Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวการเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวการเมือง แสดงบทความทั้งหมด

‘มานะ หงษ์ทอง’ เหยื่อกระสุนยาง คฝ. เสียชีวิตแล้ว

 🔥‘มานะ หงษ์ทอง’ เหยื่อกระสุนยาง คฝ. เสียชีวิตแล้ว 

จากกรณี ‘มานะ หงษ์ทอง’ ชายวัย 64 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางบริเวณศรีษะระหว่างการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 บริเวณแยกดินแดง ขณะที่กำลังเดินทางเข้าที่พักในแฟลตดินแดง กทม. โดยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีนับตั้งแต่นั้นมา

ล่าสุดเฟซบุ๊ก ‘ศรายุธ ตั้งประเสริฐ’ ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าวประชาไท รายงานความคืบหน้าว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2565 มานะ ได้เสียชีวิต หลังเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานกว่า 6 เดือน ซึ่งถือเป็นรายที่สอง ต่อจาก ดช. วาฤทธิ์ สมน้อย วัย 15 ปี ที่ถูกกระสุนจริงยิงออกจากฝั่ง สน. ดินแดง 

ที่มา

https://www.facebook.com/photo/?fbid=5193049217405854&set=a.211191062258386

เปิดใจ "แรมโบ้"ลาออกพปชร. ลั่น เป็นหัวหมา ดีกว่าเป็นหางราชสีห์

ความเคลื่อนไหว ที่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ คือ "แรมโบ้อีสาน" ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พร้อมเตรียมไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค รวมไทยสร้างชาติ ซึ่ง นายเสกสกล ยอมรับว่า เตรียมการตั้งพรรคนี้ไว้นานแล้ว เป้าหมายคือ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จนทำให้ถูกมองว่า นี่เป็น พรรคสำรองที่เตรียมไว้หรือไม่

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ "แรมโบ้อีสาน" ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ โดยบอกว่า การลาออกครั้งนี้ ไม่ได้แจ้งให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรครับทราบ เพราะปกติ ก็ไม่ได้ร่วมทำกิจกรรมกับพรรคอยู่แล้ว หลังจากนี้อยากออกไปทำงานเองโดยยึดคติว่า “เป็นหัวหมา ดีกว่าเป็นหางราชสีห์”

นายเสกสกล พูดชัดเจนว่า จะย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อสนับสนุนและเป็นทางเลือกให้กับ "พล.อ.ประยุทธ์"

รัฐบาล เชิญชวน ปชช.มีที่ดินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ ร่วมโครงการ ‘บอกดิน 3’ แก้ปัญหาที่ดินทำกิน

7 ก.พ.2565-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนผู้ที่มีที่ดินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ หรือมี ส.ค. 1 น.ส.3 น.ส.3 ก ต้องการให้ภาครัฐเข้าไปบริหารจัดการที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถแจ้งตำแหน่งที่ดินผ่านโทรศัพท์มือถือ ในโครงการบอกดิน 3 เปิดให้บริการประชาชนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2565 โดยประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลและตำแหน่งที่ตั้งที่ดินของตนเอง ผ่าน 3 ช่องทาง 1. สแกนเข้าระบบบน “บัตรบอกดิน” ได้ที่สำนักงานที่ดินทั้ง 461 แห่ง ทั่วประเทศ 2. เว็บไซต์ : Bokdin3.dol .go.th 3. Application “SMARTLANDS” เลือกหัวข้อ “บอกดิน” โดยผู้ที่ต้องการแจ้งข้อมูลตำแหน่งที่ดิน เดินทางไปยังแปลงที่ดินที่ต้องการแจ้งข้อมูลแล้วให้ยืนรอประมาณ 1 นาที จากนั้นเข้าระบบ “บอกดิน” กดแจ้งตำแหน่งที่ดิน กรอกข้อมูลส่วนตัว หลังจากนั้น กรมที่ดินจะดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียด รวบรวมข้อเท็จจริง หลักฐานต่าง ๆ และแจ้งกลับให้ผู้ครอบครองที่ดินทราบว่าจะมีวิธีดำเนินการอย่างไรต่อไป

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โครงการบอกดิน 3 เป็นความร่วมมือของ กรมที่ดินและกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในการกระจายการถือครองที่ดิน และช่วยลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อให้บริการประชาชน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

สำหรับการดำเนินโครงการบอกดินที่ผ่านมา กรมที่ดิน ได้นำข้อมูลที่ประชาชนแจ้งตำแหน่งที่ดิน ซึ่งได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว เป็นที่ดินที่อยู่นอกเขตที่ดินของรัฐ จำนวน 200,000 แปลง มาจัดทำแผนงานโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในพื้นที่ 70 จังหวัด ทั่วประเทศ เป้าหมาย 43,520 แปลง ผ่าน 2 โครงการ 1.โครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน และรังวัดรูปแปลงโฉนดที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ในพื้นที่รวม 67 จังหวัด เริ่มเดินสำรวจรังวัดทำแผนที่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 ถึงวันที่ 31 ก.ค. 2565 และ 2.โครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอำเภอนาทวี จะนะ เทพา สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เริ่มเดินสำรวจรังวัดทำแผนที่ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2564 ถึงวันที่ 31 ก.ค. 2565

เชื่อมั่น อุดมการณ์เพื่อไทย ‘ทูตรัศม์ ชาลีจันทร์ - นิธินันท์ ยอแสงรัตน์’ พร้อมคณะ ตบเท้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพ

เชื่อมั่น อุดมการณ์เพื่อไทย ‘ทูตรัศม์ ชาลีจันทร์ - นิธินันท์ ยอแสงรัตน์’ พร้อมคณะ ตบเท้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพ หวังร่วมผลักดันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและฟื้นฟูประชาธิปไตย

ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับผู้สนใจเข้าร่วมสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย นำโดย รัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตรองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตไทยโมซัมบิก และคาซัคสถาน และแอดมินเพจ ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador , นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ สื่อมวลชนอาวุโส อดีตบรรณาธิการอาวุโสหนังสือพิมพ์มติชนและเนชัน , สมชาย แซ่จิว ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมจีน , อรุณวตี ฉัตรเท นักเขียนชื่อดัง , ภัทรพล ฉัตรชลาวิไล นักธุรกิจการพิมพ์ และ ชวิศ อุนยโกวิท นักธุรกิจไอที
ประเสริฐ จันทรรวงทอง กล่าวว่า ขอต้อนรับทุกท่านที่ให้เกียรติสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยแบบตลอดชีพ ซึ่งทั้ง 6 ท่านเป็นผู้มีประสบการณ์และเป็นผู้นำซอฟท์พาวเวอร์ในสังคมไทย นำโดย รัศม์ ชาลีจันทร์ เป็นอดีตเอกอัครราชทูตไทยหลายประเทศและแอดมินเพจ ทูตนอกแถว ซึ่งถือได้ว่าเป็นอดีตนักการทูตประชาธิปไตย เป็นนักต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ อดีตสื่อมวลชนผู้มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย เชื่อมั่นในเสรีภาพสื่อมวลชน และอีกหลายท่านที่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ไทยจีน นักเขียน ศิลปินและนักธุรกิจ พร้อมใจมาสมัครเป็นสมาชิกเพื่อไทยพร้อมหน้าเพื่อทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนร่วมกัน จึงขอต้อนรับจากใจจริงอีกครั้ง

รัศม์ ชาลีจันทร์ กล่าวว่า ติดตามการทำงานและการต่อสู้ของบุคลากรในพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เชื่อมั่นในฝีมือการบริหารประเทศ อุดมการณ์ประชาธิปไตย และมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะเข้ามามีส่วนร่วมช่วยผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ จึงพร้อมใจเข้ามาร่วมงานกับพรรคโดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า

นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ กล่าวว่า ได้ติดตามพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่สมัยเป็นพรรคไทยรักไทย ติดตามเพื่อนพ้องที่ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยมาถึงปัจจุบัน รู้จักเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของเพื่อนพ้องน้องพี่เหล่านี้ เชื่อมั่นในจิตเจตนารมณ์ที่ต้องการจะสร้างพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่ดีของประเทศ ตามความไฝ่ฝันที่อยากเห็นประเทศเจริญขึ้น จึงมั่นใจในแนวทางของพรรคเพื่อไทย และการสมัครสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพเป็นการยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ เพราะมีหัวใจเพื่อพี่น้องประชาชน วันนี้จึงมาสมัครสมาชิกร่วมกันทำงานโดยไม่ต้องการเป็นศัตรูกับผู้ใด แต่เป็นศัตรูกับระบบที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน

ส.ส.พรรคเพื่อไทย เปิดโปง 'ประชามติอัปยศ' ร่าง รัฐธรรมนูญ 60 จับคนค้านไปขังคุก-ปิดตา


เปิดโปง “ประชามติอัปยศ”

“พี่เคยนั่งคิดในใจว่าฉันทำอะไรผิดวะ แล้วสิ่งที่ฉันทำไม่ผิดเลยนะ แล้วฉันลากใครมา พี่กับอีก 14 ชีวิตที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเป็นการไหว้วานกัน เขาถูกลากมาทำไม พี่คิดอย่างเดียวจริงๆ ว่า พี่น่าจะทำคนเดียว ทุกอย่างเลย” ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ เล่าถึงคดีจดหมายประชามติ 59 เธอถูกจับขึ้นศาลทหาร โดนขังในเรือนจำ เพียงเพราะเห็นต่างร่างรัฐธรรมนูญ 60 เธอถูกควบคุมตัวและบังคับปรับทัศนคติเป็นเวลา 7 วัน และอีก 23 วันในเรือนจำ หลังจากนั้น ทัศนีย์พร้อมคนรอบตัวจึงได้รับการประกันตัวจากการยื่นประกันครั้งที่ 4

หลังจากนั้นอีกถึง 4 ปี ในปี 2563 คดีทั้งหมดได้รับการยกฟ้อง ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

ขณะเดียวกันสิ่งที่เธอถูกกระทำต่างๆ โดนจับกุม คุมขังและถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำนั้นเกิดขึ้นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและสภาวะจิตใจที่เปลี่ยนไปตลอดกาล โดยที่เธอไม่เคยได้รับการเยียวยาสักครั้งโดยผู้กระทำ

เหตุการณ์ทั้งหมดและผลกระทบที่เกิดกับ ‘ทัศนีย์’ และอีกหลายๆ คนที่ถูกกระทำในช่วงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ สะท้อนอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของสิทธิการประกันตัวของนักโทษทางความคิดเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งและทุกคนควรได้รับสิทธิประกันตัวก่อนที่จะตัดสินคดี

ประชามติอัปยศ ต้องไม่มีนักโทษทางความคิด

ปิดสถานีหัวลำโพงวุ่นเพราะบริหารผิดพลาด ควรเร่งแก้ปัญหาสายสีแดงบางซื่อ-หัวลำโพง



การยุติการเดินรถเข้าออกสถานีรถไฟหัวลำโพง ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก กลับกลายเป็นเรื่องที่ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มองเป็นเรื่อง ‘ดราม่า’ กันไปเอง โดยละเลยความจริงที่ว่า ปัญหาของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ประชาชนคัดค้านการปิดสถานีหัวลำโพงโดยสิ้นเชิง แต่ปัญหาอยู่ที่การปิดสถานีหัวลำโพงโดยไม่มีทางเลือกอื่นที่สะดวกสบาย ไม่สิ้นเปลือง ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลเอง

ในขณะที่ ศักดิ์สยาม ขอให้สังคมหยุดดราม่าเรื่องนี้ โดยอ้างการขาดทุนของการรถไฟ ทำให้ต้องนำที่ดินมาพัฒนาหารายได้เชิงพาณิชย์ แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ตามแผนการพัฒนาของการรถไฟ เดิมทีจะยังคงไว้ทั้งสถานีบางซื่อและสถานีหัวลำโพง โดยกิจกรรมส่วนใหญ่จะย้ายมาอยู่ที่สถานีบางซื่อ แต่ยังคงสถานีหัวลำโพงไว้เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ ‘ใจกลางเมือง’ พร้อมกันนั้น จะมีการพัฒนาเชิงพาณิชย์ทั้ง 2 สถานี โดยจะเชื่อมต่อกันด้วยโครงการสายสีแดง แต่เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ทำให้ต้องมีการ ‘เปลี่ยนแผน’ และทำให้สายสีแดงช่วงบางซื่อ-หัวลำโพงล่าช้าออกไป

หน้าที่ของรัฐมนตรีนั้น ควรจะเป็นการเร่งแก้ไขปัญหาให้สายสีแดงช่วงบางซื่อ-หัวลำโพงแล้วเสร็จโดยเร็ว แต่กลับยุติการเดินรถเข้าออกสถานีหัวลำโพง ลอยแพประชาชนจำนวนมากที่ต้องใช้การเดินทางเส้นนี้ แล้วกล่าวหาประชาชนว่า ‘ดราม่า’ กันไปเอง โดยแถไปเรื่องรถไฟขาดทุนเพื่อมาปิดสถานีหัวลำโพง

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ - Surachet Pravinvongvuth ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล อธิบายว่า ประเด็นนี้ต้องแยกแยะเรื่องการขาดทุนของการรถไฟกับการยุติการเดินรถเข้าออกสถานีหัวลำโพงออกจากกัน การรถไฟขาดทุนจริง แต่มีการทำให้ภาพการขาดทุนถูกขยายมากเกินควร ทั้งที่ควรให้ความสำคัญกับการให้บริการประชาชนมากกว่า และรัฐมนตรีคมนาคมเองต่างหากที่ทิ้งโอกาสล้างหนี้ด้วยการนำที่ดินไปประเคนให้นายทุนใหญ่

“หากท่านรัฐมนตรีเข้าใจในประเด็นนี้ ก็อย่าดราม่าให้มากในเรื่องของการขาดทุน ต้องให้ความสำคัญกับการให้บริการสาธารณะมากกว่าการขาดทุนทางบัญชี เรื่องการแก้ปัญหาการขาดทุนทางบัญชีโดยการนำพื้นที่มาพัฒนาเชิงพาณิชย์เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็น่าเสียดาย ‘ที่ดินมักกะสัน’ ที่ท่านรัฐมนตรีนำไปประเคนให้นายทุนใหญ่แทนที่จะนำมาล้างหนี้”

ก่อนหน้านี้ พรรคก้าวไกลเคยขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ตรวจสอบการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) และการกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก แต่รัฐบาลก็ปฏิเสธการตรวจสอบโดยสภาไปอย่างมีเงื่อนงำ ด้วยการคว่ำญัตตินี้ไปอย่างไร้เหตุผล

ย้อนอดีต 13 ปี พันธมิตรฯ ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ



25 พฤศจิกายน 2551 

พันธมิตรฯ ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ

วันนี้เมื่อ 13 ปีก่อน กลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตยได้ทำการเข้ายึดพื้นที่อากาศยานสุวรรณภูมิ ส่งผลให้ผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางเข้าไปยังสนามบินได้ โดยในช่วงเย็น กลุ่มพันธมิตรฯ จำนวนหลายพันคนใช้รถยนต์ส่วนตัว และรถบรรทุก 6 ล้อ ปิดกั้นเส้นทางมอเตอร์เวย์ทางเข้าท่าอากาศยาน ทำให้การจราจรเป็นอัมพาต และยังเกิดการปะทะกันของกลุ่มพันธมิตรและกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณปากซอยวิภาวดีฯ 3 นานกว่า 20 นาที การปะทะกันของทั้งสองฝ่ายมีการใช้อาวุธอย่างมีดและไม้ อีกทั้งยังมีเสียงปืนดังติดต่อกันหลายนัดบริเวณที่เกิดการปะทะ โดยมีกลุ่มเสื้อแดงบาดเจ็บอีก 11 ราย

การเข้ายึดสนามบินในครั้งนี้ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรืออีกหลายพันคนต้องตกเครื่อง ในขณะที่ผู้โดยสารบางส่วนจำเป็นต้องเลื่อนการเดินทางออกไปอย่างไม่มีกำหนด อีกทั้งยังมีการรายงานว่าการ์ดพันธมิตรฯ ได้ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากทางกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการที่จะเข้าไปในบริเวณอาคารผู้โดยสาร แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต

หลังปิดสนามบิน กลุ่มแกนนำได้แถลงการณ์ชี้แจงว่า การระดมพลใหญ่ในครั้งนี้มีเป้าหมายในการหยุดอำนาจรัฐบาลอย่างสงบ สันติ อหิงสา ผ่านการเคลื่อนไหวโดยมวลชนไปตามสถานที่ต่างๆ อย่างบริเวณรอบรัฐสภา กระทรวงการคลัง กองบัญชาการตำรวจนครบาล และทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวที่สนามบินดอนเมือง โดยอ้างว่าทางรัฐบาลยังไม่แสดงความสำนึกยอมรับในความผิดของตัวเองที่เกิดขึ้น และดึงดันจะอยู่ในอำนาจบริหารต่อไป มิหนำซ้ำยังดื้อรั้นที่จะหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อพรรคพวกของตัวเองต่อไป

“พันธมิตรจึงมีความจำเป็นที่จะต้องยกระดับการชุมนุม และเพิ่มมาตรการอารยะขัดขืนโดยการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อให้ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ที่ทางกลุ่มพันธมิตรได้เรียกว่าเป็น ‘รัฐบาลทรราช ฆาตกรหุ่นเชิด’ ลาออกจากตำแหน่งโดยไม่มีเงื่อนไข”

ในขณะที่สถานการณ์ของทั้งผู้ชุมนุมและรัฐบาลมีความตึงเครียดอยู่นั้น วันที่ 28 พฤศจิกายน 2551 ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้พรรคการเมืองที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาคดียุบพรรค อย่างพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย มาแถลงปิดคดี

และในวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ทำให้พันธมิตรฯ ได้ประกาศยุติการชุมนุมโดยได้ให้เหตุผลว่า ผลวินิจฉัยของศาลทำให้พันธมิตรฯ บรรลุ 2 เงื่อนไข คือ 1. ได้รับชัยชนะในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ จนทำให้ยุบพรรคฝ่ายรัฐบาลที่ทุจริตเลือกตั้ง 2. ได้รับชัยชนะในการขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดจนเป็นผลสำเร็จ กลุ่มพันธมิตรยุติการชุมนุมในวันที่ 3 ธันวาคม รวมระยะเวลาการชุมนุม 193 วัน

ต่อมา 13 แกนนำพันธมิตรฯ ได้ถูกฟ้องร้องในคดีปิดสนามบินสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมืองในหลายคดีด้วยกัน โดยแกนนำในขณะนั้น นำโดย พลตรี จำลอง ศรีเมือง สนธิ ลิ้มทองกุล และพวกรวม 13 คน รวมถึง ศรัณยู วงษ์กระจ่าง นักแสดงชื่อดัง และอัญชะลี ไพรีรัก ให้ร่วมชดใช้ค่าเสียหายต่อบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นเงินมากกว่า 522 ล้านบาท โดยต้องชดใช้พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2551 และยังคงมีคดีของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ที่ฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 103 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปีเช่นกัน

สำหรับความเสียหายนั้น ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมากไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทย และไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ โดยในช่วงเวลานั้บตั้งแต่ 25 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2551 นักท่องเที่ยวต้องเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินอู่ตะเภา ท่าอากาศยานเชียงใหม่ รวมถึงท่าอากาศยานภูเก็ตแทน

ขณะที่มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการปิดสนามบิน 2 แห่ง ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินในเวลานั้นว่าสูงกว่า 2 แสนล้านบาท ด้านธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกรายงานเมื่อปี 2552 วิเคราะห์ผลกระทบทางตรงและทางอ้อมต่อธุรกิจท่องเที่ยว รวมความเสียหาย 2.9 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นภาคบริการ 1.2 แสนล้านบาท ภาคขนส่ง 9 พันล้านบาท และภาคอุตสาหกรรม 6 พันล้านบาท

เรื่อง: ธนภาคย์ อิทธิชัยพล 
ภาพ: Reuters

สหรัฐฯ เชิญ 110 ชาติร่วมประชุมสุดยอดค่ายประชาธิปไตย แต่ไม่มีไทย


ประชุมสุดยอดประชาธิปไตยทางออนไลน์ 110 ประเทศ มีชื่อไต้หวันได้รับเชิญ แต่ไม่มีชื่อจีน รัสเซีย รวมถึงไทยด้วย

เว็บไซต์ข่าว Taiwan News รายงานว่า เมื่อวานนี้ (23 พฤศจิกายน) สหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายชื่อประเทศทั้งหมด 110 ประเทศ ที่ได้รับเชิญจากสหรัฐฯ ให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดประชาธิปไตยทางออนไลน์ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ โดยไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับเชิญด้วย

แต่ในรายชื่อดังกล่าวในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก ตามที่ Taiwan News รายงาน ไม่มีชื่อของจีน และไม่มีชื่อไทยด้วย

นอกจากนี้ ยังไม่มีชื่อของสิงคโปร์, เมียนมา, กัมพูชา, ลาว, เวียดนาม, บรูไน, บังคลาเทศ, ศรีลังกา และภูฏานด้วย ในขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ได้รับเชิญให้เข้าร่วม รวมไปถึงญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และติมอร์-เลสเต

ในส่วนของยุโรป ไม่มีชื่อของรัสเซียในรายชื่อประเทศที่ได้รับเชิญ ส่วนมหาอำนาจยุโรปที่ได้รับเชิญรวมถึงสหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี และเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้ 9 ใน 15 ประเทศ ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน ได้รับเชิญจากสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย คือ หมู่เกาะมาร์แชล, นาอูรู, ปาเลา, ทูวาลู, เบลิซ, ปารากวัย, เซนต์ คิตส์ แอนด์ เนวิส, เซนต์ ลูเซีย และเซนต์วินเซนต์ แอนด์ เดอะ เกรนาดีนส์

แม้กระทั่งลิทัวเนีย ประเทศล่าสุดที่ไต้หวันเพิ่งไปเปิดสำนักงานตัวแทนทางการทูตเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ได้รับเชิญด้วย การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นแบบทางไกลผ่านออนไลน์ เป็นเวลา 2 วันในวันที่ 9-10 ธันวาคมนี้ 

โดยสหรัฐฯ จะใช้เวทีนี้หารือกับผู้เชี่ยวชาญจาก 110 ประเทศ ที่มาจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน องค์กรพหุภาคี องค์กรภาคสังคม และองค์การช่วยเหลือทางการกุศลต่าง ๆ ใน 3 ประเด็นหลักคือ การต่อต้านลัทธิเผด็จการนิยม การจัดการและการสู้กับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และการส่งเสริมการเคารพในสิทธิมนุษยชน

———— 
ภาพ: Reuters

รถทหารบรรทุกหิน ยางระเบิด เสียหลักพลิกคว่ำ หินเกลื่อนขวางถนน


รถทหารยางระเบิด พลิกคว่ำกลางถนน! 14.00 น. 

วันที่ 22 พ.ย.64 รถทหาร 4 ล้อ บรรทุกขนาดใหญ่ ยางระเบิดพลิกคว่ำ บริเวณถนนพหลโยธินขาเข้าช่องทางด่วน กม.36+900 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

"ขนหินคลุกมาจาก จ.สระบุรี เพื่อที่จะนำเข้าไปที่กรุงเทพมหานคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุยางล้อหลังเกิดระเบิดขึ้น ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำดังกล่าวโชคดีที่ไม่ไปเฉี่ยวชนรถคันอื่น" พลขับกล่าว

 ศาลรัฐธรรมนูญถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2540 ด้วยความคาดหวังว่า ศาลจะเป็นองค์กร "พิทักษ์รัฐธรรมนูญ" ทำหน้าที่วินิจฉัยข้อพิพาททางกฎหมายหรือตรวจสอบอำนาจรัฐให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 

แต่ทว่า หลังวิกฤติการเมืองที่เริ่มต้นในปี 2549 เป็นต้นมา ศาลรัฐธรรมนูญค่อยๆ ขยายบทบาทและเข้ามาเป็นผู้เล่นทางการเมืองเพื่อตอบสนองต่อกลุ่มที่เป็นปรปักษ์กับพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการล้มรัฐบาล หรือ การสร้างสุญญากาศทางการเมืองเพื่อเปิดทางไปสู่การรัฐประหาร ด้วยเหตุนี้ ศาลรัฐธรรมนูญที่ควรจะเป็นผู้ยุติข้อพิพาทก็กลับกลายไปเป็นผู้สร้างข้อพิพาททางการเมืองจนนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา 

📍ช่วงเวลาของความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สามารถแบ่งได้อย่างน้อย 4 ช่วงเวลา ดังนี้ 
1) ปี 2549 ล้มเลือกตั้ง สร้างเงื่อนไขรัฐประหาร ยุบพรรคการเมืองยอดนิยม 
2) ปี 2551 - 2553 ล้มรัฐบาลสองชุด สร้างรอยร้าวการเมืองให้เพิ่มขึ้น 
3) ปี 2557 ขัดขวางแก้รัฐธรรมนูญ ล้มเลือกตั้งสร้างสุญญากาศการเมืองเพื่อการรัฐประหาร 
4) ปี 2563 ยุบพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ เกิดชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของนักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศ 

อ่านรายละเอียดของแต่ละเหตุการณ์และผลลัพธ์ทางสังคมที่ตามมาได้ที่ ▶️ https://ilaw.or.th/node/5843

รัฐสภาคว่ำร่าง รธน.ภาคประชาชน 1.3 แสนชื่อ ส.ส.ซีกฝ่ายค้านรวมพลังโหวตรับหลักการ 206 เสียง


รัฐสภาคว่ำร่าง รธน.ภาคประชาชน 1.3 แสนชื่อ ส.ส.ซีกฝ่ายค้านรวมพลังโหวตรับหลักการ 206 เสียง 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 พ.ย. 2564 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาเรื่องด่วน ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) ฉบับ 'รื้อระบอบประยุทธ์' ที่นำโดยพริษฐ์ วัชรสินธุ ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในนามกลุ่ม Re-Solution จำนวน 135,247 คนเป็นผู้เสนอ โดยมติที่ประชุมไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนนเสียง 473 ต่อ 206 เสียง 

โดยผลการลงมติของที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีดังนี้ . รับหลักการ 206 เสียง (ส.ส. 203 ส.ว. 3) ไม่รับหลักการ 473 เสียง (ส.ส. 249 ส.ว. 224) งดออกเสียง 6 เสียง (ส.ส. 3 ส.ว. 3 ) 

สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร #รัฐสภา #รื้อระบอบประยุทธ์

พล.1 รอ.'เด้งรับนายกฯ จัดรถทหาร 34 คัน แก้ปัญหารถบรรทุกประท้วง นํ้ามันขึ้นพร้อมขู่หยุดวิ่ง


ขานรับนโยบายนายกฯ พล.1รอ. เตรียมรถทหาร หาก #ม็อบรถบรรทุก ประท้วงหยุดวิ่ง⁣ ⁣ 17 พฤศจิกายน : 

วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวชื่อดังสายทหาร โพสต์ภาพและข้อความ ระบุว่า “หน่วยขึ้นตรง พล.1 รอ. ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมของกำลังพล และยานพาหนะ ในการเตรียมความพร้อมการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล 

จากกรณี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งการให้เหล่าทัพ เตรียมรถใหญ่สำหรับขนส่งสินค้าเมื่อจำเป็น หลังรถบรรทุกประท้วง เพื่อไม่ให้ประชาชนประสบปัญหาราคาสินค้าที่สูงขึ้น ที่เกิดจากการหยุดขนส่งในอนาคต ส่วนค่าใช้จ่าย ทั้งในจังหวัดหรือข้ามจังหวัด คิดค่าน้ำมัน ค่าสึกหรอตามจริง แต่ยังไม่ชัดเจนว่า ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้พลขับทหารหรือไม่ ทั้งนี้ ทาง พล.1รอ. ได้เตรียมรถไว้ทั้งสิ้น 34 คัน”⁣ ⁣ 

พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติเป็นเอกฉันเห็นควรรับหลักการ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ในวาระที่ 1


พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยพรรคเพื่อไทย มีมติที่ประชุมร่วมกันในการที่จะพิจารณารับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเข้าชื่อกันเสนอ ซึ่งประชุมร่วมกันของรัฐสภา วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 

‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติเป็นเอกฉันเห็นควรรับหลักการ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ในวาระที่ 1 โดยมีเหตุผลสำคัญที่เป็นแนวทางในการรับหลักการดังกล่าวนี้ 6 ประการ คือ 
 1. หลักการและเหตุผลที่เสนอแก้ไขเป็นไปเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจและทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยจะมีการแก้ไขยกเลิกหมวด 16 ที่ว่าการปฏิรูปประเทศ รวมถึงแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 
 2. ปรับโครงสร้างระบบรัฐสภา จากระบบ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ให้เหลือสภาเดียว คือ สภาผู้แทนราษฎร 
3. การสร้างกลไกตรวจสอบยึดโยงอำนาจอธิปไตยของพี่น้องประชาชน สร้างให้มีกลไกผู้ตรวจการสภาผู้แทนราษฎร เช่น ผู้ตรวจการศาลทหาร ผู้ตรวจการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ตรวจการองค์กรอิสระ 
4. การปรับโครงสร้าง ที่มา อำนาจและหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ 
5. ยกเลิกการคงอยู่และการสืบทอดอำนาจของผู้ทำการยึดอำนาจที่ยังคงสภาพบังคับใช้อยู่ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่อดีต ปัจจุบันจนถึงอนาคต ต้องยกเลิกให้สภาพอำนาจนั้นสิ้นสุดลง 
6. สร้างกลไกการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้เข้มข้นขึ้น เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบสภาเดียว ก็ต้องเพิ่มบทบัญญัติการตรวจสอบให้เข้มข้นมากขึ้น 

นอกจากนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านยังมีความห่วงใยสถานการณ์บ้านเมือง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยซึ่งผูกพันทุกองค์กรและนำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งถ้านำไปสู่การปฏิบัติโดยมิชอบ เป็นเครื่องมือการเมืองอาจก่อให้เกิดความแตกแยกวุ่นวาย จึงอยากให้อยู่ในกรอบของหลักนิติรัฐ นิติธรรม และความชอบธรรม พรรคร่วมฝ่ายค้านห่วงใยการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม ไม่ควรมีการใช้อาวุธความรุนแรง และต้องห่วงใยผู้ชุมนุมซึ่งเป็นเยาวชน จึงอยากให้ใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวทีปลอดภัยหาทางพูดคุยคุย โดยจะให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ และ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรศึกษารายละเอียดข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดอีกครั้ง

ภาพชุด 'นายกฯ เช็คอิน กระบี่


🎯ภาพชุด 'นายกฯ เช็คอิน กระบี่ ' 

ระหว่างการตรวจราชการติดตามนโยบายรัฐบาล ที่จังหวัดกระบี่ ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร นัดแรกของปีในวันพรุ่งนี้ (16 พ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โพสต์ท่าถ่ายภาพ ที่ ชุมชนท่องเที่ยวตําบลหนองทะเล ณ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านคลองหรูด (คลองน้ำใส) ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ 

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ จ.กระบี่ นายกฯและรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าบาติกหลากสีสันเป็น “ผ้าลายขอเจ้าฟ้า สิริวัณณวรีฯ” สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงพระราชทานแบบลายผ้า โดยเป็นผลิตภัณฑ์โอทอป จ.กระบี่ 

ภาพ : ทำเนียบรัฐบาล

'อุ๊งอิ๊ง'ชี้อวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทย จี้รัฐหนุนงานนวัตกรรม



"แพทองธาร" มองเทคโนโลยีอวกาศไม่ใช่เรื่องไกลตัว ผลักดันทุกชั้นเรียน สร้างพื้นที่เรียนรู้ เสริมแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ 

วันนี้ (12 พฤศจิกายน) แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และ คณาพจน์ โจมฤทธิ์ ผู้อำนวยการ THINK คิด เพื่อไทย ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้และไอเดียใหม่ๆ กับกลุ่ม UNISEC ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนและผู้ที่มีความสนใจในด้านอวกาศ และกลุ่ม Space Zab ซึ่งเป็น ผู้พัฒนาหินดวงจันทร์จำลองได้เจ้าแรกเจ้าเดียวในไทย 

โดยมีการนำเสนอผลงานในงาน International Astronautical Congress 2021 ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศในภูมิภาคอาเซียนในอนาคต (Regional Collaboration Development to Build the ASEAN Space Economy) โดยกลุ่มเยาวชนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงความจำเป็นและความสำคัญเกี่ยวกับความรู้ด้านอวกาศ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ประเทศไทยต้องพัฒนาและต้องได้รับการผลักดันจากทุกภาคส่วน 

แพทองธารกล่าวว่า จากการพูดคุยกับกลุ่ม UNISEC และกลุ่ม Space Zab พบว่าเยาวชนมีความสนใจด้านอวกาศจากการที่ครอบครัวทำงานในองค์ด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ขณะที่อีกคนสนใจเพราะได้อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นซึ่งสอดแทรกเนื้อหาด้านอวกาศเอาไว้ แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยขาดแคลนพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอวกาศที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ จึงอยากผลักดันให้สถาบันการศึกษาทุกระดับชั้นเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ สร้างพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้และพื้นที่ทดลอง รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ด้านอวกาศที่เพิ่มเนื้อหาในเชิงลึกมากขึ้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนได้เข้าถึงความรู้ใหม่ๆ ด้านอวกาศและเทคโนโลยี 

รวมทั้งมีอุตสาหกรรมด้านการสร้างสรรค์เนื้อหาที่ส่งเสริมแรงบันดาลใจในลักษณะเดียวกันนี้เพิ่มขึ้น เรื่องของอวกาศไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป เพราะเทคโนโลยีทางอวกาศสามารถนำกลับมาใช้ในชีวิตประจำวันและช่วยแก้ปัญหาการดำเนินชีวิตของมนุษย์ได้ เช่น การสร้างระบบการประเมินสถานการณ์น้ำท่วม หรือการตรวจจับไฟไหม้ป่า ที่จะเป็นการสร้างระบบการบริหารจัดการภัยพิบัติ (Risk/Disaster Management) ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เทคโนโลยีด้านอวกาศจะทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยพัฒนาสังคมและประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าอีกด้วย 

“ดิฉันอยากเห็นเด็ก เยาวชน และคนไทยเติบโตไปสร้างนวัตกรรมที่มีประโยชน์ต่อสังคมมนุษย์ ต่อโลกใบนี้ อยากเห็นประเทศไทยมีหน่วยงานและองค์กรด้านอวกาศของตัวเอง เพื่อให้เด็กไทยได้ใช้ความสามารถของตัวเองพัฒนาประเทศ เติบโตไปเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen)” แพทองธารกล่าว 

อ่านข่าวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.com

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อานนท์ ไมค์ และรุ้ง กระทำการล้มล้างการปกครองฯ สั่งห้ามการกระทำขององค์กรเครือข่ายในอนาคตด้วย



ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย อานนท์ ไมค์ และรุ้ง กระทำการล้มล้างการปกครองฯ สั่งห้ามการกระทำขององค์กรเครือข่ายในอนาคตด้วย

วันทื่ 10 พ.ย. 64 เวลา 15.05 น. ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย กรณีแกนนำคณะราษฎร นายอานนท์ นำภา, นายภานุพงศ์ จาดนอก และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ปราศรัยเสนอข้อเรียกร้องเรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อ 10 ส.ค. 63 เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรคหนึ่งหรือไม่ โดย น.ส.ปนัสยา เดินทางไปฟังคำวินิจฉัย ส่วนอีก 2 รายที่อยู่ในเรือนจำจากคดีอื่นส่งทนายมาฟังแทน

ทั้งนี้ก่อนอ่านคำวินิจฉัย นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของนายอานนท์ โต้แย้งเรื่องไม่มีโอกาสได้เข้าสู่กระบวนการไต่ส่วน ถ้ายังเดินหน้าอ่านคำวินิจฉัย ตนต้องขอออกจากห้องตามที่นายอานนท์ มอบหมายมาเพราะไม่เห็นด้วยกับวิธีการ แต่ถ้าศาลฯ ให้โอกาสไต่สวนจะขอเบิกตัว นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ "ส.ศิวลักษณ์" มาเป็นพยานให้ด้วย โดยนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ผู้รับมอบฉันทะจาก นายภานุพงศ์ ได้ยืนยันลักษณะเดียวกัน

ขณะที่ น.ส.ปนัสยา ขอแถลงว่า ได้เคยขอให้มีการไต่สวนแล้ว เพราะมองว่าการได้มาซึ่งความยุติธรรมอย่างน้อยศาลฯ ต้องได้รับฟังครบถ้วน ถ้าศาลไม่อนุญาตให้ไต่สวน แต่ให้รับฟังคำวินิจฉัยเลยโดยตนไม่ได้มีโอกาสแถลงความจริงให้รับทราบ ตนจะขออกจากห้องเช่นกัน

ด้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่า ไต่สวนแสวงหาข้อเท็จจริงทุกอย่างจากหลายฝ่ายจนครบถ้วน จึงสั่งงดการไต่สวน ซึ่งผู้ถูกร้องมีสิทธิ์โต้แย้งเป็นเอกสาร ได้ให้ความยุติธรรมจนครบถ้วนแล้วตามการพิจารณาด้วยระบบไต่สวน การที่ตัวแทนหรือผู้ถูกร้องจะไม่ฟังเป็นสิทธิ์ เรื่องนี้ศาลพิจารณาอย่างรอบคอบมาเป็นปี ไม่ใช่รับคำร้องมาแล้วรีบตัดสิน จากนั้น น.ส.ปนัสยา และทนายความได้ออกจากห้อง

ต่อมา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4 คน อ่านคำวินิจฉัยใช้เวลารวมประมาณ 35 นาที มีใจความสำคัญว่า ผู้ถูกร้องปราศรัยในที่สาธารณะหลายครั้งต่อเนื่อง ตั้งแต่ 3 ส.ค. 63 จนมาถึงการปราศรัยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 10 ส.ค. 63 ซึ่งมีการอภิปรายให้มีการเปลี่ยนแปลงสถาบันพระมหากษัตริย์ 10 ข้อ

ศาลฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเกินควร โดยไม่รับฟังความเห็นของผู้อื่น จนล่วงละเมิดสิทธิของคนอื่น ยุยงปลุกปั่นด้วยข้อเท็จจริงที่บิดเบือนจากความเป็นจริง

การกระทำผู้ถูกร้องทั้ง 3 มีการจัดตั้งกลุ่มองค์กรเครือข่ายใช้ความรุนแรงต่อเนื่อง บางเหตุการณ์มีส่วนในการจุดประกายในการอภิปราย ปลุกเร้าให้เกิดความรุนแรงในบ้านเมือง ทำให้เกิดความแตกแยกของคนในชาติ อันเป็นการทำลายหลักความเสมอภาคและภราดรภาพ ผลการกระทำนำไปสู่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยในที่สุด

นอกจากนี้การชุมนุมหลายครั้งมีการทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ของพระมหากษัตริย์ มีการลบสีน้ำเงินจากธงชาติ ส่วนข้อเรียร้อง 10 ข้อ เช่น การยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 6, การยกเลิกการให้ประชาชนบริจาคโดยพระราชกุศล, การยกเลิกพระราชอำนาจในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในที่สาธารณะ เป็นข้อเรียกร้องที่ทำให้สถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของชาติไทยที่ยึดถือปฏิบัติกันตลอดมา

การกระทำแสดงให้เห็นมูลเหตุจูงใจว่าการใช้สิทธิและเสรีภาพ มีเจตนาซ่อนเร้นเพื่อล้มล้างฯ ไม่ใช่เป็นการปฏิรูป เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยไม่สุจริต ละเมิดกฎหมาย มีมูลเหตุจงใจเพื่อล้มล้างฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรค 1 แม้เหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้ว แต่หากยังให้ผู้ถูกร้องทั้ง 3 คนและองค์กรเครือข่ายทำต่อไป ย่อมไม่ไกลเกินเหตุการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ด้วยเหตุข้างต้น จึงวินิจฉัยว่า การรกระทำของผู้ถูกร้องทั้ง 3 เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรค 1 และสั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้ง 3 คนรวมทั้งกลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกกระทำการดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย

โอ๊ค แนะ พวกลุงๆ ถ้าทำไม่ไหวก็ปล่อยวาง คืนอำนาจให้ปชช.เลือกคนเก่งๆมาทำงานเถอะ


'โอ๊ค-พานทองแท้' แนะถ้าลุง ๆ ทำไม่ไหวก็ปล่อยวาง คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกคนเก่งมาทำงาน

นายพานทองแท้ ชินวัตร สมาชิกพรรคเพื่อไทย บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เขียนข้อความทางทวิตเตอร์ แสดงความเห็นกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเรื่องน้ำเจ้าพระยาล้น เอ่อท่วมบ้านเรือนริมฝั่งจำนวนมาก

โดยระบุว่า ” คือถ้าพวกลุงๆ “ทำไม่ได้ ทำไม่ไหว ทำไม่เป็น” ลุงก็ปล่อยวางอำนาจ กลับบ้านไปเลี้ยงหลานกันได้แล้ว แค่ให้นายกฯลาออก หรือยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชน เขาจะได้เลือกคนเก่งๆ คนดีๆ ที่มีความรู้ เข้ามาพัฒนาประเทศกันซะที มัวแต่ถามวน Loop อยู่แบบนี้ ผ่านมา 7-8 ปี ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย #ผนงรจตกม

source :: https://www.matichon.co.th/politics/news_3033299 
 #พรรคเพื่อไทย #น้ําท่วม

‘รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา’ ยังคงฝันหวานว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะขยายตัวได้ถึง 6%


‘รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา’ ยังคงฝันหวานว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะขยายตัวได้ถึง 6% ในขณะที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงคือ พี่น้องประชาชนกำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากสารพัดวิกฤตที่รัฐบาลไม่สามารถบริหารจัดการได้ ‘เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ’ ส.ส. อุบลราชธานีและคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ชี้ว่า รัฐบาลพยายามขายฝันเกินจริง

ธนาคารโลกยังคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2565 อย่างเก่งก็จะขยายได้แค่ 3.6 % เท่านั้น ซึ่งยังไม่เท่ากับเศรษฐกิจไทยที่ตกหนักในปี 2563 ถึง -6.1% สื่อต่างประเทศอย่างสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ก็วิเคราะห์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวอันดับท้ายๆ ของอาเซียน หรือแม้แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยเองยังคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2565 ขยายได้เพียง 3.9% เท่านั้น

รัฐบาลและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจน่าจะทราบดีว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2565 จะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยต้องขาดดุลมากขึ้น และจะสร้างผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้น แต่รัฐบาลกลับยังไม่ยอมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 5 บาทตามที่คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเสนอไปก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจเป็นเพราะปัญหาการขาดดุลงบประมาณอย่างมากเนื่องจากจากการแจกสะเปะสะปะ และการลดราคาน้ำมันจะสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจมากกว่า เพราะเป็นการลดต้นทุนการผลิต ลดต้นทุนค่าขนส่ง ลดต้นทุนค่าเดินทางและลดค่าครองชีพของประชาชน

พลเอกประยุทธ์ ขาดวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ผักชีราคาแพงก็ทำได้แค่ให้ทหารไปปลูกผักชี ก่อนหน้านี้ก็เสนอให้ปลูกหม่ามุ่ยแทนข้าว น้ำท่วมให้เลี้ยงปลา หรือแก้ปัญหายางพาราด้วยการแนะให้นำไปขายยังดาวอังคาร ซึ่งพูดได้ว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างแสนสาหัสในวันนี้เป็นผลมาจากผู้นำที่ไร้ความสามารถ โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ชาวนาที่ต้องประสบปัญหาข้าวราคาตกต่ำ โรงสีหลายแห่งไม่ยอมรับซื้อข้าวเปลือกเพราะขาดสภาพคล่อง แต่รัฐบาลกลับไม่สนใจ ท่องได้แต่เพียงว่าทำดีแล้ว

เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะชะงักงัน (Stagflation) ที่การเจริญเติบโตต่ำ เงินเฟ้อสูงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น คนตกงานจำนวนมาก ประชาชนลำบากกันอย่างมาก ข้าวเปลือกราคาถูก น้ำมันราคาแพง ปุ๋ยราคาแพง รายได้ตกต่ำแต่ค่าใช้จ่ายกลับพุ่งสูง รัฐบาลกลับไม่มีแนวทางแก้ไข สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลอย่างรุนแรง

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger