่มากับราคาเริ่มต้น 6.79 แสนบาท

แม้จะติดเรื่องปัญหาความเชื่อมั่น แต่ราคาขนาดนี้ก็ดึงดูดลูกค้าที่อยากครอบครอง B-SUV ไปได้มาก ดัน MG ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่ง B-SUV ได้หลายช่วงเวลา

จนการมาของแบรนด์เจ้าตลาด กับรุ่น Toyota Corolla Cross ที่เอาจริงทั้งเรื่องการตลาด และสเปก ทำให้เฉือน MG ZS ขึ้นเป็น B-SUV รุ่นที่มียอดขายอันดับ 1 ในปี 2020 และครองตำแหน่งนี้ไว้ในปี 2021 เช่นกัน

2) Honda กลับมา แต่ GWM ก็มาด้วย

หลังปล่อยให้แบรนด์จีน และ Toyota สนุกสนานกับการขาย B-SUV วันที่ 5 พ.ย. 2021 Honda ขอกลับมาทวงตำแหน่งผู้นำด้วย Honda HR-V e:HEV โฉมใหม่ในรอบกว่า 7 ปี

e:HEV ไม่ใช่ศัพท์เทคนิคอะไรมาก เพราะมันคือเทคโนโลยีเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนที่ Honda ใช้ในรุ่นต่าง ๆ

ที่น่าสนใจคือ HR-V มาพร้อมเครื่อง Hybrid ทุกรุ่นย่อย ส่วนราคาทางการยังไม่เปิดเผย มีแค่ข้อมูลว่าเริ่มต้นต่ำกว่า 9.90 แสนบาท และตัวท็อปต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท มี 3 รุ่นย่อย เปิดให้จองแล้ว

งานนี้ต้องรอเปิดราคาวันที่ 19 พ.ย. 2021 ว่ากระแสจะออกมาดีหรือไม่

แต่วันที่ 10 พ.ย. 2021 Great Wall Motor ค่ายรถจากจีนน้องใหม่ในตลาดไทย ก็เปิดตัว Haval Jolion รถ B-SUV ที่จะมาต่อยอดความสำเร็จของรุ่นพี่ Haval H6

Haval Jolion มากับเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนกัน ส่วนราคา และวันวางจำหน่ายยังไม่เปิดเผย  ส่วนตัวเชื่อว่าศึกนี้สนุกแน่ เพราะ B-SUV ในตลาดที่ใช้เครื่อง Hybrid จะมีให้เลือกหลายรุ่น  ไล่ตั้งแต่ Toyota Corolla Cross กับ C-HR, Honda HR-V, Nissan Kicks และล่าสุด Haval Jolion

ส่วนถ้านับรวม B-SUV ในตลาดจะมีให้เลือกซื้อเกือบ 10 รุ่น ตามความต้องการ และกำลังทรัพย์ของแต่ละคน

3) ศึกหนักระหว่างจอมยุทธ์ กับซามูไร

เมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มอื่น ๆ B-SUV ถือเป็นตลาดที่แบรนด์จีน กับญี่ปุ่นน่าจะแข่งขันกันดุเดือดที่สุด  ราวกับการปะทะกันของจอมยุทธ์ กับซามูไร

ฝั่งจีน MG ZS และ Haval Jolion มาพร้อมกระบวนท่าที่หลากหลาย เปรียบได้กับสเปกที่ใส่มาแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก แถมมีหมัดตายอย่าง ราคา ที่สู้กับแบรนด์ญี่ปุ่นได้แน่ ๆ

ส่วนญี่ปุ่นที่นำโดย Toyota, Honda และ Mazda อาจมากับความนิ่งสงบแบบซามูไร มั่นใจว่าดาบตัวเองคมอยู่แล้ว ฟันอะไรก็ขาด

แต่จากความคิดนี้ แบรนด์ญี่ปุ่นก็สูญเสียส่วนแบ่งในตลาด B-SUV ให้กับแบรนด์จีนไปเยอะพอสมควร แถมก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ MG เจ้าเดียว

หลังจากสิ้นปี 2021 เป็นต้นไป จะมีแบรนด์จีนถึง 2 เจ้า คนที่เหนื่อยน่าจะเป็นแบรนด์รอง ๆ ในตลาด B-SUV ถ้าแบรนด์จีนแก้ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นได้  ความมั่นใจในคมดาบคงซามูไรคงไม่มีอีกแล้ว  และน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของค่ายญี่ปุ่นแน่นอน

เก็บพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยแบตเตอรี่จากรากถั่ว


เก็บพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยแบตเตอรี่จากรากถั่ว

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จาก Linköping University ในสวีเดน นำโดย Dr. Eleni Stavrinidou รองศาสตราจารย์และผู้ตรวจสอบหลักในกลุ่ม Electronic Plants Group ที่ห้องปฏิบัติการ Organic Electronics ได้เปลี่ยนรากของพืชที่มีชีวิตให้เป็นแบตเตอรี่

ผู้เขียนของงานวิจัยใหม่นี้ใช้พืชที่มีชีวิต พวกเขานำถั่วธรรมดามาและรดน้ำด้วยสารละลายน้ำที่มีคอนจูเกต ETE-S ซึ่งถูกดูดซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อราก ทำให้เกิดฟิล์มพอลิเมอร์ที่เป็นสื่อกระแสไฟฟ้า

นักชีววิทยายังคงรดน้ำต้นไม้ต่อไปจนกระทั่งมันเติบโต เบ่งบาน และเริ่มออกผล ระหว่างการทำงาน เมล็ดถั่วจะมีชีวิตอยู่ตามวัฏจักรธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกัน ส่วนบนดินและรากก็เริ่มนำไฟฟ้า

รากของพืชยังคงนำไฟฟ้าได้ประมาณหนึ่งเดือน ค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 10 ซีเมนส์ต่อเซนติเมตร นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบว่ารากมีประสิทธิภาพในการกักเก็บพลังงานอย่างไร เพื่อทดสอบสิ่งนี้ พวกเขาได้สร้าง supercapacitor ซึ่งรากทำหน้าที่เป็นอิเล็กโทรดระหว่างการชาร์จและการคายประจุ

เมื่อต้นปี 2015 การทดลองดังกล่าวได้ดำเนินการกับดอกกุหลาบ เมื่อเทียบกับดอกไม้ ถั่วได้เพิ่มพลังงานที่เก็บไว้ 100 เท่า นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าวิธีการของพวกเขาจะช่วยเก็บพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

ตามที่ผู้เขียนกล่าว ถั่วมีระบบรากที่มีเส้นใยที่พัฒนาขึ้นซึ่งเหมาะกับงานหลักอย่างสมบูรณ์นั่นคือการสะสมของประจุ

พืชพัฒนาระบบรากที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม มันไม่ส่งผลกระทบใด ๆ: มันยังคงเติบโตและผลิตถั่ว

ผลลัพธ์ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ Materials Horizons มีความสำคัญอย่างมาก ไม่เพียงแต่สำหรับการพัฒนาการจัดเก็บพลังงานที่ยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาระบบไบโอไฮบริดใหม่ เช่น วัสดุเชิงฟังก์ชันและคอมพอสิต รากอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการสื่อสารที่ไร้รอยต่อระหว่างระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบชีวภาพอีกด้วย

ที่มา : https://usfreenews.com/swedish-biologists-have-made-a-battery-from-the-roots-of-beans/

https://phys.org/news/2021-11-energy-electronic-roots.html

https://www.biotecnika.com/plants-with-electronic-roots-serves-as-energy-storage/

เตรียมตัวอย่างไรก่อนติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน


เตรียมตัวอย่างไรก่อนติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยอำนวยความสะดวกการเตรียมตัวก่อนติดตั้ง EV Charger ภายในบ้าน โดยสามารถติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่ เนื่องจากจะต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้
1. หากสามารถปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้านได้ แนะนำเป็นการเพิ่มขนาดมิเตอร์ 
2. หากไม่สะดวกปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้าน สามารถขอติดตั้งมิเตอร์เครื่องที่ 2 เพื่อแยกระบบไฟฟ้าได้ 

โดยการให้บริการจะเป็นลักษณะเดียวกับการให้บริการติดตั้งมิเตอร์ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่ โดย 1 บ้านเลขที่ มี 2 หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า (CA) โดยมิเตอร์เครื่องที่ 1 และมิเตอร์เครื่องที่ 2 ให้กำหนดเป็นประเภทผู้ใช้ไฟเดียวกัน (เช่น มิเตอร์เครื่องที่ 1 เป็นผู้ใช้ไฟประเภทกิจการขนาดเล็ก มิเตอร์เครื่องที่ 2 ต้องเป็นประเภทกิจการขนาดเล็ก) แต่สามารถเลือกใช้คนละอัตราค่าไฟได้ (อัตราปกติกับอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้: TOU)

ส่วนข้อกำหนดการขอมิเตอร์เครื่องที่ 2 เพื่อติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) สำหรับบ้านอยู่อาศัย หรือกิจการขนาดเล็ก (ที่ไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์) ผู้ขอมิเตอร์เครื่องที่ 2 ต้องติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในแยกจากระบบไฟฟ้าภายในของมิเตอร์เครื่องที่ 1 และติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตามมาตรฐานของ PEA ไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้วงจรที่จ่ายไฟฟ้าให้เครื่องชาร์จต้องแยกต่างหากจากการจ่ายไฟให้กับโหลดอื่นๆ ทั้งนี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1129 ตลอด 24 ชั่วโมง

ปตท.จับมือ 'โฮซอน' ค่ายรถจีน เล็งจำหน่าย EV พวงมาลัยขวา Neta V ขยายธุรกิจยานยนไฟฟ้าแบบครบวงจร


ปตท. จับมือ Hozon ค่ายรถ EV จากจีน ขยายตลาดยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรในไทย

ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้สำหรับโอกาสทางธุรกิจและการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Strategic Co-Operation MOU Signing Ceremony) ระหว่าง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้น 100% สำหรับดำเนินธุรกิจในด้าน EV Value Chain และ บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้โมบิล จำกัด (Hozon New Energy Automobile Co., Ltd; Hozon) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน

โดยมีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายจาง หย่ง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โฮซอน (Mr. Zhang Yong, Co-Founder and Chief Executive Officer of Hozon) และนายบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ ปตท. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี พร้อมด้วยนายนพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน ปตท. และนายเฉิน เอี้ยวกวง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน โฮซอน (Mr. Chen Yaoguang, Co-Founder and Chief Investment Officer of Hozon)

ร่วมลงนาม ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายโอกาสทางธุรกิจ EV แบบครบวงจร อาทิ ให้บริการเช่า หรือ จัดจำหน่าย EV พวงมาลัยขวารุ่นแรกของแบรนด์ Neta V ผลิตโดย Hozon และบริการหลังการขายที่เกี่ยวข้องผ่าน EVme ดิจิทัลแพลตฟอร์มของ ARUN PLUS รวมถึงความเป็นไปได้ในการขยายฐานการผลิต EV มายังประเทศไทย ผ่านบริษัทร่วมทุนระหว่าง ARUN PLUS กับ บริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด หรือ ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) เป็นต้น เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ ส่งเสริมภาคการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมดันไทยสู่สังคม Low Carbon และการเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตเต็มรูปแบบ



‘Subaru Corp’ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV คันแรก รองรับการแก้ปัญหาโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์


‘Subaru Corp’ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV คันแรก รองรับการแก้ปัญหาโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
‘Subaru Corp’ บริษัทรถยนต์ของญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบ หรือ EV คันแรกของบริษัท ที่มีชื่อว่า ‘Solterra’ เกิดจากโครงการพัฒนาร่วมกัน 2 ปี กับ Toyota Motor Corp ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ Subaru

โดยการเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ SUV มีขึ้นท่ามกลางความต้องการรถยนต์ EV ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ หลายประเทศทั่วโลกควบคุมกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

Subaru ระบุในเอกสารแถลงข่าวว่า รุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ FWD ของ ‘Solterra’ สามารถวิ่งได้ในระยะทาง 530 กิโลเมตร ขณะที่ รุ่นที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ AWD สามารถวิ่งได้ไกล 460 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟครั้งเดียว

ทั้งนี้ Toyota บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ถือหุ้น 1 ใน 5 ของ Subaru และมีหุ้น 5% ใน Mazda Motor Corp ซึ่งมีแผนการที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 13 รุ่นภายในปี 2025 รวมทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า หรือ BEV ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีของโตโยตา

ภาพ: Reuters

'ดิสนีย์' ไม่ตกขบวน เผยมีแผนเข้าสู่ Metaverse



หลังจากเมตา (Meta) นำทีมประกาศก้าวเข้าสู่ metaverse ยักษ์ใหญ่ธุรกิจหลายเจ้าก็กระโดดเข้าร่วมขบวนสู่โลกเสมือนกันอย่างต่อเนื่อง ไม่พ้นแม้แต่ ‘ดิสนีย์’

ล่าสุด ‘บ็อบ ชาเพค’ ซีอีโอของ ‘ดิสนีย์’ (Disney) ประกาศว่าบริษัทเตรียมที่จะเข้าสู่เทคโนโลยีโลกเสมือนจริงอย่าง metaverse พร้อมอธิบายว่า โลกเสมือนสอดคล้องกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของดิสนีย์ ย้อนหลังไปเกือบศตวรรษแล้วที่ดิสนีย์นำเสนอการ์ตูนเรื่องแรกที่มีการซิงโครไนซ์เสียง

“ความพยายามนี้ของเราเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเชื่อมต่อโลกกายภาพกับโลกดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถเล่าเรื่องอย่างไร้ขอบเขตในโลกเสมือนของดิสนีย์”

นอกจากนั้น ซีอีโอดิสนีย์ยังให้สัมภาษณ์ว่า ในอนาคต ‘ดิสนีย์พลัส’ (Disney+) บริการสตรีมมิ่งของดิสนีย์อาจให้บริการแบบสามมิติได้ด้วย

ปีก่อน ‘ทิลัก แมนดาดี’ อดีตรองประธานบริหารฝ่ายดิจิทัลของดิสนีย์ เคยพูดถึงการสร้างสวนสนุกโลกเสมือนผ่านอุปกรณ์ดิจิทัลอย่างสมาร์ทโฟนหรือเออาร์ (VR) เพื่อเชื่อมโลกความเป็นจริงกับโลกดิจิทัล

นอกจากดิสนีย์แล้วในช่วงที่ผ่านมายังมีหลายบริษัทที่ประกาศจะก้าวเข้าสู่โลก metaverse ตั้งแต่หัวเรือใหญ่อย่าง Meta หรือแม้แต่บริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกอย่าง Microsoft รวมถึงบริษัทเกมชั้นนำอย่าง Roblox Corp หรือ Epic Games

ในขณะที่แผนการของ Disney ยังไม่มีอะไรแน่ชัด จึงต้องจับตากันต่อไปว่า metaverse ของดิสนีย์จะเป็นแบบไหน หรือเราจะได้จับมือมิกกี้เมาส์ ร้องเพลงกับสโนไวท์ในอนาคต

ที่มา https://www.reuters.com/technology/disney-wants-become-happiest-place-metaverse-2021-11-11/

โซล เปิดแผนสร้างเมือง Metaverse ท่องเที่ยว-ทำกิจกรรม-รับบริการสาธารณะ ได้บนโลกเสมือน


โซล เปิดแผนสร้างเมือง Metaverse ท่องเที่ยว-ทำกิจกรรม-รับบริการสาธารณะ ได้บนโลกเสมือน
ถ้าพูดถึง Metaverse นี่คือเทรนด์แห่งอนาคตที่หลายๆ บริษัท เช่น Meta (Facebook) Microsoft Nike ให้กำลังให้ความสนใจ แต่รู้หรือไม่ว่าเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้อย่าง “กรุงโซล” ก็กำลังจะเข้ามาลงเล่นในสนาม Metaverse เหมือนกัน

(1) รัฐบาลมหานครโซล (Seoul Metropolitan Government) ประกาศแผนพัฒนา Metaverse ระยะ 5 ปี ทุ่มทุนกว่า 3.9 พันล้านวอน (108 ล้านบาท)

โดยตั้งเป้าว่าภายในปลายปี 2022 จะสามารถพัฒนา Metaverse Seoul แพลตฟอร์ม Metaverse ของตัวเองเพื่อให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนได้บนโลกเสมือน และมีเป้าว่าจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2026

ด้วยนโยบายนี้ กรุงโซล จะกลายเป็นเมือง Metaverse เมืองแรกของโลก ที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งอนาคตและมีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก

(2) Metaverse Seoul จะเป็นแพลตฟอร์มศักยภาพสูงที่มี Ecosystem สำหรับการให้บริการด้านต่างๆ
เช่น บริการด้านธุรกิจ การศึกษา พื้นที่สำหรับกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การสื่อสาร การพัฒนาเมือง และบริการสาธารณะ

หลังจากนี้ ประชาชนในกรุงโซลจะเข้าถึงบริการต่างๆ ของหน่วยปกครองส่วนท้องถิ่นได้บนโลก Metaverse โดยเข้าไปยัง Seoul City Hall และรับบริการตั้งแต่การปรึกษาเบื้องต้น ไปจนถึงเข้าถึงความช่วยเหลือด้านธุรกิจหรือการลงทุนจากพนักงานราชการอวาตาร์ด้วยการสวมแว่น VR แทนที่จะเดินทางไปยังศาลาว่าการเมืองจริงๆ

ไม่ใช่แค่นั้น ประชาชนยังสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยว เช่น จัตุรัสควางฮวามุน พระราชวังถ็อกซูกุง ตลาดนัมแดมุน ไปจนถึงสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สูญหายไปแล้วแต่ถูกสร้างขึ้นใหม่บนโลกเสมือนอย่างประตูโดนึยมุน

และไม่ต้องกลัวว่าโลกเสมือนจะน่าเบื่อ เพราะตั้งแต่ปี 2023 เทศกาลดังๆ เช่น เทศกาลโคมไฟโซล ก็จะถูกจัดขึ้นบนโลกเสมือนบนแพลตฟอร์ม Metaverse Seoul และผู้คนจากทั่วโลกก็จะมีโอกาสได้เข้าร่วม

(3) คำถามคือแล้วทำไมรัฐบาลมหานครโซลถึงต้องหันมาลุย Metaverse แค่พยายามเกาะกระแสหรือไม่?

คำตอบของเรื่องนี้คือ Metaverse จะช่วยเปิดมิติใหม่ของการบริการสาธารณะ

หลังจากนี้ การติดต่อสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชน และการออกนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ (เช่น จัดเทศกาลกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือจัดอีเวนต์ต่างๆ) จะง่ายขึ้น รวดเร็ว และไร้ข้อจำกัดผ่านเทคโนโลยี XR

เห็นได้ชัดว่าถ้ารัฐบาลมีศักยภาพที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนก็จะก้าวไปอีกขั้น

ส่อง 4 แบรนด์รถสัญชาติจีน มาแรงบุกตลาด EV โลก


เบิ้ลเครื่อง ! รถสัญชาติจีนมาแรง...บุกตลาดรถ EV โลก ส่องแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแดนมังกร ที่ผงาดขึ้นเป็นผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ สู้ยุโรป อเมริกา ญึ่ปุ่น 

ในอดีตหากพูดถึงผู้ผลิตรถยนต์ อาจนึกออกเพียงไม่กี่สัญชาติ ที่คุ้นหูกันจากฝากฝั่งตะวันตกคงหนีไม่พ้นรถยุโรปหรืออเมริกา ส่วนในโลกตะวันออกก็ต้องนึกถึงรถญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก . ทว่าโลกของอุตสาหกรรมยานยนต์ตอนนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เมื่อมังกรเริ่มขยับตัว ตั้งแต่ปี 2009 รถยนต์แบรนด์จีนเติบโตก้าวกระโดด โดยเฉพาะแบรนด์ท้องถิ่น และเมื่อรวมกับการผลิตจากแบรนด์ต่างชาติ ทำให้จีนมีจำนวนรถยนต์มากกว่าที่ผลิตในยุโรป หรือแม้แต่รถยนต์ที่ผลิตในอเมริกาและญี่ปุ่นรวมกัน 

ส่งผลให้ จีนเป็นทั้งตลาดรถยนต์และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกพร้อมกันเป็นที่เรียบร้อย ดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศ เพราะประสิทธิภาพรถยนต์จากจีน แม้จะขึ้นมาติด Top ของโลกช้า แต่ก็มาแบบไม่น้อยหน้าแบรนด์รถยนต์ดัง ๆ ที่อยู่มาก่อน โดยเฉพาะประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้า EV 

#Agenda เปิดวาร์ป 4 รถยนต์ EV แบรนด์จีน ที่กำลัง start an engine ลุยครองตลาดรถยนต์โลก แบรนด์ไหนน่าสนใจบ้าง มาดูกัน! 1. BYD │ Build Your Dream . BYD ก่อตั้งปี 1995 โดย Wang Chuanfu เริ่มต้นมาจากบริษัทผลิตแบตเตอรี่โทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน เมื่อปี 2002 บริษัท BYD เข้าซื้อบริษัทรถยนต์ Tsinchuan Automobile เข้ามาเป็นบริษัทลูก แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “BYD Auto” 

ในช่วงแรกยังคงผลิตรถยนต์น้ำมัน อิงตามรถยนต์ของญี่ปุ่นอยู่ กระทั่งปี 2008 สามารถผลิตรถพลังไฟฟ้าแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) คันแรกของโลก จากความชำนาญที่เคยทำบริษัทด้านแบตเตอรี่มาก่อนและเริ่มได้รับความสนใจในแวดวงรถยนต์โลก 

ปัจจุบันรถยนต์ของ BYD ที่วางขายมีทั้งรถขนาดเล็ก ขนาดคอมแพกต์ และรถขนาดกลาง โดยที่มีทั้งรถแฮทช์แบ็ก ซีดาน เอ็มพีวี และเอสยูวี รวมไปถึงมีทั้งรถไฟฟ้า ไฮบริด และใช้เครื่องยนต์ปกติ มีมูลค่าบริษัท 4.7 ล้านล้านบาท (เป็นรองแค่ Tesla และ Toyota) --- 2. GWM │ Great Wall Motor 

GWM ก่อตั้งปี 1984 โดย Wang Fengying เริ่มต้นมาจากการผลิตรถบรรทุก ที่มีจุดเด่นด้านความทนทาน จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่รถกระบะ Pick-up ได้รับความนิยมจนตีตลาดจีนแตก ปี 1998 ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดรถ Pickup ในจีนได้สำเร็จ และขยายไปสู่ประเภทรถยนต์อื่น ๆ เช่น SUV 

อีกหนึ่งความสำเร็จของ GMW คือ การเป็นค่ายรถยนต์รายแรงของจีนที่ได้ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2003 และยังเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ในปี 2011 อีกด้วย . ปัจจุบัน GMW มีมูลค่าบริษัทกว่า 2.6 ล้านล้านบาท มีรถยนต์ 4 แบรนด์ ได้แก่ - HAVAL เป็นแบรนด์รถยนต์ประเภท SUV ยอดขาดสูงสุดในจีน 11 ปีซ้อน - ORA แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ที่เกิดจากการลงทุนวิจัยและพัฒนาของบริษัทนานกว่า 10 ปี - WEY แบรนด์รถยนต์ Smart SUV เป็นแบรนด์เจาะกลุ่มตลาดรถพรีเมี่ยม หรูหรา คุณภาพสูง - GWM POER แบรนด์รถกระบะถึกทน ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ GMW ตั้งแต่สมัยบุกเบิก 

นอกจากนี้ ยังมีการขยายการผลิตไปในต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง --- 3. NIO . แบรนด์ NIO เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ก่อตั้งโดย William Li ตั้งแต่ปี 2014 เป็นม้ามืดที่น่าจับตามอง เพราะว่าแม้บริษัทจะก่อตั้งไม่ถึง 10 ปี ก็สามารถขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของแบรนด์รถหรูทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz หรือ BMW 

William Li เริ่มต้นจากการทำ Startup ด้านอินเทอร์เน็ต และตามด้วยก่อตั้งบริษัท Bitauto Holdings Limited ที่ให้บริการข้อมูลด้านรถยนต์ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ในปี 2010 

ปี 2014 เริ่มมาจับธุรกิจรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าในปีภายใต้บริษัท NIO Inc. ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก จากกระแสรถ EV ที่กำลังมาแรงยิ่งทำให้นักลงทุนและกองทุนมาร่วมเป็นพันธมิตร เช่น Baillie Gifford, BlackRock, Temasek และ Tencent ใช้เวลาเพียง 4 ปี ก็สามารถพา NIO Inc. เข้าตลาดหลักทรัพย์ NYSE ได้สำเร็จ 

ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัท 2.2 ล้านล้านบาท สูสีไม่แพ้กันกับรถยนต์ High Class อย่าง Mercedes-Benz หรือ BMW --- 4. SAIC MOTOR │ Shanghai Automotive Industry Corporation 

บริษัทรถยนต์สัญชาติจีนที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1955 ก่อตั้งโดย Chen Hong เริ่มต้นจากธุรกิจโรงงานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังสงครามสิ้นสุด ปี 1984 บริษัทจึงได้มีการร่วมทุนกับ Volkswagen และ General Motor 

จากจุดเด่นของ SAIC ที่เชี่ยวชาญในการประกอบยานยนต์ ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา SAIC เหล่าแบรนด์รถยนต์ระดับโลกจึงเข้ามาร่วมทุนและผลิตยนต์ส่งออกขาย ทำให้ SAIC เติบโต มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนสามารถผลิตรถยนต์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของจีน และอันดับ 12 ของโลก 

โดย SAIC เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ดังระดับโลกมากมาย เช่น Roewe, Maxus, Volkswagen, Chevrolet, Buick และ Cadillac ซึ่งมีทั้งแบรนด์ที่ขายภายใต้บริษัทตัวเอง และแบรนด์ที่ร่วมือกับบริษัทต่างประเทศ เช่น MG ซึ่งเป็นการร่วมกับกับบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ของไทย 

มูลค่าของบริษัท SAIC อยู่ที่ 1.2 ล้านล้าน มีสายการผลิตรถยนต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รถน้ำมัน รถไฟฟ้า ทั้งระดับธรรมดาและพรีเมี่ยม รวมไปถึงรถบัส รถบรรทุก รถเมล์ ซึ่งกำลังส่งออกไปทั่วโลก --- การขยับตัวของแบรนด์รถยนต์ EV จากจีนแผ่นดินใหญ่ สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงไปสู่วงการยานยนต์โลก เนื่องจาก กระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อโลกกำลังมาแรง เป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้รถยนต์จีนอาจจะทะยานขึ้นเป็นรถยนต์ที่รับความนิยมที่สุดของโลก...ก็เป็นได้ 

ที่มา: wikipedia, longtunman, Autodeft, Thairath, companiesmarketcap, TheStandard

ซีอีโอ Baidu ประกาศความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่สุดในโลก


ซีอีโอ Baidu ประกาศความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่สุดในโลก 

โรบิน หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ Baidu ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของจีน เปิดเผยความสำเร็จของบริษัทที่กลายเป็นผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากที่บริษัททุ่มเทศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการเดินทางอัตโนมัติมาหลายปี พร้อมตั้งเป้าที่จะขยายบริการดังกล่าวไปยังเมืองต่างๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น 

ซีอีโอของ Baidu กล่าวในจดหมายเปิดผนึกถึงพนักงาน หลังจากรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสของบริษัทว่า Apollo Go แพลตฟอร์มบริการเรียกรถอัตโนมัติของ Baidu ได้ให้บริการการเดินทางถึง 115,000 ครั้งในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา ทำให้ Baidu กลายเป็นผู้ให้บริการการเดินทางอัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

ปัจจุบัน Apollo Go ให้บริการในกรุงปักกิ่ง กวางโจว มณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน, ฉางซา มณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน, ชางโจว มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน และเซี่ยงไฮ้ ซึ่งผู้โดยสารสามารถเรียกแท็กซี่หุ่นยนต์ได้โดยใช้แพลตฟอร์มมือถือ ขณะเดียวกัน Baidu ตั้งเป้าที่จะขยายบริการ Apollo Go ให้ครอบคลุม 65 เมืองภายในปี 2025 และ 100 เมืองภายในปี 2030 

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า แพลตฟอร์ม Apollo L4 สามารถสะสมไมล์ทดสอบแล้วกว่า 10 ล้านไมล์ เพิ่มขึ้น 189 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบอัตราการเติบโตรายปี รวมถึงได้รับใบอนุญาตขับขี่อัตโนมัติแล้ว 411 ใบ สะท้อนถึงความครอบคลุมทางภูมิศาสตร์ในวงกว้างของ Apollo และความสามารถในการขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาพบว่า แพลตฟอร์ม Apollo มีพันธมิตรมากกว่า 210 ราย และทำงานร่วมกับนักพัฒนาทั่วโลกกว่า 65,000 ราย 

อ้างอิง: https://www.globaltimes.cn/page/202111/1239224.shtml . 

กล้ากินไหม? แซลมอนจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ


กล้ากินไหม? แซลมอนจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา กระแสโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) มาแรงมากๆ เพราะมีสตาร์ทอัพหน้าใหม่เข้ามารังสรรค์ผลงานใหม่ๆ ให้เราได้เห็นอยู่เสมอ

(1) ล่าสุด Revo Foods สตาร์ทอัพด้านอาหารจากประเทศออสเตรียได้ออกผลิตภัณฑ์สุดสร้างสรรค์คือ แซลมอนจากเครื่องพิมพ์ 3D และที่สำคัญยังเป็นเนื้อ Plant-based ที่ใช่ถั่ว สาหร่าย และน้ำมันพืชเป็นส่วนประกอบ มากไปกว่านั้น แซลมอนจากเครื่องพิมพ์ 3D ของ Revo Foods ยังมาเหนือเมฆเพราะมาในรูปแบบเนื้อแซลมอนรมควัน แซลมอนฟิเลต์สำหรับสเต๊ก และแซลมอนสำหรับซูชิ เป็นผลิตภัณฑ์แบบสดๆ ที่ให้รสชาติและสัมผัสเหมือนจริง . ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์แปรรูป (เช่น นักเก็ต หรือ ฟิชสติ๊ก) แบบที่เจ้าอื่นชอบทำจนมีเกลื่อนซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นที่เรียบร้อย

(2) Theresa Rothenbücher ผู้เป็น CSO ของบริษัทพูดถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3D เอาไว้ว่าเป็นเทคโนโลยีหลักของบริษัทที่ช่วยจัดเรียงเลียนแบบโครงสร้างของเนื้อแซลมอนได้อย่างแม่นยำ สามารถจัดเรียงมัดกล้ามเนื้อสีส้มและชั้นไขมันสีขาว (จากพืช) ออกมาได้เหมือนจริง

(3) จุดหมายหลักของการผลิตโปรตีนทางเลือกไม่ว่าจะเป็นเนื้อจากพืช เนื้อเพาะแล็บ หรือเนื้อจากเครื่องพิมพ์ 3D คือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตอาหาร เช่น การประมง การทำปศุสัตว์ ที่สังคมเริ่มตั้งคำถามถึงผลกระทบจากกิจกรรมเหล่านี้มากขึ้น

นอกจากการผลิตแซลมอนจากเครื่องพิมพ์จะช่วยสร้างความยั่งยืนได้โดยตัวมันเองแล้ว Revo Foods ยังเพิ่มดีกรีความยั่งยืนเข้าไปด้วยการใช้พลังงานสะอาดในการผลิตเป็นหลัก บริษัทผลิตแซลมอนจากเครื่องพิมพ์ 3D ด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียนถึง 80% และพยายามออกแบบวิธีการใช้พลังงานให้สูญเสียพลังงานระหว่างทางให้น้อยที่สุดอย่างต่อเนื่อง Rothenbücher กล่าวว่า “นอกจากความอร่อยแล้ว ความยั่งยืนคืออีกเป้าหมายหลักที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับเรา”

#AltProtein #Plantbased #Sustainability 
https://brandinside.asia/3d-printed-plant-based-salmon

Gogoro บริษัทธุรกิจยานยนต์จากประเทศไต้หวัน เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีเปลี่ยนแบต


Gogoro บริษัทธุรกิจยานยนต์จากประเทศไต้หวัน เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีเปลี่ยนแบต เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น และเป็นบริษัทแรก ๆ ที่มีแนวคิดรูปแบบใหม่ที่สร้างสถานีเปลี่ยนแบตโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาชาร์จอีกต่อไป

ขั้นตอนก็ง่ายมากแค่เราเข้าไปตามจุดเปลี่ยนที่สถานี ก็สามารถถอดแบตตัวเก่าที่อยู่ภายในรถออก แล้วนำถังชาร์จใหม่ใส่เข้าไป แค่นี้รถก็วิ่งไปต่อได้เลย

บริการรูปแบบใหม่นี้ช่วยลดมลพิษในอากาศแล้ว ยังสามารถช่วยลดโลกร้อนและลดปริมาณขยะ โดยการนำถังชาร์จอันเก่าของผู้ที่ใช้แล้ว กลับมาเติมพลังงานให้เติมเพื่อใช้งานได้อีกครั้ง

โดยปัจจุบันมีสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งหมด 45 แห่งในเมืองหางโจว และมีเป้าหมายเตรียมสร้างอีก 80 สถานีภายในสิ้นปีนี้ และจะเดินหน้าขยายสถานีเพิ่มอีกเพื่อรองรับเทคโนโลยี EV มากขึ้นในอนาคต

เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนหันมาสนใจรถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เพราะทุกวันนี้รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างที่จะมีราคาสูง แต่ถ้ามีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าราคาดี จับต้องได้และมีรูปแบบบริการที่ทันสมัย ก็จะเป็นแนวทางใหม่ให้เข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

#Gogoro 
#รถยนต์ไฟฟ้า 


ยังกับทอง! ค่าย EVGA เผยการ์ดจอ RTX 30 โดนขโมยระหว่างขนส่ง


ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อเมื่อล่าสุดทาง EVGA ประกาศผ่านทางกระทู้ของตัวเองว่ารถขนส่งการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX ซีรีส์ 30 รุ่นใหม่ล่าสุดจำนวนมากถูกขโมยไปที่อเมริกา โดยเส้นทางของรถขนส่งคันดังกล่าวจาก San Francisco ไปยังศูนย์กระจายสินค้า EVGA Southern California distribution center แต่ก็หายไปในระหว่างทาง ไม่ได้ไปถึงที่หมายตามที่ควรจะเป็น 

ทาง EVGA ไม่ได้บอกจำนวนการ์ดทั้งหมดที่อยู่ภายในรถขนส่งคันดังกล่าวว่ามีจำนวนกี่ใบ แต่ก็คงพอจะคาดเดาได้ว่าเป็นมูลค่ามหาศาลอย่างแน่นอน ด้วยราคาค่าตัวในปัจจุบันที่ขึ้นแพงซะเหลือเกิน แล้วไหนจะยังความต้องการสูงมากอีก 

และการซื้อขายสินค้าที่ถูกขโมยมาเหล่านี้ ก็ถือว่ามีความผิดทางกฎหมายด้วย งานนี้เปรียบเทียบกับบ้านเรา ก็อาจเข้าข่ายรับซื้อของโจรนั่นเอง ซึ่งข้อมูลหมายเลข Serial Number ที่อยู่บนตัวการ์ดและกล่อง ก็น่าจะช่วยให้การดูของโจรทำได้ง่ายขึ้น 

เครดิต t.ly/sLqD

รู้จัก Notpla “พลาสติกกินได้” ใช้ใส่เครื่องปรุงรส ลดขยะบนโลก


 รู้จัก Notpla “พลาสติกกินได้” ใช้ใส่เครื่องปรุงรส ลดขยะบนโลก 

1) ซองพลาสติกหยุ่นๆ นี้ที่จริงแล้วไม่ได้ทำจากพลาสติก แต่เป็นวัสดุไบโอย่อยสลายได้ตามธรรมชาติที่ทำมาจากสาหร่ายทะเล ที่สำคัญสามารถ “กินได้” ทั้งชิ้น 
2) ตัวมันเป็นบรรจุภัณฑ์ทดแทนพลาสติก ไม่มีสี นอกจากกำจัดด้วยการรับประทานแล้ว ยังสามารถฝังดินเพื่อย่อยสลายได้ภายใน 4-6 สัปดาห์ ทำให้เป็นวัสดุเพื่อความยั่งยืน ลดขยะพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งบนโลก 
3) จุดประสงค์หลักของการออกแบบวัสดุนี้ ต้องการนำมาใช้แทนซองพลาสติกใส่เครื่องปรุงรส (นึกภาพการโยนซองใส่เครื่องปรุงของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลงหม้อไปได้เลย) หรือประยุกต์ใช้ใส่ครีมทาตัว โลชั่น ยาสีฟัน เป็นซองเล็กๆ จนถึงการใช้เป็นฟิล์มแรปปิดหน้ากล่องใส่อาหารแบบ take away 
4) บริษัทสตาร์ทอัพ Notpla นี้ยังเป็นเบื้องหลังก้อนเครื่องดื่มเกลือแร่แบบกินได้ทั้งก้อน “Ooho” ที่ทดลองแจกในงานลอนดอน มาราธอน 2019 เป็นแนวทางลดขยะแก้วพลาสติกที่มักจะเกลื่อนงานวิ่งทุกงาน 
5) การเลือกสาหร่ายทะเลเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการพัฒนาวัสดุนี้ ทาง Notpla บอกว่าเป็นเพราะสาหร่ายเป็นสิ่งมีชีวิตในทะเล ทำให้ไม่ต้องไปแย่งพื้นที่ปลูกพืชและอาหารบนบกเพิ่ม 
6) ชื่อเดิมของบริษัทนี้คือ Skipping Rock Lab ก่อตั้งเมื่อปี 2014 ก่อนจะรีแบรนด์เป็น “Notpla” ซึ่งย่อมาจากคำว่า Not Plastic ทำให้สื่อสารถึงสิ่งที่บริษัทพัฒนาได้ดีขึ้น 

 #พลาสติกกินได้ #ความยั่งยืน #สิ่งแวดล้อม #บรรจุภัณฑ์ 
 ที่มา Dezeen

Airbus ทดลองใช้ น้ำมันทอดอาหาร และกากไขมันเหลือทิ้ง เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบิน


รายงานข่าวแจ้งว่า Airbus, Dassault Aviation, ศูนย์ศึกษา และวิจัยการบิน และอวกาศแห่งชาติฝรั่งเศส, กระทรวงคมนาคมของฝรั่งเศส และ Safran ร่วมกันเปิดตัวการศึกษาการบินที่ใช้เชื้อเพลิงสำหรับการบินที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) แบบไม่ผสมเชื้อเพลิงอื่น ๆ เพื่อขับเคลื่อนเป็นครั้งแรก 

สำหรับการทดสอบเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2021 ที่ประเทศฝรั่งเศส ใช้เครื่องบินของ Airbus รุ่น AE319Neo ที่ตั้งเครื่องยนต์ CFM LEAP-1A จำนวนหนึ่งเครื่องบินขึ้นจริง โดยเชื้อเพลิง SAF แบบไม่ผสมกับปิโตรเลียม เกิดขึ้นจากการนำน้ำมันสำหรับประกอบอาหารที่ใช้แล้ว กับกากไขมันเหลือทิ้งชนิดอื่น ๆ มาเข้ากระบวนการพิเศษ 

กระบวนการดังกล่าวมีชื่อว่า Hydroprocessed Esters and Fatty Acids (HEFA) และเชื้อเพลิงดังกล่าวจะถูกนำไปทดลองกับเครื่องยนต์อาราโน ของ Safran Helicopter Engine ที่นำไปติดตั้งกับเฮลิคอปเตอร์ของ Airbus รุ่น H160 เช่นกัน 

จุดมุ่งหมายสูงสุดของการศึกษานี้คือการส่งเสริมให้เกิดการใช้เชื้อเพลิง SAF ชนิด 100% ในวงกว้างของอุตสาหกรรม ตลอดจนการรับรองให้ใช้เชื้อเพลิง SAF ชนิด 100% ได้กับเครื่องบินพาณิชย์แบบทางเดินเดี่ยวรวมถึงเครื่องบินเจ็ตธุรกิจรุ่นใหม่

วิศวกรชาวออสเตรเลียจดสิทธิบัตรบล็อกความร้อนเพื่อเก็บพลังงานหมุนเวียน



วิศวกรชาวออสเตรเลียจดสิทธิบัตรบล็อกความร้อนเพื่อเก็บพลังงานหมุนเวียน

ทีมวิศวกรของ University of Newcastle ของออสเตรเลียได้จดสิทธิบัตรวัสดุที่ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บพลังงานความร้อนในรูปแบบของบล็อก ซึ่งผู้ประดิษฐ์หวังว่าจะสามารถนำมาใช้ทำให้การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานถ่านหินเกิดง่ายขึ้น

อิฐนี้รู้จักกันในชื่อ Miscibility Gaps Alloy (MGA) โดยทำจากอะลูมิเนียมและกราไฟต์ สามารถเก็บพลังงานที่ถูกผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนได้ โดยการวิจัยคาดการณ์ว่าอิฐเหล่านี้สามารถอยู่ได้นานถึง 30 ปี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในความน่าเชื่อถือ (reliability) ของมัน

Erich Kisi ผู้ร่วมประดิษฐ์บล็อกความร้อนกล่าวว่าทีมของเขากำลังทำงานเกี่ยวกับตัวแปลงความร้อนซึ่งสร้างพลังงานผ่านความร้อน เมื่อพวกเขามีแนวคิดที่ก้าวล้ำที่จะย้ายไปยังที่เก็บพลังงาน

"ส่วนผสม (ที่สำคัญที่สุด) สำหรับอิฐคืออนุภาคอะลูมิเนียมที่ให้ความร้อนแฝง ซึ่งเป็นพลังงานหลอม (melting energy) ที่เรากำลังพูดถึง" Kisi กล่าว

"ดังนั้นพวกเขาจะละลายและแข็งตัวหลายพันครั้งในช่วงชีวิตของบล็อก แต่ยังคงรูปร่างอยู่ พวกเขาคงรูปร่างได้ด้วยกราไฟท์ ในกรณีนี้ เรามีระบบอื่นๆ แต่กราไฟท์เป็นตัวหลัก"

อิฐแต่ละก้อนมีน้ำหนักประมาณหกกิโลกรัม (13 ปอนด์) และมีพลังงานความร้อนที่เก็บไว้ประมาณหนึ่งกิโลวัตต์ชั่วโมง Kisi ปฏิเสธที่จะระบุราคาที่คาดการณ์ไว้ของบล็อกแต่ละก้อน

ปัจจุบัน Kisi เป็น CEO ของ MGA Thermal ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตบล็อกเหล่านี้ ซึ่งร่วมมือกับ E2S Power AG ของสวิตเซอร์แลนด์เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีการออกแบบเพื่อติดตั้งเพิ่มเติมและปรับเปลี่ยนโรงงานที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงในยุโรป

กลุ่มนี้หวังว่าจะทำให้การเปลี่ยนผ่านจากพลังงานถ่านหินเป็นไปอย่างราบรื่นโดยการสร้างที่เก็บพลังงานความร้อนในขณะที่ค่อยๆ เลิกใช้หม้อไอน้ำในโรงไฟฟ้า

“นั่นจะทำให้ทรัพย์สินเหล่านี้ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน แต่จะไร้ค่าภายในเวลาห้าปี จะถูกนำมาใช้ใหม่” Kisi กล่าว

------------------------------------

ที่มา : https://www.reuters.com/.../australian-engineers-patent.../

ไบโอดีเซล และ เอทานอล มีดีอย่างไรในยุคน้ำมันแพง?

ไบโอดีเซล และ เอทานอล มีดีอย่างไรในยุคน้ำมันแพง?

การที่มีการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพอย่าง ไบโอดีเซลและเอทานอล ในน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นนโยบายของรัฐบาลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพลังงานทดแทน ช่วยรักษาเสถียรภาพระดับราคาพืชผลเกษตรของเกษตรกรไม่ให้ราคาตกต่ำ และทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง อีกทั้งยังสามารถลดการนำเข้าน้ำมันได้อีกด้วย ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ปรากฏในคําแถลงนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2562 ที่กำหนดให้ “..เปิดโอกาสให้ชุมชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการผลิตและบริหารจัดการพลังงาน ส่งเสริมให้มีการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 และ B100 เพื่อเพิ่มการใช้น้ำมันปาล์มดิบ ...”

ต้นทุนผสมราคาแพงมากทำให้ราคาน้ำมันแพง เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มปาล์ม? แล้วเคยมีการปรับลดสัดส่วนผสมในอดีตไหม? นอกจากเป็นนโยบายของรัฐบาลแล้ว คณะกรรมการปาล์มแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ผลักดันให้มีการผสมเชื้อเพลิงชีวภาพในน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกพืชพลังงานให้มีรายได้ที่มั่นคง ลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ แต่เนื่องจากสถานการณ์ราคาไบโอดีเซลและเอทานอลมีราคาสูงต่างจากในอดีต กระทรวงพลังงานจำเป็นดำเนินมาตรการปรับลดสัดส่วนการผสมเพื่อให้เกิดความเหมาะสมไม่กระทบประชาชน

เครดิต เพจแม่หนูเป็นวิศวะ

วิธีแก้ปัญหาเมื่อเครื่องปริ้นไม่ทำงาน ปริ้นงานไม่ออก เครื่องปริ้นมีปัญหาเบื้องต้น

วิธีแก้ไขการพิมพ์งานไม่ออก,เครื่องพิมพ์ไม่ทำงาน ปริ้นงานไม่ออก เครื่องปริ้นมีปัญหาเบื้องต้น
เืมื่อเราใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์งานไปนาน ๆ ย่อมเกิดปัญหาการพิมพ์งานไม่ออก อย่างเช่น เมื่อเช้ายังพิมพ์งานอยู่ได้ดีๆ ตอนบ่ายมา อ้าว พิมพ์ไม่ออกซะงั้น ... ไม่เป็นไรครับ ผมมีวิธีครับ 1. ก่อนอื่นให้ไปดูที่ การกำหนดเครื่องพิมพ์ว่า ยังมีอยู่ในลิสต์หรือไม่ โดยไปที่ Start - Setting - Printer & Fax เมื่อเข้าไปแล้วจะเหมือนภาพที่ 1
2.แต่ ถ้าเมื่อเข้าไปดูแล้ว ไม่มีเครื่องพิมพ์ถูกติดตั้งไว้เลยสักเครื่อง ดังภาพที่ 2 แสดงว่า เครื่องพิมพ์หายไปจากระบบพิมพ์งาน มันจึงไม่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน สาเหตุเกิดจาก Print Spooler หาย ต้องทำการแก้ไขในข้อต่อไป
3.คุณ ๆ ที่ใช้คอมพิวเตอร์ทุกท่าน คิดว่าจะมี Printer ไว้ใช้อยู่แล้ว และเคยเจอปัญหาในการพิมพ์งานหลายๆ งานในคราวเดียว หรือบางครั้งสั่ง Printer พิมพ์แล้วยกเลิกกลางคัน เพื่อพิมพ์งานใหม่ แต่งานเก่ายังค้างอยู่ ถึงแม้จะปิดเครื่อง Printer แล้ว เมื่อเปิดใหม่เครื่องก็ยังจะพิมพ์งานเดิมอยู่อีก นั้นเป็นเพราะ ระบบ Windows จะมีการเก็บงานไว้ในลักษณะ Cache ของงานพิมพ์ ที่เรียกว่า Print Spooler ตราบใดยังมีข้อมูลยังใน Print Spooler อยู่ Windows ก็จะพยายามพิมพ์งานอยู่โดยเรียงลำดับก่อนหลังไปจนหมดความจำที่ Print Spooler เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เรามาหาวิธีล้างข้อมูลงานพิมพ์ที่เราไม่ต้องการออก เพื่อจะได้พิมพ์งานอื่นๆ ต่อไปได้ ขั้นตอนก็มีดังนี้… 
     1.พิมพ์ services.msc ในช่อง Search ของ Start Menu แล้ว Enter 
     2.ที่หน้าต่าง Services ให้คลิกขวาที่คีย์ Print Spooler ปกติค่าที่ใช้งานได้จะเป็นค่า Start เสมอ แต่ถ้าขึ้น Stop แสดงว่า ค่ามันถูกปิดไว้ อาจจะเพราะไวรัส ฯลฯ ก็ตาม ให้ทำการ Start จากนั้นกด Ok
4.จากนั้นให้เปิด Windows Explorer แล้วไปตามนี้ C:\WINDOWS\system32\spool\PRINTERS ให้ทำการลบไฟล์ทั้งหมดในโฟลเดอร์ PRINTERS แล้วปิด Windows Explorer
5.เปิด Services ขึ้นมาอีกครั้ง ให้คลิกขวาที่คีย์ Print Spooler เลือกคำสั่ง Start เพื่อให้ Print Spooler กลับมาทำงานอีกครั้ง เท่านี้เป็นอันเรียบร้อย แล้วก็ลองพิมพ์งานได้ตามเลยครับ
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger