Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสังคม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสังคม แสดงบทความทั้งหมด

‘มานะ หงษ์ทอง’ เหยื่อกระสุนยาง คฝ. เสียชีวิตแล้ว

 🔥‘มานะ หงษ์ทอง’ เหยื่อกระสุนยาง คฝ. เสียชีวิตแล้ว 

จากกรณี ‘มานะ หงษ์ทอง’ ชายวัย 64 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางบริเวณศรีษะระหว่างการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 บริเวณแยกดินแดง ขณะที่กำลังเดินทางเข้าที่พักในแฟลตดินแดง กทม. โดยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีนับตั้งแต่นั้นมา

ล่าสุดเฟซบุ๊ก ‘ศรายุธ ตั้งประเสริฐ’ ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าวประชาไท รายงานความคืบหน้าว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2565 มานะ ได้เสียชีวิต หลังเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานกว่า 6 เดือน ซึ่งถือเป็นรายที่สอง ต่อจาก ดช. วาฤทธิ์ สมน้อย วัย 15 ปี ที่ถูกกระสุนจริงยิงออกจากฝั่ง สน. ดินแดง 

ที่มา

https://www.facebook.com/photo/?fbid=5193049217405854&set=a.211191062258386

แม่แตงโมเขียนจดหมายถึงทนาย ระบุ ขอทนายตั้มอย่ามาเกี่ยวข้องคดี

 


แม่แตงโมเขียนจดหมายถึงทนาย ระบุ ขอทนายตั้มอย่ามาเกี่ยวข้องคดี

คุณแม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ได้เขียนจดหมายถึงทนายความของตนเอง โดยได้ระบุข้อความดังนี้

"เรียนคุณกฤษณะ ทนายความคดีน้องแตงโม โดยคุณแม่เป็นผู้จ้างทนายกฤษณะดูแลเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว คุณแม่ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้ได้ว่าจ้างคุณกฤษณะผู้เดียวเป็นทนายความในคดีนี้ ทนายท่านอื่นไม่อนุญาตให้เข้ามาเกี่ยวข้องในกรณีใดทั้งสิ้น ทุกเรื่องเกี่ยวกับคดี เพราะท่านตำรวจได้ดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบอยู่แล้ว ท่านผู้บัญชาการท่านได้ดูแลให้คำแนะนำอยู่แล้ว คุณแม่มั่นใจในท่านตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวข้องเร่งคดี สอบถามใดๆ ทั้งสิ้น ให้ท่านทำงานให้เต็มที่นะคะ คุณแม่วิงวอนท่านทนายษิทราว่า ขออย่ามาเกี่ยวข้องคดีน้องโมไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น คุณแม่ไม่ได้จ้างทนายษิทราใดๆ ทั้งสิ้น"  


ลงชื่อ ภนิดา ศิระยุทธโยธิน


อุทาหรณ์​ !!❗เด็ก10เดือน​ เล่นปลั๊กไฟ​ก่อนถูก​ไฟ​ช๊อต​เสียชีวิต​ต่อหน้า​ ตาเเละยาย

 

อุทาหรณ์​ !!❗เด็ก10เดือน​ เล่นปลั๊กไฟ​ก่อนถูก​ไฟ​ช๊อต​เสียชีวิต​ต่อหน้า​ ตาเเละยาย

     วันที่​ 6​ มีนาคม​ 2565​ วันนี้เหตุเกิดที่บ้านหนองมะแซว​ ต.หนองมะแซว​ อ.เมือง​ จ.อำนาจเจริญ

    เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา​ อายุเพียง10เดือนเสียชีวิต​เพราะถูกไฟฟ้า​ช็อต

    โดยผู้เป็นยายเล่าให้เราฟังว่า​ น้องก็นั่งเล่นนอนเล่นตามปกติประสาเด็กทั่วไป​ เเต่ใกล้เคียง​กัน​นั้นมีปลั๊กไฟที่สภาพไม่สมบูรณ์​ เนื่องจากยายบอกว่ามันขาดเเละมีการตัดต่อเรียบร้อยเเล้ว​ 

   เเต่ไม่คาดคิดว่าหลานของตนนั้นจะหยิบสายไฟมาเล่นเเละนำมาใส่ปาก​ สายไฟที่สภาพ​ไม่สมบูรณ์​นั้นจึงทำให้กระเเสไฟฟ้า​ช๊อตเด็กน้อยคนนี้​ จนทำให้ถึงแก่ชีวิต​ต่อหน้าต่อตา​คุณ​ยายเเละคุณ​ตาเเต่พอได้เห็นก็ช่วยหลานไว้ไม่ทันเสียเเล้ว

      คุณ​หมอตรวจสภาพร่างกายของน้องพบว่ากระแสไฟฟ้า​ไม่ได้ผ่านตัวน้อง​ จึงทำให้กระเเสไฟฟ้านั้นเข้าสู่หัวใจจนเสียชีวิต

#ขอแสดงความเสียใจกับครัวน้องมา​ ณ​ ที่นี้ด้วยครับ

#การลงภาพทางมูลนิธิไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแต่อย่างใดเพียงแค่สื่อไว้ให้เป็นอุทาหรณ์แก่ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก​ให้ระมัดระวัง.​

รื้อระบบบำนาญประเทศไทย รับมือ “เศรษฐกิจ-สังคม” สูงวัย


ระบบบำนาญชราภาพของประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปเพื่อเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และประชากรในทศวรรษที่จะมาถึง” นี่คือบทสรุปของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่ร่วมกับสหประชาชาติ และรัฐบาลไทย จัดทำรายงานวิเคราะห์ “ระบบบำนาญของไทย” พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อนำไปใช้สนับสนุนการหารือเชิงนโยบายระดับชาติว่าด้วยเรื่องบำนาญ

ระบบบำนาญชราภาพเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการให้ประชากรมีความมั่นคงทางรายได้ในปัจจุบันและอนาคต และยังจะมีความสำคัญต่อการพัฒนา “เศรษฐกิจผู้สูงอายุ” และยังเป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครองทางสังคมที่จะช่วยสนับสนุนครัวเรือนในการฟื้นตัวจากการชะงักงันทางเศรษฐกิจจากโควิด-19

แม้ระบบบำนาญของไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ด้วยโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่กำลังมุ่งสู่ระบบแบบ “ถ้วนหน้า” คืออย่างน้อยที่สุด ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีรายได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ประมาณ 40% ของแรงงานจ่ายเงินสมทบโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญชราภาพภายใต้ “กองทุนประกันสังคม” ซึ่งเป็นโครงการที่จะสามารถรับสิทธิประโยชน์ทางรายได้ที่เพียงพอ

อย่างไรก็ดี ระบบบำนาญชราภาพยังคงเผชิญกับความท้าทายอีกหลายประเด็นเกี่ยวกับความคุ้มครอง ความเพียงพอ ความยั่งยืนทางการเงิน และความสอดคล้อง

ความคุ้มครอง : โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้การประกันแบบถ้วนหน้า แต่แรงงานส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองจากโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญภายใต้กองทุนประกันสังคม เพราะโครงสร้างตลาดแรงงานจำนวนมากที่ทำงานส่วนตัว รวมทั้งการออกแบบระบบบำนาญแบบจ่ายเงินสมทบที่ไม่ได้ครอบคลุมแรงงานอีกจำนวนมาก

ความเพียงพอ : 1) “เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานของประเทศและมาตรฐานสากล (ประมาณ 600-1,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับอายุ) ถือเป็นจำนวนเงินที่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนของสากล

2) หลายปัจจัยที่จำกัดความเพียงพอของสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม โดยเฉพาะเพดานรายได้ของเงินสมทบ รวมถึงการจำกัดอายุเกษียณที่ต่ำ ลักษณะของสูตรคำนวณบำนาญ และข้อเท็จจริงที่ว่าสิทธิประโยชน์บำนาญไม่ได้คำนวณตามดัชนีเงินเฟ้อ หรือดัชนีค่าจ้างเมื่อผู้ประกันตนเกษียณอายุ

3) โครงการเงินออมต่าง ๆ เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ และมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม ให้สิทธิประโยชน์ที่ค่อนข้างต่ำ และยังมีการจ่ายเป็นเงินบำเหน็จ (จ่ายเงินก้อนครั้งเดียว) ซึ่งทำให้ความมั่นคงทางรายได้อยู่ในระดับที่จำกัด

ความยั่งยืนทางการเงิน : เงินบำนาญในประเทศไทยยังค่อนข้างต่ำ ถ้าเทียบกับมาตรฐานสากล ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องปรับโดยทันทีเพื่อรองรับการใช้จ่ายให้เหมาะสมและมีความเสมอภาคตามประชากรที่มีอายุสูงขึ้น ทั้งนี้ 2 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายปัจจุบันจัดสรรเป็นเงินบำนาญข้าราชการ และจำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเพื่อให้แน่ใจว่ายังคงมีความสมดุลของสัดส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของงบประมาณประเทศ

สำนักงานประกันสังคมจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนค่าคำนวณต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึง อายุเกษียณ และอัตราเงินสมทบ เพื่อให้แน่ใจว่าจะยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยประเทศอื่น ๆ ที่มีสถานการณ์คล้ายคลึงกันก็ดำเนินการปรับเปลี่ยนแล้วเช่นกัน

ความสอดคล้องเชิงนโยบาย : ระบบบำนาญไทยไม่สอดคล้องเชื่อมโยงกัน มีการแยกโครงการสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ออกจากกันเพื่อมุ่งเป้าไปยังแรงงานประเภทต่าง ๆ ทำให้ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการเคลื่อนย้ายและพลวัตของตลาดแรงงาน ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานเมื่อเกษียณอายุ

รายงานนี้จึงเสนอให้มีการพัฒนายุทธศาสตร์ที่กำหนดวิสัยทัศน์ “ระบบบำนาญหลายชั้น” (multi-tier pension system) กำหนดหน้าที่ การบริหารการเงิน และความสอดคล้องเชื่อมโยงระหว่างโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญต่าง ๆ และกำหนดแนวทางการปรับเปลี่ยนต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์ต่อการเปลี่ยนแปลงไปของตลาดแรงงานตลอดช่วงชีวิตของแรงงาน ILO ได้กำหนดรูปแบบของสิทธิประโยชน์ในแต่ละชั้นอย่างกว้าง ๆ ดังนี้

ชั้น 0 : ระบบบำนาญขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเสริมด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอื่น ๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาษี

ชั้น 1 : สิทธิประโยชน์ที่สัมพันธ์กับรายได้ ตามเงินบำนาญของกองทุนประกันสังคมที่ให้ครอบคลุมแรงงานมากขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนค่าการคำนวณอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความเพียงพอและความยั่งยืน

ชั้น 2 : การออมเสริมแบบบูรณาการ จากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ เพื่อกำหนดกรอบการออมของแต่ละบุคคลให้ชัดเจน สอดคล้องกัน

รายงานนี้ยังได้เสนอแนวทางการ “ปฏิรูประบบบำนาญ” ที่สามารถดำเนินการได้ในทันที โดยเน้นการสร้างความเพียงพอของเงินบำนาญ และสนับสนุนครัวเรือนในช่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 โดยเฉพาะการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพื่อให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังเสนอ “เลื่อน” การดำเนินโครงการกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ออกไปก่อน และกำหนดให้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบบำนาญอย่างเป็นระบบมากขึ้น

โดยมองว่า “ความเสี่ยง” ที่สำคัญของข้อเสนอของ กบช.ในปัจจุบัน คือ อัตราเงินสมทบที่ค่อนข้างสูง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการขึ้นอัตราเงินสมทบของกองทุนประกันสังคม ที่มีความจำเป็นต้องขึ้นเพื่อให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงในระยะยาว


เปิดใจ “ฮิปโป” พบข้อมูลสำคัญ!! “แตงโม” มีประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1ล้านบาท

 


ดราม่าวันนี้ เปิดใจ  “ฮิปโป” พบข้อมูลสำคัญ!! “แตงโม” มีประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1 ล้านบาท

ผู้รับผลประโยชน์คือ ลูกสาวแท้ๆของกระติก!!

รายการดราม่าวันนี้ (1 มีนาคม 2565)  ดำเนินรายการโดย  ต๊ะ-นารากร ติยายน ผลิตในนามบริษัท                            เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์และ ชินะ เอ็นเตอร์ไพร์ส โดยประเด็นในรายการ ยังตามติดการเสียชีวิตของ “แตงโม - ภัทรธิดา” ปริศนาที่ยังต้องหาคำตอบ

โดยสัมภาษณ์สดคุณแม่ “ภนิดา ศิริยุทธโยธิน” คุณแม่ของ “แตงโม” โม – อมีนา พินิจ , “ฮิปโป – ฉันท์ชนะ ยิ้มสาย” และ พล.ต.ต วิชัย สังข์ประไพ อดีตผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1

ต๊ะ : ฮิปโปพบอะไรที่พอจะเป็นหลักฐานเพิ่มเติม ที่จะเอาเป็นประโยชน์ได้บ้าง?

.

ฮิปโป : อย่างล่าสุดอันนี้แจ้งให้คุณแม่ทราบเลยนะคะว่า หนูพึ่งทราบมาเมื่อสักครู่นี้เลย คือว่าหนูเป็นครีเอทีฟรายการนึง แล้วในรายการจะมีการมอบประกันเกิดขึ้น ซึ่งวงเงินประกันอุบัติเหตุเงินสูงสุด 1ล้านบาท จากทิพยประกันภัย แล้ว ณ ตอนนี้ เค้าส่งชื่อมาแล้วค่ะว่า ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือ น้องอีสเตอร์ ลูกบุญธรรมอ่ะค่ะ

ต๊ะ : ลูกของคุณกระติกเป็นผู้รับผลประโยชน์ จากกรมธรรม์ ประกันชีวิตเป็นประกันอุบัติเหตุ 1ล้านบาท?

ฮิปโป : อันนี้เค้าบอก วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาทนะคะ เค้าแจ้งหนูมา คือทางหนูได้เช็คกับทางรายการเรียบร้อยแล้ว เพราะหนูเป็นครีเอทีฟรายการ ทางเจ้าของรายการแจ้งหนูมาว่า แตงโมมีประกันที่ทางรายการมอบให้ฟรีใน1ปีให้เค้า กลางรายการเลย สุดท้ายเค้าส่งรายชื่อมาว่าคือน้องอีสเตอร์

ต๊ะ : มีใครรู้บ้างเรื่องนี้?

ฮิปโป : น่าจะมีทางคุณแตงโม คุณกระติก เพราะตอนนั้นเค้าดูแลกันอยู่ เพราะว่ามันมอบเมื่อตอนช่วงเมษายนในรายการนี่ยังไม่ครบปีเลย ก็ยังคุ้มครองอยู่

คุณแม่ : คุณแม่ติดใจเรื่องนี้ละ เดี๋ยวคุณแม่จะไปเช็คเอง เพราะว่าเมื่อวานนี้ ฮิปโป พูดว่าไม่มีนะประกัน                  แต่ทำไมวันนี้ถึงเกิดมีขึ้น

ฮิปโป : คือหนูได้ทราบจากทางเจ้าของรายการ หนูขออนุญาตเอ่ยชื่อนะคะ พี่ธัญญ่า ธัญญาเรศ บอกว่าฮิปโปรบกวนแจ้งคุณแม่ด้วย ว่ารายการมอบประกันให้1ล้านบาท ซึ่งหนูก็ลืมไปแล้วด้วยนะคะ ว่าหนูเคยทำรายการนี้ เราก็นึกได้ว่า เออว่ะ ปกติดาราที่มารายการนี้ทุกคนจะได้ประกัน 1ล้านบาท แต่ผลประโยชน์เป็นใครเราไม่ทราบเลย เพราะจะอยู่ที่ดาราเซ็นว่าผู้ได้รับผลประโยชน์คือใคร ซึ่งเราก็ได้คุยกับทางรายการ เค้าก็รีเช็คมาว่า มันเป็นชื่อเด็กหญิง ซึ่งก็คือน้องอีสเตอร์

แม่ : แล้วยังไง เป็นชื่อน้องอีสเตอร์ได้ยังไงคะ?

ฮิปโป : อันนี้หนูไม่ทราบเลยค่ะ เพราะเค้าต้องเป็นคนเซ็นลายเซ็น

แม่ : เดี๋ยวคุณแม่จะไปตรวจสอบเรื่องนี้ คุณแม่มีสิทธิ์ที่จะร้องถอนประกันนี้ได้ คือมันไม่ถูกต้องแล้ว ลูกคุณแม่เสีย เพราะเงินก้อนนี้ใช่ไหม?

ต๊ะ : อันนี้ยังคะ ยังไม่สรุปอย่างนั้นไม่ได้นะคะคุณแม่


เหมือนคนตายทั้งเป็น! ดีเจมะตูม กับเส้นทางชีวิตที่ผิดพลาด

เปิดเรื่องราวชีวิตของ "ดีเจมะตูม" ที่เจอมรสุมครั้งใหญ่กับการจัดปาร์ตี้วันเกิดจนติดโควิด-19 โดนด่าโดนประณามอย่างหนัก ทุกข์ทรมานเหมือนคนตายทั้งเป็น

หากย้อนไปเมื่อช่วงมกราคม ปี 2564 ชื่อของพิธีกรฝีปากกล้า "ดีเจมะตูม เตชินท์" กลายเป็นชื่อที่โดนสังคมวิพากษ์วิจารณ์และประณามอย่างหนัก กับกรณีจัดปาร์ตี้วันเกิดจนติดเชื้อโควิด-19 เป็นคลัสเตอร์ใหม่ในเวลานั้น อีกทั้งยังถูกดำเนินคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จนเป็นประเด็นร้อนอยู่พักใหญ่

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดีเจมะตูม ได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง และประพฤติตัวให้เหมาะสม ไม่ได้กระทำผิดซ้ำ พร้อมทั้งตระหนักถึงข้อกฎหมายอยู่ตลอด เห็นได้จากการไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานครทุกๆ 3 เดือน จนครบ 1 ปี ซึ่งตอนนี้คดีความสิ้นสุดลงแล้ว

โดยล่าสุด ดีเจมะตูม ได้มาเปิดใจผ่านรายการ คุยแซ่บshow ถึงมรสุมในชีวิตที่เกิดขึ้น ถาโถมเข้ามาทำให้ทุกข์ทรมาน เหมือนคนตายทั้งเป็นอยู่ตลอดเวลา จนเกือบคิดจบชีวิต แต่เจ้าตัวก็สามารถก้าวผ่านมาได้ เพราะคำว่ากำลังใจและมีหลักธรรมยึดเหนี่ยวจิตใจ

ทุกอย่างถาโถมเข้ามา จนตั้งรับไม่ทัน

"ตูมโดนหนักมากๆ อย่างที่ทุกคนทราบ ช่วงสถานการณ์ที่ตูมติดโควิด เมื่อต้นปี 2021 เป็นคนในวงการคนแรกที่ติดโควิดแล้วมีข่าวหนักมาก และน่าจะมีตูมคนเดียวที่ติดโควิดแล้วโดนคดีความด้วย ชีวิตเรากลายเป็นอีกคนเลย จากคนในวงการ ต้องโดนออกจากวงการ แล้วเข้าสู่กระบวนการของกฎหมาย ตอนนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันถาโถมเข้ามาแบบใช้คำว่าตั้งรับไม่ทัน"

สิ่งที่เป็นตราบาปในใจ คือแม่โดนด่าไปด้วย

"ทุกๆ การดังของโทรศัพท์เรา มันเหมือนเป็นเสียงนรก เหมือนคนจมน้ำ แต่ไม่ยอมตายสักที เรานอนไม่ได้ เรากินไม่ได้ ที่มันหนักจริงๆ คือมีข่าวคลัสเตอร์ลามไปอีกงานหนึ่ง แล้วมีคนเดือดร้อนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เรื่องคอมเมนต์ไม่ต้องพูดถึง แม่ตูมโดนหนักมาก นี่เป็นสิ่งที่เป็นตราบาปในใจอยู่เลยคือ ทำให้คนเกือบทั้งประเทศไล่แม่ อยากให้แม่เราไปตาย

ซึ่งมีคอมเมนต์หนึ่งมันเอาออกจากหัวไม่ได้เลย คือ เพราะคันคะเยอที่อยากจะจัดปาร์ตี้ทำให้คนอื่นต้องซวยกันไปหมด ขอให้โควิดลงปอดมึง แล้วแม่ของมึง แล้วหายไปจากโลกใบนี้ ตูมหายไปจากโลกใบนี้ โอเคคุณอาจจะพอใจ แต่แม่ของตูมไม่สมควร เขาเป็นผู้หญิงที่ดีครับ"

29 มกราคม คือวันที่อยากจบชีวิตตัวเอง

"วันที่ 29 เป็นวันที่คดีความเริ่มหนักขึ้น เป็นคดีที่คนทั้งประเทศให้ความสนใจ ปกติจะเจอนักข่าวบันเทิง แต่นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ตูมต้องเจอนักข่าวอาชญากรรม เจอนักข่าวที่ไม่รู้จักมาก่อน และการตอบคำถามของตูมในตอนนั้น เราไม่ได้พูดขอโทษสังคมในฐานะดีเจมะตูม เราไปในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ทำผิดต่อสังคมแล้วต้องขอโทษ มันทำให้เรารู้สึกว่านี่อาจจะเป็นวันสุดท้ายแล้วแหละที่ได้นั่งอยู่หน้ากล้อง"

"คำว่า 'ดีเจมะตูม' เมื่อเสิร์ชเข้าไปในกูเกิล ผลงานสร้างชื่อคือติดโควิด สิ่งที่ทำมาทั้งหมดในวงการ มันหายไปหมด แล้วมันมีคำว่าคลัสเตอร์มะตูม,มะตูมซุปเปอร์สเปรดเดอร์ ชื่อนี้มันจะติดตัวเราไปตลอด เพราะฉะนั้นตูมคิดว่าอนาคตในวงการมันจบแน่นอน"

ความตายเท่านั้นจะชดใช้ความผิดนี้

"ใช่ครับ คืออยากให้พี่หนิง (หนิง ปณิตา) รู้ไว้ว่าที่พี่พยายามช่วยตูม เอาธรรมะเข้ามาหาตูม มันสายไปแล้วนะพี่ ณ ตอนนั้นแค่มีความรู้สึกว่าทำยังไงก็ได้ให้ฉันไม่ต้องรู้สึกทรมานแบบนี้ได้ไหม ตั้งแต่ตูมเกิดมาจนอายุ 30 กว่า สิ้นมกราคมปีที่แล้ว ตูมใช้คำว่านั่นคือช่วงเวลาที่ทุกข์และตกต่ำที่สุดในชีวิตของตูมแล้ว ตูมไม่เคยสัมผัสความทุกข์ทรมานขนาดนั้นมาก่อน มันเหมือนคนตายทั้งเป็นอยู่ตลอดเวลา"

กลับมามีสติ เพราะน้ำพริกกะปิฝีมือแม่

"ภาพที่ตูมเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้อง ICU แม่ยกมือไหว้พยาบาลขอให้ลูกได้เอาข้าวกล่องนี้ไปกินในห้องได้ไหม มันเป็นภาพที่เรานั่งอยู่บนเตียง แต่เรามองเห็นแม่เราแบบจะเอามาให้ได้ ซึ่งตูมไม่รู้ว่าในนั้นคืออะไร พยาบาลยอม พอเขาเอาเข้ามา กล่องข้าวอันนั้นมันคือกล่องเดียวเหมือนกับตอนไฮสคูลเลย ณ วินาทีนั้นเรารู้สึกว่าเราจะเป็นอะไร เราจะติดโควิด คนจะเกลียดเราทั้งประเทศยังไง เราก็คือมะตูมลูกของแม่หญิงที่เขาอยากจะดูแลเราไปตลอด"

"ในกล่องข้าวมีโน้ตเล็กๆ เขียนไว้ว่า 'จำได้ไหมนี่คือสิ่งที่แม่เคยทำให้ ดีใจจังที่มีโอกาสได้ทำอีกครั้ง' ตูมไม่รู้เรื่องความกตัญญูตอนที่ตูมบวชนะครับ ตูมรู้วันนั้น ตูมรู้ว่าสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในชีวิตมนุษย์ของบุตรคือบุพการี ตูมรู้เลยว่าไม่ว่าตูมจะเป็นคนแบบไหนในสังคม ไม่ว่าตูมจะถูกหล่อหลอมแบบไหนด้วยสังคมยังไงก็แล้วแต่ พ่อกับแม่ไม่มีวันทิ้งตูม อันนี้คือสิ่งที่ตูมรู้วันนั้น"

คนส่วนใหญ่มองบวชเพื่อต้องการล้างมลทิน ใช้ผ้าเหลืองชุบชีวิตใหม่?

"บวชล้างบาป คุณมีสิทธิคิดอย่างนั้นได้นะครับ ตูมเข้าใจเลยว่าคนจำนวนมากต้องคิดแบบนั้น แต่สำหรับตัวตูม ต้องการบวชเพื่อศึกษาพระธรรมคำสอน ต่อให้ตูมไม่บวช ตูมทำอะไรสักอย่าง ถ้าเขาไม่ชอบก็คือคนไม่ชอบ คอมเมนต์ในโซเชียลเขาตะโกนว่าเรา 100 คน แต่ถ้าเราเลือกเอาแต่ดีๆ ที่เป็นประโยชน์มาไว้ใกล้ๆ หูเราก็เดินต่อได้ คอมเมนต์ด่าเราทั้งหมด ตูมไม่เพิกเฉย แต่ตูมก้าวผ่าน ตูมทำได้ครับ ตูมสามารถเลือกที่จะวางเขาได้"

คำด่าเป็นแค่ตัวอักษร

"ตูมเชื่อนะครับ วันนี้ตูมไม่ได้มานั่งพูดในรายการในฐานะของดีเจมะตูมที่อยู่ในวงการบันเทิง ตูมขอใช้พื้นที่ตรงนี้พูดในฐานะมนุษย์คนหนึ่งครับ ที่มีรัก โลภ โกรธ หลง มีกิเลสตัณหา มีความผิด แต่รู้สึกตัวแล้วก็ศรัทธาในพระธรรมคำสอนของสัมมาสัมพุทธเจ้า ตูมขอแค่เป็นส่วนเล็กๆ ที่ยังพอจะสามารถเอาประสบการณ์ตัวเองมาเผยแพร่ สืบสานและสืบทอดพระพุทธศาสนาของตูมเอง ตูมขอแค่นี้พอ"

"ฝากคนที่ดูอยู่ตอนนี้เลย ไม่ว่าใครก็ตามที่มาด่าคุณในโซเชียลให้ทำความเข้าใจไว้ว่า เพราะเขาไม่ได้รู้จักเราดี และไม่ได้อยากรู้จักเราดีด้วย เพราะถ้าเขาอยากรู้จักเราจริงๆ เขาจะไม่ตัดสินเราขนาดนั้น พี่รู้ไหมคนที่พิมพ์ด่าเราในโซเชียล บางคนพิมพ์เป็นหน้ากระดาษเลย เขาเสียเวลาพิมพ์ด่าเราไม่น่าเกิน 5 นาที เราจะเก็บ 5 นาทีนั้นมาเป็นชั่วชีวิตเราไม่ได้"

พ่อแม่ “หมอกระต่าย” ฟ้องศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหาย ส.ต.ต.นรวิชญ์-ต้นสังกัด 72 ล้าน พร้อมดอกเบี้ย ขี่รถชนลูกสาวบนทางม้าลายเสียชีวิต - เตรียมฟ้อง กทม.ด้วย

พ่อแม่ “หมอกระต่าย” ฟ้องศาลแพ่ง เรียกค่าเสียหาย ส.ต.ต.นรวิชญ์-ต้นสังกัด 72 ล้าน พร้อมดอกเบี้ย ขี่รถชนลูกสาวบนทางม้าลายเสียชีวิต - เตรียมฟ้อง กทม.ด้วย

17 ก.พ. 65 นพ.อนิรุทธ์ สุภวัตรจริยากุล , นางรัชนี สุภวัตรจริยากุล พ่อและแม่ พญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย พร้อมทนายความ เดินทางเข้าเข้ายื่นฟ้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผู้ต้องหาขี่จักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนลูกสาว ขณะเดินข้ามทางม้าลายจนเสียชีวิต

โดยมีการฟ้องทั้งหน่วยงานต้นสังกัด และ ส.ต.ต.นรวิชญ์ เรียกค่าเสียหายการจัดการศพ ค่าเสียหายการเลี้ยงดูที่ครอบครัวสูญเสีย จากการเสียชีวิตของลูกสาว รวมเป็นเงิน 72 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย

ประเมินตามศักยภาพของหมอกระต่าย ถ้ายังมีชีวิตอยู่จะสามารถทำงาน ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติได้เท่าไหร่ การเลี้ยงดูพ่อแม่ การทำงานจนถึงวัยเกษียณ และหลังจากเกษียณแล้ว จะมีรายได้ประมาณ 200 ล้านบาท และจะสามารถจ่ายภาษีให้แก่รัฐได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท โดยมีนักวิชาการร่วมประเมินด้วย
ทนายความ ระบุว่า “แม้ว่าผู้ก่อเหตุจะไม่มีเงินจ่าย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ทางครอบครัวมองว่ามีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ เพราะก่อนเกิดเหตุนั้น ส.ต.ต.นรวิชญ์ได้ไปรับเอกสารสำคัญที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และทันทีที่ออกมาก็ประสบอุบัติเหตุ ไม่ไกล แลยังเป็นวันและเวลาราชการ”

“หลังจากยื่นฟ้องที่ศาลแพ่งแล้ว ทางครอบครัวก็จะเดินทางไปยื่นฟ้องศาลปกครอง ฟ้องกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานในสังกัด 2 หน่วยงาน คือ สำนักการจราจรและขนส่ง และศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เรื่องการปล่อยปละละเลยการจัดให้มีความปลอดภัยในการใช้ทางม้าลายคนข้าม ความเสียหาย 72 ล้านบาทเช่นเดียวกัน”

ผู้เสียหายน้ำตาตก ซื้อรถมาได้ 1 วัน เกียร์พัง ขอเปลี่ยนคันใหม่หรือเปลี่ยนรุ่นไม่ได้

ถ้าคุณผู้ชมซื้อรถแล้วออกมาวันแรกรถมีปัญหา จะทำอย่างไร? อย่างเคสนี้ผู้เสียหายออกรถป้ายแดงมาได้แค่ 1 วัน ปรากฏว่าเกียร์รถพัง พอติดต่อไปที่บริษัทขายรถขอเปลี่ยนคันใหม่หรือเปลี่ยนรุ่น ก็ไม่ยอม บอกจะให้ซ่อมเปลี่ยนเกียร์ท่าเดียว จากที่ดีใจถอยรถใหม่ ต้องน้ำตาตก 

เริ่มจากปัญหาเรื่องนี้กันก่อน เรื่องมีอยู่ว่ามีผู้เสียหายท่านหนึ่ง ได้เดินทางไปออกรถใหม่ราคาเหยียบ 1 ล้านบาท ตอนนั้นก็ดีใจ ภูมิใจที่ได้ถอยรถป้ายแดง ขับออกมาอย่างสง่าผ่าเผย แต่สุดท้ายต้องคอตก เพราะผ่านไปแค่วันเดียว ย้ำว่า วันเดียว ปรากฏว่ารถเกียร์พัง ขับไม่ได้ พอแจ้งไปที่ศูนย์ เซลที่ขายก็บ่ายเบี่ยง บอกจะซ่อมคืนใหม่ เปลี่ยนเกียร์ใหม่ แต่ใจของผู้เสียหายรถราคาหลักล้านมาพัง ใครจะอยากใช้ต่อ ขอเปลี่ยนคันใหม่ หรือเปลี่ยนรุ่น เซลก็บอกว่าให้รอก่อน พอบอกไม่เอาแล้ว ขอเงินดาวน์คืน เซลก็ไม่ยอมอีก ตอนนี้บอกว่าไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหนแล้ว วอนสื่อช่วยเหลือ

เพื่อช่วยติดตามความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังศูนย์บริการรถยนต์ที่ผู้เสียหายออกรถ ได้รับการยืนยันว่า ขณะนี้ทางบริษัทได้มีการประชุมหารือกันเรียบร้อยแล้ว โดยจะคืนเงินดาวน์ทั้งหมดให้กับผู้เสียหาย เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังสอบถามไปยัง สภาองค์กรของผู้บริโภค โดย คุณโสภณ หนูรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค บอกว่า เมื่อประชาชนไปซื้อรถแล้วพบปัญหา สามารถเรียกร้องตามสิทธิของผู้บริโภคได้ เนื่องจากถือว่ารถที่ส่งมอบผิดสัญญา ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ส่งมอบสินค้า ประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกได้ว่าจะดำเนินการอย่างไร คือ 
1.ขอเปลี่ยนรถเป็นคันอื่นไปเลย 
2.ขอให้ซ่อม 
3.ขอให้ลดราคาสินค้า และ 
4.บอกเลิกสัญญาแล้วขอเงินคืน

โดยพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย ระบุว่า "สินค้าที่ไม่ปลอดภัย" หมายความว่า สินค้าที่ก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุจากความบกพร่องในการผลิตหรือการออกแบบ หรือไม่ได้กำหนดวิธีใช้ วิธีเก็บรักษา คำเตือน หรือข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า หรือกำหนดไว้แต่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชัดเจนตามสมควร ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงสภาพของสินค้า รวมทั้งลักษณะการใช้งานและการเก็บรักษาตามปกติธรรมดาของสินค้าอันพึงคาดหมายได้

และในมาตรา 5 ผู้ประกอบการทุกคนต้องร่วมกันรับผิดต่อผู้เสียหายในความเสียหายที่เกิดจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย และสินค้านั้นได้มีการขายให้แก่ผู้บริโภคแล้ว ไม่ว่าความเสียหายนั้นจะเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบการหรือไม่ก็ตาม

มีกฎหมายคุ้มครอง ถ้าเจอปัญหาลักษณะนี้ ไม่ต้องกลัว ประชาชนสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ กรณีมีการบิดพลิ้วไม่ยอมเปลี่ยนคันใหม่ หรือคืนเงินให้

ช่างบีบหัวใจ เพราะความจน หนุ่ม 17 จำใจทิ้งความฝันและอนาคต

ช่างบีบหัวใจ‼ เพราะความจน ทำให้เด็กจำนวนไม่น้อย ต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคัน ทั้งที่ความเป็นจริง โอกาสทางการศึกษา แทบจะเป็นหนทางเดียวที่ช่วยพลิกชีวิตให้สามารถหนีห่างจากความยากจนได้ตลอดชีวิต

“น้องกาฟิวส์” หรือ นายปรเมศร์ ปัญญาพรวิทยา อายุ 17 ปี ชาว จ.ขอนแก่น เป็นหนึ่งในเด็กนักเรียน ที่เส้นทางการเรียนสายอาชีพ ปวช.ช่างไฟฟ้า ต้องเดินมาถึงทางตัน หลังเรียนได้เกือบครบปี เหลือแค่ 5 วันจะสอบแล้ว แต่จำใจต้องลาออก ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม เพราะอาศัยอยู่กับตายายที่แก่ชราและมีรายได้น้อย แถมมีน้องสาวเรียนชั้น ม.1 อีกคน ส่วนพ่อแม่แยกทางกัน ไม่ได้ส่งเสียนานแล้ว จึงต้องออกมาทำงานเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว

อาศัยวุฒิ ม.3 ที่มี ทำงานเป็นลูกจ้างร้านอาหาร ส่งเงินให้ครอบครัวสัปดาห์ละ 1,000 บาท น้องอยากเรียน กศน.อย่างน้อยจะได้มีวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น ไว้สมัครงานหรือเรียนต่อ ช่วยให้มีงานทำที่สร้างรายได้ และสานฝันให้เป็นจริง

นี่แค่หนึ่งในตัวอย่าง ของเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาจำนวน 110,755 ราย ที่กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ 14 หน่วยงาน เดินหน้าโครงการ ตามหาเด็กเหล่านี้ เพื่อ “พาน้องกลับมาเรียน” ตั้งเป้าตัวเลขต้องเป็นศูนย์

วันนี้ “น้องกาฟิวส์” จึงได้รับการประสาน เข้าสู่ระบบการศึกษานอกโรงเรียน ให้สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ควบคู่กับการเรียนเพิ่มพูนความรู้ไปด้วย อย่างน้อยยังไม่หมดโอกาสที่จะได้เห็นแสงสว่าง...ที่ปลายอุโมงค์


cr : ch7hd news

สื่อเกาหลีใต้ตีข่าว #แบนลูกหนัง ลูกสาวตั้ว พาดหัวแรง-เปิดตัวลูกสาวเผด็จการ



“ลูกสาวของผู้ที่สนับสนุนเผด็จการไทย” สื่อเกาหลีใต้พาดหัว ถึงกระแสในไทย กับการแบนลูกสาวตั้ว ศรัณยูที่เตรียมเดบิวต์เป็นไอดอล K-Pop

เกิดเป็นกระแสการแบน ตั้งแต่ยังไม่ได้เดบิวต์ หลังจากที่ค่ายเพลงในเกาหลีใต้ Grand Line Group ได้ประกาศเตรียมเดบิวต์เกิร์ลกรุปวงใหม่ชื่อวง ‘H1-KEY’ ที่จะเปิดตัวในวงการ K-POP ปี 2022 รวมถึงเปิดเผยสมาชิกทั้ง 4 คนของวงออกมา ซึ่งหนึ่งในนั้น คือชาวไทย อย่างลูกหนัง ศีตลา วงษ์กระจ่าง แต่ก็กลับเกิดกระแสแบน และไม่สนับสนุนศีตลาในประเทศไทยขึ้นมา เพราะเธอคือลูกสาวของอดีตนักแสดงไทย ตั้ว ศรัณยู วงษ์กระจ่าง ที่เคยมีส่วนสนับสนุนการชุมนุมของพันธมิตร การปิดสนามบินสุวรรณภูมิในปี 2551 และการสนับสนุนการรัฐประหาร และม็อบ กปปส.

โดยทางสื่อเกาหลีใต้อย่าง Instiz Entertainment News ก็ได้พาดหัวถึงกระแสที่เกิดขึ้นในประเทศไทยว่า “ลูกสาวของผู้สนับสนุนเผด็จการของไทย ได้เดบิวต์เป็นไอดอล K-Pop” พร้อมเนื้อหาทีเล่าถึงแฟนคลับชาวไทยที่เดือดขึ้นมา และไม่สนับสนุนการเดบิวต์ เพราะเธอเป็นลูกสาวของชายผู้มีส่วนสนับสนุนเผด็จการของประเทศไทย ทั้งเนื้อหายังระบุถึงภาพเปิดตัวศีตลา ที่ได้พูดถึงแบบอย่าง ว่าคือพ่อของเธอด้วย

เช่นเดียวกัน สื่ออย่าง Topstarnews ของเกาหลีใต้เอง ก็พาดหัวเช่นเดียวกันว่า ‘ลูกสาวของเผด็จการจะเดบิวต์’ และในเนื้อหาเองยังได้เล่าถึงกระแสการแบน ที่เกิดขึ้นในโซเชียลเน็ตเวิร์กของไทย และได้แปลทวิตของชาวไทยบางส่วน ที่ไม่พอใจกับการเดบิวต์นี้ โดยบอกว่าพ่อของเธอมีส่วนสนับสนุนเผด็จการ ขณะที่ยังมีวัยรุ่น นักเคลื่อนไหว รุ่นราวคราวเดียวกับตัวศีตลา ที่ต้องถูกจำคุก และถูกพรากอิสรภาพไป

นับตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 30 พ.ย. 64 หลังจากข่าวเปิดตัวเกิร์ลกรุ๊ปวง H1-KEY ได้มีการติดแฮชแท็ก #SITALA และ #แบนลูกหนัง ในทวิตเตอร์ขึ้น ซึ่งขณะนี้ (21.20 น.) แฮชแท็กนี้ได้ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ และได้มีผู้ทวิตมากถึง 1.1 ล้านทวิต และ 5.6 แสนทวิตตามลำดับ

โดยทวีตต่างๆ ได้มีการพูดถึงการสนับสนุนเผด็จการในอดีตของศรัณยู การแชร์ความเดือดร้อน และประสบการณ์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การปิดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อปี 2551 ที่ศรัณยูได้มีส่วนร่วม จนถึงว่าศีลตลา ได้มีโอกาสไปทำตามความฝันในต่างประเทศ ขณะที่เยาวชนไทยหลายคน ยังอยู่ในเรือนจำ และถูกเผด็จการขโมยความฝันไป จึงเป็นเหตุผลที่ไม่ควรสนับสนุนการเดบิวต์ในครั้งนี้ โดยได้มีการโพสต์รูปภาพ พร้อมคำแปลทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาเกาหลีในทวิตเตอร์

อ้างอิงจาก 
https://twitter.com/topstarnews/status/1465627946358435841?s=21

https://www.instiz.net/pt/7064437

https://twitter.com/search?q=%23SITALA&src=trend_click&vertical=trends

https://twitter.com/search?q=%23%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%87&src=trend_click&vertical=trends

ม.หิดล ชี้ให้จับตา ประชาชนรุ่นเกิดล้าน ที่เกิดระหว่าง พ.ศ. 2506 - 2526 เป็นทิศทางโจทย์วิจัยสนองอนาคตสังคมสูงวัย


ม.มหิดล ชวนจับตา ‘สึนามิผู้สูงวัย’ จากประชากรรุ่นเกิดล้าน พ.ศ. 2506-2526 แนะระวังเรื่องสุขภาพ-การใช้จ่าย และให้ออมเงิน

วันนี้ (13 พฤศจิกายน) ศ.เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ ประสาทกุล อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า นับเป็นเวลาครึ่งศตวรรษแล้วที่สถาบันฯ ได้รับใช้ประเทศชาติด้วยการเป็นปัญญาของแผ่นดิน ตามปณิธานของมหาวิทยาลัยมหิดล สร้างองค์ความรู้จากงานวิจัยที่เกิดขึ้นจากการสำรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากรไทย ไม่ว่าจะเป็นการเกิด การตาย และการย้ายถิ่น ฯลฯ ซึ่งที่ผ่านมามีนักวิจัยของสถาบันฯ ได้เป็นคณะทำงานร่วมจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในทุกฉบับ เพื่อการขับเคลื่อนสู่นโยบายของประเทศไทย

สำหรับ ‘ประชากรรุ่นเกิดล้าน’ ซึ่งอยู่ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2506-2526 นโยบายของประเทศไทยในขณะนั้นมุ่งไปที่การวางแผนครอบครัว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทั่วโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าคนรุ่นใหม่นิยมอยู่เป็นโสด ไม่แต่งงาน และมีลูกกันน้อยลง อัตราเกิดของประชากรไทยจึงลดต่ำลงไปด้วย

จึงเกิดคำถามว่า เราจะเตรียมพร้อมนโยบายทางประชากรของประเทศไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรของไทยอย่างไร เมื่อประชากรรุ่นเกิดล้านที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2506-2526 จะกลายเป็น ‘สึนามิประชากร’ ที่เคลื่อนสู่ฝั่งผู้สูงวัยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ศ.เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์ กล่าวต่อไปว่า การแก้ปัญหาอัตราเกิดต่ำด้วยการส่งเสริมให้ประชากรมีลูกกันมากขึ้น อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีนักสำหรับสังคมไทย หากไม่ได้พิจารณาถึงคุณภาพของการเกิดหรือเกิดด้วยความไม่พร้อม ซึ่งตัวเลขการเกิดของประชากรไทยในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นปีล่าสุด อยู่ที่ประมาณ 587,000 คน และอาจมีแนวโน้มต่ำลงไปอีกประมาณ 2-3 หมื่นคนตามวิกฤตโควิดที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยการประกาศจำนวนเกิดของประชากรไทยในแต่ละปีจะนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 31 ธันวาคมของปีนั้นๆ แล้วจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในอีกประมาณ 2-3 เดือนถัดไป

“ปัญหาที่เร่งด่วนมากกว่าปัญหาอัตราเกิดฮวบต่ำลงในขณะนี้ คือการเตรียมพร้อมอย่างไรเมื่อสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งประชากรที่เกิดในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2506-2526 ถือเป็นต้นแบบที่ดีที่สุดในการนำมาพิจารณาเป็นโจทย์เพื่อการศึกษาวิจัยให้ตอบสนองทิศทางความต้องการของผู้สูงวัยไทยในอนาคต โดยควรเน้นให้เตรียมพร้อมเรื่องสุขภาพ และระวังการใช้จ่าย หมั่นเก็บออมไว้เพื่ออนาคต” ศ.เกียรติคุณ ดร.ปราโมทย์กล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.อารี จำปากลาย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ภารกิจของสถาบันฯ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อประเทศไทยใน 50 ปีที่ผ่านมานั้น ไม่ได้มีเพียงงานวิจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรเท่านั้น ยังมีงานวิจัยเพื่อติดตามพฤติกรรมทางสุขภาพของประชากร ความเท่าเทียมทางการศึกษา ความเท่าเทียมทางเพศ แรงงานย้ายถิ่น หรือแม้แต่เรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ฯลฯ ที่ตอบโจทย์เกือบทุกเป้าหมาย SDGs เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ

ซึ่งนอกจากเพื่อการขับเคลื่อนสู่นโยบายในระดับชาติแล้ว ยังได้ขยายผลสู่การสร้างความร่วมมือในระดับนานาชาติต่อไปอีกด้วย โดยสถาบันฯ พร้อมเดินหน้ารับใช้ประชาชน สร้างสรรค์งานวิจัยเพื่อส่งเสริมคุณภาพประชากรไทย และร่วมทำโลกนี้ให้มีอนาคตที่ยั่งยืนต่อไป


ส่องทิศทาง 2 ค่ายมือถือยักษ์ หลังทรู-ดีแทคปิดดีลควบรวมกิจการ


2 ปี เครือซีพี ปิด 2 ดีลยักษ์

นับตั้งแต่ 2563 เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ เครือซีพี ประสบความสำเร็จในการควบรวมกิจการในกลุ่มธุรกิจการค้าขนาดใหญ่ถึง 2 ธุรกิจ ขณะที่สังคมตั้งข้อสังเกตว่าการรุกคืบดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้างอำนาจเหนือตลาดหรือไม่

ย้อนเมื่อเดือน พ.ย. ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกในเครือซีพี ได้รับความสนใจในสังคมอย่างมากจากการควบรวมกิจการกับเทสโก้โลตัส ทำให้ในส่วนธุรกิจค้าปลีกของเครือซีพีครอบคลุมธุรกิจค้าปลีกมากขึ้น ซึ่งเดิมมี ซีพี ออลล์ ที่บริหารร้านสะดวกซื้อ "เซเว่นอีเลฟเว่น" และ สยามแม็คโคร ผู้บริหารห้างค้าส่งรายใหญ่อยู่แล้ว

หากพิจารณารายได้รวมจาก 3 บริษัทดังกล่าวในปีที่แล้ว ค้าปลีกเครือซีพีมีมูลค่าธุรกิจรวมเป็น 953,308 ล้านบาท (รายได้นี้ยังไม่รวมกับรายได้จากร้านค้าซีพี เฟรซมาร์ท 360 สาขา)

ปัจจุบัน ธุรกิจค้าปลีกในเครือซีพีมีอะไรบ้าง

- เซเว่นอีเลฟเว่น 12,432 สาขา รายได้รวมปี 2563 มูลค่า 546,590 ล้านบาท 
- แม็คโคร 138 สาขา รายได้รวมปี 2563 มูลค่า 218,760 ล้านบาท 
- เทสโก้ โลตัส 2,164 สาขา รายได้รวมในปี 2563 มูลค่า 187,958 ล้านบาท 

ล่าสุด บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมในเครือซีพีได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 8/2564 เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ได้มีมติเกี่ยวกับการศึกษาความเป็นไปได้ในการควบบริษัทกับ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค พร้อมกับการเสนอซื้อหุ้นโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไข

ด้านสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ ติดตามกระแสข่าวเรื่องเทเลนอร์มีแผนการจะถอนการลงทุนจากไทย รวมทั้งการซื้อขายกิจการของทรูและดีแทคมาตั้งแต่ปี 2563 วิเคราะห์ว่า หากพิจารณาจากตัวเลขผู้ใช้บริการและส่วนแบ่งการตลาดของเอไอเอส ทรู และดีแทคที่ปรากฏต่อสาธารณะ เป็นที่ชัดเจนว่าถ้าทรูซื้อดีแทค บริษัทที่เกิดจากการรวมกิจการนี้จะกลายเป็นเจ้าตลาดรายใหม่และเป็นรายใหญ่อันดับ 1 แซงหน้าเอไอเอส และตลาดผู้ให้บริการมือถือและอินเทอร์เน็ตจะเหลือแค่ 2 เจ้า คือ เอไอเอสกับทรู-ดีแทค ซึ่งทำให้การแข่งขันในตลาดลดลงอย่างชัดเจน

เผยชีวิตเคยเป็นทหารผ่านศึก ก่อนสละทางโลก มุ่งจาริกตามรอย "หลวงปู่มั่น"


วันที่ 23 พ.ย 2564 #หลวงตาบุญชื่น เดินธุดงค์ผ่านทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว ต.หงาว อ.เมือง จ.ระนอง

คาดว่าน่าจะเดินธุดงค์เข้าเขตพื้นที่จ.ชุมพร วันที่ 25-26 พ.ย 2564 เส้นถนน ชุมพร -ระนอง ตำบลวังใหม่ อ.เมือง จ.ชุมพร

"หลวงตาบุญชื่น" พระธุดงค์ วัย 71 ปี เดินเท้าไปกลับเหนืออีสาน และ ปัจจุบัน เดินธุดงค์จากจ.ภูเก็ตไปยัง อ.โพนสวรรค์จ.นครพนม ระยะทางอีกเป็นพันกิโล ตลอดเส้นทางการเดินธุดงค์หลวงตาจะ ไม่ขอรับปัจจัยจนโซเชียลศรัทธา

เผยชีวิตเคยเป็นทหารผ่านศึก ก่อนสละทางโลก มุ่งจาริกตามรอย "หลวงปู่มั่น"

"หลวงตาบุญชื่น" หรือ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฒิโท พระธุดงค์สายป่า วัย 71 ปี ซึ่งสละทางโลกหันเข้าสู่ทางธรรมเพื่อหาความสงบในชีวิต เข้าอุปสมบทเป็นพระ และปฏิบัติธรรมจาริกธุดงค์มานานกว่า 10 ปี รวมกว่า 10 พรรษา หลังจากได้เดินจาริกธุดงค์เท้าเปล่ากลับมาจากทางภาคเหนือ มาอีสาน รวมระยะทางไปกลับกว่า 2,000 กิโลเมตร มาแล้ว และตอนนี้ กำลังเดินธุดงค์จากจังหวัดภูเก็ตเพื่อไปยัง อ.โพนสวรรค์จังหวัดนครพนม อีกพันกว่ากิโล

“หลวงตาบุญชื่น” ขณะกำลังเดินธุดงค์ไม่ขอรับการถวายปัจจัย ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า พร้อมระบุว่า ได้ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แสวงบุญจาริกธรรม ตามรอยพระเกจิชื่อดัง คือหลวงปู่มั่น เพื่อหาความสงบสุขในชีวิต จึงไม่ขอรับปัจจัย เพื่อเข้าถึงสัจธรรมของชีวิต ยิ่งทำให้ผู้พบเห็นและทราบข่าวเกิดความศรัทธา

!!!ขอบคุณข้อมูลข่าวบางส่วนจากไทยรัฐทีวี
!!!ขอบคุณเครดิตภาพ จากระนอง : วีรชิต ทึกขุนทด

สกัดจับยาล็อตใหญ่ที่เพชรบุรี ได้ยาไอร์ 40 กก. ยาบ้า 2 แสนเม็ด


จับล็อตใหญ่ ยาไอร์ 40 กิโล ยาบ้า 2 แสนเม็ด 

วันนี้ 22 พฤศจิกายน 2564 จนท.ตร.สภ.เมืองเพชรบุรี ได้รับการประสาน จาก พ.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.1 บก.ปส.1 บช.ปส. แจ้ง พ.ต.ท.ปฏิวัติ วิเชียร รองผกก.ป.สภ.เมืองเพชรบุรี พร้อมกำลังตำรวจ ช่วยสกัดจับรถบรรทุก หมายเลขทะเบียน 70-2744 จ.ชุมพร ต้องสงสัยขนยาเสพติดจำนวนมาก พ.ต.ท.ปฏิวัติ วิเชียร จึงได้นำกำลังสายตรวจสกัดจับรถบรรทุกคันดังกล่าวไว้ได้ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ได้ร่วมกันตรวจค้นรถบรรทุกคันดังกล่าว พบว่าบรรทุกยาเสพติดจำนวน 4 ลังแยกเป็นยาบ้า 1 ลัง ประมาณ 200,000 เม็ด และยาไอซ์ จำนวน 3 ลัง น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัม พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหา ชาย1ราย และหญิง1ราย ก่อนควบคุมตัวทั้ง 2 ราย นำตัวไปสอบสวนอย่างละเอียดที่และดำเนินคดีตามกฏหมายที่ บช.ปส. ต่อไป

ครูอัดอั้น ห่อข้าวกินเอง โดนบังคับให้จ่ายเงิน


แบบนี้ก็มีด้วย? ‘ครู’สุดอัดอั้น ถูกบังคับกินข้าวรร.-ไม่กินก็ต้องจ่าย!,,,

กลายเป็นดราม่าเรื่องราวของวงการศึกษาที่ออกมาแชร์กันอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พ.ย. โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสแชร์เรื่องราวจากแฟนเพจ @อะไรอะไรก็ครู ได้เล่าเรื่องราวการปรึกษาปัญหาของคุณครูท่านหนึ่ง หลังถูกทางโรงเรียนบังคับให้ทานอาหารกลางวันของโรงเรียน

โดยคุณครูเผยว่า ถูกทางโรงเรียนบังคับทานอาหารกลางวันของโรงเรียน แต่คุณครูคนดังกล่าวไม่อยากทาน เนื่องจากต้องคุมอาหาร เพราะเคยอ้วนมาก่อน อีกทั้งอาหารของโรงเรียนทำไม่ค่อยถูกจริต แต่โรงเรียนบังคับให้จ่ายเงินค่าอาหารกลางวันแบบรายเทอม รายเดือน ถึงแม้ว่าจะมีความประสงค์ไม่กิน ก็ต้องจ่ายอยู่ดี อีกทั้งเมื่อไม่กินก็บังคับให้เขียนบันทึกชี้แจงว่าไม่ทานเพราะอะไร

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างมองว่าการทานอาหารต่างๆ นั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่ควรมาบังคับกัน อีกทั้งบางคนก็มีข้อจำกัดในการทานอาหารต่างกัน จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความสมัครใจ มากกว่าการบังคับกันเช่นนี้อีกด้วย…

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @อะไรอะไรก็ครู

เผยภาพงาม “อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙” จากอดีตสนามม้านางเลิ้งสู่สวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางกรุงฯ



จากสนามม้านางเลิ้งสู่สวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางกรุงฯ

หลายครั้งที่เราอาจเคยได้ยินข่าวลือต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับสนามม้านางเลิ้ง ว่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้

วันเวลาและความจริง เป็นสิ่งที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า ทุกสิ่งอย่างนั้นเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อประชาชนโดยแท้จริงครับ

ซึ่งข่าวจากสำนักพระราชวัง ที่ได้เผยแพร่ภาพ Render แบบจำลอง อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ในพื้นที่สนามม้านางเลิ้งเดิม พื้นที่ ๒๙๗ ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ ที่ทรงมอบที่ดินมูลค่าหลายหมื่นล้านนี้ที่แต่เดิมคือสนามม้านางเลิ้ง ให้แก่ประชาชนทุกคนได้ใช้อย่างเท่าเทียม

สวนสาธารณะแห่งใหม่ สวนป่ากลางเมือง ตกแต่งด้วยพืชนานาชนิด โดยมีจุดสำคัญคือ พระบรมราชานุสาวรีย์ในหลวง รัชกาลที่ ๙ สระน้ำเลข ๙ สะพานหยดน้ำพระทัย สะพานไม่เจาะบากง ในแนวคิด “น้ำคือชีวิต จากนภา ผ่านภูผา สู่นที” และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการฟื้นฟูป่า รักษาแหล่งน้ำ และเป็นพื้นที่ “แก้มลิง” แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยเชื่อมคลองผดุงกรุงเกษม กับ คลองเปรมประชากร คลองสามเสน

อีกทั้งยังมี อุปกรณ์ออกกำลังกาย ลานกิจกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้อีกด้วย

เมื่อโครงการนี้เสร็จแล้ว จะเป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกาย รวมถึงกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่าง ๆของคนเมืองได้เป็นอย่างดีเลยครับผม

ที่มา : เว็บไซต์สำนักพระราชวัง https://www.royaloffice.th/2021/11/17/

อุทยานเฉลิมพระเกียรติ

งานในฝัน บริษัทดังเปิดรับสมัคร "นักนอน" รายได้ดี 35,000 บาทต่อเดือน


โซเชียลฮือฮา บริษัทดังประกาศรับสมัคร "นักนอน" รายได้ดี 35,000 บาทต่อเดือน พร้อมมีคุณสมบัติรักในการนอนหลับ เหมาะกับคนมีหัวใจขี้เซาเป็นจุดแข็ง

เฟซบุ๊ก Mattress City - Thailand โพสต์ข้อความ "รับสมัครนักนอน" โดยระบุข้อความว่า "เปิดรับสมัครนักนอน โอกาสทองที่คุณจะได้ใช้สกิลง่วงรับทรัพย์ ยิ่งหลับ ยิ่งรวย ใครรู้ว่าตัวเองมี Passion คือการนอน มีหัวใจขี้เซาเป็นจุดแข็ง บอกเลยงานนี้พลาดไม่ได้ต้องรีบสมัครแล้ว โดยเสนอเงินเดือนเริ่มต้น 35,000 บาท และสวัสดิการจากทางบริษัท พร้อมเปิดโรงแรมสุดหรูทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด เพื่อใช้เป็นที่พักต้อนรับนักนอนทุกท่าน"

อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวมีชาวเน็ตให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ขณะที่เฟซบุ๊ก Benz Apache - เบ๊น อาปาเช่ ยังได้โพสต์ภาพประกาศดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า "555555 อาชีพอะไรครับเนี่ยผมสนใจมาก"

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Mattress City - Thailand, Benz Apache - เบ๊น อาปาเช่

ชาวเน็ตผงะ น้ำในคลองเน่า จับตัวเป็นตะกอน จนแทบลอยกระทงไม่ได้


ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพการจัดงานวันลอยกระทงประจำปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นที่คลองแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.มหาสารคาม โดยน้ำในคลองเน่าเสียเป็นคราบจับเป็นกลุ่มก้อน สกปรก ส่งกลิ่นเหม็นแทบไม่สามารถลอยกระทงได้.

พร้อมระบุข้อความว่า “ใครพาแฟนมาก็คิดดี ๆ เด้อออ รักครั้งแรกหัวใจอาจแตกสลาย รักของเราคงต้องหยุด กระทงไม่หลงทาง เพราะกระทงลอยไม่ไป”

ทั้งนี้ มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์ภาพดังกล่าวจำนวนมาก พร้อมระบุว่า เห็นภาพแบบนี้ไม่อยากไปลอยกระทง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้าไปดำเนินการบำบัด เพื่อให้น้ำในคลองไม่เน่าเสีย บางรายระบุว่าก่อนจะจัดงานควรจัดการเรื่องน้ำก่อน ลอยกระทงเพื่อขอขมาพระแม่คงคา แต่กลับปล่อยให้น้ำเน่าเสีย

ขณะที่นายธัญสุต บริหารธนวุฒิ รองนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า ภาพที่ออกไปบนโลกออนไลน์เป็นสภาพน้ำที่มีไขมันลอยเป็นแพนั้นเกิดจากทางเทศบาล ได้เติมสารปรับสภาพน้ำลงไป ซึ่งสิ่งสกปรกต่างๆจะจับตัวและตกตะกอนตกลงไปในน้ำ แต่พอเจอไขมัน ทำให้ไขมัน มันฟูขึ้น ทางเทศบาลฯ จึงได้แก้ไขโดยการระดมเจ้าหน้าที่นำตาข่ายดักปลามาดัดไขมัน และเก็บซากกระทงที่นักท่องเที่ยวมาลอยเมื่อคืนนี้ออก ตลอดจนทำความสะอาด บริเวณโดยรอบ เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมากระทงในช่วงค่ำวันนี้ ซึ่งภาพรวมตอนนี้ สภาพน้ำเริ่มดีขึ้น ไม่มีกลิ่นเหม็นแล้ว และจะได้เติมสารปรับสภาพน้ำอีกชนิดหนึ่งลงไปอีก เพื่อให้สภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ

คนไทยเตรียมตัว! Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่น ตั้งเป้าขยายร้าน 22-24 สาขาใน ‘เมืองไทย’


คนไทยเตรียมตัว! Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่น ตั้งเป้าขยายร้าน 22-24 สาขาใน ‘เมืองไทย’ ช่วง 3 ปีต่อจากนี้ 

ไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายของ Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่นที่ต้องการจะบุก รวมไปถึงในจีนและตลาดเอเชียอื่นๆ ในอีกสามปีข้างหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในการขยายธุรกิจระหว่างประเทศที่ดุเดือดที่สุดโดยแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น 

Food & Life Cos. บริษัทแม่ของ Sushiro ตั้งเป้าที่จะเปิดร้านในต่างประเทศเป็น 200 สาขา ภายในเดือนกันยายน 2024 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เมื่อเทียบกับปัจจุบันที่มีอยู่ 59 สาขาด้วยกัน 

เป้าหมายหลักของการบุกอยู่ที่ ‘แดนมังกร’ ซึ่ง Sushiro เปิดร้านอาหารแห่งแรกในกวางโจวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยวางแผน ‘การขยายตัวอย่างรวดเร็ว’ และคาดว่าจะมีร้านอาหาร 42-46 แห่ง ภายใน 3 ปี 

ถัดมาเป็นไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของร้าน Sushiro 26 ร้าน คาดว่าจะมีร้านทั้งหมด 55-61 แห่ง ในขณะที่ประเทศไทยจะมีร้านซูชิประมาณ 22-24 แห่ง จากทั้งหมด 3 แห่งในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนเปิดร้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลีใต้เช่นกัน 

Nikkei Asia รายงานคำพูดของ ฮิโรมิตสึ คาโตะ เจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายดูแลการพัฒนาธุรกิจระดับโลกของ Food & Life Cos. ว่า บริษัทจะจัดสรรเงินลงทุนจำนวน 7.5 หมื่นล้านเยน หรือราว 2.2 หมื่นล้านบาท ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ในจำนวนนี้ 40% จะถูกแบ่งใช้ในการลงทุนเปิดร้านอาหารในต่างประเทศ 

Food & Life Cos. ตั้งเป้าที่จะสร้างยอดขายของทั้งเครือเป็น 4.2 แสนล้านเยน หรือ 1.2 แสนล้านบาท สำหรับปีสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2024 เพิ่มขึ้น 70% จากปีงบประมาณที่เพิ่งสิ้นสุด โดยยอดขายในต่างประเทศเติบโตขึ้นกว่า 5 เท่า เป็น 9 หมื่นล้านเยน หรือ 2.6 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 21% ของยอดทั้งหมด และคิดเป็น 3 เท่าของสัดส่วนปัจจุบัน 

ในญี่ปุ่น Sushiro ตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขาย 30% เป็น 2.8 แสนล้านเยน หรือ 8 หมื่นล้านบาท โดยมาจากการวางแผนที่จะเปิดมากกว่า 50 สาขาต่อปี ซึ่งรวมถึงร้านสั่งกลับบ้านเท่านั้น และขยายบริการจัดส่ง . 

ภาพ: สลัก แก้วเชื้อ . ข่าวที่เกี่ยวข้อง: TASTE: Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่นกับสาขาแรกในประเทศไทย 

อ้างอิง: https://asia.nikkei.com/Business/Food-Beverage/Japan-s-Sushiro-to-triple-overseas-shops-taking-bigger-bite-of-China . 

คนเยอะมาก! นศ.-ปชช. แห่ร่วมงานลอยกระทง 2564 แน่น ม.เกษตรฯ


คนเยอะมาก! นศ.-ปชช. แห่ร่วมงานลอยกระทง
2564 แน่น ม.เกษตรฯ 

 เวลา 19.00 น. ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมงานลอยกระทง 2564 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กันอย่างคึกคัก จนแน่นเต็มพื้นที่บริเวณรอบสระพระพิรุณ หลังจากรัฐบาลอนุญาตให้มีการจัดงานได้ แต่อยู่ภายใต้มาตรการการป้องกันของโรคโควิด-19 

โดยทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้จัดให้มีการตั้งจุดวัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์ล้างมือที่บริเวณประตูทางเข้างาน และมีการแบ่งรอบจำนวนผู้เข้าร่วมงานเพื่อลดการแออัด (เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564)

 
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger