Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies

Spotify นำปุ่ม shuffle ออกจากแอป ตามคำขอร้องของ Adele


ล่าสุด Spotify ได้มีการถอดฟังก์ชันสุ่มเล่นเพลงออกจากหน้าอัลบั้มเพลงทุกอัลบั้มบนแพลตฟอร์ม ตามคำแนะนำของ Adele ที่ได้ออกมาเรียกร้องผ่านทาง Twitter ของตัวเอง

โดย Adele ได้มีการโพสต์ว่า “ศิลปินไม่ได้สร้างอัลบั้มเพลงที่มีการเอาใจใส่และความตั้งใจอย่างไร้เหตุผล ศิลปะของพวกเรานั้นคือการเล่าเรื่องราวและเรื่องราวของเรานั้นก็ควรที่จะถูกได้ยินตามที่เราได้ตั้งใจเรียบเรียงไว้ให้”

ซึ่งหลังจากนั้น Spotify ก็ได้มีการแถลงการณ์ออกมาถึงการปรับใช้งานว่า “ฟีเจอร์พรีเมี่ยมใหม่นั้นก็คือ ให้ปุ่มการเล่นเพลงนั้นเป็นปุ่มพื้นฐานสำหรับอัลบั้มเพลงทุกอัลบั้ม” Spotify ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ใช้งานยังคงสามารถทำการ Shuffle เพลงในอัลบั้มได้ แต่ระบบจะเล่นเพลงตามลำดับที่ศิลปินได้เลือกวางไว้เป็นพื้นฐาน หรือเมื่อกดเล่นเพลงแต่ละอัลบั้มแล้ว เพลงจะเล่นเรียงกันเป็นลำดับโดยอัตโนมัติ ถ้าต้องการจะให้มีการสุ่มเล่น ผู้ใช้งานก็จะต้องกด Shuffle เพิ่มเองทีหลัง

ผู้กำกับ ฯ รอว์สัน มาร์แชลล์ เธอร์เบอร์ วางแผนสร้างภาคต่อ Red Notice อีกสองภาค


ผู้กำกับเผย Red Notice อาจถ่ายทำภาค 2 และ 3 แบบต่อเนื่องกัน

ภาพยนตร์เรื่อง Red Notice เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่รวมเอานักแสดงตัวท็อปของวงการอย่าง Dwayne Johnson , Ryan Reynolds และ Gal Gadot มาขึ้นจอพร้อมกัน หลังจากการออกฉายก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากด้วยการกวาดยอดผู้ชมไปได้ถึง 148 ล้านชั่วโมงบนแพล็ตฟอร์มอย่าง Netflix

ในตอนจบของภาพยนตร์นั้นมีการวางรากฐานสำหรับภาคต่อเอาไว้อย่างชัดเจนครับ และล่าสุดผู้กำกับภาพยนตร์อย่าง Rawson Marshall Thurber ก็ได้ไปให้สัมภาษณ์กับ The Hollywood Reporter และเจ้าตัวก็ถูกถามถึงภาคต่อของ Red Notice เจ้าตัวก็ได้ตอบว่า

“มันก็มีความเป็นไปได้นะ และถ้าเราต้องทำภาคต่อจริงๆ ผมคงเลือกจะถ่ายทำภาค 2-3 แบบต่อเนื่องกันรวดเดียวเลย เพราะมันคืองานสร้างระดับยักษ์ ซึ่งถ้าคุณสามารถรวมทุกอย่างให้อยู่ในการถ่ายทำครั้งเดียวได้ มันจะดีมากๆ สำหรับทุกคน รวมถึงดีต่อสุขภาพจิตของผมด้วยน่ะนะ”

แม้ว่านักวิจารณ์หลายสำนักจะไม่ชอบ Red Notice เท่าไรนัก แต่ด้วยพลังของนักแสดงหลักทั้ง 3 คนรวมถึงความย่อยง่ายของภาพยนตร์ก็สามารถสร้างความบันเทิงให้กับฝั่งผู้ชมได้ไม่ยากนัก ต้องมารอลุ้นกันครับว่า Red Notice จะกลายเป็นแฟรนไชส์ใหม่ของ Netflix ได้หรือไม่

“ไดสุงิ” (Daisugi) เป็นเทคนิคการปลูก และการผลิตไม้ที่มีมาแต่โบราณของญี่ปุ่นที่สืบต่อกันมากว่า 700 ปี


“ไดสุงิ” (Daisugi) เป็นเทคนิคการปลูก และการผลิตไม้ที่มีมาแต่โบราณของญี่ปุ่น ที่สืบต่อกันมากว่า 700 ปี โดยวิธีการนี้เป็นการใช้ประโยชน์จากต้นไม้ และพื้นที่ที่มีอย่างจำกัดในประเทศญี่ปุ่นให้ถึงที่สุด

โดยการปลูกต้นสุงิ (Sugi) หรือต้นสนซีดาร์ญี่ปุ่น (Japanese Cedar) โดยการตัดแต่งกิ่งที่ต้นหลักอย่างระมัดระวัง โดยเมื่อมีการแตกกิ่งใหม่ ก็จะตัดแต่งกิ่งให้เหลือเพียงกิ่งด้านบนที่ชูขึ้นสูง ราวกับว่ากำลังตัดแต่งบอนไซขนาดใหญ่เลย

นอกจากนี้กิ่งที่ขึ้นด้านบนจะมีลักษณะตั้งตรงขึ้นไป อย่างไรก็ตามการตัดแต่งกิ่งก็จะทำเป็นประจำในทุก ๆ 2 ปี เพื่อให้ได้ไม้ที่ตั้งตรง และใช้ระยะเวลาในการเติบโตราว 20 ปีก่อนจะเก็บเกี่ยว โดยเพียงต้นเดียวก็สามารถเก็บเกี่ยวไม้ได้ถึงร้อยกิ่ง โดยการตัดออกมาเพียงกิ่งไม้ที่ตั้งขึ้นไป หลังจากนั้นก็ปล่อยให้กิ่งใหม่โตขึ้นมาเช่นเดิม

เพียงปลูกต้นเดียว ก็เหมือนได้ไม้มาเป็นร้อยต้น ในเวลาเพียง 20 ปี ซึ่งนอกจากไม่ต้องโค่นต้นไม้ลง และไม่ต้องปลูกต้นไม้ใหม่มาทดแทนแล้ว ยังเป็นการใช้พื้นที่ตามแนวเชิงเขาที่มีความลาดชันและเพาะปลูกได้ยากมาก

โดยวิธีนี้นอกจากจะทำให้ใช้พื้นที่เท่าเดิม แต่ได้ปริมาณไม้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้ไม้ที่มีคุณภาพ และรวดเร็วกว่าการปลูกใหม่ทั้งหมดอีกด้วย

ซึ่งปัจจุบันสามารถพบได้ในหมู่บ้านคิตายามะ (Kitayama) ในพื้นที่ภูเขาทางเหนือของเมืองเกียวโต ( Kyoto)

Ref : Boredpanda, Thewildchronicles, 
Wikipedia Pic : iszkt2g, KyotoNaraDreamTrips

GWM เปิดตัว All New HAVAL JOLION Hybrid SUV คันแรกของโลก


จอมยุทธ์ ปะทะ ซามูไร! เจาะตลาด B-SUV เมื่อแบรนด์จีน MG และ Haval ขอตีค่ายญี่ปุ่นให้แตกพ่าย
ในที่สุดตลาด B-SUV หรือรถ SUV ขนาดเล็ก จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะเมื่อต้นสัปดาห์ Honda เพิ่งเปิดตัว Honda HR-V โฉมใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ Hybrid ทุกรุ่นย่อย

จากนั้นไม่กี่วัน Great Wall Motor เปิดตัว Haval Jolion แถมมากับเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนกัน  เรียกว่าชิงดำกันสุด ๆ เพราะทั้งคู่เผยโฉมรถยนต์รุ่นใหม่กันก่อน และต่างไม่บอกราคาอย่างเป็นทางการ นี่ยังไม่นับ Toyota, Mazda, Nissan และ Subaru ที่ยังลุยตลาดนี้ต่อเนื่อง กลายเป็นศึกระหว่างแบรนด์จีน และญี่ปุ่น ที่น่าจะสู้กันมันที่สุดเมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มอื่น ๆ

ผลจะออกมาเป็นอย่างไรลองมาวิเคราะห์ไปด้วยกัน

1) B-SUV ที่ทุกค่ายหันมาจับตลาด B-SUV กลายเป็นกลุ่มรถยนต์ที่ทุกค่ายหันมาจริงจังในการทำตลาด เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยซื้อรถคันหนึ่งต้องเอาให้คุ้ม นั่งสบาย ประหยัดน้ำมัน ขนาดไม่ใหญ่เกินไป อยู่บนถนนแล้วดูดี คือปัจจัยในการตัดสินใจซื้อ

เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมด B-SUV จึงค่อนข้างตอบโจทย์ ผ่านราคาราว ๆ 1 ล้านบาท นั่ง 5 คนยังพอสบาย แถมด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มากจึงขับขี่ในเมืองสะดวก และประหยัดน้ำมัน ที่สำคัญคือออกแบบเท่ ๆ ถูกใจวัยรุ่น คนเริ่มทำงาน และคนที่พึ่งมีครอบครัว

6-7 ปีก่อน ตลาดนี้ถูกครองโดยแบรนด์ญี่ปุ่นเบ็ดเสร็จ มี Honda HR-V ผู้นำ ตามมาด้วย Mazda CX-3 อาจมี Nissan Juke แซม ๆ มาบ้าง และช่วงหลังเริ่มมี Toyota C-HR เข้ามาแย่งส่วนแบ่ง

แต่พอเข้าปลายปี 2017 เกิดการเขย่าตลาดครั้งใหญ่ด้วยการมาถึงของ MG กับรุ่น MG ZS ที่มากับราคาเริ่มต้น 6.79 แสนบาท

แม้จะติดเรื่องปัญหาความเชื่อมั่น แต่ราคาขนาดนี้ก็ดึงดูดลูกค้าที่อยากครอบครอง B-SUV ไปได้มาก ดัน MG ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่ง B-SUV ได้หลายช่วงเวลา

จนการมาของแบรนด์เจ้าตลาด กับรุ่น Toyota Corolla Cross ที่เอาจริงทั้งเรื่องการตลาด และสเปก ทำให้เฉือน MG ZS ขึ้นเป็น B-SUV รุ่นที่มียอดขายอันดับ 1 ในปี 2020 และครองตำแหน่งนี้ไว้ในปี 2021 เช่นกัน

2) Honda กลับมา แต่ GWM ก็มาด้วย

หลังปล่อยให้แบรนด์จีน และ Toyota สนุกสนานกับการขาย B-SUV วันที่ 5 พ.ย. 2021 Honda ขอกลับมาทวงตำแหน่งผู้นำด้วย Honda HR-V e:HEV โฉมใหม่ในรอบกว่า 7 ปี

e:HEV ไม่ใช่ศัพท์เทคนิคอะไรมาก เพราะมันคือเทคโนโลยีเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนที่ Honda ใช้ในรุ่นต่าง ๆ

ที่น่าสนใจคือ HR-V มาพร้อมเครื่อง Hybrid ทุกรุ่นย่อย ส่วนราคาทางการยังไม่เปิดเผย มีแค่ข้อมูลว่าเริ่มต้นต่ำกว่า 9.90 แสนบาท และตัวท็อปต่ำกว่า 1.2 ล้านบาท มี 3 รุ่นย่อย เปิดให้จองแล้ว

งานนี้ต้องรอเปิดราคาวันที่ 19 พ.ย. 2021 ว่ากระแสจะออกมาดีหรือไม่

แต่วันที่ 10 พ.ย. 2021 Great Wall Motor ค่ายรถจากจีนน้องใหม่ในตลาดไทย ก็เปิดตัว Haval Jolion รถ B-SUV ที่จะมาต่อยอดความสำเร็จของรุ่นพี่ Haval H6

Haval Jolion มากับเครื่องยนต์ Hybrid เหมือนกัน ส่วนราคา และวันวางจำหน่ายยังไม่เปิดเผย  ส่วนตัวเชื่อว่าศึกนี้สนุกแน่ เพราะ B-SUV ในตลาดที่ใช้เครื่อง Hybrid จะมีให้เลือกหลายรุ่น  ไล่ตั้งแต่ Toyota Corolla Cross กับ C-HR, Honda HR-V, Nissan Kicks และล่าสุด Haval Jolion

ส่วนถ้านับรวม B-SUV ในตลาดจะมีให้เลือกซื้อเกือบ 10 รุ่น ตามความต้องการ และกำลังทรัพย์ของแต่ละคน

3) ศึกหนักระหว่างจอมยุทธ์ กับซามูไร

เมื่อเทียบกับรถยนต์กลุ่มอื่น ๆ B-SUV ถือเป็นตลาดที่แบรนด์จีน กับญี่ปุ่นน่าจะแข่งขันกันดุเดือดที่สุด  ราวกับการปะทะกันของจอมยุทธ์ กับซามูไร

ฝั่งจีน MG ZS และ Haval Jolion มาพร้อมกระบวนท่าที่หลากหลาย เปรียบได้กับสเปกที่ใส่มาแบบจัดเต็มไม่มีกั๊ก แถมมีหมัดตายอย่าง ราคา ที่สู้กับแบรนด์ญี่ปุ่นได้แน่ ๆ

ส่วนญี่ปุ่นที่นำโดย Toyota, Honda และ Mazda อาจมากับความนิ่งสงบแบบซามูไร มั่นใจว่าดาบตัวเองคมอยู่แล้ว ฟันอะไรก็ขาด

แต่จากความคิดนี้ แบรนด์ญี่ปุ่นก็สูญเสียส่วนแบ่งในตลาด B-SUV ให้กับแบรนด์จีนไปเยอะพอสมควร แถมก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ MG เจ้าเดียว

หลังจากสิ้นปี 2021 เป็นต้นไป จะมีแบรนด์จีนถึง 2 เจ้า คนที่เหนื่อยน่าจะเป็นแบรนด์รอง ๆ ในตลาด B-SUV ถ้าแบรนด์จีนแก้ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นได้  ความมั่นใจในคมดาบคงซามูไรคงไม่มีอีกแล้ว  และน่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของค่ายญี่ปุ่นแน่นอน

เก็บพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยแบตเตอรี่จากรากถั่ว


เก็บพลังงานอย่างยั่งยืน ด้วยแบตเตอรี่จากรากถั่ว

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จาก Linköping University ในสวีเดน นำโดย Dr. Eleni Stavrinidou รองศาสตราจารย์และผู้ตรวจสอบหลักในกลุ่ม Electronic Plants Group ที่ห้องปฏิบัติการ Organic Electronics ได้เปลี่ยนรากของพืชที่มีชีวิตให้เป็นแบตเตอรี่

ผู้เขียนของงานวิจัยใหม่นี้ใช้พืชที่มีชีวิต พวกเขานำถั่วธรรมดามาและรดน้ำด้วยสารละลายน้ำที่มีคอนจูเกต ETE-S ซึ่งถูกดูดซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อราก ทำให้เกิดฟิล์มพอลิเมอร์ที่เป็นสื่อกระแสไฟฟ้า

นักชีววิทยายังคงรดน้ำต้นไม้ต่อไปจนกระทั่งมันเติบโต เบ่งบาน และเริ่มออกผล ระหว่างการทำงาน เมล็ดถั่วจะมีชีวิตอยู่ตามวัฏจักรธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกัน ส่วนบนดินและรากก็เริ่มนำไฟฟ้า

รากของพืชยังคงนำไฟฟ้าได้ประมาณหนึ่งเดือน ค่าการนำไฟฟ้าเท่ากับ 10 ซีเมนส์ต่อเซนติเมตร นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบว่ารากมีประสิทธิภาพในการกักเก็บพลังงานอย่างไร เพื่อทดสอบสิ่งนี้ พวกเขาได้สร้าง supercapacitor ซึ่งรากทำหน้าที่เป็นอิเล็กโทรดระหว่างการชาร์จและการคายประจุ

เมื่อต้นปี 2015 การทดลองดังกล่าวได้ดำเนินการกับดอกกุหลาบ เมื่อเทียบกับดอกไม้ ถั่วได้เพิ่มพลังงานที่เก็บไว้ 100 เท่า นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าวิธีการของพวกเขาจะช่วยเก็บพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

ตามที่ผู้เขียนกล่าว ถั่วมีระบบรากที่มีเส้นใยที่พัฒนาขึ้นซึ่งเหมาะกับงานหลักอย่างสมบูรณ์นั่นคือการสะสมของประจุ

พืชพัฒนาระบบรากที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม มันไม่ส่งผลกระทบใด ๆ: มันยังคงเติบโตและผลิตถั่ว

ผลลัพธ์ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางวิทยาศาสตร์ Materials Horizons มีความสำคัญอย่างมาก ไม่เพียงแต่สำหรับการพัฒนาการจัดเก็บพลังงานที่ยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการพัฒนาระบบไบโอไฮบริดใหม่ เช่น วัสดุเชิงฟังก์ชันและคอมพอสิต รากอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาการสื่อสารที่ไร้รอยต่อระหว่างระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบชีวภาพอีกด้วย

ที่มา : https://usfreenews.com/swedish-biologists-have-made-a-battery-from-the-roots-of-beans/

https://phys.org/news/2021-11-energy-electronic-roots.html

https://www.biotecnika.com/plants-with-electronic-roots-serves-as-energy-storage/

เครือข่ายสถานีวิทยุใหญ่อเมริกา ประกาศจะเปิดเพลงของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ เวอร์ชันอัดใหม่ที่เธอเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น


เครือข่ายสถานีวิทยุที่ใหญ่สุดในอเมริกา ประกาศว่าต่อไปจะเปิดแต่เพลง Taylor Swift เวอร์ชันอัดใหม่ที่เธอเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น

เป็นที่รู้กันดีว่าศิลปินสาวคนเก่ง Taylor Swift (เทย์เลอร์ สวิฟต์) กำลังมีภารกิจในการอัดเสียงอัลบั้มเก่าทั้ง 6 ชุดของเธอใหม่อีกครั้ง หลังจากที่มีปัญหาคาราคาซังเรื่องลิขสิทธิ์เพลงของเธอเอง

แน่นอนว่าชาว Swifties ต่างก็พร้อมที่จะสนับสนุนผลงานอัดใหม่กันอย่างเต็มที่ แต่นอกจากเหล่าแฟนคลับแล้ว เครือข่ายสถานีวิทยุที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาอย่าง iHeartRadio ก็ออกตัวสนับสนุนเพลงเวอร์ชันใหม่ของนักร้องสาวเช่นกัน โดยพวกเขาจะเปิดเพลงของ Taylor ในเวอร์ชันรีเรคอร์ด หรือที่เรียกกันว่า Taylor’s Version เท่านั้น

Tom Poleman ที่รับตำแหน่ง Chief Programming Officer ของ iHeartRadio ได้แถลงการณ์ว่า “เมื่อไรก็ตามที่ Taylor อัดเพลงของตัวเองใหม่ เราจะเอามันมาแทนเวอร์ชันเก่าทันที สถานีของเราจะส่งมอบบทเพลงที่ศิลปินจะกระตือรือร้นที่จะแบ่งปันและเพลงที่แฟนๆ อยากจะฟังเสมอ เหล่าคอเพลงได้ทำให้เราได้รู้ว่าพวกเขาอดใจรอไม่ไหวที่จะฟังเพลง Taylor’s Version ในแต่ละเพลง เรามีความยินดีเป็นอย่างมากที่มีแพลตฟอร์มสำหรับการแชร์สิ่งเหล่านั้นกับพวกเขา เช่นเดียวกับเรื่องราวเบื้องหลังเพลงเหล่านั้นของ Taylor”

ภายในปีนี้ปีเดียว Taylor Swift ได้ปล่อยอัลบั้ม Fearless (Taylor’s Version) ตามมาด้วย Red (Taylor’s Version) ออกมาแล้ว ซึ่งอัลบั้ม Red เวอร์ชันใหม่ก็ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายด้วยการทุบสถิติกลายเป็นศิลปินหญิงที่มียอดสตรีมมิงผ่าน Spotify สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ใน 24 ชั่วโมงแรก โค่นแชมป์เก่าอย่างอัลบั้ม Folklore ของตัวเธอเองได้สำเร็จอย่างงดงาม

ภาพ: Dimitrios Kambouris/Getty Images

อ้างอิง: https://www.nme.com/.../largest-us-radio-network-to-only...

เตรียมตัวอย่างไรก่อนติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน


เตรียมตัวอย่างไรก่อนติดตั้งที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในบ้าน

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยอำนวยความสะดวกการเตรียมตัวก่อนติดตั้ง EV Charger ภายในบ้าน โดยสามารถติดต่อการไฟฟ้าในพื้นที่ เนื่องจากจะต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้
1. หากสามารถปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้านได้ แนะนำเป็นการเพิ่มขนาดมิเตอร์ 
2. หากไม่สะดวกปรับปรุงระบบไฟฟ้าภายในบ้าน สามารถขอติดตั้งมิเตอร์เครื่องที่ 2 เพื่อแยกระบบไฟฟ้าได้ 

โดยการให้บริการจะเป็นลักษณะเดียวกับการให้บริการติดตั้งมิเตอร์ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหม่ โดย 1 บ้านเลขที่ มี 2 หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า (CA) โดยมิเตอร์เครื่องที่ 1 และมิเตอร์เครื่องที่ 2 ให้กำหนดเป็นประเภทผู้ใช้ไฟเดียวกัน (เช่น มิเตอร์เครื่องที่ 1 เป็นผู้ใช้ไฟประเภทกิจการขนาดเล็ก มิเตอร์เครื่องที่ 2 ต้องเป็นประเภทกิจการขนาดเล็ก) แต่สามารถเลือกใช้คนละอัตราค่าไฟได้ (อัตราปกติกับอัตราค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้: TOU)

ส่วนข้อกำหนดการขอมิเตอร์เครื่องที่ 2 เพื่อติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) สำหรับบ้านอยู่อาศัย หรือกิจการขนาดเล็ก (ที่ไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์) ผู้ขอมิเตอร์เครื่องที่ 2 ต้องติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในแยกจากระบบไฟฟ้าภายในของมิเตอร์เครื่องที่ 1 และติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าตามมาตรฐานของ PEA ไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้วงจรที่จ่ายไฟฟ้าให้เครื่องชาร์จต้องแยกต่างหากจากการจ่ายไฟให้กับโหลดอื่นๆ ทั้งนี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1129 ตลอด 24 ชั่วโมง

นักบินอวกาศสหรัฐเห็นยูเอฟโอกว่า 100 ลำในเยอรมนี และถ่าย UFO ลงจอดในแคลิฟอร์เนีย ปี 1957


นักบินอวกาศสหรัฐเห็นยูเอฟโอกว่า 100 ลำในเยอรมนี และถ่าย UFO ลงจอดในแคลิฟอร์เนีย ปี 1957

โดยVicky Verma 23 ธันวาคม 2020

ผู้บุกเบิกอวกาศ Leroy Gordon Cooper ซึ่งเสียชีวิตในปี 2547 เชื่อในการดำรงอยู่ของมนุษย์ต่างดาวที่เดินทางจากที่อื่นที่อาศัยอยู่ได้มายังโลก ไม่เพียงแต่เขาเชื่อในมนุษย์ต่างดาวเท่านั้น แต่ยังอ้างว่าเขาได้พบกับยูเอฟโอและปรากฏการณ์ที่อธิบายไม่ได้อื่นๆ เป็นการส่วนตัวขณะบินด้วยเครื่องบินขับไล่ในเยอรมนีในช่วงต้นทศวรรษ 1950

Cooper เป็นหนึ่งในเจ็ดนักบินอวกาศของ Project Mercury ซึ่งเป็นโครงการอวกาศของมนุษย์กลุ่มแรกที่จะพามนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ก่อนสหภาพโซเวียต เขาเดินทางไปยังอวกาศโดยเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจควบคุมเมอร์คิวรี-แอตลาส 9 ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2506 จากนั้นในปี 2499 เขาได้สร้างสถิติความอดทนในอวกาศใหม่โดยการเดินทาง 3.3 ล้านไมล์บนเรือเจมิไน 5 เพื่อพิสูจน์ว่านักบินอวกาศสามารถอยู่รอดในอวกาศได้ การเดินทางไปยังดวงจันทร์และกลับสู่โลก

เขาออกจาก NASA ในปี 1970 และใช้เวลาที่เหลือในการศึกษาวัตถุบินที่ไม่ปรากฏชื่อ คูเปอร์เชื่อในยูเอฟโอก่อนที่เขาจะเข้าไปในโครงการอวกาศ หลังจากการเผชิญหน้ากับยูเอฟโอในเยอรมนี เขาก็กลายเป็นผู้สนับสนุนสมมติฐานของการมีอยู่ของอารยธรรมนอกโลกอย่างแข็งขัน

Cooper กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่าเขาเห็นยูเอฟโอเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาในช่วงต้นทศวรรษ 1950 เมื่อเขาถูกโพสต์ที่ฐานทัพอากาศ Landstuhl ประเทศเยอรมนีตะวันตก เขากล่าวว่าในช่วงเวลานั้น MiG-15 ของรัสเซียมักจะบินไปที่ฐานของเขา ดังนั้น เมื่อเขาบินได้ในระยะ 15,000 เมตร และเห็นยานพาหนะแปลก ๆ ที่บินในรูปแบบที่สูงกว่าและเร็วกว่าเครื่องบินของพวกเขามาก เขาอ้างว่าเป็นแผ่นโลหะที่มีปลอกหุ้ม

จากนั้นในปี 1957 เมื่อ Cooper ทำหน้าที่เป็นนักบินทดสอบที่ฐานทัพอากาศ Edwards ในแคลิฟอร์เนีย เขาเห็นจานบินที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10 เมตร ซึ่งลอยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงและตกลงบนทะเลสาบที่แห้งแล้ง

เขากล่าวว่า:“ ฉันมีทีมงานกล้องถ่ายทำการติดตั้งเมื่อพวกเขาเห็นจานรอง พวกเขาถ่ายตอนที่มันบินอยู่เหนือศีรษะ จากนั้นก็ลอยโฉบ กางขาสามขาเป็นเกียร์ลงจอด แล้วค่อยๆ ลงมาบนพื้นทะเลสาบที่แห้งแล้ง”

หลังจากนั้นคูเปอร์ส่งบันทึกไปที่วอชิงตันและยื่นรายงานการเผชิญหน้ายูเอฟโอ

โดยพื้นฐานแล้วยานพาหนะแบบแผนเดียวกันคือจานรองเลนส์คู่ หากคุณกำลังจะเข้าและออกจากชั้นบรรยากาศเช่นโลกหรือที่อื่น ๆ คุณอาจต้องใช้ยานพาหนะประเภทแอโรไดนามิกมากกว่านี้เล็กน้อย และจานรองมีความสามารถในการลอยขึ้นไปในอากาศด้วยความเร็วที่มหาศาล และจัดการกับคันธนูและคลื่นตามหลังโดยไม่ทำให้เกิดคลื่นกระแทก ดังนั้นจึงสามารถเงียบมากในขณะที่เดินทางด้วยความเร็วสูงผ่านชั้นบรรยากาศ”

กอร์ดอนยังเชื่อในการตกของยานอวกาศเอเลี่ยนในเมืองรอสเวลล์ รัฐนิวเม็กซิโกในปี 1947 และกองทัพก็พบมนุษย์ต่างดาวหลายตัวที่จุดเกิดเหตุ

“ฉันมีเพื่อนที่ดีที่รอสเวลล์ เพื่อนเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง เขาต้องระวังในสิ่งที่เขาพูด แต่ไม่ใช่บอลลูนอากาศเหมือนเรื่องปกของกองทัพอากาศ เขาอธิบายให้ฉันทราบอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่ชนเป็นยานที่มาจากต่างดาว และสมาชิกในทีมก็หายดีแล้ว”

ในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งของเขา คูเปอร์โต้เถียงซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่ามนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนโลกของเราในภารกิจวิจัยนั้นมีความก้าวหน้าทางเทคนิคมากกว่ามนุษย์มาก นักบินอวกาศเชื่อว่าองค์การสหประชาชาติควรบันทึกรายงานทั้งหมดเกี่ยวกับยูเอฟโออย่างระมัดระวัง และมั่นใจว่ารัฐบาลของประเทศต่างๆ กำลังซ่อนข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตนอกโลก

ในปี 2550 David Morrison ผู้อำนวยการชั่วคราวของ NLSI ได้ออกแถลงการณ์ซึ่งเขาปฏิเสธข้อเรียกร้องทั้งหมดที่ Gordon Cooper เรียกร้องเกี่ยวกับยูเอฟโอและชีวิตมนุษย์ต่างดาว เขากล่าวว่า: “ขออภัย แต่ไม่มีหลักฐานที่น่าสนใจสำหรับมนุษย์ต่างดาวในอวกาศ และแน่นอนว่าไม่ได้มาจากนักบินอวกาศของ NASA”

กอร์ดอนไม่ใช่คนเดียวที่เชื่อในการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวและยูเอฟโอ Edgar Mitchell และ Helen Sharman เป็นนักบินอวกาศที่มีชื่อเสียงสองคนที่เชื่อในสิ่งมีชีวิตนอกโลก

ตามที่เอ็ดการ์กล่าว มนุษย์ต่างดาวได้ติดต่อกับผู้คนหลายครั้ง และยูเอฟโอได้มาเยือนโลกของเราเป็นเวลานานแล้ว

“รัฐบาลของเราทุกคนปกปิดไว้อย่างดีในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา แต่ค่อยๆ รั่วไหลออกมา และพวกเราบางคนได้รับเกียรติให้ได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้บางส่วน”

ในทางกลับกัน เฮเลน ชาร์แมนกล่าวว่า: “มนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง ไม่มีสองวิธีในเรื่องนี้” เธอเริ่มอาชีพด้านอวกาศของเธอในปี 1989 เมื่อเธอผ่านการคัดเลือกที่ยากลำบากในหมู่นักบินอวกาศคนอื่นๆ และยืนยันความสามารถของเธอ โดยได้เข้าร่วมโครงการร่วมโครงการแรกในสหราชอาณาจักรและสหภาพโซเวียต

ปตท.จับมือ 'โฮซอน' ค่ายรถจีน เล็งจำหน่าย EV พวงมาลัยขวา Neta V ขยายธุรกิจยานยนไฟฟ้าแบบครบวงจร


ปตท. จับมือ Hozon ค่ายรถ EV จากจีน ขยายตลาดยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรในไทย

ดร. ทวารัฐ สูตะบุตร หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้สำหรับโอกาสทางธุรกิจและการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual Strategic Co-Operation MOU Signing Ceremony) ระหว่าง บริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้น 100% สำหรับดำเนินธุรกิจในด้าน EV Value Chain และ บริษัท โฮซอน นิว เอนเนอร์ยี่ ออโต้โมบิล จำกัด (Hozon New Energy Automobile Co., Ltd; Hozon) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน

โดยมีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายจาง หย่ง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โฮซอน (Mr. Zhang Yong, Co-Founder and Chief Executive Officer of Hozon) และนายบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและธุรกิจใหม่ ปตท. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี พร้อมด้วยนายนพดล ปิ่นสุภา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน ปตท. และนายเฉิน เอี้ยวกวง ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน โฮซอน (Mr. Chen Yaoguang, Co-Founder and Chief Investment Officer of Hozon)

ร่วมลงนาม ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายโอกาสทางธุรกิจ EV แบบครบวงจร อาทิ ให้บริการเช่า หรือ จัดจำหน่าย EV พวงมาลัยขวารุ่นแรกของแบรนด์ Neta V ผลิตโดย Hozon และบริการหลังการขายที่เกี่ยวข้องผ่าน EVme ดิจิทัลแพลตฟอร์มของ ARUN PLUS รวมถึงความเป็นไปได้ในการขยายฐานการผลิต EV มายังประเทศไทย ผ่านบริษัทร่วมทุนระหว่าง ARUN PLUS กับ บริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด หรือ ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) เป็นต้น เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ ส่งเสริมภาคการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมดันไทยสู่สังคม Low Carbon และการเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตเต็มรูปแบบ



ม.หิดล ชี้ให้จับตา ประชาชนรุ่นเกิดล้าน ที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2506 - 2526 เป็นทิศทางโจทย์วิจัยสนองอนาคตสังคมสูงวัย


ม.มหิดล ชวนจับตา ‘สึนามิผู้สูงวัย’ จากประชากรรุ่นเกิดล้าน พ.ศ. 2506-2526 แนะระวังเรื่องสุขภาพ-การใช้จ่าย และให้ออมเงิน

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ศ.เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า นับเป็นเวลาครึ่งศตวรรษแล้วที่สถาบันฯ ได้รับใช้ประเทศชาติด้วยการเป็นปัญญาของแผ่นดิน ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล สร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยที่เกิดขึ้นจากการสำรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทย ไม่ว่าจะเป็นการเกิด การตาย และการย้ายถิ่น ฯลฯ ซึ่งที่ผ่านมามีนักวิจัยของสถาบันฯ ได้เป็นคณะทำงานร่วมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในทุกฉบับ เพื่อการขับเคลื่อนสู่นโยบายของประเทศไทย

สำหรับ ‘ประชากรรุ่นเกิดล้าน’ ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2506-2526 นโยบายของประเทศไทยในขณะนั้นมุ่งไปที่การวางแผนครอบครัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าคนรุ่นใหม่นิยมอยู่เป็นโสด ไม่แต่งงาน และมีลูกกันน้อยลง อัตราเกิดของประชากรไทยจึงลดต่ำลงไปด้วย

จึงเกิดคำถามว่า เราจะเตรียมพร้อมนโยบายทางประชากรของประเทศไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรของไทยอย่างไร เมื่อประชากรรุ่นเกิดล้านที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2506-2526 จะกลายเป็น ‘สึนามิประชากร’ ที่เคลื่อนสู่ฝั่งผู้สูงวัยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ศ.เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ กล่าวต่อไปว่า การแก้ปัญหาอัตราเกิดต่ำด้วยการส่งเสริมให้ประชากรมีลูกกันมากขึ้น อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีนักสำหรับสังคมไทย หากไม่ได้พิจารณาถึงคุณภาพของการเกิดหรือเกิดด้วยความไม่พร้อม ซึ่งตัวเลขการเกิดของประชากรไทยในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นปีล่าสุด อยู่ที่ประมาณ 587,000 คน และอาจมีแนวโน้มต่ำลงไปอีกประมาณ 2-3 หมื่นคนตามวิกฤตโควิดที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยการประกาศจำนวนเกิดของประชากรไทยในแต่ละปีจะนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคมของปีนั้นๆ แล้วจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในอีกประมาณ 2-3 เดือนถัดไป

“ปัญหาที่เร่งด่วนมากกว่าปัญหาอัตราเกิดฮวบต่ำลงในขณะนี้ คือการเตรียมพร้อมอย่างไรเมื่อสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งประชากรที่เกิดในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2506-2526 ถือเป็นต้นแบบที่ดีที่สุดในการนำมาพิจารณาเป็นโจทย์เพื่อการศึกษาวิจัยให้ตอบสนองทิศทางความต้องการของผู้สูงวัยไทยในอนาคต โดยควรเน้นให้เตรียมพร้อมเรื่องสุขภาพ และระวังการใช้จ่าย หมั่นเก็บออมไว้เพื่ออนาคต” ศ.เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์กล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.อารี จำปากลาย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจของสถาบันฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อประเทศไทยใน 50 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีเพียงงานวิจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรเท่านั้น ยังมีงานวิจัยเพื่อติดตามพฤติกรรมทางสุขภาพของประชากร ความเท่าเทียมทางการศึกษา ความเท่าเทียมทางเพศ แรงงานย้ายถิ่น หรือแม้แต่เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ฯลฯ ที่ตอบโจทย์เกือบทุกเป้าหมาย SDGs เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ

ซึ่งนอกจากเพื่อการขับเคลื่อนสู่นโยบายในระดับชาติแล้ว ยังได้ขยายผลสู่การสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติต่อไปอีกด้วย โดยสถาบันฯ พร้อมเดินหน้ารับใช้ประชาชน สร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อส่งเสริมคุณภาพประชากรไทย และร่วมทำโลกนี้ให้มีอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป


Kopiko การตลาดสร้าง Awareness ผ่านการส่งออกซีรีส์เกาหลี


Kopiko การตลาดสร้าง Awareness ผ่านการส่งออกซีรีส์เกาหลี

สำหรับคอซีรีส์เกาหลีใน Netflix เราคงเห็นภาพ Tie-in ลูกอม Kopiko ปรากฏอยู่ในซีรีส์เรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Vincenzo, Mine หรือแม้แต่ Hometown Cha Cha Cha ที่เพิ่งจบไป

เมื่อเราเห็น Kopiko ปรากฏอยู่ในซีรีส์เกาหลีอยู่บ่อยครั้ง จนเราเริ่มคิดว่า หรือ Kopiko จะเป็นลูกอมกาแฟแบรนด์เกาหลี

แต่ความจริงไม่ใช่เลย เพราะ Kopiko คือลูกอมกาแฟจากประเทศอินโดนีเซีย ของบริษัท Mayora

บริษัท Mayora ถือเป็นยักษ์ในวงการขนมในประเทศอินโดนีเซีย มีแบรนด์ขนมที่คนไทยรู้จักดีเช่นเวเฟอร์ Beng-Beng ชอกโกแลต Choki Choki ที่ช่วงเวลาเราเด็กๆ ชอบกินมาก

แต่ทำไม บริษัทลูกอมจากอินโดนีเซีย ถึงมา Tie-in อยู่ในซีรีส์เกาหลีหละ

1.สร้าง Awareness ระดับโลกผ่านปืนนัดเดียว

ซีรีส์เกาหลี ที่โกปิโก้เลือก Tie-in เช่น Vincenzo, Mine หรือแม้แต่ Hometown Cha Cha Cha เป็นหนึ่งในซีรีส์อันดับต้นๆ ใน Netflix ที่ได้รับความนิยมในหลากหลายประเทศ

เรามองว่าการเลือกซีรีส์เกาหลีใน Netflix เป็นช่องทางในการสื่อสารแบรนด์ผ่านการ Tie-in ว่าลูกอมกาแฟโกปิโก้สามารถอมแก้ง่วงแทนกาแฟได้ เป็นหนึ่งในแนวการตลาดที่ต้องการสร้าง Awareness ไปยังกลุ่มเป้าหมายทั่วโลกเพื่อบอกว่าลูกอมกาแฟโกปิโก้คือลูกอมกาแฟที่สามารถอมแก้ง่วงได้ในเวลาพร้อมๆ กัน ผ่านการลงทุนเพียงครั้งเดียว เพราะในปัจจุบันโกปิโก้จำหน่ายอยู่ในกว่า 100 ประเทศ ส่วน Netflix ให้บริการใน 190 ประเทศ

และยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์โกปิโก้คือลูกอมกาแฟของคนรุ่นใหม่อีกด้วย

เพราะที่ผ่านมาลูกอมโกปิโก้เป็นลูกอมที่มีอายุในตลาดมากถึง 39 ปี ทำให้ภาพลักษณ์แบรนด์ในบางประเทศอาจจะดูเชย หรือดูเป็นผู้ใหญ่ไปตามกาลเวลา

การสร้าง Awareness ผ่านซีรีส์เกาหลีที่สื่อสารผ่านนักแสดงรุ่นใหม่และเนื้อหาซีรีส์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ เป็นหนึ่งแนวทางที่ทำให้แบรนด์มีความเด็กลงอีกด้วย

2.ต้องการเจาะกลุ่มแฟนคลับ K-Pop ในอินโดนีเซีย

อ้างอิงจากข้อมูลของ Statista ที่สำรวจคนอินโดนีเซียอายุ 15-59 ปี พบว่า 49.2% ของกลุ่มตัวอย่างมองว่าซีรีส์เกาหลีเป็นซีรีส์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และ 39.2% มองว่าค่อนข้างเป็นที่นิยม โดยข้อมูลนี้สำรวจในเดือนตุลาคมปี2019

เมื่อคนอินโดนีเซียมีความนิยม K-Pop และซีรีส์เกาหลี การที่โกปิโก้ Tie-in สินค้าในซีรีส์เกาหลี นอกเหนือจากการเข้าถึงกลุ่มแฟนคลับ K-Pop แล้ว ยังสร้างพลังในการบอกต่อสินค้าโกปิโก้ที่ปรากฏอยู่ในซีรีส์ไปยังเพื่อนในโซเชียล และชวนกันโกปิโก้ทานเหมือนกับที่ Tie-in ซีรีส์ เนื่องจากมองว่าแบรนด์โกปิโก้เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงพวกเขาผ่านซีรีส์และดาราเกาหลีที่พวกเขาชื่นชอบ

ส่วนประเทศไทยโกปิโก้เข้ามาทำตลาดในประเทศเป็นเวลายาวนานผ่านลูกอมกาแฟรสคลาสสิก ก่อนที่จะขยายตลาดไปยังรสคาปูชิโน พร้อมออกสินค้ากาแฟพร้อมดื่ม โกปิโก้ คอฟฟี่ กาแฟปรุงสำเร็จเข้ามาสร้างรายได้ให้เติบโตมากขึ้นในปัจจุบัน .

ถ้ามองไปที่ตลาดลูกอมในประเทศไทยในปัจจุบันตลาดลูกอมมีมูลค่า11,000 ล้านบาท

ถือว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงจากลูกอมทั้งแบรนด์เก่า และแบรนด์ใหม่ในตลาดที่พัฒนาต่อยอดลูกอมรสต่างๆ ออกมาจับตลาดอยู่เสมอ

ซึ่งการแข่งขันนี้แม้โกปิโก้จะมีจุดแข็งคือลูกอมกาแฟที่อยู่ในตลาดไทยอย่างยาวนาน แต่ก็เผชิญกับความท้าทายในตลาด เพราะในตลาดลูกอมกาแฟในประเทศไทยนอกจากโกปิโก้แล้วยังมีแบรนด์ X.O. ซึ่งเป็นลูกอมกาแฟเม็ดแข็งเหมือนกับโกปิโก้ ยังมีคูก้า ลูกอมรสกาแฟสอดไส้ช็อกโกแลต, เวเธอร์ ลูกอมรสครีมกาแฟ และอื่นๆ แข่งขันในตลาดด้วย

อย่างไรก็ดีการเข้ามาทำตลาดของโกปิโก้ในประเทศไทย (และสินค้าอื่นๆ ในเครือ Mayora เป็นการทำตลาดผ่าน บริษัท อินบิสโก้ (ประเทศไทย) จำกัด

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อินบิสโก้ (ประเทศไทย) มีผลประกอบการดังนี้

2018 รายได้ 2,040.48 ล้านบาท ขาดทุน 0.98 ล้านบาท

2019 รายได้1,981.88 ล้านบาท กำไร 78.45 ล้านบาท

2020 รายได้2,229.86 ล้านบาท กำไร 102.41 ล้านบาท

ส่วน Mayora มีผลประกอบการในปีที่ผ่านมา 56,815.99 ล้านบาท (แปลงจากเงินรูเปียห์เรต 1 รูเปียห์ = 0.0023 บาท)

เป็นรายได้มากจาก

อินโดนีเซีย 33,339.96 ล้านบาท

เอเชีย 22,548.82 ล้านบาท

อื่นๆ 927.20 ล้านบาท

เมื่อพูดถึง Mayora และโกปิโก้แล้วเราขอเล่าประวัติของบริษัทสักเล็กน้อย

Mayora เป็นบริษัทที่มีจุดเริ่มต้นมาจากขนมบิสกิต โฮมเมด ของครอบครัวชาวอิหร่านที่อพยพไปยังอินโดนีเซีย เมื่อปี 1948 ก่อนที่จะตั้งชื่อบิสกิตแบรนด์ตัวเองว่า Roma ในปี 1976 และจัดตั้งเป็นบริษัท Mayora ในปี 1977

ส่วนโกปิโก้เกิดขึ้นในปี 1982 ชื่อแบรนด์โกปิโก้มาจากคำว่า Kōpiko แปลว่ากาแฟป่า ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำท้องถิ่นในฮาวาย เพื่อสื่อถึงความเป็นกาแฟที่แท้จริงที่บรรจุอยู่ในลูกอมโกปิโก้นั่นเอง

ส่องทิศทาง 2 ค่ายมือถือยักษ์ หลังทรู-ดีแทคปิดดีลควบรวมกิจการ


2 ปี เครือซีพี ปิด 2 ดีลยักษ์

นับตั้งแต่ 2563 เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ เครือซีพี ประสบความสำเร็จในการควบรวมกิจการในกลุ่มธุรกิจการค้าขนาดใหญ่ถึง 2 ธุรกิจ ขณะที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่าการรุกคืบดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้างอำนาจเหนือตลาดหรือไม่

ย้อนเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกในเครือซีพี ได้รับความสนใจในสังคมอย่างมากจากการควบรวมกิจการกับเทสโก้โลตัส ทำให้ในส่วนธุรกิจค้าปลีกของเครือซีพีครอบคลุมธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น ซึ่งเดิมมี ซีพี ออลล์ ที่บริหารร้านสะดวกซื้อ "เซเว่นอีเลฟเว่น" และ สยามแม็คโคร ผู้บริหารห้างค้าส่งรายใหญ่อยู่แล้ว

หากพิจารณารายได้รวมจาก 3 บริษัทดังกล่าวในปีที่แล้ว ค้าปลีกเครือซีพีมีมูลค่าธุรกิจรวมเป็น 953,308 ล้านบาท (รายได้นี้ยังไม่รวมกับรายได้จากร้านค้าซีพี เฟรซมาร์ท 360 สาขา)

ปัจจุบัน ธุรกิจค้าปลีกในเครือซีพีมีอะไรบ้าง

- เซเว่นอีเลฟเว่น 12,432 สาขา รายได้รวมปี 2563 มูลค่า 546,590 ล้านบาท 
- แม็คโคร 138 สาขา รายได้รวมปี 2563 มูลค่า 218,760 ล้านบาท 
- เทสโก้ โลตัส 2,164 สาขา รายได้รวมในปี 2563 มูลค่า 187,958 ล้านบาท 

ล่าสุด บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมในเครือซีพีได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2564 เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ได้มีมติเกี่ยวกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการควบบริษัทกับ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค พร้อมกับการเสนอซื้อหุ้นโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข

ด้านสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ ติดตามกระแสข่าวเรื่องเทเลนอร์มีแผนการจะถอนการลงทุนจากไทย รวมทั้งการซื้อขายกิจการของทรูและดีแทคมาตั้งแต่ปี 2563 วิเคราะห์ว่า หากพิจารณาจากตัวเลขผู้ใช้บริการและส่วนแบ่งการตลาดของเอไอเอส ทรู และดีแทคที่ปรากฏต่อสาธารณะ เป็นที่ชัดเจนว่าถ้าทรูซื้อดีแทค บริษัทที่เกิดจากการรวมกิจการนี้จะกลายเป็นเจ้าตลาดรายใหม่และเป็นรายใหญ่อันดับ 1 แซงหน้าเอไอเอส และตลาดผู้ให้บริการมือถือและอินเทอร์เน็ตจะเหลือแค่ 2 เจ้า คือ เอไอเอสกับทรู-ดีแทค ซึ่งทำให้การแข่งขันในตลาดลดลงอย่างชัดเจน

สหรัฐฯ เชิญ 110 ชาติร่วมประชุมสุดยอดค่ายประชาธิปไตย แต่ไม่มีไทย


ประชุมสุดยอดประชาธิปไตยทางออนไลน์ 110 ประเทศ มีชื่อไต้หวันได้รับเชิญ แต่ไม่มีชื่อจีน รัสเซีย รวมถึงไทยด้วย

เว็บไซต์ข่าว Taiwan News รายงานว่า เมื่อวานนี้ (23 พฤศจิกายน) สหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายชื่อประเทศทั้งหมด 110 ประเทศ ที่ได้รับเชิญจากสหรัฐฯ ให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดประชาธิปไตยทางออนไลน์ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ โดยไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับเชิญด้วย

แต่ในรายชื่อดังกล่าวในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก ตามที่ Taiwan News รายงาน ไม่มีชื่อของจีน และไม่มีชื่อไทยด้วย

นอกจากนี้ ยังไม่มีชื่อของสิงคโปร์, เมียนมา, กัมพูชา, ลาว, เวียดนาม, บรูไน, บังคลาเทศ, ศรีลังกา และภูฏานด้วย ในขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ได้รับเชิญให้เข้าร่วม รวมไปถึงญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และติมอร์-เลสเต

ในส่วนของยุโรป ไม่มีชื่อของรัสเซียในรายชื่อประเทศที่ได้รับเชิญ ส่วนมหาอำนาจยุโรปที่ได้รับเชิญรวมถึงสหราชอาณาจักร, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี และเนเธอร์แลนด์

นอกจากนี้ 9 ใน 15 ประเทศ ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน ได้รับเชิญจากสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมดังกล่าวด้วย คือ หมู่เกาะมาร์แชล, นาอูรู, ปาเลา, ทูวาลู, เบลิซ, ปารากวัย, เซนต์ คิตส์ แอนด์ เนวิส, เซนต์ ลูเซีย และเซนต์วินเซนต์ แอนด์ เดอะ เกรนาดีนส์

แม้กระทั่งลิทัวเนีย ประเทศล่าสุดที่ไต้หวันเพิ่งไปเปิดสำนักงานตัวแทนทางการทูตเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก็ได้รับเชิญด้วย การประชุมดังกล่าวจะจัดขึ้นแบบทางไกลผ่านออนไลน์ เป็นเวลา 2 วันในวันที่ 9-10 ธันวาคมนี้ 

โดยสหรัฐฯ จะใช้เวทีนี้หารือกับผู้เชี่ยวชาญจาก 110 ประเทศ ที่มาจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน องค์กรพหุภาคี องค์กรภาคสังคม และองค์การช่วยเหลือทางการกุศลต่าง ๆ ใน 3 ประเด็นหลักคือ การต่อต้านลัทธิเผด็จการนิยม การจัดการและการสู้กับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน และการส่งเสริมการเคารพในสิทธิมนุษยชน

———— 
ภาพ: Reuters

T-Pop ยกระดับอุตสาหกรรมเพลงไทยไประดับโลก


ฉายภาพอุตสาหกรรมเพลงไทย 1,400 ล้านบาท กับโอกาสที่ T-Pop จะไปเขย่าโลกเหมือนญี่ปุ่น-เกาหลี

หลังจากทรง ๆ มาระยะหนึ่ง ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมเพลงไทยเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง ผ่านศิลปินอินดี้ และค่ายเพลงหน้าใหม่ที่สร้างผลงานดีต่อเนื่อง รวมถึงการเข้ามาสนับสนุนจากภาครัฐ และเอกชนอย่างจริงจัง

ทำให้ปี 2020 มูลค่าอุตสาหกรรมเพลงไทยเติบโตแตะ 1,400 ล้านบาท และเริ่มเห็นการวางแผนส่ง T-Pop ไปโลดแล่นในระดับโลกอีกครั้ง แต่มันจะสำเร็จหรือไม่ และมีใครบ้างเป็นผู้เกี่ยวข้อง ติดตามได้หลังบรรทัดถัดนี้

1) ความชัดเจนอีกครั้งของ T-Pop กระแส T-Pop เริ่มมีความชัดเจนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผ่านการเกิดขึ้นของ BNK48 วงไอดอลที่สร้างการรับรู้ไปทั่วประเทศ รวมถึง Black Pink วง Girl Group จากเกาหลีที่มีคนไทยเป็นหนึ่งในสมาชิก ซึ่งจากความโด่งดังของทั้งสองวงนี้ ทำให้มีวงไอดอล กับ Boy & Girl Group เกิดใหม่เป็นจำนวนมาก

ในทางกลับกัน 2-3 ปีที่ผ่านมา วงดนตรีอินดี้ กับศิลปินจากค่ายเพลงเล็ก ๆ ต่างทำผลงานดีกว่าเดิม เช่น Paradise Molam Bangkok International Band กับ Phum Viphurit โด่งดังจนไปขึ้นแสดงในเวทีโลก ส่วนในไทยมี Polycat, Safeplanet, Yellow fang และ TELEx TELEXs ที่ขยับตัวจากศิลปินเล็ก ๆ เป็นศิลปินเบอร์ต้น ๆ ได้

จุดนี้เองทำให้แผนการนำ T-Pop ไปเขย่าอุตสาหกรรมเพลงในระดับโลกเริ่มชัดเจนขึ้นอีกครั้ง ผ่านการนำจุดเด่นเรื่อง ความหลากหลายทางดนตรี ที่ผสานเสียงเพลงระดับท้องถิ่น และสากลเข้าด้วยกันได้เป็นอย่างดี ประกอบกับการมีหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนเข้ามาสนับสนุนอย่างจริงจัง

2) Workpoint กับการเข้ามาสนับสนุนในฐานะตัวกลาง หนึ่งในบริษัทเอกชนที่เข้ามาสนับสนุน T-Pop คือกลุ่ม Workpoint ผ่านการพัฒนา T-Pop Stage รายการแสดงดนตรีรูปแบบใหม่ รวมถึงแอปพลิเคชัน T-Pop เพื่อช่วยกระตุ้นการรับรู้ และเป็นช่องทางใหม่ในการนำเสนอผลงานเพลงของศิลปินจากค่ายเล็ก, ค่ายใหญ่ รวมถึงศิลปินอิสระ

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิทัล บมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ เล่าให้ฟังว่าวงการเพลงเกาหลีได้รับการพัฒนาจนสามารถค้นพบซาวนด์ของตัวเองที่เป็นเอกลักษณ์ไปขายทั่วโลก T-Pop เอง เมื่อถึงวันหนึ่งก็จะค้นพบซาวนด์ที่เป็นเอกลักษณ์ไปขายทั่วโลกได้เช่นกัน

T-Pop Stage จึงเหมือนเป็นตัวเร่งทำให้ทุกคนมาช่วยกันหาว่า T-Pop ต้อง “ป๊อป” ประมาณไหนที่จะถือเป็นมาตรฐานของเพลงไทยที่สามารถไป “ป๊อป” ในระดับสากลได้ ทั้งนี้ หากต้องการผลักดัน T-Pop ให้ประสบความสำเร็จเหมือนที่เกาหลีทำ รัฐต้องมีนโยบายผลักดัน T-Pop ให้สามารถไปได้เป็นมวลรวมเช่นกัน

3) CEA หน่วยงานรัฐที่เข้ามาสนับสนุนเรื่องนี้ ด้าน อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA เสริมว่า องค์กรมีแผนที่จะใช้อุตสาหกรรมดนตรี และอุตสาหกรรม Creative Content (ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ การกระจายเสียง การพิมพ์ และเกม) เป็น Soft Power ในการใช้ Emotional Value เพื่อเพิ่ม Economic Value ให้ทุกอุตสาหกรรม

ไล่ตั้งแต่อาหาร ท่องเที่ยว และแพทย์แผนไทย รวมถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อื่น ๆ ผ่านการผลักดันคอนเท้นต์ที่เป็นจุดแข็งของประเทศคือ Spiritual ซีรีย์วาย และ T-Pop สู่กลุ่มเป้าหมายในประเทศ CLMVT, อาเซียน, จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่มีประชากรคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของโลก

เบื้องต้น CEA กำหนด 4 ยุทธศาสตร์ในการใช้ T-Pop ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอื่น ๆ ประกอบด้วย

1. ส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาของอุตสาหกรรมดนตรี 
2. สนับสนุนการเติบโตของ อุตสาหกรรมดนตรีทั้งใน และต่างประเทศ 
3. ยกระดับความสามารถในการ สร้างสรรค์ผลงานทางดนตรีให้ ก้าวทันโลก 
4. สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการ ขับเคลื่อนความหลากหลายของ ธุรกิจดนตรี 

ในปี 2020 มูลค่าอุตสาหกรรมดนตรีในประเทศไทยอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 6.5% ต่อปี แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ ค่ายเพลงขนาดใหญ่, ค่ายขนาดกลาง และขนาดเล็ก ตามด้วยศิลปินอิสระ ส่วน K-Pop ที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง ทำให้เกาหลีเป็นตลาดดนตรีที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 6 ของโลก มีมูลค่าตลาดราว 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

T-Pop จะปังไม่ปัง ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของทุกภาคส่วน เพราะถึงศิลปินจะผลิตงานออกมาดีขนาดไหน แต่ถ้าช่องทางในการปล่อยเพลงไม่ไปถึงระดับโลก ก็ยากที่จะนำ T-Pop ไปโลดแล่นได้เหมือนญี่ปุ่น และเกาหลี ดังนั้นต้องติดตามกันว่า การสนับสนุนวงการเพลงไทยครั้งนี้จะทำให้ฝันในการไประดับโลกของ T-Pop เป็นจริงได้หรือไม่

“NFT เป็นแค่วิธีเข้าไปเซฟรูปเท่านั้น” The NFT Bay ปล่อยไฟล์งานศิลปะ NFT ให้คนดาวน์โหลดได้ฟรี ผ่าน torrent


“NFT เป็นแค่วิธีเข้าไปเซฟรูปเท่านั้น” The NFT Bay ปล่อยไฟล์งานศิลปะ NFT ให้คนดาวน์โหลดได้ฟรี ผ่าน torrent

หนึ่งในเทรนด์ที่กำลังมาแรงของช่วงปีที่ผ่านมา คงหนีไม่พ้น NFT (non- fungible tokens) หลายคนจ่ายเงินมหาศาลไปเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของงานชิ้นนั้น และด้วยกระแสนี้ ทำให้มีคนสร้างเว็บไซต์ชื่อ The NFT Bay เพื่อแจกไฟล์งานศิลปะ NFT ให้แบบฟรีๆ

เรื่องเริ่มมาจาก จอฟฟรีย์ ฮัทลีย์ (Geoffrey Huntley) ชายที่เป็นศิลปินและโปรแกรมเมอร์สร้างเว็บไซต์ที่อ้างว่าสามารถให้ผู้คนเข้าไปดาวน์โหลด ‘ทุก NFT จาก Ethereum และ Solana’ ขนาดรวมเกือบ 20 เทราไบต์ โดยระบุว่า เขาต้องการให้ผู้คนเห็นว่า พวกเขากำลังซื้ออะไรกันอยู่

ฮัทลีย์เซฟไฟล์ภาพทั้งหมดที่มีลิงก์บนบล็อกเชน Ethereum และ Solana มารวมกันเป็นก้อน แล้วแจกจ่ายผ่านทาง torrent เพื่อให้คนรู้ว่า การซื้องานศิลปะผ่าน NFT ในปัจจุบันเป็นแค่การซื้อวิธีการดาวน์โหลดภาพ ภาพไม่ได้ถูกเก็บไว้บนบล็อกเชน

“ตอนนี้ งานศิลปะ NFT ไม่ได้มีความหมายอะไรมากไปกว่าหนทางในการเข้าถึงหรือดาวน์โหลดรูปภาพเท่านั้น รูปภาพไม่ได้ถูกเก็บไว้ในบล็อกเชน และรูปภาพส่วนใหญ่ที่ผมเคยเห็นมานั้นก็ถูกเก็บอยู่บนเว็บไซต์ 2.0 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกลายเป็น 404 (ลิงก์เสีย) และหากเป็นเช่นนั้น NFT ก็จะมีมูลค่าน้อยลงไปอีก” ฮัทลีย์กล่าว

นอกจากนี้ เขายังนิยามไฟล์ torrent นี้ว่า ‘The Billion Dollar Torrent’ เพื่อเสียดสีมูลค่าที่คนใช้จ่ายซื้อชิ้นงานต่างๆ ไปด้วย

ประเด็นนี้ทำให้เกิดการถกเถียงกันในหลายแง่มุม ฝั่งคนที่ไม่เห็นด้วยกับ NFT ก็กล่าวว่า นี่เป็นชัยชนะที่พิสูจน์ให้เห็นได้ว่า NFT ไม่ได้มีค่าอะไร แต่อีกฝั่งก็มองว่า สิ่งที่ทำให้ NFT มีคุณค่าจริงๆ ไม่ใช่รูปภาพแต่เป็นการถือครองสิทธิ์ความเป็นเจ้าของต่างหาก และการคลิกขวาเพื่อเซฟรูปมาก็ไม่เหมือนกันด้วย

อ้างอิงจาก
https://www.theverge.com/2021/11/18/22790131/nft-bay-pirating-digital-ownership-piracy-crypto-art-right-click
https://www.bbc.com/news/technology-59262326
https://torrentfreak.com/the-nft-bay-shares-multi-terabyte-archive-of-pirated-nfts-211118/

‘Subaru Corp’ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV คันแรก รองรับการแก้ปัญหาโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์


‘Subaru Corp’ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV คันแรก รองรับการแก้ปัญหาโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
‘Subaru Corp’ บริษัทรถยนต์ของญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบ หรือ EV คันแรกของบริษัท ที่มีชื่อว่า ‘Solterra’ เกิดจากโครงการพัฒนาร่วมกัน 2 ปี กับ Toyota Motor Corp ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ Subaru

โดยการเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ SUV มีขึ้นท่ามกลางความต้องการรถยนต์ EV ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ หลายประเทศทั่วโลกควบคุมกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

Subaru ระบุในเอกสารแถลงข่าวว่า รุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ FWD ของ ‘Solterra’ สามารถวิ่งได้ในระยะทาง 530 กิโลเมตร ขณะที่ รุ่นที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ AWD สามารถวิ่งได้ไกล 460 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟครั้งเดียว

ทั้งนี้ Toyota บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ถือหุ้น 1 ใน 5 ของ Subaru และมีหุ้น 5% ใน Mazda Motor Corp ซึ่งมีแผนการที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 13 รุ่นภายในปี 2025 รวมทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า หรือ BEV ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีของโตโยตา

ภาพ: Reuters

เกาหลีเปิดตัวโรงงานใหม่ผลิตรถอีวีให้ฮุนได


เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปี ที่มีการตั้งโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในเกาหลีใต้ โรงงานแห่งนี้ ดำเนินงานโดย“กวางจู โกลบอล มอเตอร์ส หรือจีจีเอ็ม เป็นบริษัทตั้งใหม่ที่เกิดจากการร่วมมือของทางการเมืองกวางจูในภาคตะวันตกเฉียงใต้ ที่ได้ทุนสนับสนุนจาก“ฮุนได มอเตอร์”

บริษัทแห่งนี้ เน้นทำสัญญาจ้างผลิตรถยนต์ขนาดเล็ก เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการดึงดูดอุตสาหกรรมเข้ามาตั้งฐานการผลิตในเมืองกวางจูและสร้างงาน ส่วนฮุนไดก็พยายามมองหาโรงงานที่สามารถรับจ้างผลิตรถยนต์โดยใช้ต้นทุนที่ถูก

จีจีเอ็มเริ่มผลิตรถยนต์สำเร็จรูปจากโรงงานแห่งนี้ออกจำหน่ายเมื่อเดือนก.ย. โดยโรงงานผลิตที่มีพื้นที่ 455,000 ตารางเมตรแห่งนี้ทำหน้าที่สามอย่างเกี่ยวกับรถยนต์คือ ทำตัวถังรถยนต์ พ่นสีรถ และประกอบรถยนต์

แคสเปอร์ ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกของฮุนได ที่จำหน่ายเฉพาะในออนไลน์ โดยเป็นรถสปอร์ตอเนกประสงค์(เอสยูวี)ขนาดเล็ก มีราคาถูกที่สุดคือ 13.85 ล้านวอน (11,700 ดอลลาร์)เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง อานิสงส์จากราคารถที่คนทั่วไปสามารถเอื้อมถึงและมียอดจองจำนวนกว่า 10,000 คันด้วยกัน ทำให้ฮุนไดมีแผนผลิตรถรุ่นนี้ให้ได้ 12,000 คันภายในปลายปีนี้ และผลิตให้ได้จำนวน 70,000 คันภายในปี 2565

ปัจจุบัน โรงงานแห่งนี้ผลิตรถยนต์รุ่นเดียวได้ 22 คันต่อหนึ่งชั่วโมง แต่ในอนาคต ฮุนได วางแผนที่จะรับคำสั่งซื้อรถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าทั้งคันขนาดเล็ก (อีวี) และจะใช้กระบวนการผลิตแบบผสม

ทำให้สามารถผลิตรถได้หลายรุ่นในสายการผลิตเดียว ซึ่งถือเป็นการเพิ่มศักยภาพในการขยายโรงงานในอนาคตและจีจีเอ็ม มีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตรถให้ได้มากกว่า 200,000 คันต่อปี เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม จีจีเอ็ม ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวเกาหลีเท่าใดนัก บริษัทนี้ก่อตั้งโดยเมืองกวางจู ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด ในสัดส่วน 21% ตามมาด้วยฮุนได มอเตอร์ที่ถือหุ้น 19% กวางจู แบงก์ 11% อินดัสเตรียล แบงก์ ออฟ โคเรีย (ไอบีเค)ซึ่งเป็นของรัฐบาล ถือ 11% และบริษัทอื่นๆ ซึ่งเบื้องต้นบริษัทนี้มีทุนจดทะเบียนจำนวน 230,000 ล้านวอน

อายุเฉลี่ยของคนงานที่ทำงานในโรงงานผลิตรถของจีจีเอ็มจำนวน 570 คนคือ 27 ปี และ 54% ของจำนวนคนงานเหล่านี้มีอายุอยู่ในช่วง 20 ปี โดย 93% ของคนงานทั้งหมดมาจากเมืองกวางจู กับเมืองอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะว่าจ้างพนักงานเพิ่ม 200-300 คนภายในปี 2565

ในส่วนของฮุนไดมีส่วนสำคัญต่อการเปิดโรงงานผลิตแห่งนี้ในแง่ของการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและฮุนไดช่วยออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่างๆภายในโรงงานและดูแลเรื่องการส่งพนักงานใหม่เข้ารับการฝึกอบรม อีกทั้ง ภายใต้ข้อตกลงเมื่อก่อตั้งบริษัทหรือโรงงานแล้ว บริษัทอื่นๆที่นอกเหนือจากฮุนได สามารถทำสัญญารับการบริการจากจีจีเอ็มได้

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพแรงงานและฝ่ายบริหารในอุตสาหกรรมยานยนต์เกาหลีไม่ค่อยราบรื่นนัก ทุกวันนี้ สหภาพแรงงานหัวรุนแรงที่ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมรถยนต์พยายามเรียกร้องขอขึ้นค่าแรงเป็นระยะๆ

ล่าสุด ค่าแรงโดยเฉลี่ยของแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์เกาหลีอยู่ที่ปีละ 88 ล้านวอน เกือบเท่ากับค่าแรงของบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ . สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับค่าแรงเฉลี่ยรายปีที่โรงงานผลิตจีจีเอ็ม ที่ก่อตั้งขึ้นโดยไม่มีสหภาพแรงงาน โดยคนงานที่นี่ได้รับค่าเหนื่อยเฉลี่ยปีละ 35 ล้านวอน

เผยชีวิตเคยเป็นทหารผ่านศึก ก่อนสละทางโลก มุ่งจาริกตามรอย "หลวงปู่มั่น"


วันที่ 23 พ.ย 2564 #หลวงตาบุญชื่น เดินธุดงค์ผ่านทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง

คาดว่าน่าจะเดินธุดงค์เข้าเขตพื้นที่จ.ชุมพร วันที่ 25-26 พ.ย 2564 เส้นถนน ชุมพร -ระนอง ตำบลวังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร

"หลวงตาบุญชื่น" พระธุดงค์ วัย 71 ปี เดินเท้าไปกลับเหนืออีสาน และ ปัจจุบัน เดินธุดงค์จากจ.ภูเก็ตไปยัง อ.โพนสวรรค์จ.นครพนม ระยะทางอีกเป็นพันกิโล ตลอดเส้นทางการเดินธุดงค์หลวงตาจะ ไม่ขอรับปัจจัยจนโซเชียลศรัทธา

เผยชีวิตเคยเป็นทหารผ่านศึก ก่อนสละทางโลก มุ่งจาริกตามรอย "หลวงปู่มั่น"

"หลวงตาบุญชื่น" หรือ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท พระธุดงค์สายป่า วัย 71 ปี ซึ่งสละทางโลกหันเข้าสู่ทางธรรมเพื่อหาความสงบในชีวิต เข้าอุปสมบทเป็นพระ และปฏิบัติธรรมจาริกธุดงค์มานานกว่า 10 ปี รวมกว่า 10 พรรษา หลังจากได้เดินจาริกธุดงค์เท้าเปล่ากลับมาจากทางภาคเหนือ มาอีสาน รวมระยะทางไปกลับกว่า 2,000 กิโลเมตร มาแล้ว และตอนนี้ กำลังเดินธุดงค์จากจังหวัดภูเก็ตเพื่อไปยัง อ.โพนสวรรค์จังหวัดนครพนม อีกพันกว่ากิโล

“หลวงตาบุญชื่น” ขณะกำลังเดินธุดงค์ไม่ขอรับการถวายปัจจัย ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า พร้อมระบุว่า ได้ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แสวงบุญจาริกธรรม ตามรอยพระเกจิชื่อดัง คือหลวงปู่มั่น เพื่อหาความสงบสุขในชีวิต จึงไม่ขอรับปัจจัย เพื่อเข้าถึงสัจธรรมของชีวิต ยิ่งทำให้ผู้พบเห็นและทราบข่าวเกิดความศรัทธา

!!!ขอบคุณข้อมูลข่าวบางส่วนจากไทยรัฐทีวี
!!!ขอบคุณเครดิตภาพ จากระนอง : วีรชิต ทึกขุนทด

ชวนไขข้อสงสัย "ทำไมน้ำมันแพง" ไม่ใช่แค่เมืองไทย แต่เป็นทั่วโลก


ทำไมน้ำมันถึงแพง เรื่องนี้มีสาเหตุภายในจากหลายปัจจัย เช่น 
1.เก็บภาษีมากเกินไป 
2.เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ได้ถูกใช้เพื่อลดราคาน้ำมัน 
3.การสนับสนุนไบโอดีเซลที่มีราคาแพง

👉 ภาษี - แหล่งรายได้หลักของรัฐบาล

ในราคาน้ำมัน 1 ลิตร ประชาชนต้องแบกรับภาษีชนิดต่างๆ 30-40% ของราคาน้ำมัน

ภาษีที่เก็บจากผู้ใช้น้ำมันมากที่สุดคือ ภาษีสรรพสามิต โดยเก็บจากน้ำมัน Gasohal 95 ลิตรละ 5.85 บาท (เบนซินไร้สารตะกั่ว ลิตรละ 6.50 บาท) และเก็บจากน้ำมันดีเซล ลิตรละ 5.80 บาท ซึ่งในแต่ละปีภาษีสรรพสามิตจากน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดเก็บได้มีประมาณ 2.3 แสนล้านบาท เป็นรายได้จากภาษีอันดับ 4 รองจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ,ภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา คิดเป็น 9% ของรายได้จากการจัดเก็บภาษีทั้งหมดของประเทศ

สาเหตุนี้เอง อาจทำให้รัฐบาลเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพราะรัฐบาลก็ไม่รู้จะหารายได้จากส่วนไหนมาทดแทน

👉 เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่ได้ถูกใช้เพื่อลดราคาน้ำมัน

ในปี 2563 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลง มีอยู่ราว 40,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึง 7,000 ล้านบาท ทำให้เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง มีมติให้กู้เงินจากรัฐบาล จำนวน 20,000 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ตรึงราคาเชื้อเพลงให้ถึงเดือนเมษายน 2565

เงินของกองทุนน้ำมันเชื่อเพลิงส่วนใหญ่ ถูกนำไปใช้ใน 2 ส่วนด้วยกัน คือ

1. การตรึงราคาแก๊ส LPG ที่ใช้หุงต้มในครัวเรือน ซึ่งปัจจุบัน กองทุนน้ำมันฯต้องพยุงราคาแก๊ส LPG ราว 63 บาท ต่อถังขนาด 15 ลิตร เพื่อให้ราคาแก๊ส LPG ในประเทศคงที่ในราคา 318 บาทต่อถัง(15ลิตร) แม้ราคา LPG ในตลาดโลกจะปรับขึ้น ทำให้ต้องใช้เงินจากกองทุนน้ำมันมาตรึงราคาเดือนละ 1,400 ล้านบาท

2.เงินกองทุนน้ำมันฯส่วนใหญ่อีกส่วนหนึ่ง ถูกนำไปใช้เพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลและการรับซื้อไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน ข้อมูล ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 พบว่า กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องนำเงินเข้าไปชดเชยราคาน้ำมัน ดีเซล B7 ลิตรละ 1.99 บาท น้ำมันดีเซล B10 ลิตรละ 2.56 บาท และน้ำมันดีเซล B20 ลิตรละ 4.80 บาท (ในอนาคตจะยกเลิก B20) โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปอุดหนุนน้ำมันส่วนนี้เดือนละประมาณ 850 ล้านบาท เนื่องจากปาล์มน้ำมันมีราคาสูงขึ้นจากผลผลิตในประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียที่ลดลง โดยราคาน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ในเดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ลิตรละ 47 บาท สูงกว่าน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นที่ราคาอยู่ที่ลิตรละ 22.64 บาท ถึงลิตรละ 24.36 บาท หรือสูงกว่า 2 เท่า

คาดว่าตลอดปี 2564 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใช้เงินไปกับการอุดหนุน LPG ราว 19,000 ล้านบาท และอุดหนุนน้ำมันดีเซลผสมไบโอดีเซล ราว 10,000 ล้านบาท รวมทั้ง 2 ส่วนประมาณ 29,000 ล้านบาท

สกัดจับยาล็อตใหญ่ที่เพชรบุรี ได้ยาไอร์ 40 กก. ยาบ้า 2 แสนเม็ด


จับล็อตใหญ่ ยาไอร์ 40 กิโล ยาบ้า 2 แสนเม็ด 

วันนี้ 22 พฤศจิกายน 2564 จนท.ตร.สภ.เมืองเพชรบุรี ได้รับการประสาน จาก พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.1 บก.ปส.1 บช.ปส. แจ้ง พ.ต.ท.ปฏิวัติ วิเชียร รองผกก.ป.สภ.เมืองเพชรบุรี พร้อมกำลังตำรวจ ช่วยสกัดจับรถบรรทุก หมายเลขทะเบียน 70-2744 จ.ชุมพร ต้องสงสัยขนยาเสพติดจำนวนมาก พ.ต.ท.ปฏิวัติ วิเชียร จึงได้นำกำลังสายตรวจสกัดจับรถบรรทุกคันดังกล่าวไว้ได้ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ได้ร่วมกันตรวจค้นรถบรรทุกคันดังกล่าว พบว่าบรรทุกยาเสพติดจำนวน 4 ลังแยกเป็นยาบ้า 1 ลัง ประมาณ 200,000 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 3 ลัง น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหา ชาย1ราย และหญิง1ราย ก่อนควบคุมตัวทั้ง 2 ราย นำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดที่และดำเนินคดีตามกฏหมายที่ บช.ปส. ต่อไป

'ดิสนีย์' ไม่ตกขบวน เผยมีแผนเข้าสู่ Metaverse



หลังจากเมตา (Meta) นำทีมประกาศก้าวเข้าสู่ metaverse ยักษ์ใหญ่ธุรกิจหลายเจ้าก็กระโดดเข้าร่วมขบวนสู่โลกเสมือนกันอย่างต่อเนื่อง ไม่พ้นแม้แต่ ‘ดิสนีย์’

ล่าสุด ‘บ็อบ ชาเพค’ ซีอีโอของ ‘ดิสนีย์’ (Disney) ประกาศว่าบริษัทเตรียมที่จะเข้าสู่เทคโนโลยีโลกเสมือนจริงอย่าง metaverse พร้อมอธิบายว่า โลกเสมือนสอดคล้องกับประวัติศาสตร์อันยาวนานของดิสนีย์ ย้อนหลังไปเกือบศตวรรษแล้วที่ดิสนีย์นำเสนอการ์ตูนเรื่องแรกที่มีการซิงโครไนซ์เสียง

“ความพยายามนี้ของเราเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเชื่อมต่อโลกกายภาพกับโลกดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถเล่าเรื่องอย่างไร้ขอบเขตในโลกเสมือนของดิสนีย์”

นอกจากนั้น ซีอีโอดิสนีย์ยังให้สัมภาษณ์ว่า ในอนาคต ‘ดิสนีย์พลัส’ (Disney+) บริการสตรีมมิ่งของดิสนีย์อาจให้บริการแบบสามมิติได้ด้วย

ปีก่อน ‘ทิลัก แมนดาดี’ อดีตรองประธานบริหารฝ่ายดิจิทัลของดิสนีย์ เคยพูดถึงการสร้างสวนสนุกโลกเสมือนผ่านอุปกรณ์ดิจิทัลอย่างสมาร์ทโฟนหรือเออาร์ (VR) เพื่อเชื่อมโลกความเป็นจริงกับโลกดิจิทัล

นอกจากดิสนีย์แล้วในช่วงที่ผ่านมายังมีหลายบริษัทที่ประกาศจะก้าวเข้าสู่โลก metaverse ตั้งแต่หัวเรือใหญ่อย่าง Meta หรือแม้แต่บริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกอย่าง Microsoft รวมถึงบริษัทเกมชั้นนำอย่าง Roblox Corp หรือ Epic Games

ในขณะที่แผนการของ Disney ยังไม่มีอะไรแน่ชัด จึงต้องจับตากันต่อไปว่า metaverse ของดิสนีย์จะเป็นแบบไหน หรือเราจะได้จับมือมิกกี้เมาส์ ร้องเพลงกับสโนไวท์ในอนาคต

ที่มา https://www.reuters.com/technology/disney-wants-become-happiest-place-metaverse-2021-11-11/

“เห็ดอเมทิสต์” หรือ “ราเมือกอเมทิสต์” เห็ดแสนสวย


“เห็ดอเมทิสต์” หรือ “ราเมือกอเมทิสต์” (Amethyst mushroom, Amethyst slime mold) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Elaeomyxa Cerifera แม้ว่าจะมีชื่อเรียกว่าเห็ดก็ตาม แต่มันถูกจัดเป็นราเมือก (Slime mold) ชนิดหนึ่ง 
ซึ่งสามารถพบได้เฉพาะทางตอนเหนือของรัฐแทสมาเนีย (Tasmania) เท่านั้น

มันมีลักษณะภายนอกที่ดูโดดเด่นเป็นอย่างมาก โดยบนยอดที่มีลักษณะเป็นพุ่มนั้น เป็นกระเปาะสปอร์ที่มีแสงระยิบระยับ ราวกับกากเพชร หรือดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืนเลยทีเดียว โดยรูปร่างของมันเมื่อรวมเข้ากับกระเปาะด้านบนจึงทำให้มีลักษณะคล้ายเห็ดนั่นเอง

โดยเมื่อแตกออก และปล่อยสปอร์ที่มีสีสวยงามที่ประกอบไปด้วย สีม่วง สีเงิน และสีเขียว ซึ่งลักษณะที่ดูเหมือนกับแสงระยิบระยับนี้ ก็คือราเมือกที่เกิดหลังจากการปล่อยสปอร์นั่นเอง

มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสีสัน และรูปแบบอันสวยงามแตกต่างกันไปตามแต่ละสายพันธุ์ ซึ่งเรามักจะไม่เห็นมันได้ง่าย ๆ หากไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม เนื่องจากมันมีขนาดเล็กมาก ๆ

“ซาร่า ลอยด์” (Sarah Lloyd) นักวิจัย ผู้ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสำรวจ และเก็บตัวอย่างราเมือกสุดแวววาวนี้ ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในราเมือกที่เธอเก็บมาด้วยเช่นกัน ซึ่งมันเป็นหนึ่งใน 1,800 ตัวอย่างจาก 120 สายพันธุ์ที่เธอเก็บและศึกษาอีกด้วย

Ref : ABC, Munchable, Khaosod

Pic : JohnRobinson/Themushroomlog

ครูอัดอั้น ห่อข้าวกินเอง โดนบังคับให้จ่ายเงิน


แบบนี้ก็มีด้วย? ‘ครู’สุดอัดอั้น ถูกบังคับกินข้าวรร.-ไม่กินก็ต้องจ่าย!,,,

กลายเป็นดราม่าเรื่องราวของวงการศึกษาที่ออกมาแชร์กันอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พ.ย. โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสแชร์เรื่องราวจากแฟนเพจ @อะไรอะไรก็ครู ได้เล่าเรื่องราวการปรึกษาปัญหาของคุณครูท่านหนึ่ง หลังถูกทางโรงเรียนบังคับให้ทานอาหารกลางวันของโรงเรียน

โดยคุณครูเผยว่า ถูกทางโรงเรียนบังคับทานอาหารกลางวันของโรงเรียน แต่คุณครูคนดังกล่าวไม่อยากทาน เนื่องจากต้องคุมอาหาร เพราะเคยอ้วนมาก่อน อีกทั้งอาหารของโรงเรียนทำไม่ค่อยถูกจริต แต่โรงเรียนบังคับให้จ่ายเงินค่าอาหารกลางวันแบบรายเทอม รายเดือน ถึงแม้ว่าจะมีความประสงค์ไม่กิน ก็ต้องจ่ายอยู่ดี อีกทั้งเมื่อไม่กินก็บังคับให้เขียนบันทึกชี้แจงว่าไม่ทานเพราะอะไร

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างมองว่าการทานอาหารต่างๆ นั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่ควรมาบังคับกัน อีกทั้งบางคนก็มีข้อจำกัดในการทานอาหารต่างกัน จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความสมัครใจ มากกว่าการบังคับกันเช่นนี้อีกด้วย…

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @อะไรอะไรก็ครู

เผยภาพงาม “อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙” จากอดีตสนามม้านางเลิ้งสู่สวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางกรุงฯ



จากสนามม้านางเลิ้งสู่สวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางกรุงฯ

หลายครั้งที่เราอาจเคยได้ยินข่าวลือต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับสนามม้านางเลิ้ง ว่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้

วันเวลาและความจริง เป็นสิ่งที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า ทุกสิ่งอย่างนั้นเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อประชาชนโดยแท้จริงครับ

ซึ่งข่าวจากสำนักพระราชวัง ที่ได้เผยแพร่ภาพ Render แบบจำลอง อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ในพื้นที่สนามม้านางเลิ้งเดิม พื้นที่ ๒๙๗ ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ ที่ทรงมอบที่ดินมูลค่าหลายหมื่นล้านนี้ที่แต่เดิมคือสนามม้านางเลิ้ง ให้แก่ประชาชนทุกคนได้ใช้อย่างเท่าเทียม

สวนสาธารณะแห่งใหม่ สวนป่ากลางเมือง ตกแต่งด้วยพืชนานาชนิด โดยมีจุดสำคัญคือ พระบรมราชานุสาวรีย์ในหลวง รัชกาลที่ ๙ สระน้ำเลข ๙ สะพานหยดน้ำพระทัย สะพานไม่เจาะบากง ในแนวคิด “น้ำคือชีวิต จากนภา ผ่านภูผา สู่นที” และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการฟื้นฟูป่า รักษาแหล่งน้ำ และเป็นพื้นที่ “แก้มลิง” แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยเชื่อมคลองผดุงกรุงเกษม กับ คลองเปรมประชากร คลองสามเสน

อีกทั้งยังมี อุปกรณ์ออกกำลังกาย ลานกิจกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้อีกด้วย

เมื่อโครงการนี้เสร็จแล้ว จะเป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกาย รวมถึงกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่าง ๆของคนเมืองได้เป็นอย่างดีเลยครับผม

ที่มา : เว็บไซต์สำนักพระราชวัง https://www.royaloffice.th/2021/11/17/

อุทยานเฉลิมพระเกียรติ

รถทหารบรรทุกหิน ยางระเบิด เสียหลักพลิกคว่ำ หินเกลื่อนขวางถนน


รถทหารยางระเบิด พลิกคว่ำกลางถนน! 14.00 น. 

วันที่ 22 พ.ย.64 รถทหาร 4 ล้อ บรรทุกขนาดใหญ่ ยางระเบิดพลิกคว่ำ บริเวณถนนพหลโยธินขาเข้าช่องทางด่วน กม.36+900 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

"ขนหินคลุกมาจาก จ.สระบุรี เพื่อที่จะนำเข้าไปที่กรุงเทพมหานคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุยางล้อหลังเกิดระเบิดขึ้น ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำดังกล่าวโชคดีที่ไม่ไปเฉี่ยวชนรถคันอื่น" พลขับกล่าว

บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า RIVIAN ขายหุ้น IPO แล้ว มูลค่าบริษัทแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์ แซง FORD, GM


ความเชื่อล้วน ๆ เพราะยังไม่เคยส่งมอบรถยนต์สักคัน

ในที่สุด Rivian ก็ IPO ในตลาดหลักทรัพย์ที่สหรัฐอเมริกาตามแผน แต่ที่น่าสนใจคือหลังจากปิดตลาด Rivian มีมูลค่ากิจการมากกว่า Ford และ GM แต่บริษัทไม่เคยส่งมอบรถยนต์สักคัน เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

รายงานข่าวแจ้งว่า Rivian แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกา ประกาศ IPO ในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เมื่อวันที่ 10 พ.ย. (ตามเวลาสหรัฐฯ) ถือเป็นการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามแผน หลังระดมทุนในรูปแบบ Startup โดยมี Ford และ Amazon เป็นสองกลุ่มลงทุนหลักรวมกันเกือบ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สิ่งที่น่าสนใจในการ IPO ของ Rivian คือ มูลค่ากิจการของ Rivian หลังปิดตลาดพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 86,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.82 ล้านล้านบาท) มากกว่า Ford ที่มีมูลค่ากิจการในเวลาเดียวกันที่ 77,000 ล้านดอลลาร์ และเทียบเท่ากับ GM (ช่วงตลาดเปิด Rivian มีมูลค่ากิจการมากกว่า GM โดยอยู่ที่ 91,000 ล้านดอลลาร์)

ปัจจุบัน Rivian ทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นคือ R1T รถกระบะไฟฟ้าล้วนสมรรถนะสูง และมีการออกแบบที่แตกต่างจากรถกระบะในปัจจุบัน กับ R1S รถยนต์ไฟฟ้าล้วนแบบ SUV ที่มีการออกแบบให้หรูหรา แต่สามารถลุยได้ทุกสภาพถนน ทั้งสองรุ่นเน้นเจาะตลาดผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม Rivian ยังไม่เคยส่งมอบรถยนต์รุ่นใด ๆ ให้กับผู้ที่จองซื้อมาก่อน เบื้องต้นวางแผนส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่น ไม่เกินสิ้นปี 2023 ในทางกลับกัน Rivian มีสัญญาส่งมอบรถตู้ส่งของไฟฟ้าล้วนให้ Amazon กว่า 1 แสนคัน และมีข้อตกลงพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าร่วมกันกับ Ford

ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา หากไม่นับ Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าที่มีมูลค่ากิจการเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ Rivian ยังมีมูลค่ากิจการมากกว่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่น เช่น NIO รถยนต์ไฟฟ้าจีน ส่งมอบรถยนต์ไปแล้วมากกว่า 1.4 แสนคัน แต่มีมูลค่ากิจการ 64,000 ล้านดอลลาร์

เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้อาจสรุปได้ว่า นักลงทุนค่อนข้างเชื่อมั่นกับนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ แม้สิ่งเหล่านั้นจะไม่เคยส่งออกมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งปัจจุบันแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกาต่างมีมูลค่ากิจการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และยังมีอีกหลายบริษัทที่ต่อคิว IPO หลังจากนี้ด้วย

งานในฝัน บริษัทดังเปิดรับสมัคร "นักนอน" รายได้ดี 35,000 บาทต่อเดือน


โซเชียลฮือฮา บริษัทดังประกาศรับสมัคร "นักนอน" รายได้ดี 35,000 บาทต่อเดือน พร้อมมีคุณสมบัติรักในการนอนหลับ เหมาะกับคนมีหัวใจขี้เซาเป็นจุดแข็ง

เฟซบุ๊ก Mattress City - Thailand โพสต์ข้อความ "รับสมัครนักนอน" โดยระบุข้อความว่า "เปิดรับสมัครนักนอน โอกาสทองที่คุณจะได้ใช้สกิลง่วงรับทรัพย์ ยิ่งหลับ ยิ่งรวย ใครรู้ว่าตัวเองมี Passion คือการนอน มีหัวใจขี้เซาเป็นจุดแข็ง บอกเลยงานนี้พลาดไม่ได้ต้องรีบสมัครแล้ว โดยเสนอเงินเดือนเริ่มต้น 35,000 บาท และสวัสดิการจากทางบริษัท พร้อมเปิดโรงแรมสุดหรูทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด เพื่อใช้เป็นที่พักต้อนรับนักนอนทุกท่าน"

อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวมีชาวเน็ตให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ขณะที่เฟซบุ๊ก Benz Apache - เบ๊น อาปาเช่ ยังได้โพสต์ภาพประกาศดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า "555555 อาชีพอะไรครับเนี่ยผมสนใจมาก"

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Mattress City - Thailand, Benz Apache - เบ๊น อาปาเช่

โซล เปิดแผนสร้างเมือง Metaverse ท่องเที่ยว-ทำกิจกรรม-รับบริการสาธารณะ ได้บนโลกเสมือน


โซล เปิดแผนสร้างเมือง Metaverse ท่องเที่ยว-ทำกิจกรรม-รับบริการสาธารณะ ได้บนโลกเสมือน
ถ้าพูดถึง Metaverse นี่คือเทรนด์แห่งอนาคตที่หลายๆ บริษัท เช่น Meta (Facebook) Microsoft Nike ให้กำลังให้ความสนใจ แต่รู้หรือไม่ว่าเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้อย่าง “กรุงโซล” ก็กำลังจะเข้ามาลงเล่นในสนาม Metaverse เหมือนกัน

(1) รัฐบาลมหานครโซล (Seoul Metropolitan Government) ประกาศแผนพัฒนา Metaverse ระยะ 5 ปี ทุ่มทุนกว่า 3.9 พันล้านวอน (108 ล้านบาท)

โดยตั้งเป้าว่าภายในปลายปี 2022 จะสามารถพัฒนา Metaverse Seoul แพลตฟอร์ม Metaverse ของตัวเองเพื่อให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนได้บนโลกเสมือน และมีเป้าว่าจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2026

ด้วยนโยบายนี้ กรุงโซล จะกลายเป็นเมือง Metaverse เมืองแรกของโลก ที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งอนาคตและมีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก

(2) Metaverse Seoul จะเป็นแพลตฟอร์มศักยภาพสูงที่มี Ecosystem สำหรับการให้บริการด้านต่างๆ
เช่น บริการด้านธุรกิจ การศึกษา พื้นที่สำหรับกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การสื่อสาร การพัฒนาเมือง และบริการสาธารณะ

หลังจากนี้ ประชาชนในกรุงโซลจะเข้าถึงบริการต่างๆ ของหน่วยปกครองส่วนท้องถิ่นได้บนโลก Metaverse โดยเข้าไปยัง Seoul City Hall และรับบริการตั้งแต่การปรึกษาเบื้องต้น ไปจนถึงเข้าถึงความช่วยเหลือด้านธุรกิจหรือการลงทุนจากพนักงานราชการอวาตาร์ด้วยการสวมแว่น VR แทนที่จะเดินทางไปยังศาลาว่าการเมืองจริงๆ

ไม่ใช่แค่นั้น ประชาชนยังสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยว เช่น จัตุรัสควางฮวามุน พระราชวังถ็อกซูกุง ตลาดนัมแดมุน ไปจนถึงสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สูญหายไปแล้วแต่ถูกสร้างขึ้นใหม่บนโลกเสมือนอย่างประตูโดนึยมุน

และไม่ต้องกลัวว่าโลกเสมือนจะน่าเบื่อ เพราะตั้งแต่ปี 2023 เทศกาลดังๆ เช่น เทศกาลโคมไฟโซล ก็จะถูกจัดขึ้นบนโลกเสมือนบนแพลตฟอร์ม Metaverse Seoul และผู้คนจากทั่วโลกก็จะมีโอกาสได้เข้าร่วม

(3) คำถามคือแล้วทำไมรัฐบาลมหานครโซลถึงต้องหันมาลุย Metaverse แค่พยายามเกาะกระแสหรือไม่?

คำตอบของเรื่องนี้คือ Metaverse จะช่วยเปิดมิติใหม่ของการบริการสาธารณะ

หลังจากนี้ การติดต่อสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชน และการออกนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ (เช่น จัดเทศกาลกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือจัดอีเวนต์ต่างๆ) จะง่ายขึ้น รวดเร็ว และไร้ข้อจำกัดผ่านเทคโนโลยี XR

เห็นได้ชัดว่าถ้ารัฐบาลมีศักยภาพที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนก็จะก้าวไปอีกขั้น

Subaru” ร่วมกับโตโยต้า เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก “Solterra” เดินเครื่องสู่ EV


EV Subaru ภายใต้เงา Toyota Japan: ‘Subaru Corp’ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV คันแรก รองรับการแก้ปัญหาโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ‘Subaru Corp’ บริษัทรถยนต์ของญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบ หรือ EV คันแรกของบริษัท ที่มีชื่อว่า ‘Solterra’ เกิดจากโครงการพัฒนาร่วมกัน 2 ปี กับ Toyota Motor Corp ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ Subaru 

โดยการเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ SUV มีขึ้นท่ามกลางความต้องการรถยนต์ EV ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ หลายประเทศทั่วโลกควบคุมกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Subaru ระบุในเอกสารแถลงข่าวว่า รุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ FWD ของ ‘Solterra’ สามารถวิ่งได้ในระยะทาง 530 กิโลเมตร ขณะที่ รุ่นที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ AWD สามารถวิ่งได้ไกล 460 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟครั้งเดียว 

ทั้งนี้ Toyota บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ถือหุ้น 1 ใน 5 ของ Subaru และมีหุ้น 5% ใน Mazda Motor Corp 

ซึ่งมีแผนการที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 13 รุ่นภายในปี 2025 รวมทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า หรือ BEV ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีของโตโยตา

ภาพ: Reuters 

จากเจ้าหญิงญี่ปุ่น สู่ ‘มาโกะ โคมุโระ’ หญิงสาวที่สละฐานันดรศักดิ์เพื่อคนรัก


จากเจ้าหญิงญี่ปุ่น สู่ ‘มาโกะ โคมุโระ’ หญิงสาวที่สละฐานันดรศักดิ์เพื่อคนรัก 

มาโกะ โคมุโระ หรือ อดีตเจ้าหญิงมาโกะ เป็นพระธิดาพระองค์โตในเจ้าชายฟุมิฮิโตะ (รัชทายาทลำดับที่ 1) กับเจ้าหญิงคิโกะ พระชายา และเป็นพระภาติยะ (ลูกน้องชาย) ในสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ  เกิดวันที่ 23 ตุลาคม 1991 เป็นพระเชษฐภคินี (พี่สาว) ในเจ้าหญิงคาโกะ และ เจ้าชายฮิซาฮิโตะ (รัชทายาทลำดับที่ 2)  สำเร็จการศึกษาด้านศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร 

เริ่มศึกษาดูใจกับ เค โคมุโระ อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียน ตั้งแต่ปี 2013 ก่อนที่ทั้งคู่จะประกาศหมั้นต่อหน้าสาธารณชนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2017 กำหนดการพิธีเสกสมรสประกาศเลื่อนออกไปหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงได้รับเสียงทัดทานถึงประเด็นความไม่เหมาะสมและปัญหาด้านหนี้สินของครอบครัวฝ่ายชาย 

โดยเจ้าชายฟุมิฮิโตะ พระบิดาของเจ้าหญิง เห็นชอบให้ทั้งสองสมรสกันได้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 เจ้าหญิงมาโกะสละฐานันดรศักดิ์เพื่อคนรัก ทั้งสองเข้าพิธีเสกสมรสกันในที่สุด เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งมาโกะและเค โคมุโระ เดินทางออกจากญี่ปุ่น เพื่อไปใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนจะเดินทางถึงนิวยอร์กแล้วในวันนี้ (15 พฤศจิกายน) เส้นทางเดินชีวิตบทใหม่ของอดีตเจ้าหญิงมาโกะแห่งราชวงศ์ดอกเบญจมาศของญี่ปุ่นในฐานะ ‘มาโกะ โคมุโระ’ ที่สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

ระทึก! ตอม่อรางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างถล่ม ทำ 3 คนงานดับ เป็นคนงานไทย 1 ไต้หวัน 2 คน


ระทึก! ตอม่อรางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างถล่ม ทำ 3 คนงานดับ เป็นคนงานไทย 1 ไต้หวัน 2 คน

เมื่อเวลา 12.58 น. วันนี้ (20 พ.ย.) ที่ไซต์งานก่อสร้างทางรถไฟฟ้าสายซานเสีย-อิงเกอ ในนครนิวไทเป รับเหมาก่อสร้างโดย RSEA ENGINEERING CORPORATION เสาตอม่อที่อยู่ระหว่างเทปูนรองรับน้ำหนักไม่ไหวเกิดถล่ม ทำให้แรงงาน 5 คน ที่ทำงานอยู่ข้างบนร่วงตกลงมาจากที่สูงประมาณตึก 3 ชั้น ถูกปูนฝังอยู่ด้านล่าง หน่วยกูภัยนครนิวไทเปรับแจ้งและรุดไปให้ความช่วยเหลือ

ในจำนวนนี้เป็นคนงานชาวไต้หวัน 3 คน เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 1 อีก 2 คน เป็นแรงงานไทย เสียชีวิต 1 คน คือนายจักรินทร์ พวงเกตุ อายุ 49 ปี มาจากจังหวัดศรีสะเกษ อีกคนชื่อนายนพพล นาจอมเทียน มาจากชัยภูมิ ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต ถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล Far Eastern Memorial Hospital ในเขตปั่นเฉียว นครนิวไทเป

น.ส.ประภาวดี แก้วศิริพงษ์ ผอ.สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ได้ประสานกับทายาทของนายจักรินทร์ แจ้งเรื่องสิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐของไทย-ไต้หวันให้ทราบ และเตรียมเดินทางไปเยี่ยมนายนพพลทันทีที่โรงพยาบาลอนุญาตให้เยี่ยมผู้ป่วยได้

ชาวเน็ตผงะ น้ำในคลองเน่า จับตัวเป็นตะกอน จนแทบลอยกระทงไม่ได้


ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพการจัดงานวันลอยกระทงประจำปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นที่คลองแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.มหาสารคาม โดยน้ำในคลองเน่าเสียเป็นคราบจับเป็นกลุ่มก้อน สกปรก ส่งกลิ่นเหม็นแทบไม่สามารถลอยกระทงได้.

พร้อมระบุข้อความว่า “ใครพาแฟนมาก็คิดดี ๆ เด้อออ รักครั้งแรกหัวใจอาจแตกสลาย รักของเราคงต้องหยุด กระทงไม่หลงทาง เพราะกระทงลอยไม่ไป”

ทั้งนี้ มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์ภาพดังกล่าวจำนวนมาก พร้อมระบุว่า เห็นภาพแบบนี้ไม่อยากไปลอยกระทง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้าไปดำเนินการบำบัด เพื่อให้น้ำในคลองไม่เน่าเสีย บางรายระบุว่าก่อนจะจัดงานควรจัดการเรื่องน้ำก่อน ลอยกระทงเพื่อขอขมาพระแม่คงคา แต่กลับปล่อยให้น้ำเน่าเสีย

ขณะที่นายธัญสุต บริหารธนวุฒิ รองนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า ภาพที่ออกไปบนโลกออนไลน์เป็นสภาพน้ำที่มีไขมันลอยเป็นแพนั้นเกิดจากทางเทศบาล ได้เติมสารปรับสภาพน้ำลงไป ซึ่งสิ่งสกปรกต่างๆจะจับตัวและตกตะกอนตกลงไปในน้ำ แต่พอเจอไขมัน ทำให้ไขมัน มันฟูขึ้น ทางเทศบาลฯ จึงได้แก้ไขโดยการระดมเจ้าหน้าที่นำตาข่ายดักปลามาดัดไขมัน และเก็บซากกระทงที่นักท่องเที่ยวมาลอยเมื่อคืนนี้ออก ตลอดจนทำความสะอาด บริเวณโดยรอบ เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมากระทงในช่วงค่ำวันนี้ ซึ่งภาพรวมตอนนี้ สภาพน้ำเริ่มดีขึ้น ไม่มีกลิ่นเหม็นแล้ว และจะได้เติมสารปรับสภาพน้ำอีกชนิดหนึ่งลงไปอีก เพื่อให้สภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ

One Piece ฉบับคนแสดงที่จะฉายบน Netflix ประกาศตัว 5 นักแสดงหลักแล้ว


One Piece ฉบับคนแสดงที่จะฉายบน Netflix ประกาศตัว 5 นักแสดงหลักแล้ว

ข่าวใหญ่วงการอนิเมะวันนี้คือ Netflix ประกาศรายชื่อนักแสดงหลักใน One Piece ฉบับไลฟ์แอกชันคนแสดงแล้ว เริ่มที่นักแสดงหลัก 5 คน คือ ลูฟี่, โซโร, นามิ, อุซป และซันจิ

Inaki Godoy รับบทเป็น ลูฟี่

Mackenyu รับบทเป็น โซโร

Emily Rudd รับบทเป็น นามิ

Jacob Romero Gibson รับบทเป็น อุซป

Taz Skylar รับบทเป็น ซันจิ

Netflix ยังเผยแพร่ข้อความจาก Eiichiro Oda ผู้สร้าง One Piece ด้วย แต่ไม่ได้เปิดเผยอะไรมากเกี่ยวกับตัวเนื้อหา ซึ่งมีรายงานมาก่อนหน้านี้วาาจะเป็นซีรีส์ 10 ตอน และยังไม่มีรายละเอียดเรื่องช่วงวันฉาย

Netflix ในระยะหลังๆ ลงทุนหนักในการทำไลฟ์แอกชันจากการ์ตูน และอนิเมะ ก่อนหน้านี้ Netflix ได้เปิดเผยว่ากำลังสร้าง Yu Yu Hakusho ฉายในปี 2023, Avatar: The Last Airbender show, Cowboy Bebop เป็นต้น

ที่มา - https://www.theverge.com/2021/11/9/22773096/netflix-one-piece-cast-straw-hats-live-action-show #NetflixTH #Onepiece #Netflix #รีวิวNetflix

หนุ่มเพชรบูรณ์ แจ้งเกิดสวนแอปเปิลในไทย 3 ปี สร้างรายได้กว่า 5 ล้านบาท


หนุ่มเพชรบูรณ์ แจ้งเกิดสวนแอปเปิลในไทย 3 ปี สร้างรายได้กว่า 5 ล้านบาท 

กระแสการทำสวนแอปเปิลในประเทศไทย เริ่มขึ้นมาได้สัก 2-3 ปีที่ผ่านมา จากการพัฒนาสายพันธุ์แอปเปิลของ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง หรือ โครงการหลวงอ่างขาง จนได้ต้นตอกิ่งพันธุ์ที่มีชื่อว่า MOLLING MERTON ที่สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย ถ้านำกิ่งพันธุ์แอปเปิลมาเสียบกับต้นตอกิ่งพันธุ์ MOLLING MERTON ของโครงการหลวงอ่างขาง 

ด้วยเหตุนี้เอง เป็นที่มาของ “ไร่พอเพียงฟาร์ม สวนแอปเปิล” ตั้งอยู่ที่ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ของ “นายพรหมพิริยะ คัชมาตย์” หรือ( ต้า) ที่ได้นำต้นพันธุ์แอปเปิล ที่ได้มาจาก “ลุงอนันต์” ที่ทำงานอยู่โครงการหลวงอ่างขาง มาปลูกในพื้นที่ไร่ของตนเอง ซึ่งแต่เดิมบ้านของลุงอนันต์ ก็อยู่เขาค้อ เพชรบูรณ์ เช่นกัน และลุงอนันต์ เป็นผู้นำแอปเปิลมาปลูกนอกพื้นที่โครงการหลวงฯ 

โดยนำมาปลูกที่ไร่ของแก่ที่อำเภอเขาค้อ ด้วยอากาศบนเขาค้อใกล้เคียงกับอากาศบนดอย ประกอบกับเป็นต้นพันธุ์ที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์ให้ปลูกนอกพื้นที่บนดอยได้ ทำให้แอปเปิลที่ลุงอนันต์นำมาปลูกที่เพชรบูรณ์ ออกผลเหมือนกับแอปเปิลที่ปลูกบนดอยสูง 

ลือไม่หยุด! TRUE ซื้อ DTAC จริงหรือไม่ ?



TRUE อาจซื้อกิจการ DTAC

จดหมายตอบเรื่อง TRUE ซื้อกิจการ DTAC มีความน่าสงสัย เพราะเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา บริษัท TRUE และ DTAC ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์พร้อม ๆ กันในการชี้แจงเรื่องข่าวลือเรื่องการที่ TRUE เข้าซื้อกิจการ DTAC ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าในจดหมายที่ชี้แจงมีข้อความที่แทบจะเหมือนกันคือ “ขอเรียนให้ทราบว่า ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะได้รับการชี้แจงจากบริษัทฯ ตามที่กําหนดตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ให้ทราบต่อไป”

ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าเป็นที่น่าสงสัยอย่างมาก ว่าทำไมข้อความที่ตอบถึงคล้ายกันมาก

สำหรับสาเหตุที่ทั้ง 2 บริษัทออกมาชี้แจงในวันนี้ ก็เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมา

ได้มีหลายสำนักข่าวรายงานตรงกันในข่าวลือที่ว่า TRUE จะซื้อกิจการ DTAC ซึ่งถ้าเป็นความจริง ดีลนี้จะเป็นอีกดีลใหญ่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะ TRUE และ DTAC ต่างเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่อันดับ 2 และ 3 ของประเทศ

ซึ่งในปัจจุบัน

TRUE มีผู้ใช้งานกว่า 32.0 ล้านเลขหมาย

DTAC มีผู้ใช้งานกว่า 19.3 ล้านเลขหมาย

หมายความว่าหากทั้ง 2 บริษัทควบรวมกัน ก็จะทำให้มีผู้ใช้งานในมือทันทีราว 51.3 ล้านเลขหมาย

ซึ่งจะมากกว่าเจ้าตลาดอย่าง AIS ที่ 43.7 ล้านเลขหมาย ทันที

และหากมาดูในแง่ของรายได้

จากผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564

TRUE มีรายได้ 103,177 ล้านบาท

DTAC มีรายได้ 59,855 ล้านบาท

หากรวมรายได้ของทั้ง 2 บริษัทเข้าด้วยกัน จะมีรายได้ถึง 163,032 ล้านบาท

ซึ่งมากกว่า AIS ที่มีรายได้อยู่ 132,020 ล้านบาท อีกด้วย..

ทีนี้ หากเรามาดูผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TRUE

-บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ถืออยู่ 17.84%

-CHINA MOBILE INTERNATIONAL HOLDINGS LIMITED ถืออยู่ 13.47%

สรุปแล้ว ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TRUE ก็คือ กลุ่มซีพี กับ China Mobile ที่เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีน

ในขณะที่ของ DTAC

-TELENOR ASIA PTE LTD ถืออยู่ 45.87%

-บริษัท ไทย เทลโค โฮลดิ้งส์ จำกัด ถืออยู่ 19.18%

สรุปแล้ว ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ DTAC ก็คือ กลุ่มเทเลนอร์ บริษัทโทรคมนาคมจากนอร์เวย์ และ กลุ่มเจ้าสัว บุญชัย เบญจรงคกุล

ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ดีลนี้จะผ่านกฎหมายเรื่องการผูกขาดทางการค้า เหมือนที่กลุ่มซีพีซื้อกิจการ เทสโก้ โลตัส ในปีที่ผ่านมา หรือไม่

ถ้า TRUE ซื้อกิจการ DTAC ได้จริง ก็ต้องบอกเลยว่าดีลนี้จะเป็นดีลที่ยิ่งใหญ่แห่งปี

และกลุ่มซีพีจะเป็นเจ้าตลาดหลายสินค้าและบริการในประเทศไทย ไล่ตั้งแต่ อาหาร ค้าปลีก และ โทรคมนาคมในดีลนี้..

References

-https://www.settrade.com/simsImg/news/rltm/0554NWS191120211310400363T.pdf

-https://www.settrade.com/simsImg/news/rltm/0375NWS191120211311500417T.pdf

อุบลฯ คลัสเตอร์รถตู้รับส่งนักเรียน ลามไม่หยุด เด็กและครูติดเชื้อเพิ่มอีก


อุบลฯ คลัสเตอร์รถตู้รับส่งนักเรียน ลามไม่หยุด เด็กและครูติดเชื้อเพิ่มอีก

ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี สั่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและโรงเรียนคุมเข้ม หลังพบคลัสเตอร์รถตู้รับส่งนักเรียน ลามติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก กลุ่มเสี่ยงทั้งเด็กและครูกักตัว กว่า 1,000 คน

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีรถตู้รับส่งนักเรียนจังหวัดอุบลราชธานี กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อ เพราะมีนักเรียนมาจากแหล่งระบาด นำเชื้อมาแพร่ให้เพื่อนที่นั่งมาในรถ ก่อนนำไปติดทำป่วยข้ามโรงเรียนแล้ว 2 โรงเรียน อีก 3 โรงเรียนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องสั่งปิดสกัดกันเชื้อลุกลามไปถึงปลายเดือน พ.ย.

สำหรับการแพร่ระบาดในส่วนของโรงเรียนที่มีเด็กนักเรียนติดเชื้อมาจากเพื่อนที่นั่งรถตู้รับส่ง แล้วนำมาแพร่ติดต่อกันในเขตอำเภอเมือง ปรากฏมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 11 คน โดยเป็นเด็กนักเรียนและครู รวมขณะนี้มีผู้ป่วยจากคลัสเตอร์รถตู้รับส่งนักเรียนแล้ว 35 คน

ทำให้ นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และโรงเรียนเข้าดูแลกวดขันรถรับส่งนักเรียนให้ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังระหว่างแล่นรถรับส่งเด็กนักเรียน ในส่วนของโรงเรียนที่ยังเปิดทำการเรียนการสอนอยู่ขณะนี้ รวมทั้งโรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาในอำเภอน้ำยืน และอำเภอน้ำขุ่น ที่พบการระบาดใน 3 โรงเรียน เพราะเด็กติดเชื้อจากผู้ปกครองมาแพร่สู่เพื่อนนักเรียนและครู จนมียอดป่วยแล้วกว่า 70 คน โดยให้เข้าไปดูแลครอบครัวผู้ติดเชื้อ เพื่อไม่ให้มาแพร่สู่กันได้อีก

ซึ่งจากการระบาดของโรงเรียนในเมืองและต่างอำเภอ มีนักเรียนและครูที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องกักตัวรวมกันกว่า 1,000 คน

ด้านคนขับรถตู้รับส่งนักเรียนในอำเภอเมือง ระบุมาตรการระวังการแพร่เชื้อโรค นอกจากมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแจกก่อนขึ้นรถ ยังมีการตรวจวัดอุณหภูมิ และเตรียมหน้ากากสำรองแจกให้กับเด็กที่ไม่ได้เอาหน้ากากมาด้วย ซึ่งรถตู้ของตนรับส่งนักเรียนในสามโรงเรียนไม่เกิน 13 ที่นั่ง แต่ปัจจุบันมีการสลับวันมาเรียน ทำให้รับนักเรียนไม่เต็มที่นั่ง และเมื่อเกิดการติดเชื้อ มีการสั่งปิดโรงเรียนหลายแห่ง จึงมีนักเรียนโดยสารมาด้วยวันละ 1-3 คนเท่านั้น

ส่วนผู้ประกอบการอีกคน ก็เล่าว่า ตนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค โดยทุกเช้าก่อนนำรถออกมารับส่งนักเรียน มีการทำความสะอาดตัวรถ ก่อนเด็กนักเรียนจะขึ้นรถมีการฉีดพ่นแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ สร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครอง เพราะผู้ปกครองของเด็กที่ใช้บริการก็สอบถามมาตรการเช่นกัน

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger