Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies

27 เมษายน 2005 เครื่องบินแอร์บัส A380 เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทดสอบบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

 


27 เมษายน 2005 เครื่องบินแอร์บัส A380 เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทดสอบบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ผลงานการวิจัยและพัฒนาโดยบริษัทแอร์บัส บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีการบินในยุโรป เครื่องบินโดยสารลำใหญ่ที่สุดในโลกผู้ท้าชิงตำแหน่งจากเครื่องโบอิ้ง 747 จากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจการบินในสหรัฐอเมริกาที่ยึดครองแชมป์เครื่องบินโดยสารลำใหญ่ที่สุดในโลกมายาวนานกว่า 35 ปี

เครื่องบินแอร์บัส A380 รุ่นทดสอบถูกสร้างขึ้นมา 5 ลำ ในโรงงานประกอบเครื่องบินเมืองตูลูสประเทศฝรั่งเศส การทดสอบบินมีขึ้นในสนามบินตูลูส-บลาญัก โดยมีทีมงานวิศวกรและลูกเรือทั้งหมด 6 คน อยู่บนเครื่องบิน ส่วนการทดสอบบินในเพดานบินสูงสุดครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงปี 2006 การทดสอบบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมีขึ้นในปี 2006 และการทดสอบบินในเพดานบินสูงสุดครั้งที่สองเกิดขึ้นในช่วงปี 2009

การออกแบบเครื่องบินแอร์บัส A380 ใช้เทคโนโลยีล่าสุดรองรับผู้สารในเที่ยวบินปกติ 525 ที่นั่ง และสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 853 ที่นั่ง โครงสร้างของเครื่องบินแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ความสูง 24.09 เมตร วงปีกกว้าง 79.75 เมตร ความยาวลำตัวเครื่อง 72.72 เมตร ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน Rolls-Royce Trent 900 (A380-841/-842) นับว่าเป็นเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่มากจนน่าตกใจ สำหรับเพดานบินสูงสุดของเครื่องบินอยู่ที่ 43,000 ฟุตหรือ 13 กิโลเมตร ทำความเร็วสูงสุด 903 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยการบิน 14,800 กิโลเมตร รองรับการบินข้ามทวีประยะทางไกล

สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์เป็นสายการบินแรกที่นำเครื่องบินแอร์บัส A380 เข้ามาให้บริการกับลูกค้าในปี 2007 อย่างไรก็ตามสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์เป็นสายการบินที่นำเครื่องบินแอร์บัส A380 เข้าให้บริการในสายการบินมากที่สุดเป็นจำนวน 123 ลำ สำหรับสายการบินไทยมีเครื่องบินรุ่นนี้ 6 ลำ แต่ละลำรองรับผู้โดยสารได้ 507 คน ต่อเที่ยวบินแบ่งออกเป็นชั้นหนึ่ง 12 ที่นั่ง ชั้นธุรกิจ 60 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 435 ที่นั่ง 

เครื่องบินแอร์บัส A380 ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด 254 ลำ กระจายไปยังสายการบินต่าง ๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ตามในปี 2019 บริษัทแอร์บัสได้ประกาศยุติสายการผลิตของเครื่องบินรุ่นนี้ในปี 2021 หลังจากยอดคำสั่งซื้อที่ลดลงและการยกเลิกคำสั่งซื้อจากลูกค้าบางราย รวมไปถึงการมีขนาดเครื่องบินที่ใหญ่ทำให้มีอัตราการใช้เชื้อเพลิงที่สูง ต้นทุนต่อเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นหากผู้โดยสารไม่เต็มลำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการแข่งขันด้านการตลาดที่สายการบินต่าง ๆ เริ่มใช้วิธีการขายตั๋วเที่ยวบินแบบต่อเครื่องหลายจุดเพื่อลดต้นทุนการบิน ปัจจุบันแม้ว่าเครื่องบินแอร์บัส A380 จะยุติสายการบินไปแล้วแต่เครื่องบินโดยสารรุ่นนี้ยังคงบินให้บริการอยู่ในหลายประเทศและสร้างความประทับใจในขนาดใหญ่ของมันเมื่อบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

ที่มาของข้อมูล https://www.tnnthailand.com/news/tech/112155/

ที่มาของรูปภาพ airbus.com

ผู้ใหญ่ชาวจีนใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 21.05 นาทีทุกวัน ค่าเฉลี่ยปีที่แล้ว 1 นาที

 


ผู้ใหญ่ชาวจีนใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 21.05 นาทีทุกวัน ค่าเฉลี่ยปีที่แล้ว 1 นาที

1/ สถาบันสื่อและสิ่งพิมพ์แห่งชาติจีนเผยแพร่ผลสำรวจ ‘การอ่านระดับชาติ’ การอ่านของชาวจีน ประจำปี 2021

2/ การสำรวจพบว่า ปริมาณการอ่านหนังสือ ‘ฉบับกระดาษ’ อยู่ที่ 4.76 เล่มต่อคน ส่วนปริมาณการอ่านหนังสือฉบับดิจิทัลอยู่ที่ 3.3 เล่มต่อคน

3/ ผู้ใหญ่ 45.6% บอกว่า ชอบอ่านหนังสือฉบับกระดาษมากกว่า แต่ก็อ่านหนังสือผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น การสำรวจพบมากขึ้นถึง 77% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

4/ ผู้ใหญ่ชาวจีนมากกว่า 30% ติดการ ‘ฟังหนังสือเสียง’ และใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 21.05 นาทีทุกวัน เมื่อปีที่แล้วค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 นาทีเท่านั้น

5/ สำหรับเยาวชนจีน อ่านหนังสือ 10.93 เล่มต่อคน เพิ่มขึ้น 0.22 เล่ม

6/ การสำรวจครั้งนี้จัดทำโดยรัฐบาลจีน เก็บตัวอย่างผ่านระบบออนไลน์และโทรคมนาคม จาก 162 เมืองใน 30 ภูมิภาคระดับมณฑลทั่วประเทศ

ภาพและข้อมูล จาก...Xinhua | Reading becomes more popular among Chinese in 2021 | https://english.news.cn/20220423/e5cf397d957a4bb9989dd43b44d502ca/c.html



Vinfast แห่งเวียดนามเตรียม IPO สู้ศึก EV กับ TESLA ใสสหรัฐฯ

 VinFast ได้เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าในงาน CES เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากนั้น 2 เดือน บริษัทก็กล่าวว่าจะสร้างรถยนต์ EV ในสหรัฐอเมริกาประมาณปี 2024 โดยจะลงทุนสร้างโรงงานกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งโรงงานแห่งนี้จะมีกำลังการผลิตราว 150,000 คันต่อปี 

จากนั้น ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทก็ได้ยื่นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Initial Public Offering) ในสหรัฐอเมริกา พร้อมกับเผยแผนที่จะขอรับทุนจากกระทรวงพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกาด้วย เพื่อที่จะยกระดับให้แบรนด์เป็นที่จดจำในตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก ทั้งนี้ VinFast ยังวางแผนที่จะสร้างโรงงานในเยอรมนีต่อไปอีกด้วย

cr:https://www.adpt.news/2022/04/25/vietnam-vinfast-will-ipo-to-takes-the-ev-battle-to-tesla-with-us-push/

วิกฤติค่าครองชีพ! เทียบ 1 ปี ไข่ไก่แพงขึ้น 50% - เนื้อไก่ 27% - เนื้อหมู 20%

 


วิกฤติค่าครองชีพ! เทียบ 1 ปี ไข่ไก่แพงขึ้น 50% - เนื้อไก่ 27% - เนื้อหมู 20% 

Follow Up - ก่อนหน้านี้คาดการณ์กันว่าหลังสงกรานต์ วิกฤตค่าครองชีพคนไทยจะพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ ที่จะทยอยปรับขึ้นหลายรายการ อาทิ อาหารสด อาหารกระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำมันพืช นมและผลิตภัณฑ์จากนม จากผลกระทบราคาน้ำมันตลาดโลก ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งแพงขึ้น รวมถึงราคาสินค้าภาคการเกษตร อย่างอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวสาลี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปุ๋ย ที่ผู้ประกอบการได้ยื่นขอปรับราคา กับกรมการค้าภายในแล้ว

▪️ ต้นทุนเลี้ยงหมูสูงเป็นประวัติการณ์

‘นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์’ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรกำลังเผชิญปัญหารอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นถึง 98.81 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาประกาศสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 94-98 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับว่าเกษตรกรยังคงแบกรับภาระขาดทุน โดยภาวะต้นทุนการเลี้ยงที่สูงมาก มาจากปัจจัยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่ปรับตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี 2563 และถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤติสงครามในยูเครน ที่ผลักดันให้ธัญพืชอาหารสัตว์ทุกชนิดราคาเพิ่มขึ้น และกระทบกับปัจจัยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นด้วย 

“ยังมีปัญหาสภาพอากาศร้อนแล้ง และอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อผลผลิต ทำให้มีอัตราเสียหายเพิ่มขึ้น สุกรโตช้า จับออกได้น้อยลง ต้นทุนการเลี้ยงจึงสูงขึ้น และยังต้องซื้อน้ำสำหรับใช้ในฟาร์ม ในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย ทำให้ราคาหมูเนื้อแดงในตลาดสดขณะนี้ อยู่ที่ประมาณ 160-180 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับทุกฝ่าย ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ขายหน้าเขียง และผู้บริโภค ขณะที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภูมิภาคต่างๆ ให้ความร่วมมือกับห้างค้าปลีก-ค้าส่ง จำหน่ายในราคา 154-155 บาทต่อกิโลกรัม ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง” นายสุนทราภรณ์ กล่าว

▪️ สินค้าไทยแพงกว่า เวียดนาม - ฟิลิปปินส์ - มาเลเซีย - อินโดนีเซีย

ขณะที่เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2565 มูลนิธิชีววิถี หรือ BIOTHAI ได้ทำการเปรียบเทียบราคาไข่ไก่ เนื้อไก่ และเนื้อหมู ในช่วง 1 ปีทีผ่านมา ระหว่างเดือน เม.ย. 2564 - เม.ย. 2565 พบว่า ไข่ไก่ แพงขึ้น 50% เนื้อไก่ แพงขึ้น 27% และเนื้อหมู แพงขึ้น 20% ดังนี้


เม.ย. 2564

- ไข่ไก่คละ 2.5 บาท/ฟอง

- ไก่เนื้อหน้าฟาร์ม 33 บาท/กิโลกรัม

- หมูขุนหน้าฟาร์ม 80 บาท/กิโลกรัม


เม.ย. 2565

- ไข่ไก่คละ 3.5 บาท/ฟอง

- ไก่เนื้อหน้าฟาร์ม 42 บาท/กิโลกรัม

หมูขุนหน้าฟาร์ม 94-98 บาท/กิโลกรัม

“สถานการณ์นี้เกิดขึ้นจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามยูเครน และเพิ่มมากยิ่งขึ้นหลังสงคราม รวมทั้งปัญหาโรคระบาด ASF ที่ส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อการเลี้ยงหมู แต่ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นนี้ในประเทศไทย มีสถานะแย่กว่าหลายประเทศ เช่น จากการสำรวจของ Numbeo พบว่าราคาไข่ ข้าวสาร และเนื้อวัวในเมืองหลวงของไทย สูงกว่าในโฮจิมินห์ซิตี้ มะนิลา กัวลาลัมเปอร์ และจาร์กาต้า เป็นต้น ในขณะที่ราคาเนื้อหมูของไทยแพงกว่าในจีนและเวียดนาม ทั้งๆ ที่เจอโรคระบาด ASF เช่นเดียวกัน” BIOTHAI ระบุ

▪️ ห่วงอัตรา “เงินเฟ้อ” ไทย ทำต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น

‘นายดนุชา พิชยนันท์’ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ชี้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 2 ยังต้องเผชิญกับสงครามรัสเซียกับยูเครน ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบยังราคาสูง ทั้งอาหารสัตว์ ปุ๋ย เหล็ก ทองแดง ยิ่งรบกันนานราคาจะยิ่งผันผวนมากขึ้น เพราะวัตถุดิบเหล่านี้เป็นปัจจัยการผลิตของประเทศ ส่วนอัตราเงินเฟ้อจากอุปทานในไทย ที่ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น ยังต้องพยายามคุมเพราะจากปัจจัยภายนอก ทั้งราคาน้ำมัน และสงครามรัสเซียกับยูเครน หากยังยืดเยื้อมีความเป็นไปได้ว่า อัตราเงินเฟ้อระหว่างปีจะอยู่ที่ 6% แต่คาดว่าเฉลี่ยทั้งปีจะไม่เกินกรอบ 4.9% ตามที่ ธปท. คาดการณ์ไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เงินเฟ้อ” คือภาวะที่ราคาสินค้า และบริการโดยทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ยิ่งเงินเฟ้อสูงขึ้นมูลค่าเงินในกระเป๋ายิ่งน้อยลง ทำให้การซื้อของแต่ละอย่างต้องใช้เงินมากขึ้นกว่าเดิม เช่น สมัยก่อนซื้อก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 บาท แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็นชามละ 40-60 บาท เพิ่มขึ้น 4-5 เท่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากไม่สามารถควบคุมในระดับที่เหมาะสม ท้ายที่สุดกำลังซื้อรายย่อยจะลดลง กระทบต่อผู้ประกอบการในภาพรวม


Signal of Change สัญญาณการเปลี่ยนแปลงอนาคตการศึกษา ครูจะหายไป ปริญญาจะไร้ความหมายจริงหรือ?

 


🗼 Signal of Change สัญญาณการเปลี่ยนแปลงอนาคตการศึกษา

ครูจะหายไป ปริญญาจะไร้ความหมายจริงหรือ?


นี่คือเหตุการณ์และแนวโน้มการศึกษาที่ค่อย ๆ ก่อตัวและอาจเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทั้ง 15 ข้อนี้จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออนาคตการศึกษาในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่สิ่งที่จะต้องคิดตามต่อไปคือว่าในขณะที่สิ่งเหล่านี้ถูกเร่งให้เกิดขึ้น แต่การศึกษาของไทยปัจจุบันยังถูกท้าทายจากปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาและแห่งการเรียนรู้คุณภาพ… เราจะก้าวไปต่อไปอย่างไร?

สัญญาณเหล่านี้ถูกรวบรวมไว้ในรายงานเรื่อง “อนาคตของการเรียนรู้” (Future of Learning) จัดทำโดยสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อให้เราใช้สัญญาณนี้เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและออกแบบการศึกษาในอนาคตอันใกล้นี้  

🟢 Credit Bank for Life-Long Learning

ระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้รับจากการประกอบอาชีพ การฝึกอบรม การศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยตลอดชีวิต เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ไปใช้ต่อยอดทางการศึกษาและการทํางานได้ ส่งเสริมระบบการยกระดับทักษะที่จําเป็นต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย ในปัจจุบันเริ่มมีสถาบันการศึกษาประยุกต์ใช้กับหลักสูตรเพิ่มขึ้น

🟢 Weakening Value of Degrees

การให้คุณค่าต่อปริญญาบัตร วุฒิการศึกษา และชื่อเสียงของสถาบันต่างๆ จะลดลงในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทํางาน สังคมจะให้คุณค่าต่อทักษะที่เหมาะสมต่องานและความสามารถที่แท้จริงของบุคคลมากขึ้น ผู้เรียนสามารถ เลือกเรียนหลักสูตรที่ตรงกับความสนใจของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความคาดหวังของสังคมแบบที่เคยเป็นมาในอดีต

🟢 Specialism Vs. Multipotentiality

การรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการใช้แอปพลิเคชันอัจฉริยะ เพื่อรับความรู้ที่หลากหลายกําลังทําให้คุณค่าและบทบาทของผู้เชี่ยวชาญลดลงในอนาคต นอกจากนี้ผู้ที่มีความสามารถหลากหลายด้านจะกลายเป็นที่ต้องการมากกว่าผู้เชี่ยวชาญที่รู้ลึกเพียงเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง

🟢 School as a Mega Corporation

วงการการศึกษาจะกลายเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุด เทคโนโลยีการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาให้มีความสะดวกรวดเร็ว ง่ายต่อการเข้าถึงแหล่งข้อมูลมากขึ้น บริษัทเทคโนโลยีด้านการศึกษาจะทรงอิทธิพลและเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดการศึกษาทั่วโลก

🟢 Echo Chamber

การได้รับข้อมูลที่ถูกกรองจากความสนใจและพฤติกรรมของผู้ใช้ ผ่านอัลกอริทึมที่ใช้ในโซเชียลมีเดียและเครื่องมือค้นหาข้อมูล ทําให้ผู้คนได้รับข้อมูลซํ้าเดิมที่ขึ้นกับความสนใจของตนเป็นส่วนใหญ่ ขาดความหลากหลายของข้อมูล ส่งผลให้ผู้คนไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับขอมูลในด้านอื่น เกิดการเรียนรู้ในมุมมองที่จํากัด

🟢 Teacher as a “Meddler in the Middle”

ครูทําหน้าที่เป็นผู้อํานวยความสะดวก (Facilitator) ส่งเสริมให้ผู้เรียนขยายขอบเขตของการเรียนรู้ โดยผู้เรียนสามารถเลือกหัวข้อที่ตนเองสนใจ และเรียนรู้ไปพร้อมกับครู ครูจะมีเวลาในการอํานวยความสะดวกการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Directed Learning) ของผู้เรียนเพิ่มขึ้นจาก 4 ชั่วโมง ใน พ.ศ. 2549 เป็น 14 ชั่วโมงใน พ.ศ. 2573 ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้เรียนเป็นปัจจัยสําคัญที่จะสร้างความร่วมมือดังกล่าว

🟢 AI-Based Teaching & Tutoring

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) มีส่วนช่วยในการเพิ่มขีดความสามารถของผู้สอน ช่วยทําการวิเคราะห์และวางแผนให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตรงกับความสามารถและความสนใจของตนเองมากขึ้น แบ่งเบาภาระในการสอน และเพิ่มประสิทธิภาพ ของการสอนให้ดีและแม่นยํามากยิ่งขึ้น

🟢 The World as Our Classroom

การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในห้องเรียนหรือพื้นที่จํากัดอีกต่อไป กระบวนทัศน์ต่อการศึกษาของผู้คนในสังคมมุ่งไปสู่การเรียนรู้นอกสถานที่ ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ณ สถานที่จริง หรือโลกออน์ไลน์ได้ เปรียบเสมือนโลกใบนี้เป็นห้องเรียน ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้จากทุกที่ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงมากกว่าการท่องจําเนื้อหา และไม่ได้ยึดติดกับสถาบันการศึกษาเพียงอย่างเดียว

🟢 Integration of Tele-education and Virtual Schools

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อการศึกษา ส่งผลให้การศึกษาสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านรูปแบบการศึกษาทางไกล (Tele-education) และโรงเรียนเสมือน (Virtual School) ที่ผู้เรียนกับผู้สอนไม่จําเป็นต้องอยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่ก็สามารถเรียนรู้ร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ได้ ส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้ท่ียืดหยุ่นมากขึ้นในแง่ของสถานที่และเวลา

🟢 Edutainment

รูปแบบของการเรียนรู้ที่มีเนื้อหาสนุกสนาน สร้างความบันเทิงและความสุข ให้กับผู้เรียนมากขึ้น ผ่านสื่อการเรียนรู้ เทคโนโลยี และวิธีการสอน ในรูปแบบต่างๆ ส่งผลให้ผู้เรียนจดจําและเข้าใจเน้ือหาต่างๆ ได้ดีมากขึ้น เพิ่มความกระตือรือร้นและความสนใจต่อการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

🟢 Immersive Education (AR/VR)

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโลกเสมือน VR (Virtual Reality) และ AR (Augmented Reality) เข้ากับการเรียนรู้ เช่น การเรียนศิลปะ การแพทย์ การศึกษา เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้ ส่งผลให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ข้อมูลที่หลากหลาย สนุกสนาน และเข้าใจเนื้อหาได้มากยิ่งขึ้น

🟢 Just-in-Time Knowledge and Learning

การเรียนรู้แบบทันเวลาเป็นแนวทางในการเรียนรู้ระดับบุคคลหรือระดับองค์กรท่ีส่งเสริมการฝึกอบรม การสนับสนุนความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของผู้ใช้ให้พร้อมในทุกเวลาที่ผู้เรียนต้องการ ทําให้ผู้เรียนสามารถรับรู้และประยุกต์ใช้ได้ทันที ช่วยเร่งความเร็วของกระบวนการเรียนรู้ เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และการทํางานให้มากขึ้น และลดปัญหาการเรียนรู้ที่ไม่ได้นํามาใช้จริง

🟢 Cognitive Enhancement

การเพิ่มความสามารถของสมองผ่านการกระตุ้นด้วยสารจากธรรมชาติหรือสารสังเคราะห์ โดยออกฤทธิ์เพิ่มการทํางานของสมองในแง่ของการเรียนรู้ ความจํา สมาธิ สติปัญญา การใช้เหตุผล และความคิดสรางสรรค์ ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ดีมากยิ่งขึ้น

🟢 Focus on Learning How to Learn

ข้อมูลข่าวสารและความรู้ที่มีเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันและจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าในอนาคตด้วยมิติของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้เรียนจําเป็นต้องตื่นตัวและใส่ใจเรียนรู้ทักษะและวิธีเรียนรู้ (Learn) ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ที่จําเป็นเกิดประโยชน์และเกี่ยวข้อง รวมไปถึงการเรียนรู้สิ่งที่เคยเรียนมาด้วยมุมมองใหม่ (Relearn) และการละทิ้งสิ่งที่เคยเรียนมา (Unlearn)

🟢 Learning to be Human

การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง (Self-development) ทักษะมนุษย์ (Soft Skills) ทักษะสังคม (Social Skills) เข้าถึงการเป็นมนุษย์และเกิดการค้นพบตนเอง (Self-actualization) มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักตนเองทั้งทางด้านสติปัญญา ทักษะ และอารมณ์ความรู้สึก กล้าที่จะตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตของตน นอกจากนี้การปลูกฝังเรื่องศีลธรรมจริยธรรมเพื่อให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบสุขถือเป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่งต่อมนุษย์ในโลกที่ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

CR กศส. กองทุนเพื่อความเสมอภาพทางการศึกษา

อุ้มนายทุนแต่รังแกคนตัวเล็ก ความไม่เป็นธรรมของกฎหมายไทย !

จากกรณีที่มีการจับกุมผู้ดองเหล้าบ๊วย โดยวันเกิดเหตุ ได้นำบ๊วยมาดองเหล้า (ดองเหล้าบ๊วย) เพื่อทดลองสูตรต่างๆ ที่เขาทดลองทุกปีในฤดูบ๊วย โดยใช้เหล้าแปลกๆ แพงๆ มาดอง จึงโดนข้อหา ลเปลี่ยนแปลงภาชนะบรรจุสุราเพื่อการค้า” ตามมาตรา 157 และมีโทษปรับตามมาตรา 196 เสียค่าปรับรวม 10,000 บาท

ส่วนใครที่ดองเหล้าบ๊วยไว้ดื่มที่บ้าน ก็จะไม่ถูกข้อหาทั้งสองนี้ เพราะไม่ได้ทำเพื่อการค้า แต่อาจโดนข้อหา “มีไว้ในครอบครองซึ่งสุราที่ผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต” ที่มีค่าปรับสูงสุด 10,000 บาท

ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นถึงความไม่เป็นธรรมของกฎหมายไทยที่อุ้มนายทุนแต่รังแกคนตัวเล็ก ไม่เปิดโอกาสให้คราฟท์เบียร์ เหล้าทางเลือก เป็นทางออกและทางรอดของ soft power ไทย ทำให้นายทุนใหญ่ในวงการเหล้าเบียร์เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ความคิดสร้างสรรค์ของคนตัวเล็กกลับถูกกดทับเรื่อยๆ

เรากำลังปล่อยให้อุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ถูกผูกขาดอยู่โดยกลุ่มทุนไม่กี่เจ้า เรากำลังปล่อยให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ตกอยู่กับกลุ่มทุนใหญ่เพียงไม่กี่เจ้า รัฐบาลไม่ยอมทุบหม้อข้าวหม้อแกงตรงนี้ เพื่อให้คนตัวเล็กสามารถเข้ามามีส่วนแบ่งทางการตลาดในอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ เพื่อให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์กระจายไปอย่างผู้ผลิตรายย่อยมากขึ้น

ประเทศไทยกำลังกดทับความคิดสร้างสรรค์ ประเทศไทยกำลังกดทับความสามารถในการผลิตเหล้าเบียร์ทางเลือกของคนไทย ซึ่งนอกจากจะซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำและผูกขาดตลาดไปที่กลุ่มทุนเพียงไม่กี่รายแล้ว ยังทำให้ soft power ของไทยไม่เติบโตและขาดการสนับสนุน

รัฐต้องเปลี่ยน mindset จากการควบคุมกำกับประชาชน ผูกขาดตลาดอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ไว้ให้นายทุนเพียงไม่กี่ราย และเลิกมองว่าเหล้าเบียร์เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อประชาชน มาเป็นการกระจายเม็ดเงินของอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ไปให้ผู้ผลิตรายย่อย ส่งเสริมให้ธุรกิจของคนตัวเล็กสามารถเข้าถึงตลาดอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งคอยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ได้ต่อยอด soft power ของไทยต่อไป

หากรัฐใช้กฏหมายอย่างเป็นธรรมต่อประชาชน ประเทศจะสามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ครับ

ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ

หัวหน้าพรรคเป็นธรรม

เปิดโลกติ๊กต๊อกโฉนดที่ดินไทยวาดแผนที่ด้วยลายมือก็สวย

 


บางคนอาจจะเคยได้เห็นโฉนดที่ดินกันมาบ้างแล้ว ซึ่งในนั้นก็จะมีการวาดแผนที่รูปที่ดินย่อส่วนลงไปนั้นตามมาตราส่วนที่ถูกต้อง และออกมาเป็นเอกสารราชการเช่นนี้ได้

และในกระบวนการวาดแผนที่ในโฉนดเนี่ย คุณ @feen7335 ได้เปิดเผยถึงมุมการทำงานของเธอในส่วนนี้

ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการเขียนด้วยมือทั้งหมด ไม่ได้มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการเขียนลงไปเลย

ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการใช้วงเวียนวาดจุดในแต่ละมุม มีการใช้ไม้บรรทัดลากเส้นเพื่อเชื่อมต่อกันเป็นที่ดิน

และมีการเขียนตัวหนังสือและตัวเลขอย่างบรรจง ทั้งเลขไทยและอารบิค ถือเป็นงานที่ต้องใช้ความเนี๊ยบพอสมควรเลยทีเดียว

ทางด้านชาวเน็ตเองเมื่อได้เห็นคลิปนี้แล้ว ต่างก็ถือว่าเป็นการเปิดโลกอยู่เหมือนกัน เพราะกว่าจะได้โฉนดมาหนึ่งใบทำไมต้องใช้เวลานาน บ้างก็เข้ามาชมว่าเจ้าหน้าที่ลายมือสวยมาก

แต่ก็ยังมีอีกส่วนที่มองว่า ทำไมหน่วยงานราชการถึงไม่นำโปรแกรมในยุคสมัยนี้มาช่วยงานบ้าง จะได้ลดภาระและย่นระยะเวลาทำงานได้มากเลยทีเดียว

ซึ่งก็ยังมีข้อถกเถียงของชาวเน็ตอยู่ว่างานบางอย่างยังใช้ระบบดิจิทัลมาแทนที่ไม่ได้เช่นกัน

แล้วคุณล่ะครับ คิดกันว่ายังไงบ้าง #เหมียวเลเซอร์ ก็อยากลองอ่านความคิดของแต่ละคนเหมือนกัน

ชมคลิปบนติ๊กต็อก > https://www.tiktok.com/@feen7335/video/7083041777753541915

Porsche ลงทุนในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงสังเคราะห์ 2,500 ล้านบาท หวังใช้แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล


 Porsche ลงทุนในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงสังเคราะห์ 2,500 ล้านบาท หวังใช้แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล 

Porsche ประกาศลงทุนเพิ่มในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (e-fuels) ที่เป็นเชื้อเพลิงจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อนำมาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิม สำหรับรถยนต์บางรุ่น ประกอบกับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าควบคู่ไปด้วย

โดยทาง Porsche หนึ่งในบริษัทยานยนต์ในเครือ Volkswagen เพิ่งได้ประกาศเพิ่มการลงทุนระยะยาวกว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,500 ล้านบาท) ในบริษัท Highly Innovative Fuels หรือ HIF บริษัทผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ในประเทศชิลี 

และการลงทุนนี้ ทาง Porsche จะได้รับหุ้นของบริษัทราว 12.5% ด้วย

ทั้งนี้ e-fuels หรือ Electricity-based fuels เป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์สะอาดที่ไม่สร้างมลพิษทางอากาศ และผลิตจากพลังงานหมุนเวียน เช่น ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) และคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จากอากาศ 

ซึ่งพลังงานสังเคราะห์จะทำหน้าที่เหมือนเชื้อเพลิงฟอสซิล นั่นหมายความว่า ผู้ที่ใช้รถยนต์รุ่นคลาสสิก หรือรถยนต์น้ำมัน ก็สามารถใช้พลังงานชนิดนี้ทดแทนได้

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2020 ทาง Porsche ก็ได้เคยประกาศลงทุนใน HIF ไปแล้ว 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 804 ล้านบาท) ในโรงงานนำร่องที่ดำเนินการในประเทศชิลี

ซึ่งโรงงานดังกล่าว คาดว่าจะเริ่มผลิตพลังงานสังเคราะห์ที่มาจากไฮโดรเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปลายปีนี้

ทาง HIF ระบุว่าการที่ Porsche เข้าลงทุนในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการจัดหาเงินทุนระหว่างประเทศก้อนใหญ่กว่า 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (8,705 ล้านบาท) 

ตัวอย่างนักลงทุนรายอื่น ๆ เช่น Andes Mining & Energy (AME) บริษัทด้านพลังงานในชิลี, EIG จากสหรัฐฯ, Baker Hughes และ Gemstone Investments 

สำหรับเงินทุนที่ได้เพิ่มมา HIF จะนำไปใช้ในการพัฒนาโรงงานผลิตเชื้องเพลิงสังเคราะห์ (e-fuels) ในสหรัฐฯ ปีถัดไป และตามด้วยโรงงานแบบเดียวกัน ในชิลีและออสเตรเลีย ปี 2024

อ้างอิง:

-https://www.cnbc.com/2022/04/06/porsche-taking-stake-in-e-fuels-maker-highly-innovative-fuels-global.html

-https://www.hifglobal.com

SMART#1 อีกหนึ่งรถไฟฟ้าจีน ที่คาดว่าจะทำตลาดไทยปีนี้

 


SMART ค่ายลูกของ Geely ยักษ์ใหญ่ในจีน เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเล็กกะทัดรัดอยู่แล้ว 

ล่าสุดเขาเพิ่งจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า SMART#1 รถ SUV หน้าตาแสนน่ารักบวกกับความล้ำยุค

ข้อมูลรถบอกว่ามีความยาว 4,270 มม. ความกว้าง 1,822 มม. ความสูง 1,636 มม. พูดง่ายๆ คือเทียบกับ Yaris Ativ ในไทย เจ้าตัวนี้ก็จะสั้นกว่านิดนึง แต่สูงและกว้างกว่าเล็กน้อย

ตัวรถจะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าความแรง 268 แรงม้า รองรับความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.

รองรับการชาร์จไว 150 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จ 30 นาที สามารถขับได้ระยะทาง 420-440 กม. ต่อการชาร์จ

และที่สำคัญคือมีแผนที่จะนำเข้ามาในประเทศไทยด้วย ส่วนเรื่องราคานั้นยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ

แต่เนื่องจากว่าเป็นรถที่ผลิตในประเทศจีน จึงมีลุ้นว่าราคาตอนนำเข้าไทย น่าจะไม่สูงเกินไปกว่ารถนำเข้าจากยุโรป

ซึ่งจะเป็นราคาเท่าไร ก็ต้องมาคอยติดตามกันอีกหนึ่งนะครับ...

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ที่มา : https://www.caranddriver.com/news/a39674940/smart-1-electric-crossover-details/

https://www.sanook.com/auto/83363/

ไต้หวันประกาศยุติการซื้อขายจักรยานต์เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างถาวรภายใน ค.ศ. 2035 แล้วเปลี่ยนมาใช้จักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าแทน

 


ไต้หวันประกาศยุติการซื้อขายจักรยานต์เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างถาวรภายใน ค.ศ. 2035 แล้วเปลี่ยนมาใช้จักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าแทน เพื่อแก้ปัญหาสภาวะเรือนกระจกจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกปล่อยออกมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคน

อัตราส่วนของประชากรไต้หวันที่ใช้จักรยานยนต์นั้นมีจำนวนสูงที่สุดในโลก ถึงแม้ว่าจะมีระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่แข็งแรง แต่ด้วยวัฒนธรรมการใช้ชีวิต สกู๊ตเตอร์คือพาหนะอำนวยความสะดวกในเมืองที่แทบทุกบ้านจำเป็นต้องมี (ประชากร 2 คน หนึ่งคนเป็นเจ้าของสกู๊ตเตอร์) ดังนั้นรัฐบาลไต้หวันจึงเริ่มออกนโยบายส่งเสริมการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า เปลี่ยนจากการใช้งานสกู๊ตเตอร์เชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวนหลายล้านคัน เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ในขณะเดียวกันเหล่าผู้ประกอบการต่างก็เข้ามาร่วมเล่นในการเปลี่ยนถ่ายนี้ โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ทอัพที่เปลี่ยนโฉมการคมนาคม จากการสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดบนท้องถนนในชีวิตประจำวันได้มากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ไต้หวันสามารถเปลี่ยนมอเตอร์ไซต์ที่ใช้น้ำมันนับแสนคัน มาเป็นมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าได้สำเร็จ

ใน ค.ศ. 2011 บริษัทสตาร์ทอัพอย่าง Gogoro ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับระบบคมนาคมไต้หวันไปตลอดกาล ด้วย Gogoro GoStation หรือเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนเกมส์ที่ทำให้คนไต้หวันทยอยหันมาใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากันมากขึ้น เพราะมันช่วยให้ผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสะดวกมากขึ้น เมื่อแบตเตอรีหมดระหว่างทาง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลารอชาร์จ เพียงเข้ามาสลับเอาแบตเตอรีลูกใหม่ที่ไฟเต็ม ก็สามารถเดินทางต่อได้เลย

ถนนของกรุงไทเปและหลาย ๆ เมืองใหญ่ในไต้หวัน จะมี Gogoro GoStation กว่า 1,820 สถานี ตั้งอยู่ทุก 5 กิโลเมตร

เพียงแค่นำแบตเตอรีที่ใช้งานมาแล้วเสียบเข้าไปในสลอทของสถานี แบตเตอรีที่มีไฟฟ้าเต็มจะดีดตัวออกจากสลอทถัดไปเพื่อนำไปใส่ในสกูตเตอร์ ส่วนแบตเตอรี่ที่พูดใช้ก่อนหน้ามาเสียบชาร์จไว้ เมื่อเต็มแล้วก็จะทะยอยให้ผู้อื่นมาใช้งานต่อ กระบวนการทั้งหมดนี้คือแนวคิดเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) นับตั้งแต่สร้างสถานี จนถึงทุกวันนี้มีการแลกแบตเตอรีของผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปแล้วกว่า 22 ล้านครั้ง

แต่ความสำเร็จนี้ก็ต้องยกเครดิตให้กับกองทุนพัฒนาแห่งชาติของรัฐบาลไต้หวันด้วยเช่นกัน ในการเข้ามาร่วมทุนกับ Gogoro เพื่อสร้างสถานีสลับแบตเตอรี่ พร้อมกับเข้ามารับผิดชอบการจัดหาที่ดินและค่าใช้จ่ายด้วย

ไม่เพียงเท่านั้นในไต้หวันเองก็ยังมีบริษัทผู้ผลิตสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลายรายที่ไม่ได้ผูกขาดกับ Gogoro เพียงแห่งเดียว แต่แบตเตอรีของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทุกรายสามารถมาสลับแบตเตอรีที่ Gogoro GoStation ได้! จึงทำให้เกิดการแข่งขันนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้งานมากขึ้น และมีทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้ขับขี่

นอกจากนี้ภายใน ค.ศ. 2025 ไต้หวันจะยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงรัฐบาลยังประกาศอย่างชัดเจนถึงความพร้อมในการสนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เฉพาะจากหน่วยงานหรือองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่รัฐบาลพร้อมโอบอุ้มนวัตกรรายย่อยและสตาร์ทอัพรายใหม่ ๆ อย่างเต็มกำลัง

เรียบเรียง: ผัดกระเพราไม่ใส่ถั่ว

ที่มา: https://ngthai.com/environment/33056/taiwan-electric-scooters/?fbclid=IwAR0Oc5rNXcHEk14332Y1DoNe4kUT7oTsWBd1-ntka6AfZD73x4JSrOlchaY

Tesla Roadster ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าเร็วแรง 4 ที่นั่ง ขับได้ไกล 1,000 กม.ต่อการชาร์จ

Tesla Roadster คือรถซูเปอร์คาร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่สร้างการสั่นสะเทือนให้กับวงการยานยนต์ ด้วยสมรรณนะแบบจัดหนักจัดเต็ม 

โดยทาง Tesla เผยว่า มันจะเป็นรถที่เร็วที่สุดชองทางค่าย ด้วยอัตราเร่ง ระยะขับขี่ และความสามารถ โดยมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ภายใน 1.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้มากถึง 400 กม./ชม. และท่่สำคัญสามารถขับขี่ได้ 1,000 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง 

ภายนอกมีการดีไซน์ที่เรียบแต่โก้ ดูสวยงาม สามารถเปิดบริเวณหลังคาได้ ภายในก็ดีไซน์อย่างสวยงาม และแม้มีขนาดเล็ก แต่ก็มีถึง 4 ที่นั่ง 

ซึ่งขณะนี้ได้เปิดให้จับจองเจ้ารถ Tesla Roadster กันแล้วด้วย และคาดว่าจะลงสู่ถนนในปี 2023 นี้ 

ที่มา 

https://www.tesla.com/roadster

ทางรถไฟจีน-ลาว ขนส่ง ‘ผลไม้ไทย’ ชุดแรก 60 ตัน สู่จีน

 

วันนี้ (3 เมษายน) ผลไม้จากไทยถูกขนส่งจากนครหลวงเวียงจันทน์ของสปป.ลาว มายังมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ผ่านทางรถไฟจีน-ลาวเป็นครั้งแรก 

ผลไม้จากไทยชุดนี้มีทุเรียน 40 ตัน และมะพร้าวอีก 20 ตัน โดยถูกขนส่งจากไทยมาถึงเวียงจันทน์เมื่อไม่กี่วันก่อน และถูกขนส่งจากสถานีรถไฟเวียงจันทน์ใต้ของทางรถไฟจีน-ลาว ไปยังสถานีนาเตย ในแขวงหลวงน้ำทา ซึ่งมีพรมแดนติดกับอวิ๋นหนานของจีน เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา จากนั้นผลไม้ชุดนี้ถูกเคลื่อนย้ายจากรถไฟมายังรถบรรทุกในสถานีนาเตย ซึ่งอยู่ห่างจากเวียงจันทน์ไปทางเหนือราว 360 กิโลเมตร และข้ามพรมแดนไปยังจีนผ่านทางถนน 

นับเป็นครั้งแรกที่สินค้าเกษตรของไทยถูกขนส่งไปยังจีนโดยทางรถไฟจีน-ลาว บริษัท การรถไฟลาว-จีน จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าในเวียงจันทน์ที่รับผิดชอบการดำเนินงานทางรถไฟจีน-ลาว ส่วนของสปป.ลาว คาดว่าจะขนส่งผลผลิตคุณภาพสูงจากไทยไปยังจีนรวมถึงยุโรปผ่านทางรถไฟข้ามพรมแดนในอนาคต ซึ่งเน้นย้ำความสำคัญของทางรถไฟจีน-ลาว ในการขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค


อ้างอิง: สำนักข่าวซินหัว

ไขข้อสงสัยรถยนต์ไฟฟ้าบดราคา น้องแมวไฟฟ้าปรับลดลง ส่วน MG ทำไมลดไปตั้ง 246,000 บาท

 


ในช่วงนี้ หลายคนอาจจะได้ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ทยอยปรับลดราคาลง บางค่ายลดลงหลักหมื่น บางค่ายนี่ลดหนักไปถึง 200,000 เลยก็มี

เราลองมาดูตัวอย่างของรถยนต์ไฟฟ้า ที่ลดราคาลงในช่วงนี้ เอายี่ห้อที่เราคุ้นเคยกันเลยนะ เช่น..

- ORA Good Cat 400 TECH ลดลง 160,500 บาท

- MG EP ลดราคาลง  227,000 บาท

- MG ZS EV ลดราคาลง 246,000 บาท

จนเพื่อนๆ หลายคนก็อาจจะเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมจู่ๆ รถยนต์ถึงมาประกาศลดราคากันเป็นแสนได้ ซึ่งทีมงานเราก็แอบสงสัยด้วยเช่นกัน

วันนี้แคทดั๊มบ์ก็เลยรวมข้อมูลมาเพื่อตอบข้อสงสัยดังกล่าวกันครับ

จากการสืบค้นข้อมูล เราก็พบว่าสาเหตุหลักจะมาจากนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีรายงานข่าวออกมาก่อนหน้านี้เล็กน้อย

โดยโครงการดังกล่าว จะมีเกณฑ์สำคัญๆ อยู่ 3 ข้อ ประกอบไปด้วย

- ลดภาษีนำเข้าลง สูงสุด 40%

- สนับสนุนเงินอุดหนุนให้ผู้ซื้อ 70,000 - 150,000 บาท ตามขนาดแบตเตอรี่

- ลดภาษีสรรพสามิต จาก 8% เหลือ 2% (หรือพูดง่ายๆ คือภาษีตรงนี้ลดไป 6%)


ทีนี้ เรามาอธิบายไปทีละข้อเลยครับ

เริ่มจากภาษีนำเข้า

อย่าง MG และ ORA ทั้งคู่นำเข้าจากจีน ซึ่งก็ได้ภาษี 0% อยู่แล้ว เราก็เลยจะเห็นว่าราคารถถูกกว่ารถไฟฟ้าของญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรปหลายค่ายมาแต่แรก

ค่ายจีนทั้งคู่ก็เลยไม่ได้ประโยชน์ตรงนี้เพิ่มเติม แต่อาจจะเป็นค่ายยุโรปเองที่จะได้ผลประโยชน์ในอนาคตอันใกล้

ถัดมาคือเรื่องของเงินอุดหนุน

เนื่องจากรถที่ขายเป็นรถแบตเตอรี่ใหญ่กว่า 30 kWh ทั้งหมด ก็เลยได้รับเงินอุดหนุนไปเต็มๆ 150,000 บาท ทำให้ราคารถ ลดลงอย่างมากในทันที 

พูดง่ายๆ ก็คือรถที่พอจะใช้ในชีวิตประจำวันได้ ราคาลดลงเป็นแสนทุกคันแน่ๆ 

และสุดท้ายก็คือ เรื่องของ "ภาษีสรรสามิต" ที่ทำให้ราคาต่างกัน

คือการลดภาษีสรรพสามิต ที่จริงจะต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะได้ขายในเรตภาษีใหม่ ราคาจะลดลง 6% ก็คือช่วงกลางปีไปแล้ว 

แต่ที่ต่างกันก็คือ ทาง MG ยอมใจป้ำได้ให้ตรงนี้ทั้งหมดกับลูกค้าชาวไทย ราคาที่ประกาศลดของค่าย ก็เลยกลายเป็นราคาที่รวมทั้งเงินสนับสนุน และภาษีสรรพสามิตที่ลดลงไป 6% นี่แหละครับ

ส่วนของทาง ORA น่าจะยังให้ไม่หมด และก็อาจจะมองในอีกมุมหนึ่ง ว่าอาจจะรอกฎหมายออกมาทีเดียวในช่วงกลางปี  ก็จะได้ประกาศลดราคาอีกรอบ ซึ่งตอนนั้นเจ้าแมวไฟฟ้า ก็จะได้พื้นที่สื่อว่าลดราคาอีกเล็กน้อย

(ตรงส่วนนี้เราวิเคราะห์เอาเองนะ ไม่ได้มีประกาศทางการ หรือสัมภาษณ์ผู้บริหาร ORA แต่อย่างใด)

แต่อย่างที่กล่าวไป เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าลดราคา ผลประโยชน์ก็จะตกอยู่ที่ผู้บริโภคเองที่จะได้เข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าในราคาที่ถูกลงมากยิ่งขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่าหากมีโครงการสนับสนุนออกมาต่อเนื่อง หรืออุดหนุนเพิ่มมากขึ้นไปอีกในอนาคต เราก็อาจจะเห็นรถยนต์ไฟฟ้าปรับตัวลงมากขึ้นไปอีก และก็ยิ่งเป็นผลดีต่อการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ในอนาคตอันใกล้นี้ตามไปด้วย... 

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger