Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies

คนไทยเตรียมตัว! Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่น ตั้งเป้าขยายร้าน 22-24 สาขาใน ‘เมืองไทย’


คนไทยเตรียมตัว! Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่น ตั้งเป้าขยายร้าน 22-24 สาขาใน ‘เมืองไทย’ ช่วง 3 ปีต่อจากนี้ 

ไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายของ Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่นที่ต้องการจะบุก รวมไปถึงในจีนและตลาดเอเชียอื่นๆ ในอีกสามปีข้างหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในการขยายธุรกิจระหว่างประเทศที่ดุเดือดที่สุดโดยแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น 

Food & Life Cos. บริษัทแม่ของ Sushiro ตั้งเป้าที่จะเปิดร้านในต่างประเทศเป็น 200 สาขา ภายในเดือนกันยายน 2024 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เมื่อเทียบกับปัจจุบันที่มีอยู่ 59 สาขาด้วยกัน 

เป้าหมายหลักของการบุกอยู่ที่ ‘แดนมังกร’ ซึ่ง Sushiro เปิดร้านอาหารแห่งแรกในกวางโจวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยวางแผน ‘การขยายตัวอย่างรวดเร็ว’ และคาดว่าจะมีร้านอาหาร 42-46 แห่ง ภายใน 3 ปี 

ถัดมาเป็นไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของร้าน Sushiro 26 ร้าน คาดว่าจะมีร้านทั้งหมด 55-61 แห่ง ในขณะที่ประเทศไทยจะมีร้านซูชิประมาณ 22-24 แห่ง จากทั้งหมด 3 แห่งในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนเปิดร้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลีใต้เช่นกัน 

Nikkei Asia รายงานคำพูดของ ฮิโรมิตสึ คาโตะ เจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายดูแลการพัฒนาธุรกิจระดับโลกของ Food & Life Cos. ว่า บริษัทจะจัดสรรเงินลงทุนจำนวน 7.5 หมื่นล้านเยน หรือราว 2.2 หมื่นล้านบาท ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ในจำนวนนี้ 40% จะถูกแบ่งใช้ในการลงทุนเปิดร้านอาหารในต่างประเทศ 

Food & Life Cos. ตั้งเป้าที่จะสร้างยอดขายของทั้งเครือเป็น 4.2 แสนล้านเยน หรือ 1.2 แสนล้านบาท สำหรับปีสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2024 เพิ่มขึ้น 70% จากปีงบประมาณที่เพิ่งสิ้นสุด โดยยอดขายในต่างประเทศเติบโตขึ้นกว่า 5 เท่า เป็น 9 หมื่นล้านเยน หรือ 2.6 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 21% ของยอดทั้งหมด และคิดเป็น 3 เท่าของสัดส่วนปัจจุบัน 

ในญี่ปุ่น Sushiro ตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขาย 30% เป็น 2.8 แสนล้านเยน หรือ 8 หมื่นล้านบาท โดยมาจากการวางแผนที่จะเปิดมากกว่า 50 สาขาต่อปี ซึ่งรวมถึงร้านสั่งกลับบ้านเท่านั้น และขยายบริการจัดส่ง . 

ภาพ: สลัก แก้วเชื้อ . ข่าวที่เกี่ยวข้อง: TASTE: Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่นกับสาขาแรกในประเทศไทย 

อ้างอิง: https://asia.nikkei.com/Business/Food-Beverage/Japan-s-Sushiro-to-triple-overseas-shops-taking-bigger-bite-of-China . 

คนเยอะมาก! นศ.-ปชช. แห่ร่วมงานลอยกระทง 2564 แน่น ม.เกษตรฯ


คนเยอะมาก! นศ.-ปชช. แห่ร่วมงานลอยกระทง
2564 แน่น ม.เกษตรฯ 

 เวลา 19.00 น. ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมงานลอยกระทง 2564 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กันอย่างคึกคัก จนแน่นเต็มพื้นที่บริเวณรอบสระพระพิรุณ หลังจากรัฐบาลอนุญาตให้มีการจัดงานได้ แต่อยู่ภายใต้มาตรการการป้องกันของโรคโควิด-19 

โดยทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดให้มีการตั้งจุดวัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่บริเวณประตูทางเข้างาน และมีการแบ่งรอบจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพื่อลดการแออัด (เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564)

ยอมไม่ใช้รถ 3 เดือน ปล่อยต่อทำรังเพราะสงสาร


ยอมไม่ใช้รถ 3 เดือน ปล่อยต่อทำรังเพราะสงสาร 

สุดทึ่ง เจ้าของปล่อยรถให้ต่อทำรังนานกว่า 3 เดือน โดยไม่ใช้รถจนรังขนาดมหึมา เจ้าของเผยไม่อยากไล่เพราะสงสาร ชาวบ้านแห่ส่องทะเบียนรถ 

วันที่ 16 พ.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีการแชร์ภาพของรังต่อขนาดใหญ่ สร้างอยู่ในรถบรรทุกสิบล้อ จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ ซึ่งจากการสอบถามได้ความว่า รถคันดังกล่าว จอดอยู่ที่บ้านของนายรัง สนคร้าม เลขที่ 119/3 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

โดยรถคันดังกล่าว เป็นรถบรรทุกสิบล้อยี่ห้ออีซูซุ แบบรุ่นเก่าหน้ายาว ทะเบียน 80-2339 ประจวบคีรีขันธ์ จอดอยู่บริเวณข้างบ้าน ด้านหลังกระบะ บรรทุกแท็งค์น้ำขนาดใหญ่ไว้ใช้ในการเกษตร ที่ภายในหัวเก๋งบริเวณเหนือศีรษะของตำแหน่งที่นั่งคนขับ พบรังต่อหัวเสือขนาดใหญ่ทำรังเกาะอยู่กับเพดานของหัวเก๋งจนยาวไปครึ่งของหัวเก๋ง ที่ปากรังมีตัวต่อกำลังบินเข้าบินออกอยู่ไม่ขาด ตัวต่อในรังก็มิได้ทำอันตรายกับผู้ใด มีเพื่อนบ้านขอทดลองนำเนื้อปลาแซลมอนไปวางไว้ที่นั่งใต้รังต่อ ตัวต่อก็ไม่ได้มีอาการแตกตื่นและบินมาทำร้ายแต่อย่างใด เป็นที่น่าแปลกใจของผู้พบเห็น บางคนที่ทราบต่างก็มาดูและจดเลขทะเบียนรถ และบ้านเลขที่ไปเสี่ยงโชค เพราะมีความเชื่อว่า ต่อมาทำรังบ้านใครมักจะให้โชคเจ้าของบ้าน 

เจ้าของบ้านเล่าว่า เดิมทีรถคันนี้จอดอยู่ในไร่ที่อีกหมู่บ้านหนึ่ง เมื่อตนเองนำมาจอดไว้ที่บ้านได้ประมาณ 1 เดือน ก็สังเกตเห็นว่ามีต่อหัวเสือตัวหนึ่งมาทำรังเล็กๆ ตนเองก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่พอเวลาผ่านไป 3 เดือนกว่า รังต่อเริ่มใหญ่ขึ้น ตนเองจะใช้รถก็เลยต้องเปลี่ยนใจ เพราะสงสารที่ต้องไล่ตัวต่อไป ซึ่งอาจจะต้องเผาหรือฉีดพ่นยาทำให้ตัวต่อตาย ก็เลยไม่ขยับรถไปไหนยอมให้ต่ออยู่จนกว่าจะทิ้งรังไปเอง โดยปกติรถคันนี้ก็ไม่ค่อยได้ใช้งานสักเท่าไร จึงยอมจอดให้ต่อใช้เป็นที่พักอาศัยจนย้ายไปเองดีกว่า 

น้ำมันปาล์มพุ่งพรวดขวดละ 60 บาท ชี้ต้นทุนน้ำมันดิบสูง ของแพงลามไม่หยุด


น้ำมันปาล์มพุ่งพรวดขวดละ 60 บาท ชี้ต้นทุนน้ำมันดิบสูง ของแพงลามไม่หยุด 

ล่าสุดมาถึงคิว “น้ำมันปาล์มบรรจุขวด” ราคาพุ่งขึ้นไปที่ขวดละ 60 บาท หลังผลปาล์มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบตลาดโลก จากกิโลกรัมละ 2 บาท เป็นกิโลกรัมละ 9 บาท กระทบค่าครองชีพประชาชน 

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุ ราคาน้ำมันปาล์มบรรจุขวด ขยับขึ้นจากปกติขวด 1 ลิตร อยู่ที่ขวดละ 44-47 บาท เพิ่มเป็น 51-60 บาท หรือเพิ่มขึ้นอีกขวดละ 10-15 บาท สูงเกินกว่าราคาที่กรมการค้าภายใน ขอความร่วมมือ 

เมื่อช่วงต้นปี 64 ให้ขายขวดละ 49 บาท โดยในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เกต ขายที่ 51-54 บาท จำกัดปริมาณซื้อไม่เกินคนละ 6 ขวด ส่วนร้านโชห่วย ร้านขายของชำ ขายกันขวดละ 60 บาท 

นายศุภชัย จินตนาเลิศ เจ้าของโรงงานสุขสมบูรณ์น้ำมันปาล์ม ผู้ผลิตน้ำมันแบรนด์ทับทิมไชโย กล่าวว่า ราคาน้ำมันปาล์มขวดปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด เพราะต้นทุนน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น โดยโครงสร้างราคาน้ำมันปาล์มขวด ประกอบด้วย ผลปาล์มดิบซึ่งขณะนี้ราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 9 บาท, ภาษีมูลค่าเพิ่ม, ค่าบรรจุภัณฑ์, ค่าการกลั่น, ค่าขนส่ง เป็นต้น ทำให้ต้นทุนที่เเท้จริงของน้ำมันปาล์มขวดอยู่ที่ 60 บาทต่อขวด 

โดยประมาณ ส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ ขอให้ตรึงราคาขายที่ขวดละ 49 บาท เพื่อไม่ให้กระทบผู้บริโภค แต่ผู้ประกอบการต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้บางรายหันไปส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ เพราะรัฐชดเชยค่าขนส่งกิโลละ 2 บาท แม้เป็นผลดีต่อรายได้เกษตรกร แต่กระทบความต้องการใช้ในประเทศ อาจผลักภาระให้ผู้บริโภคหันไปใช้น้ำมันพืชอื่นที่ไม่ได้ปลูกในไทย 

ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องกำหนดสัดส่วนการสต็อกน้ำมันที่ใช้ในประเทศให้ชัดเจน อาทิ ควรมีสต็อกน้ำมันปาล์มขวด 4-5 เท่าของความต้องการใช้ในประเทศ ควบคุมปริมาณการส่งออก เเละช่วยเหลือผู้ผลิตไม่ให้เเบกรับภาระต้นทุนมากเกินไป เพื่อให้มีน้ำมันปาล์มขวดใช้เพียงพอในประเทศ 

ซีอีโอ Baidu ประกาศความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่สุดในโลก


ซีอีโอ Baidu ประกาศความสำเร็จในฐานะผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่สุดในโลก 

โรบิน หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ Baidu ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของจีน เปิดเผยความสำเร็จของบริษัทที่กลายเป็นผู้ให้บริการเรียกรถอัตโนมัติรายใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากที่บริษัททุ่มเทศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการเดินทางอัตโนมัติมาหลายปี พร้อมตั้งเป้าที่จะขยายบริการดังกล่าวไปยังเมืองต่างๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น 

ซีอีโอของ Baidu กล่าวในจดหมายเปิดผนึกถึงพนักงาน หลังจากรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสของบริษัทว่า Apollo Go แพลตฟอร์มบริการเรียกรถอัตโนมัติของ Baidu ได้ให้บริการการเดินทางถึง 115,000 ครั้งในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา ทำให้ Baidu กลายเป็นผู้ให้บริการการเดินทางอัตโนมัติที่ใหญ่ที่สุดในโลก 

ปัจจุบัน Apollo Go ให้บริการในกรุงปักกิ่ง กวางโจว มณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีน, ฉางซา มณฑลหูหนานทางตอนกลางของจีน, ชางโจว มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน และเซี่ยงไฮ้ ซึ่งผู้โดยสารสามารถเรียกแท็กซี่หุ่นยนต์ได้โดยใช้แพลตฟอร์มมือถือ ขณะเดียวกัน Baidu ตั้งเป้าที่จะขยายบริการ Apollo Go ให้ครอบคลุม 65 เมืองภายในปี 2025 และ 100 เมืองภายในปี 2030 

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า แพลตฟอร์ม Apollo L4 สามารถสะสมไมล์ทดสอบแล้วกว่า 10 ล้านไมล์ เพิ่มขึ้น 189 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบอัตราการเติบโตรายปี รวมถึงได้รับใบอนุญาตขับขี่อัตโนมัติแล้ว 411 ใบ สะท้อนถึงความครอบคลุมทางภูมิศาสตร์ในวงกว้างของ Apollo และความสามารถในการขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาพบว่า แพลตฟอร์ม Apollo มีพันธมิตรมากกว่า 210 ราย และทำงานร่วมกับนักพัฒนาทั่วโลกกว่า 65,000 ราย 

อ้างอิง: https://www.globaltimes.cn/page/202111/1239224.shtml . 

กำไรสุทธิแค่เปลือกนอก! การบินไทย 9 เดือนแรก ยังขาดทุนจากการดำเนินงาน 21,491 ล้านบาท


กำไรสุทธิแค่เปลือกนอก! การบินไทย 9 เดือนแรก ยังขาดทุนจากการดำเนินงาน 21,491 ล้านบาท 

การบินไทย มีกำไรสุทธิ 9 เดือนแรก ปี 2021 ที่ 51,115 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการปรับโครงสร้างหนี้ แต่สุดท้ายยังขาดทุนจากการดำเนินงาน 21,491 ล้านบาท เพราะมีรายได้รวมแค่ 14,990 ล้านบาท 
1) การบินไทย ยังฟื้นกิจการกลับมาลำบาก 

บมจ. การบินไทย เปิดเผยผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2021 ว่า มีรายได้รวม 14,990 ล้านบาท น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 29,230 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดงลง 66.1% โดยมีรายได้จากค่าโดยสาร และค่าน้ำหนักส่วนเกินเพียง 2,529 ล้านบาท น้อยกว่าปีก่อน 29,819 ล้านบาท หรือคิดเป็นลดลง 92.2% 

เนื่องจากปริมาณการขนส่งผู้โดยสารลดลง 93.9% ผ่านการระบาดของโรค COVID-19 และการปรับลดเที่ยวบินของบริษัท แม้จะมีรายได้จากการเช่าเหมาลำเพื่อขนส่งสินค้า และรายได้จากครัวการบินไทย แต่ทั้งคู่ไม่สามารถชดเชยรายได้จากตั๋วเครื่องบินที่ควรจะเป็นรายได้หลักของธุรกิจสายการบิน 

ขณะเดียวกัน หากเจาะไปที่ค่าใช้จ่ายจะพบว่า ค่าน้ำมันเครื่องบินลดลง 75.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 2,933 ล้านบาท เป็น 8% ของค่าใช้จ่ายรวม ชี้ให้เห็นว่า การใช้เครื่องบินเพื่อส่งคน และส่งพัสดุของการบินไทยลดลงอย่างชัดเจน ส่วนค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าน้ำมันเครื่องบินอยู่ที่ 29,194 ล้านบาท 

ค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่ค่าน้ำมันเครื่องบินสูงสุด 3 อันดับแรกประกอบด้วย 
1. ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจําหน่าย 10,809 ล้านบาท 
2. ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน 7,715 ล้านบาท 
3. ค่าซ่อมแซม และซ่อมบํารุงอากาศยาน 4,133 ล้านบาท 

ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง ยกเว้นค่าเช่าเครื่องบิน และอะไหล่ ที่เพิ่มขึ้นถึง 502% คิดเป็นมูลค่า 705 ล้านบาท เพราะการบินไทยต้องการเช่าเครื่องบินเพื่อเตรียมพร้อมกลับมาให้บริการหลังโรคบาดเริ่มทุเลา รวมถึงให้บริการอื่น ๆ เช่นส่งพัสดุ และเช่าเหมาลำ เป็นต้น 

2) ขาดทุนจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง 

เมื่อนำรายได้รวม หักลบกับค่าใช้จ่าย บมจ. การบินไทย ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2021 ขาดทุนจากการดำเนินงาน 21,491 ล้านบาท ส่วนข้อมูลที่น่าสนใจอื่น ๆ ประกอบด้วย 
1.มีผู้โดยสาร 8.2 แสนคน น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 5.05 ล้านคน 
2. อัตราบรรทุกผู้โดยสารอยู่ที่ 13.9% น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 67% 
3. มีเครื่องบินที่ใช้ดําเนินงานถึงวันที่ 30 ก.ย. 103 ลำ เท่ากับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 
4. อัตราการใช้ประโยชน์เครื่องบินเฉลี่ย 4.7 ชม./ลำ/วัน น้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ 7 ชม./ลำ/วัน 

แม้จะพยายามปรับตัวเช่น การเปิดภัตตาคาร อร่อยล้นฟ้า ไม่บินกฟินได้, การเปิดให้บริการเข้าเยี่ยมชม และทดลองทําการบินด้วยเครื่องฝึกบินจําลอง (Flight Simulator) และมีแผนงานขยายธุรกิจ Master Franchise ร้าน Puff&Pie ไปทั่วประเทศ รวมถึงการขายทรัพย์สิน และหุ้นในธุรกิจอื่น ๆ ต่างไม่สามารถประคองธุรกิจให้เติบโต 

3) มีกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ใช่ธุรกิจ . ในทางกลับกัน บมจ. การบินไทย มีกำไรสุทธิ ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2021 ที่ 51,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 203.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1 แสนล้านบาท โดยเหตุผลหลักมาจากกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ 60,730 ล้านบาท 

แม้จะมีกำไรสุทธิสูงถึง 51,115 ล้านบาท แต่หากเจาะลงไปจริง ๆ แล้ว กำไรสุทธิเหล่านั้นไม่ได้มาจากการดำเนินธุรกิจหลัก เพราะ บมจ. การบินไทย ยังขาดทุนจากการดำเนินงานกว่า 21,000 ล้านบาท และธุรกิจการบินต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะฟื้นตัวกลับมา 

ดังนั้นคงต้องดูกันว่าหากทุกอย่างกลับมาปกติ การบินไทยจะยังสามารถแข่งขันกับสายการบินอื่น ๆ ได้หรือไม่ 

อ่านแบบดูภาพตารางผลประกอบการ บมจ. การบินไทย 
ได้ที่ https://brandinside.asia/thai-airways-9-m-2021/

ความเชื่อมั่นเอกชนโรงแรมเดือน ต.ค. เริ่มฟื้น 67% เปิดให้บริการรับเปิดประเทศ


สมาคมโรงแรมไทย ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำรวจความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม ประจำเดือน ต.ค.2564 วันที่ 11-28 ต.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มตัวอย่าง 189 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งการเผชิญวิกฤติโควิด-19 มายาวนานร่วม 2 ปี สั่นสะเทือนสภาพคล่องและเงินสดในมืออย่างรุนแรง 

มาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า 10% ของกลุ่มตัวอย่างได้ตัดสินใจขายกิจการแล้ว!! โดยโรงแรมที่ประกาศขายแล้วหรืออยู่ระหว่างเจรจากับผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวหลักของแต่ละภาค และเป็นโรงแรมขนาดกลางที่มีจำนวนห้องพักอยู่ที่ 51-249 ห้อง ส่วน 43% ของกลุ่มตัวอย่างยังไม่ตัดสินใจว่าจะขายกิจการหรือไม่ และอีก 48% ของกลุ่มตัวอย่างยังไม่พิจารณาขายกิจการ 

สำหรับ #สถานะกิจการ พบว่าผู้ประกอบการโรงแรมที่พักแรมได้รับผลบวกจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ สะท้อนถึงการกลับมาเปิดกิจการตามปกติที่เพิ่มขึ้น 

“โรงแรมทั่วประเทศกลับมาเปิดกิจการตามปกติ 67% เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ย.ที่ 51% จากภาพรวม โรงแรมในทุกภูมิภาคกลับมาเปิดกิจการปกติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่รับลูกค้าท่องเที่ยวทั่วไป แต่ยังคงมีโรงแรมที่ยังไม่กลับมาเปิดกิจการปกติ" 

ด้าน #สภาพคล่องของโรงแรม เดือน ต.ค.ส่วนใหญ่มีสภาพคล่อง “ทรงตัว” จากเดือน ก.ย. โดย 50% มีสภาพคล่องสำหรับดำเนินธุรกิจได้ไม่เกิน 3 เดือน ลดลงจากเดือนก่อนที่ 53% อย่างไรก็ดีมีกลุ่มที่สภาพคล่องเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนถึง 27% เกือบทั้งหมดเป็นโรงแรมที่มีอัตราการเข้าพักเดือน ต.ค.สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 23% 

สถานการณ์ #รายได้ พบว่าเดือน ต.ค. โรงแรมส่วนใหญ่ยังมีรายได้อยู่ในระดับต่ำ แต่ปรับดีขึ้นจากเดือน ก.ย. โดยสัดส่วนโรงแรมที่มีรายได้กลับมาไม่ถึง 10% เทียบกับเดือน ต.ค.2562 ก่อนโควิด-19 ลดลงเหลือ 29% จากเดือน ก.ย.ซึ่งอยู่ที่ 55% นอกจากนี้ยังพบว่ามีโรงแรมเพียง 22% ที่รายได้กลับมาแล้วเกินครึ่งหนึ่ง . สอดคล้องกับ #อัตราการเข้าพัก เฉลี่ยเดือน ต.ค.อยู่ที่ 23.5% เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ย.ที่มีอัตราการเข้าพัก 15.5% โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นของโรงแรมในทุกภูมิภาค 

โดยเฉพาะในภาคตะวันออก เนื่องจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน และผลของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ นอกจากนี้โรงแรมส่วนใหญ่คาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือน พ.ย.2564 จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือน ต.ค.มาอยู่ที่ 25% มาริสา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเปิดรับ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ภายใต้โครงการ #แซนด์บ็อกซ์ พบว่าโรงแรม 42% มองว่าผลของการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติต่ออัตราการเขาพักในเดือน ต.ค. 64 แย่กว่าที่คาด โดยมีอุปสรรคหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงและค่าตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR โดยอัตราการเข้าพักโรงแรมในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์เดือน ต.ค.อยู่ที่ 23% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 18.4% 

ส่วน #โครงการรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3” และ “ทัวร์เที่ยวไทย” ซึ่งเปิดให้เริ่มจองเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา เกือบครึ่งหนึ่งของโรงแรมที่ตอบแบบสำรวจระบุว่าไม่สามารถประเมินผลของโครงการได้ ขณะที่ 25% มองว่าผลของมาตรการดังกล่าวต่ออัตราการเข้าพักแย่กว่าที่คาดไว้ จากความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 และดีมานด์นักท่องเที่ยวไทยอยู่ในระดับต่ำ 

อย่างไรก็ตาม สมาคมฯหวังว่า “การเปิดประเทศ 1 พ.ย.2564” จะเป็น “จุดเริ่มต้น” ของการฟื้นฟูประเทศและเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้กลับมาพลิกฟื้นอีกครั้ง และเป็นแรงหนุนส่งต่อการท่องเที่ยวไปถึงปี 2565 ให้มีทิศทางที่ดีขึ้น 

โดยหลังจากนี้ภาครัฐจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการฟื้นฟู กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทั้งตลาดในและต่างประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจเรื่องการเดินทาง การบริโภคจับจ่ายใช้สอยในช่วงไฮซีซั่นและเทศกาลปีใหม่ รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ผนึกกับการสร้างความพร้อมต่างๆต่อไป 

บทความโดย พรไพลิน จุลพันธ์  
 ศาลรัฐธรรมนูญถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2540 ด้วยความคาดหวังว่า ศาลจะเป็นองค์กร "พิทักษ์รัฐธรรมนูญ" ทำหน้าที่วินิจฉัยข้อพิพาททางกฎหมายหรือตรวจสอบอำนาจรัฐให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 

แต่ทว่า หลังวิกฤติการเมืองที่เริ่มต้นในปี 2549 เป็นต้นมา ศาลรัฐธรรมนูญค่อยๆ ขยายบทบาทและเข้ามาเป็นผู้เล่นทางการเมืองเพื่อตอบสนองต่อกลุ่มที่เป็นปรปักษ์กับพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงข้างมากจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการล้มรัฐบาล หรือ การสร้างสุญญากาศทางการเมืองเพื่อเปิดทางไปสู่การรัฐประหาร ด้วยเหตุนี้ ศาลรัฐธรรมนูญที่ควรจะเป็นผู้ยุติข้อพิพาทก็กลับกลายไปเป็นผู้สร้างข้อพิพาททางการเมืองจนนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา 

📍ช่วงเวลาของความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ สามารถแบ่งได้อย่างน้อย 4 ช่วงเวลา ดังนี้ 
1) ปี 2549 ล้มเลือกตั้ง สร้างเงื่อนไขรัฐประหาร ยุบพรรคการเมืองยอดนิยม 
2) ปี 2551 - 2553 ล้มรัฐบาลสองชุด สร้างรอยร้าวการเมืองให้เพิ่มขึ้น 
3) ปี 2557 ขัดขวางแก้รัฐธรรมนูญ ล้มเลือกตั้งสร้างสุญญากาศการเมืองเพื่อการรัฐประหาร 
4) ปี 2563 ยุบพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ เกิดชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของนักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศ 

อ่านรายละเอียดของแต่ละเหตุการณ์และผลลัพธ์ทางสังคมที่ตามมาได้ที่ ▶️ https://ilaw.or.th/node/5843

รัฐสภาคว่ำร่าง รธน.ภาคประชาชน 1.3 แสนชื่อ ส.ส.ซีกฝ่ายค้านรวมพลังโหวตรับหลักการ 206 เสียง


รัฐสภาคว่ำร่าง รธน.ภาคประชาชน 1.3 แสนชื่อ ส.ส.ซีกฝ่ายค้านรวมพลังโหวตรับหลักการ 206 เสียง 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 พ.ย. 2564 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มี ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาเรื่องด่วน ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) ฉบับ 'รื้อระบอบประยุทธ์' ที่นำโดยพริษฐ์ วัชรสินธุ ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในนามกลุ่ม Re-Solution จำนวน 135,247 คนเป็นผู้เสนอ โดยมติที่ประชุมไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนนเสียง 473 ต่อ 206 เสียง 

โดยผลการลงมติของที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีดังนี้ . รับหลักการ 206 เสียง (ส.ส. 203 ส.ว. 3) ไม่รับหลักการ 473 เสียง (ส.ส. 249 ส.ว. 224) งดออกเสียง 6 เสียง (ส.ส. 3 ส.ว. 3 ) 

สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร #รัฐสภา #รื้อระบอบประยุทธ์

พล.1 รอ.'เด้งรับนายกฯ จัดรถทหาร 34 คัน แก้ปัญหารถบรรทุกประท้วง นํ้ามันขึ้นพร้อมขู่หยุดวิ่ง


ขานรับนโยบายนายกฯ พล.1รอ. เตรียมรถทหาร หาก #ม็อบรถบรรทุก ประท้วงหยุดวิ่ง⁣ ⁣ 17 พฤศจิกายน : 

วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวชื่อดังสายทหาร โพสต์ภาพและข้อความ ระบุว่า “หน่วยขึ้นตรง พล.1 รอ. ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด ดำเนินการตรวจสภาพความพร้อมของกำลังพล และยานพาหนะ ในการเตรียมความพร้อมการสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล 

จากกรณี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งการให้เหล่าทัพ เตรียมรถใหญ่สำหรับขนส่งสินค้าเมื่อจำเป็น หลังรถบรรทุกประท้วง เพื่อไม่ให้ประชาชนประสบปัญหาราคาสินค้าที่สูงขึ้น ที่เกิดจากการหยุดขนส่งในอนาคต ส่วนค่าใช้จ่าย ทั้งในจังหวัดหรือข้ามจังหวัด คิดค่าน้ำมัน ค่าสึกหรอตามจริง แต่ยังไม่ชัดเจนว่า ต้องจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้พลขับทหารหรือไม่ ทั้งนี้ ทาง พล.1รอ. ได้เตรียมรถไว้ทั้งสิ้น 34 คัน”⁣ ⁣ 

ไฟเซอร์ ให้สูตรยาเม็ดต้านโควิด แพกซ์โลวิด 95 ชาติ แต่ไม่มีไทย


เผยรายชื่อ 95 ประเทศ (แต่ไม่มีไทย) ได้สูตรผลิตยา “แพกซ์โลวิด” จากไฟเซอร์ (ยาโมลนูพิราเวียร์ก็ไม่มีไทยเช่นกัน) 

วันที่ 16 พ.ย.64 องค์กรสิทธิบัตรยาร่วม (เอ็มพีพี) เปิดเผยว่า ได้บรรลุข้อตกลงด้านสิทธิบัตรยากับบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ โดยทางบริษัทจะอนุญาตให้ผู้ผลิตยาสามัญสามารถจำหน่าย “ยาแพกซ์โลวิด” (Paxlovid) ซึ่งเป็นยารักษาโรคโควิด-19 ในกลุ่มประเทศรายได้ต่ำและรายได้ปานกลางจำนวน 95 ประเทศทั่วโลก 

บริษัทที่ต้องการผลิตยาแพกซ์โลวิดสามารถยื่นเรื่องต่อเอ็มพีพีเพื่อขอการอนุมัติ โดยเอ็มพีพีจะมอบช่วงสิทธิบัตรให้แก่บริษัทที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานสาธารณสุขภายในประเทศในการผลิตยาดังกล่าว 

โดยเอ็มพีพีคาดการณ์ว่ายาแพกซ์โลวิดจะเข้าถึง 95 ประเทศดังกล่าวภายในเวลาอีกไม่กี่เดือน 

ทั้งนี้ ประเทศที่เข้าเกณฑ์ได้รับช่วงสิทธิบัตรการผลิตยาแพกซ์โลวิดทั้ง 95 ประเทศ ส่วนใหญ่เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชีย และแอฟริกา โดยอยู่ในกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกาตอนใต้ทะเลทรายซาฮารา (SSA), กลุ่มประเทศรายได้ต่ำ (LIC), กลุ่มประเทศรายได้ต่ำถึงปานกลาง (LMIC) และกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (UMIC)

อาเซียน มี 6 ประเทศเข้าเกณฑ์ สำหรับประเทศใน “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” มีอยู่ 6 ประเทศที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว ได้แก่ สปป.ลาว, เมียนมา, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ส่วนประเทศที่ไม่อยู่ในรายชื่อ ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย 

ทั้งนี้ รายชื่อ 95 ประเทศที่รับสิทธิผลิตยาแพกซ์โลวิด ได้แก่ 

Afghanistan, Algeria, Angola, Armenia, Bangladesh, Belize, Benin, Bhutan, Bolivia (Plurinational State of), Botswana, Burkina Faso, Burundi, Cabo Verde, Cambodia, Cameroon, Central African Republic, Chad, Comoros, Congo, democratic Republic of the, Congo, Côte d'Ivoire . Djibouti, Egypt, El Salvador, Equatorial Guinea, Eritrea, Eswatini, Ethiopia, Gabon, Gambia (the), Georgia, Ghana, Guatemala, Guinea, Guinea-Bissau, Haiti, Honduras, India, Indonesia, Iran (Islamic Republic of), Jordan, . Kenya, Kiribati, Korea (Democratic People's Republic of), Kosovo, Kyrgyzstan, Lao People's Democratic Republic (the), Lesotho, Liberia, Madagascar, Malawi, Mali, Mauritania, Micronesia (Federated States of) . Moldova, Republic of, Mongolia, Morocco, Mozambique, Myanmar, Namibia, Nepal, Nicaragua, Niger, Nigeria, Pakistan, Papua New Guinea, Philippines, Rwanda, Samoa, Sao Tome and Principe, Senegal, Sierra Leone, Solomon Islands, Somalia, South Africa, . South Sudan, Sri Lanka, Sudan, Syrian Arab Republic, Tajikistan, Tanzania, United Republic of, Timor-Leste, Togo, Tonga, Tunisia, Uganda, Ukraine, Uzbekistan, Vanuatu, Venezuela (Bolivarian Republic of), Viet Nam, Yemen, Zambia, Zimbabwe 

การบรรลุข้อตกลงระหว่างเอ็มพีพีและบริษัทไฟเซอร์ในวันนี้มีขึ้นหลังจากที่เอ็มพีพีบรรลุข้อตกลงกับบริษัทเมอร์ค แอนด์ โค ก่อนหน้านี้เช่นกันในการมอบสูตรการผลิตยาโมลนูพิราเวียร์ ซึ่งเป็นยารักษาโรคโควิด-19 ให้แก่ 105 ประเทศทั่วโลก ซึ่งก็ไม่มีประเทศไทยในรายชื่อด้วยเช่นกัน 

โดยบริษัทเมอร์ค และไฟเซอร์ จะไม่เรียกเก็บค่าตอบแทนจากบริษัทที่ผลิตยาโมลนูพิราเวียร์และยาแพกซ์โลวิด ตราบใดที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังคงระบุว่าโรคโควิด-19 ถือเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ 

“ไฟเซอร์” เปิดเผยถึงผลการทดลอง พบว่า “ยาแพกซ์โลวิด” สามารถลดความเสี่ยงของผู้ป่วยโควิด-19 ในการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตได้ถึง 89% โดยสูงกว่ายาโมลนูพิราเวียร์ของบริษัทเมอร์ค ซึ่งมีประสิทธิภาพเพียง 50% 

ทั้งนี้ ยา 1 คอร์สของเมอร์คประกอบด้วยยาโมลนูพิราเวียร์ขนาด 200 มิลลิกรัม จำนวน 40 เม็ดสำหรับผู้ป่วย 1 คน โดยผู้ป่วยจะรับประทานยาวันละ 2 ครั้งๆละ 4 เม็ด เป็นเวลา 5 วัน 

ส่วนผู้ที่จะรับประทานยาของไฟเซอร์จะต้องรับทั้งยาแพกซ์โลวิด พร้อมกับยาริโทนาเวียร์ ซึ่งเป็นยารักษาผู้ติดเชื้อ HIV โดยยา 1 คอร์สของไฟเซอร์ประกอบด้วยยาแพกซ์โลวิด 20 เม็ดและริโทนาเวียร์ 10 เม็ดสำหรับผู้ป่วย 1 คน 

โดยผู้ป่วยจะรับประทานยาแพกซ์โลวิดขนาด 150 มิลลิกรัม 2 เม็ดต่อครั้ง คู่กับยาริโทนาเวียร์ 100 มิลลิกรัม 1 เม็ดต่อครั้ง วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน 

ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (เอฟดีเอ) กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาให้การอนุมัติการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์และยาแพกซ์โลวิดเป็นกรณีฉุกเฉิน โดยคาดว่าจะให้การอนุมัติยาโมลนูพิราเวียร์ในช่วงต้นเดือนธ.ค. และจะให้การอนุมัติยาแพกซ์โลวิดหลังจากนั้น . .

กล้ากินไหม? แซลมอนจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ


กล้ากินไหม? แซลมอนจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา กระแสโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) มาแรงมากๆ เพราะมีสตาร์ทอัพหน้าใหม่เข้ามารังสรรค์ผลงานใหม่ๆ ให้เราได้เห็นอยู่เสมอ

(1) ล่าสุด Revo Foods สตาร์ทอัพด้านอาหารจากประเทศออสเตรียได้ออกผลิตภัณฑ์สุดสร้างสรรค์คือ แซลมอนจากเครื่องพิมพ์ 3D และที่สำคัญยังเป็นเนื้อ Plant-based ที่ใช่ถั่ว สาหร่าย และน้ำมันพืชเป็นส่วนประกอบ มากไปกว่านั้น แซลมอนจากเครื่องพิมพ์ 3D ของ Revo Foods ยังมาเหนือเมฆเพราะมาในรูปแบบเนื้อแซลมอนรมควัน แซลมอนฟิเลต์สำหรับสเต๊ก และแซลมอนสำหรับซูชิ เป็นผลิตภัณฑ์แบบสดๆ ที่ให้รสชาติและสัมผัสเหมือนจริง . ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์แปรรูป (เช่น นักเก็ต หรือ ฟิชสติ๊ก) แบบที่เจ้าอื่นชอบทำจนมีเกลื่อนซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นที่เรียบร้อย

(2) Theresa Rothenbücher ผู้เป็น CSO ของบริษัทพูดถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3D เอาไว้ว่าเป็นเทคโนโลยีหลักของบริษัทที่ช่วยจัดเรียงเลียนแบบโครงสร้างของเนื้อแซลมอนได้อย่างแม่นยำ สามารถจัดเรียงมัดกล้ามเนื้อสีส้มและชั้นไขมันสีขาว (จากพืช) ออกมาได้เหมือนจริง

(3) จุดหมายหลักของการผลิตโปรตีนทางเลือกไม่ว่าจะเป็นเนื้อจากพืช เนื้อเพาะแล็บ หรือเนื้อจากเครื่องพิมพ์ 3D คือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการผลิตอาหาร เช่น การประมง การทำปศุสัตว์ ที่สังคมเริ่มตั้งคำถามถึงผลกระทบจากกิจกรรมเหล่านี้มากขึ้น

นอกจากการผลิตแซลมอนจากเครื่องพิมพ์จะช่วยสร้างความยั่งยืนได้โดยตัวมันเองแล้ว Revo Foods ยังเพิ่มดีกรีความยั่งยืนเข้าไปด้วยการใช้พลังงานสะอาดในการผลิตเป็นหลัก บริษัทผลิตแซลมอนจากเครื่องพิมพ์ 3D ด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียนถึง 80% และพยายามออกแบบวิธีการใช้พลังงานให้สูญเสียพลังงานระหว่างทางให้น้อยที่สุดอย่างต่อเนื่อง Rothenbücher กล่าวว่า “นอกจากความอร่อยแล้ว ความยั่งยืนคืออีกเป้าหมายหลักที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับเรา”

#AltProtein #Plantbased #Sustainability 
https://brandinside.asia/3d-printed-plant-based-salmon

นพ.ยง เผย Sinovac + Pfizer ภูมิสูงใกล้เคียงกับ mRNA 2 เข็ม



นพ.ยง เผย Sinovac + Pfizer 

ภูมิสูงใกล้เคียงกับ mRNA 2 เข็ม 

วันที่ 14 พ.ย. นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า  

โควิด-19 การปูพื้นด้วยวัคซีนเชื้อตายและตามด้วย mRNA เป็นที่ทราบกันดีว่าอาการแทรกซ้อนที่สำคัญของการให้วัคซีน mRNA คือเยื่อหุ้มหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ โดยเฉพาะผู้ชายที่มีอายุน้อยและมักจะเกิดในเข็มที่ 2 ของวัคซีน mRNA . ทางออกอย่างหนึ่งในการที่จะให้วัคซีน mRNA เหลือเข็มเดียว ทำได้เช่นเดียวกับเราสลับวัคซีนเชื้อตายกับไวรัสเวกเตอร์ ที่เราใช้กันอยู่ได้ผลดีมาก 

จากการศึกษาของศูนย์วิจัยไวรัส ตามในรูปข้างล่าง เราจะเห็นว่าถ้าให้วัคซีนเชื้อตาย (Sinovac) เป็นเข็มแรกแล้วตามด้วย mRNA (Pfizer) เป็นเข็มที่ 2 ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นได้ใกล้เคียงกับการให้วัคซีน mRNA 2 เข็ม และเมื่อดูปฏิกิริยาการต่อต้านกับสายพันธุ์ Delta แล้ว สามารถขัดขวางสายพันธุ์เดลตาได้สูงมากเช่นเดียวกัน ใกล้เคียงกับการให้วัคซีน mRNA 2 เข็ม 

จากข้อมูลการศึกษาดังกล่าว ขณะนี้กำลังเตรียมการศึกษาทางคลินิกเพิ่มเติม ผลที่ได้นี้จะทำให้ลดการใช้ mRNA เข็มที่ 2 เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแทรกซ้อนที่สำคัญ คือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบโดยที่บางประเทศให้ความสำคัญถึงกับแนะนำให้ฉีดวัคซีน mRNA เพียงเข็มเดียวในผู้ที่มีอายุน้อย โดยเฉพาะต่ำกว่า 29 ปีลงมา 

ในอนาคตเมื่อวัคซีนมากพอและเหลือเฟือสูตรต่างๆ จะเป็นทางเลือกโดยเฉพาะการให้วัคซีนในผู้ชายที่มีอายุน้อย ตามความสมัครใจ 

ที่มา : https://www.facebook.com/yong.poovorawan/posts/6614485948593966

สหรัฐฯ เปิดรับชาวต่างชาติกว่า 30 ประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดสเข้าประเทศได้

สหรัฐฯ เปิดรับชาวต่างชาติกว่า 30 ประเทศที่ฉีดวัคซีนครบโดสเข้าประเทศได้ สหรัฐอเมริกาเตรียมประกาศยกเลิกคำสั่งห้ามชาวต่างชาติจากกว่า 30 ประเทศเดินทางเข้าประเทศอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 8 พ.ย. 64 ตามเวลาท้องถิ่น 

โดยกำหนดให้ผู้เดินทางต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนและผลตรวจหาเชื้อโควิดเป็นลบ รวมถึงมาตรการอื่น ๆ ซึ่งการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวจะส่งผลให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าสหรัฐได้เป็นครั้งแรกในรอบ 19 เดือน 

 หลังรัฐบาลสหรัฐประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคระบาดเมื่อเดือน มี.ค. 63 สำหรับการผ่อนคลายมาตรการการเดินทางเข้าสหรัฐฯ นั้น ผู้ที่จะเดินทางเข้ามาจะต้องฉีดวัคซีนที่ได้รับการรับรองหรืออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) 

รวมถึงวัคซีนที่อยู่ในรายชื่อขององค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งประกอบด้วยวัคซีนของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน, ไฟเซอร์/ไบออนเทค, โมเดอร์นา, แอสตร้าเซนเนก้า, โควิชลด์, ชิโนแวค และซิโนฟาร์ม สำหรับผู้เดินทางจากต่างประเทศที่อายุตั้งแต่ 2 ขวบขึ้นไปซึ่งมากับผู้ใหญ่สัญชาติอเมริกานั้นต้องแสดงหลักฐานการตรวจหาโควิดเป็นลบภายในสามวันก่อนออกเดินทาง ส่วนในกรณีที่เดินทางโดยลำพัง จะต้องแสดงหลักฐานดังกล่าวภายในหนึ่งวันก่อนออกเดินทาง 

 ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข #ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 #ศูนย์ข้อมูลCOVID19 #ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ #ไทยรู้สู้โควิด

เปิดใจน้องกิ๊ฟ นักศึกษาสาวร้องเพลงเปิดหมวก ส่งตัวเองเรียน


เปิดใจน้องกิ๊ฟ นักศึกษาสาวร้องเพลงเปิดหมวก ส่งตัวเองเรียน ด้านตำรวจยันทำตามหน้าที่กรณีให้น้องศึกษาเบาเสียงเพลง 

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อ สภ.เมืองราชบุรี ราชบุรี ได้โพสต์เรื่องราวของการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ พร้อมกับลงภาพที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปยืนพูดคุยกับน้องผู้หญิงที่สวมชุดนักศึกษา ในตลาดราชบุรี ทำให้มีชาวโซเซียลแห่มาคอมเม้นต์ถึงการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจกันอย่างมาก 

ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบในเฟสดังกล่าว และทราบว่า น้องนักศึกษาที่ไปร้องเพลง คือนางสาวปวีณา หรือ น้องกิ๊ฟ รวมศิลป์ อายุ 18 ปี เป็นนักศึกษา กศน. มัธยมปลาย ที่ อ.จอมบึง จึงได้ไปพูดคุยถึงสาเหตุที่ต้องมาร้องเพลงเปิดหมวก ซึ่งน้องกิ๊ฟ ก็เล่าให้ฟังว่า ตนนั้นชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก และเมื่อช่วง ม.1 พ่อแม่แยกทางกัน ตนต้องมาอยู่กับปู่และย่า และไม่มีใครส่งเสียให้เรียนตนจึงออกไปร้องเพลงตามงานต่างๆ 

และไปเปิดหมวกร้องเพลงตามตลาดนัดเพื่อหาเงินมาเรียนและเลี้ยงดูปู่กับย่าด้วย ทำให้ตนนั้นเป็นเสาหลักของครอบครัว ที่ผ่านมาก็เคยไปประกวดร้องเพลงหลายเวที จนได้เป็นแชมป์หลายสมัย และได้เป็นลูกศิษย์ของครูสลา คุณวุฒิ ส่วนประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นนั้น เกิดเมื่อช่วงเช้าวานนี้ตนไปร้องเพลงในตลาดสดราชบุรี และมีตำรวจมาบอกให้เบาเสียงลงหน่อยเพราะมีคนโทรไปร้องเรียน ตนก็เลยตัดสินใจเก็บของกลับ ซึ่งทางพี่ตำรวจก็ใจดีบอกว่าให้ร้องต่อได้และยังนำเงินหยอดในตู้รับบริจาคให้อีก 50 บาท แต่ตนก็กลัวว่าทางคนร้องจะไม่สบายใจจึงเก็บของกลับดีกว่า แต่ก็จะมาร้องเพลงใหม่อีก ซึ่งเรื่องนี้ตนโดนเป็นประจำ ทั้งที่ไม่ได้เปิดลำโพงดังอะไรมากมาย และไม่ทราบว่าจะเป็นข่าวขึ้นมา จนพี่สาวมาบอกเมื่อคืนว่า มีคนนำไปลงในโซเซียล ถึงได้ทราบ 

ด้าน ส.ต.อ.ไกรสร สินธุ์ฉ่ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เขต 1 ซึ่งเป็นผู้ที่เข้าไปบอกให้น้องกิ๊ฟเบาเสียงลง ก็บอกว่าในวันนั้นตนเข้าเวรอยู่ และได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีการเปิดเพลงเสียงดังบริเวรถนน วรเดช ตู้ท่าเทียบเรือ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี จึงได้เข้าไปตรวจสอบก็พบน้องนักศึกษามาร้องเพลง จึงได้ขอให้น้องช่วยเบาเสียงลงเพราะมีคนร้องเรียน ซึ่งน้องก็ให้ความร่วมมือ และเก็บของ ซึ่งตนให้น้องร้องต่อแต่น้องก็บอกว่าไม่เป็นไร ตนยังช่วยนำเงินหยอดตู้ให้น้องด้วย ซึ่งตนยืนยันว่าทำตามหน้าที่เพราะได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 จึงต้องมาตรวจสอบ ซึ่งทุกเรื่องที่ได้รับแจ้งก็จะต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจ 

 #น้องกิ๊ฟ #ร้องเพลง #แจ้งตำรวจ #เสียงดัง #ราชบุรี 

พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติเป็นเอกฉันเห็นควรรับหลักการ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ในวาระที่ 1


พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยพรรคเพื่อไทย มีมติที่ประชุมร่วมกันในการที่จะพิจารณารับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่ประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเข้าชื่อกันเสนอ ซึ่งประชุมร่วมกันของรัฐสภา วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 

‘นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านมีมติเป็นเอกฉันเห็นควรรับหลักการ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ในวาระที่ 1 โดยมีเหตุผลสำคัญที่เป็นแนวทางในการรับหลักการดังกล่าวนี้ 6 ประการ คือ 
 1. หลักการและเหตุผลที่เสนอแก้ไขเป็นไปเพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจและทำให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยจะมีการแก้ไขยกเลิกหมวด 16 ที่ว่าการปฏิรูปประเทศ รวมถึงแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี 
 2. ปรับโครงสร้างระบบรัฐสภา จากระบบ 2 สภา คือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ให้เหลือสภาเดียว คือ สภาผู้แทนราษฎร 
3. การสร้างกลไกตรวจสอบยึดโยงอำนาจอธิปไตยของพี่น้องประชาชน สร้างให้มีกลไกผู้ตรวจการสภาผู้แทนราษฎร เช่น ผู้ตรวจการศาลทหาร ผู้ตรวจการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ตรวจการองค์กรอิสระ 
4. การปรับโครงสร้าง ที่มา อำนาจและหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ 
5. ยกเลิกการคงอยู่และการสืบทอดอำนาจของผู้ทำการยึดอำนาจที่ยังคงสภาพบังคับใช้อยู่ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่อดีต ปัจจุบันจนถึงอนาคต ต้องยกเลิกให้สภาพอำนาจนั้นสิ้นสุดลง 
6. สร้างกลไกการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้เข้มข้นขึ้น เมื่อเปลี่ยนเป็นระบบสภาเดียว ก็ต้องเพิ่มบทบัญญัติการตรวจสอบให้เข้มข้นมากขึ้น 

นอกจากนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านยังมีความห่วงใยสถานการณ์บ้านเมือง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยซึ่งผูกพันทุกองค์กรและนำไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งถ้านำไปสู่การปฏิบัติโดยมิชอบ เป็นเครื่องมือการเมืองอาจก่อให้เกิดความแตกแยกวุ่นวาย จึงอยากให้อยู่ในกรอบของหลักนิติรัฐ นิติธรรม และความชอบธรรม พรรคร่วมฝ่ายค้านห่วงใยการใช้ความรุนแรงต่อผู้ชุมนุม ไม่ควรมีการใช้อาวุธความรุนแรง และต้องห่วงใยผู้ชุมนุมซึ่งเป็นเยาวชน จึงอยากให้ใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวทีปลอดภัยหาทางพูดคุยคุย โดยจะให้ส่งเรื่องให้คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ และ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรศึกษารายละเอียดข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดอีกครั้ง

‘ไข่เน่า’ ยื่นแก้ ม.287 ผลักดันหนังโป๊ถูกกฏหมาย ‘ลูกนัท’ ลั่นกฏหมายล้าหลัง


‘ไข่เน่า’ ยื่นแก้ ม.287 ผลักดันหนังโป๊ถูกกฏหมาย ‘ลูกนัท’ ลั่นกฏหมายล้าหลัง กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "คณะเจริญporn" นำโดย นาย อรรถพล ไข่ทอง หรือเบลล์ ขอบสนาม ,นายธนัตถ์ ธนากิจอํานวย หรือไฮโซลูกนัท ,นางสาวตะวัน หรือน้องไข่เน่า เข้ายื่นเอกสารร่างกฎหมายม.287 พร้อมรายชื่อผู้สนับสนุนในการแก้ให้หนังโป๊ถูกกฎหมาย ต่อประธานสภาผู้แทนราษฏร ที่อาคารรัฐสภา โดยมีนายแพทย์ สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับเอกสาร 

โดยนายอรรถพล กล่าวว่าเรามีจุดมุ่งหมายในการอยากให้สังคมมูฟผ่าน คำว่าศีลธรรมอันดี และคำว่าลามกอนาจาร เพราะคำเหล่านี้เมื่อมาพูดคุยในปี 2021 มีความชัดเจนที่ไม่มากนัก อย่างนั้นก็ควรที่จะแยกเรื่องของสื่อบันเทิงทางเพศออกมาจากเยาวชนอย่างชัดเจน ไม่ใช่เอากฎหมายไปกดทับ และเอาคำว่าศีลธรรมอันดีไปปะหน้าเพียงอย่างเดียว จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมพลังยื่นรายชื่อแสดงเจตจำนงในการอยากจะเปลี่ยนกฎหมายจุดนี้ 

ขณะที่นายธนัตถ์ มองว่ากฎหมายที่ไม่ได้รับความใส่ใจและล้าหลัง ทำให้ผู้ประกอบการถูกปิดกั้นช่องทางเลือกในการประกอบอาชีพ และรายได้ในช่วงที่มีวิกฤตโควิด 19 และวิกฤตเศรษฐกิจ มากไปกว่านั้นผู้ประกอบการถูกด้อยค่าความเป็นมนุษย์ด้วยบริบททางสังคม ที่ผูกติดกับคำว่าลามกอนาจารกับศีลธรรมอันดีซึ่งไม่มีบรรทัดฐาน 

ขณะที่นางสาวตะวัน กล่าวว่าตนเป็นคนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายมาตรา 287 การที่ตนออกมากับการแก้กฎหมายไม่ใช่ว่าเพื่อตนเองแค่คนเดียว อยากให้คนที่เป็นผู้ขายบริการทางเพศได้รับการคุ้มครองที่ดีมากกว่านี้ อย่างเช่นเรื่องของการถูกทำร้ายร่างกาย หรือการชิงปล้นเขาไม่สามารถไปแจ้งความเรียกร้องอะไรได้เลย อย่างน้อยก็อยากให้เขาได้รับสวัสดิการที่ดีขึ้น รวมไปถึงการคัดกรองเด็ก และเยาวชนที่จะเข้ามาทำอาชีพนี้ (เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564) 

 #รชานนท์อินทรักษา เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ 
#คณะเจริญporn #เบลล์ขอบสนาม #ไฮโซลูกนัท #ไข่เน่า #ม287 #รัฐสภา

Gogoro บริษัทธุรกิจยานยนต์จากประเทศไต้หวัน เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีเปลี่ยนแบต


Gogoro บริษัทธุรกิจยานยนต์จากประเทศไต้หวัน เปิดตัวรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีเปลี่ยนแบต เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ง่ายต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น และเป็นบริษัทแรก ๆ ที่มีแนวคิดรูปแบบใหม่ที่สร้างสถานีเปลี่ยนแบตโดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลาชาร์จอีกต่อไป

ขั้นตอนก็ง่ายมากแค่เราเข้าไปตามจุดเปลี่ยนที่สถานี ก็สามารถถอดแบตตัวเก่าที่อยู่ภายในรถออก แล้วนำถังชาร์จใหม่ใส่เข้าไป แค่นี้รถก็วิ่งไปต่อได้เลย

บริการรูปแบบใหม่นี้ช่วยลดมลพิษในอากาศแล้ว ยังสามารถช่วยลดโลกร้อนและลดปริมาณขยะ โดยการนำถังชาร์จอันเก่าของผู้ที่ใช้แล้ว กลับมาเติมพลังงานให้เติมเพื่อใช้งานได้อีกครั้ง

โดยปัจจุบันมีสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ทั้งหมด 45 แห่งในเมืองหางโจว และมีเป้าหมายเตรียมสร้างอีก 80 สถานีภายในสิ้นปีนี้ และจะเดินหน้าขยายสถานีเพิ่มอีกเพื่อรองรับเทคโนโลยี EV มากขึ้นในอนาคต

เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนหันมาสนใจรถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เพราะทุกวันนี้รถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างที่จะมีราคาสูง แต่ถ้ามีรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าราคาดี จับต้องได้และมีรูปแบบบริการที่ทันสมัย ก็จะเป็นแนวทางใหม่ให้เข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

#Gogoro 
#รถยนต์ไฟฟ้า 


ภาพชุด 'นายกฯ เช็คอิน กระบี่


🎯ภาพชุด 'นายกฯ เช็คอิน กระบี่ ' 

ระหว่างการตรวจราชการติดตามนโยบายรัฐบาล ที่จังหวัดกระบี่ ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร นัดแรกของปีในวันพรุ่งนี้ (16 พ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้โพสต์ท่าถ่ายภาพ ที่ ชุมชนท่องเที่ยวตําบลหนองทะเล ณ ชุมชนท่องเที่ยวบ้านคลองหรูด (คลองน้ำใส) ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ 

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ จ.กระบี่ นายกฯและรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าบาติกหลากสีสันเป็น “ผ้าลายขอเจ้าฟ้า สิริวัณณวรีฯ” สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงพระราชทานแบบลายผ้า โดยเป็นผลิตภัณฑ์โอทอป จ.กระบี่ 

ภาพ : ทำเนียบรัฐบาล

เปิดใจ "ครูเก่ง" เจ้าของจดหมายลาออกสนั่นวงการ ลั่นสุดจะทนระบบเส้นสาย


‘ให้ครูได้ทำหน้าที่ สอนนักเรียน ไม่ใช่ครูที่ทำแบบประเมิน’ 

 เปิดใจครูสาว รับราชการครูมา 8 ปีเต็ม ยอมจำใจลาออกเพราะทนเห็นระบบราชการ ‘ครู’ ที่เห็นคุณค่าการทำประเมินผลงานเลื่อนวิทยฐานะ สำคัญกว่าการสอนเด็กนักเรียน พร้อมเสนอไปยังกระทรวงศึกษาธิการแก้ไขปัญหาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั่วประเทศ
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger