Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies

ครูอัดอั้น ห่อข้าวกินเอง โดนบังคับให้จ่ายเงิน


แบบนี้ก็มีด้วย? ‘ครู’สุดอัดอั้น ถูกบังคับกินข้าวรร.-ไม่กินก็ต้องจ่าย!,,,

กลายเป็นดราม่าเรื่องราวของวงการศึกษาที่ออกมาแชร์กันอย่างต่อเนื่องในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 15 พ.ย. โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสแชร์เรื่องราวจากแฟนเพจ @อะไรอะไรก็ครู ได้เล่าเรื่องราวการปรึกษาปัญหาของคุณครูท่านหนึ่ง หลังถูกทางโรงเรียนบังคับให้ทานอาหารกลางวันของโรงเรียน

โดยคุณครูเผยว่า ถูกทางโรงเรียนบังคับทานอาหารกลางวันของโรงเรียน แต่คุณครูคนดังกล่าวไม่อยากทาน เนื่องจากต้องคุมอาหาร เพราะเคยอ้วนมาก่อน อีกทั้งอาหารของโรงเรียนทำไม่ค่อยถูกจริต แต่โรงเรียนบังคับให้จ่ายเงินค่าอาหารกลางวันแบบรายเทอม รายเดือน ถึงแม้ว่าจะมีความประสงค์ไม่กิน ก็ต้องจ่ายอยู่ดี อีกทั้งเมื่อไม่กินก็บังคับให้เขียนบันทึกชี้แจงว่าไม่ทานเพราะอะไร

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างมองว่าการทานอาหารต่างๆ นั้นเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่ควรมาบังคับกัน อีกทั้งบางคนก็มีข้อจำกัดในการทานอาหารต่างกัน จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความสมัครใจ มากกว่าการบังคับกันเช่นนี้อีกด้วย…

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @อะไรอะไรก็ครู

เผยภาพงาม “อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ รัชกาลที่ ๙” จากอดีตสนามม้านางเลิ้งสู่สวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางกรุงฯ



จากสนามม้านางเลิ้งสู่สวนสาธารณะแห่งใหม่ใจกลางกรุงฯ

หลายครั้งที่เราอาจเคยได้ยินข่าวลือต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับสนามม้านางเลิ้ง ว่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้

วันเวลาและความจริง เป็นสิ่งที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่า ทุกสิ่งอย่างนั้นเป็นไปเพื่อสาธารณประโยชน์เพื่อประชาชนโดยแท้จริงครับ

ซึ่งข่าวจากสำนักพระราชวัง ที่ได้เผยแพร่ภาพ Render แบบจำลอง อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ในพื้นที่สนามม้านางเลิ้งเดิม พื้นที่ ๒๙๗ ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ รัชกาลที่ ๑๐ ที่ทรงมอบที่ดินมูลค่าหลายหมื่นล้านนี้ที่แต่เดิมคือสนามม้านางเลิ้ง ให้แก่ประชาชนทุกคนได้ใช้อย่างเท่าเทียม

สวนสาธารณะแห่งใหม่ สวนป่ากลางเมือง ตกแต่งด้วยพืชนานาชนิด โดยมีจุดสำคัญคือ พระบรมราชานุสาวรีย์ในหลวง รัชกาลที่ ๙ สระน้ำเลข ๙ สะพานหยดน้ำพระทัย สะพานไม่เจาะบากง ในแนวคิด “น้ำคือชีวิต จากนภา ผ่านภูผา สู่นที” และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการฟื้นฟูป่า รักษาแหล่งน้ำ และเป็นพื้นที่ “แก้มลิง” แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ โดยเชื่อมคลองผดุงกรุงเกษม กับ คลองเปรมประชากร คลองสามเสน

อีกทั้งยังมี อุปกรณ์ออกกำลังกาย ลานกิจกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้อีกด้วย

เมื่อโครงการนี้เสร็จแล้ว จะเป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกาย รวมถึงกิจกรรมเพื่อสุขภาพต่าง ๆของคนเมืองได้เป็นอย่างดีเลยครับผม

ที่มา : เว็บไซต์สำนักพระราชวัง https://www.royaloffice.th/2021/11/17/

อุทยานเฉลิมพระเกียรติ

รถทหารบรรทุกหิน ยางระเบิด เสียหลักพลิกคว่ำ หินเกลื่อนขวางถนน


รถทหารยางระเบิด พลิกคว่ำกลางถนน! 14.00 น. 

วันที่ 22 พ.ย.64 รถทหาร 4 ล้อ บรรทุกขนาดใหญ่ ยางระเบิดพลิกคว่ำ บริเวณถนนพหลโยธินขาเข้าช่องทางด่วน กม.36+900 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

"ขนหินคลุกมาจาก จ.สระบุรี เพื่อที่จะนำเข้าไปที่กรุงเทพมหานคร เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุยางล้อหลังเกิดระเบิดขึ้น ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำดังกล่าวโชคดีที่ไม่ไปเฉี่ยวชนรถคันอื่น" พลขับกล่าว

บริษัทรถยนต์ไฟฟ้า RIVIAN ขายหุ้น IPO แล้ว มูลค่าบริษัทแตะ 1 แสนล้านดอลลาร์ แซง FORD, GM


ความเชื่อล้วน ๆ เพราะยังไม่เคยส่งมอบรถยนต์สักคัน

ในที่สุด Rivian ก็ IPO ในตลาดหลักทรัพย์ที่สหรัฐอเมริกาตามแผน แต่ที่น่าสนใจคือหลังจากปิดตลาด Rivian มีมูลค่ากิจการมากกว่า Ford และ GM แต่บริษัทไม่เคยส่งมอบรถยนต์สักคัน เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

รายงานข่าวแจ้งว่า Rivian แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐอเมริกา ประกาศ IPO ในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq เมื่อวันที่ 10 พ.ย. (ตามเวลาสหรัฐฯ) ถือเป็นการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามแผน หลังระดมทุนในรูปแบบ Startup โดยมี Ford และ Amazon เป็นสองกลุ่มลงทุนหลักรวมกันเกือบ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สิ่งที่น่าสนใจในการ IPO ของ Rivian คือ มูลค่ากิจการของ Rivian หลังปิดตลาดพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 86,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.82 ล้านล้านบาท) มากกว่า Ford ที่มีมูลค่ากิจการในเวลาเดียวกันที่ 77,000 ล้านดอลลาร์ และเทียบเท่ากับ GM (ช่วงตลาดเปิด Rivian มีมูลค่ากิจการมากกว่า GM โดยอยู่ที่ 91,000 ล้านดอลลาร์)

ปัจจุบัน Rivian ทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 2 รุ่นคือ R1T รถกระบะไฟฟ้าล้วนสมรรถนะสูง และมีการออกแบบที่แตกต่างจากรถกระบะในปัจจุบัน กับ R1S รถยนต์ไฟฟ้าล้วนแบบ SUV ที่มีการออกแบบให้หรูหรา แต่สามารถลุยได้ทุกสภาพถนน ทั้งสองรุ่นเน้นเจาะตลาดผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม Rivian ยังไม่เคยส่งมอบรถยนต์รุ่นใด ๆ ให้กับผู้ที่จองซื้อมาก่อน เบื้องต้นวางแผนส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่น ไม่เกินสิ้นปี 2023 ในทางกลับกัน Rivian มีสัญญาส่งมอบรถตู้ส่งของไฟฟ้าล้วนให้ Amazon กว่า 1 แสนคัน และมีข้อตกลงพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าร่วมกันกับ Ford

ในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา หากไม่นับ Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าที่มีมูลค่ากิจการเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ Rivian ยังมีมูลค่ากิจการมากกว่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่น เช่น NIO รถยนต์ไฟฟ้าจีน ส่งมอบรถยนต์ไปแล้วมากกว่า 1.4 แสนคัน แต่มีมูลค่ากิจการ 64,000 ล้านดอลลาร์

เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้อาจสรุปได้ว่า นักลงทุนค่อนข้างเชื่อมั่นกับนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ แม้สิ่งเหล่านั้นจะไม่เคยส่งออกมาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งปัจจุบันแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกาต่างมีมูลค่ากิจการที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และยังมีอีกหลายบริษัทที่ต่อคิว IPO หลังจากนี้ด้วย

งานในฝัน บริษัทดังเปิดรับสมัคร "นักนอน" รายได้ดี 35,000 บาทต่อเดือน


โซเชียลฮือฮา บริษัทดังประกาศรับสมัคร "นักนอน" รายได้ดี 35,000 บาทต่อเดือน พร้อมมีคุณสมบัติรักในการนอนหลับ เหมาะกับคนมีหัวใจขี้เซาเป็นจุดแข็ง

เฟซบุ๊ก Mattress City - Thailand โพสต์ข้อความ "รับสมัครนักนอน" โดยระบุข้อความว่า "เปิดรับสมัครนักนอน โอกาสทองที่คุณจะได้ใช้สกิลง่วงรับทรัพย์ ยิ่งหลับ ยิ่งรวย ใครรู้ว่าตัวเองมี Passion คือการนอน มีหัวใจขี้เซาเป็นจุดแข็ง บอกเลยงานนี้พลาดไม่ได้ต้องรีบสมัครแล้ว โดยเสนอเงินเดือนเริ่มต้น 35,000 บาท และสวัสดิการจากทางบริษัท พร้อมเปิดโรงแรมสุดหรูทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด เพื่อใช้เป็นที่พักต้อนรับนักนอนทุกท่าน"

อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวมีชาวเน็ตให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ขณะที่เฟซบุ๊ก Benz Apache - เบ๊น อาปาเช่ ยังได้โพสต์ภาพประกาศดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า "555555 อาชีพอะไรครับเนี่ยผมสนใจมาก"

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Mattress City - Thailand, Benz Apache - เบ๊น อาปาเช่

โซล เปิดแผนสร้างเมือง Metaverse ท่องเที่ยว-ทำกิจกรรม-รับบริการสาธารณะ ได้บนโลกเสมือน


โซล เปิดแผนสร้างเมือง Metaverse ท่องเที่ยว-ทำกิจกรรม-รับบริการสาธารณะ ได้บนโลกเสมือน
ถ้าพูดถึง Metaverse นี่คือเทรนด์แห่งอนาคตที่หลายๆ บริษัท เช่น Meta (Facebook) Microsoft Nike ให้กำลังให้ความสนใจ แต่รู้หรือไม่ว่าเมืองหลวงของประเทศเกาหลีใต้อย่าง “กรุงโซล” ก็กำลังจะเข้ามาลงเล่นในสนาม Metaverse เหมือนกัน

(1) รัฐบาลมหานครโซล (Seoul Metropolitan Government) ประกาศแผนพัฒนา Metaverse ระยะ 5 ปี ทุ่มทุนกว่า 3.9 พันล้านวอน (108 ล้านบาท)

โดยตั้งเป้าว่าภายในปลายปี 2022 จะสามารถพัฒนา Metaverse Seoul แพลตฟอร์ม Metaverse ของตัวเองเพื่อให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนได้บนโลกเสมือน และมีเป้าว่าจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2026

ด้วยนโยบายนี้ กรุงโซล จะกลายเป็นเมือง Metaverse เมืองแรกของโลก ที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งอนาคตและมีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก

(2) Metaverse Seoul จะเป็นแพลตฟอร์มศักยภาพสูงที่มี Ecosystem สำหรับการให้บริการด้านต่างๆ
เช่น บริการด้านธุรกิจ การศึกษา พื้นที่สำหรับกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การสื่อสาร การพัฒนาเมือง และบริการสาธารณะ

หลังจากนี้ ประชาชนในกรุงโซลจะเข้าถึงบริการต่างๆ ของหน่วยปกครองส่วนท้องถิ่นได้บนโลก Metaverse โดยเข้าไปยัง Seoul City Hall และรับบริการตั้งแต่การปรึกษาเบื้องต้น ไปจนถึงเข้าถึงความช่วยเหลือด้านธุรกิจหรือการลงทุนจากพนักงานราชการอวาตาร์ด้วยการสวมแว่น VR แทนที่จะเดินทางไปยังศาลาว่าการเมืองจริงๆ

ไม่ใช่แค่นั้น ประชาชนยังสามารถเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยว เช่น จัตุรัสควางฮวามุน พระราชวังถ็อกซูกุง ตลาดนัมแดมุน ไปจนถึงสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สูญหายไปแล้วแต่ถูกสร้างขึ้นใหม่บนโลกเสมือนอย่างประตูโดนึยมุน

และไม่ต้องกลัวว่าโลกเสมือนจะน่าเบื่อ เพราะตั้งแต่ปี 2023 เทศกาลดังๆ เช่น เทศกาลโคมไฟโซล ก็จะถูกจัดขึ้นบนโลกเสมือนบนแพลตฟอร์ม Metaverse Seoul และผู้คนจากทั่วโลกก็จะมีโอกาสได้เข้าร่วม

(3) คำถามคือแล้วทำไมรัฐบาลมหานครโซลถึงต้องหันมาลุย Metaverse แค่พยายามเกาะกระแสหรือไม่?

คำตอบของเรื่องนี้คือ Metaverse จะช่วยเปิดมิติใหม่ของการบริการสาธารณะ

หลังจากนี้ การติดต่อสื่อสาร การมีปฏิสัมพันธ์กับประชาชน และการออกนโยบายเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ (เช่น จัดเทศกาลกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือจัดอีเวนต์ต่างๆ) จะง่ายขึ้น รวดเร็ว และไร้ข้อจำกัดผ่านเทคโนโลยี XR

เห็นได้ชัดว่าถ้ารัฐบาลมีศักยภาพที่จะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ความสามารถในการแก้ปัญหาและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนก็จะก้าวไปอีกขั้น

Subaru” ร่วมกับโตโยต้า เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก “Solterra” เดินเครื่องสู่ EV


EV Subaru ภายใต้เงา Toyota Japan: ‘Subaru Corp’ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV คันแรก รองรับการแก้ปัญหาโลกร้อน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ‘Subaru Corp’ บริษัทรถยนต์ของญี่ปุ่น เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าทั้งระบบ หรือ EV คันแรกของบริษัท ที่มีชื่อว่า ‘Solterra’ เกิดจากโครงการพัฒนาร่วมกัน 2 ปี กับ Toyota Motor Corp ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดของ Subaru 

โดยการเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ หรือ SUV มีขึ้นท่ามกลางความต้องการรถยนต์ EV ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ขณะที่ หลายประเทศทั่วโลกควบคุมกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Subaru ระบุในเอกสารแถลงข่าวว่า รุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า หรือ FWD ของ ‘Solterra’ สามารถวิ่งได้ในระยะทาง 530 กิโลเมตร ขณะที่ รุ่นที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือ AWD สามารถวิ่งได้ไกล 460 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟครั้งเดียว 

ทั้งนี้ Toyota บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น ถือหุ้น 1 ใน 5 ของ Subaru และมีหุ้น 5% ใน Mazda Motor Corp 

ซึ่งมีแผนการที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า 13 รุ่นภายในปี 2025 รวมทั้งรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า หรือ BEV ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีของโตโยตา

ภาพ: Reuters 

จากเจ้าหญิงญี่ปุ่น สู่ ‘มาโกะ โคมุโระ’ หญิงสาวที่สละฐานันดรศักดิ์เพื่อคนรัก


จากเจ้าหญิงญี่ปุ่น สู่ ‘มาโกะ โคมุโระ’ หญิงสาวที่สละฐานันดรศักดิ์เพื่อคนรัก 

มาโกะ โคมุโระ หรือ อดีตเจ้าหญิงมาโกะ เป็นพระธิดาพระองค์โตในเจ้าชายฟุมิฮิโตะ (รัชทายาทลำดับที่ 1) กับเจ้าหญิงคิโกะ พระชายา และเป็นพระภาติยะ (ลูกน้องชาย) ในสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะ  เกิดวันที่ 23 ตุลาคม 1991 เป็นพระเชษฐภคินี (พี่สาว) ในเจ้าหญิงคาโกะ และ เจ้าชายฮิซาฮิโตะ (รัชทายาทลำดับที่ 2)  สำเร็จการศึกษาด้านศิลปะและมรดกทางวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร 

เริ่มศึกษาดูใจกับ เค โคมุโระ อดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียน ตั้งแต่ปี 2013 ก่อนที่ทั้งคู่จะประกาศหมั้นต่อหน้าสาธารณชนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2017 กำหนดการพิธีเสกสมรสประกาศเลื่อนออกไปหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงได้รับเสียงทัดทานถึงประเด็นความไม่เหมาะสมและปัญหาด้านหนี้สินของครอบครัวฝ่ายชาย 

โดยเจ้าชายฟุมิฮิโตะ พระบิดาของเจ้าหญิง เห็นชอบให้ทั้งสองสมรสกันได้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 เจ้าหญิงมาโกะสละฐานันดรศักดิ์เพื่อคนรัก ทั้งสองเข้าพิธีเสกสมรสกันในที่สุด เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งมาโกะและเค โคมุโระ เดินทางออกจากญี่ปุ่น เพื่อไปใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนจะเดินทางถึงนิวยอร์กแล้วในวันนี้ (15 พฤศจิกายน) เส้นทางเดินชีวิตบทใหม่ของอดีตเจ้าหญิงมาโกะแห่งราชวงศ์ดอกเบญจมาศของญี่ปุ่นในฐานะ ‘มาโกะ โคมุโระ’ ที่สหรัฐอเมริกา เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว

ระทึก! ตอม่อรางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างถล่ม ทำ 3 คนงานดับ เป็นคนงานไทย 1 ไต้หวัน 2 คน


ระทึก! ตอม่อรางรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างถล่ม ทำ 3 คนงานดับ เป็นคนงานไทย 1 ไต้หวัน 2 คน

เมื่อเวลา 12.58 น. วันนี้ (20 พ.ย.) ที่ไซต์งานก่อสร้างทางรถไฟฟ้าสายซานเสีย-อิงเกอ ในนครนิวไทเป รับเหมาก่อสร้างโดย RSEA ENGINEERING CORPORATION เสาตอม่อที่อยู่ระหว่างเทปูนรองรับน้ำหนักไม่ไหวเกิดถล่ม ทำให้แรงงาน 5 คน ที่ทำงานอยู่ข้างบนร่วงตกลงมาจากที่สูงประมาณตึก 3 ชั้น ถูกปูนฝังอยู่ด้านล่าง หน่วยกูภัยนครนิวไทเปรับแจ้งและรุดไปให้ความช่วยเหลือ

ในจำนวนนี้เป็นคนงานชาวไต้หวัน 3 คน เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 1 อีก 2 คน เป็นแรงงานไทย เสียชีวิต 1 คน คือนายจักรินทร์ พวงเกตุ อายุ 49 ปี มาจากจังหวัดศรีสะเกษ อีกคนชื่อนายนพพล นาจอมเทียน มาจากชัยภูมิ ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่มีอันตรายถึงชีวิต ถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล Far Eastern Memorial Hospital ในเขตปั่นเฉียว นครนิวไทเป

น.ส.ประภาวดี แก้วศิริพงษ์ ผอ.สำนักงานแรงงานไทย ไทเป ได้ประสานกับทายาทของนายจักรินทร์ แจ้งเรื่องสิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐของไทย-ไต้หวันให้ทราบ และเตรียมเดินทางไปเยี่ยมนายนพพลทันทีที่โรงพยาบาลอนุญาตให้เยี่ยมผู้ป่วยได้

ชาวเน็ตผงะ น้ำในคลองเน่า จับตัวเป็นตะกอน จนแทบลอยกระทงไม่ได้


ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพการจัดงานวันลอยกระทงประจำปี 2564 ซึ่งจัดขึ้นที่คลองแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.มหาสารคาม โดยน้ำในคลองเน่าเสียเป็นคราบจับเป็นกลุ่มก้อน สกปรก ส่งกลิ่นเหม็นแทบไม่สามารถลอยกระทงได้.

พร้อมระบุข้อความว่า “ใครพาแฟนมาก็คิดดี ๆ เด้อออ รักครั้งแรกหัวใจอาจแตกสลาย รักของเราคงต้องหยุด กระทงไม่หลงทาง เพราะกระทงลอยไม่ไป”

ทั้งนี้ มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์ภาพดังกล่าวจำนวนมาก พร้อมระบุว่า เห็นภาพแบบนี้ไม่อยากไปลอยกระทง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้าไปดำเนินการบำบัด เพื่อให้น้ำในคลองไม่เน่าเสีย บางรายระบุว่าก่อนจะจัดงานควรจัดการเรื่องน้ำก่อน ลอยกระทงเพื่อขอขมาพระแม่คงคา แต่กลับปล่อยให้น้ำเน่าเสีย

ขณะที่นายธัญสุต บริหารธนวุฒิ รองนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม กล่าวว่า ภาพที่ออกไปบนโลกออนไลน์เป็นสภาพน้ำที่มีไขมันลอยเป็นแพนั้นเกิดจากทางเทศบาล ได้เติมสารปรับสภาพน้ำลงไป ซึ่งสิ่งสกปรกต่างๆจะจับตัวและตกตะกอนตกลงไปในน้ำ แต่พอเจอไขมัน ทำให้ไขมัน มันฟูขึ้น ทางเทศบาลฯ จึงได้แก้ไขโดยการระดมเจ้าหน้าที่นำตาข่ายดักปลามาดัดไขมัน และเก็บซากกระทงที่นักท่องเที่ยวมาลอยเมื่อคืนนี้ออก ตลอดจนทำความสะอาด บริเวณโดยรอบ เพื่อรอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมากระทงในช่วงค่ำวันนี้ ซึ่งภาพรวมตอนนี้ สภาพน้ำเริ่มดีขึ้น ไม่มีกลิ่นเหม็นแล้ว และจะได้เติมสารปรับสภาพน้ำอีกชนิดหนึ่งลงไปอีก เพื่อให้สภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ

One Piece ฉบับคนแสดงที่จะฉายบน Netflix ประกาศตัว 5 นักแสดงหลักแล้ว


One Piece ฉบับคนแสดงที่จะฉายบน Netflix ประกาศตัว 5 นักแสดงหลักแล้ว

ข่าวใหญ่วงการอนิเมะวันนี้คือ Netflix ประกาศรายชื่อนักแสดงหลักใน One Piece ฉบับไลฟ์แอกชันคนแสดงแล้ว เริ่มที่นักแสดงหลัก 5 คน คือ ลูฟี่, โซโร, นามิ, อุซป และซันจิ

Inaki Godoy รับบทเป็น ลูฟี่

Mackenyu รับบทเป็น โซโร

Emily Rudd รับบทเป็น นามิ

Jacob Romero Gibson รับบทเป็น อุซป

Taz Skylar รับบทเป็น ซันจิ

Netflix ยังเผยแพร่ข้อความจาก Eiichiro Oda ผู้สร้าง One Piece ด้วย แต่ไม่ได้เปิดเผยอะไรมากเกี่ยวกับตัวเนื้อหา ซึ่งมีรายงานมาก่อนหน้านี้วาาจะเป็นซีรีส์ 10 ตอน และยังไม่มีรายละเอียดเรื่องช่วงวันฉาย

Netflix ในระยะหลังๆ ลงทุนหนักในการทำไลฟ์แอกชันจากการ์ตูน และอนิเมะ ก่อนหน้านี้ Netflix ได้เปิดเผยว่ากำลังสร้าง Yu Yu Hakusho ฉายในปี 2023, Avatar: The Last Airbender show, Cowboy Bebop เป็นต้น

ที่มา - https://www.theverge.com/2021/11/9/22773096/netflix-one-piece-cast-straw-hats-live-action-show #NetflixTH #Onepiece #Netflix #รีวิวNetflix

หนุ่มเพชรบูรณ์ แจ้งเกิดสวนแอปเปิลในไทย 3 ปี สร้างรายได้กว่า 5 ล้านบาท


หนุ่มเพชรบูรณ์ แจ้งเกิดสวนแอปเปิลในไทย 3 ปี สร้างรายได้กว่า 5 ล้านบาท 

กระแสการทำสวนแอปเปิลในประเทศไทย เริ่มขึ้นมาได้สัก 2-3 ปีที่ผ่านมา จากการพัฒนาสายพันธุ์แอปเปิลของ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง หรือ โครงการหลวงอ่างขาง จนได้ต้นตอกิ่งพันธุ์ที่มีชื่อว่า MOLLING MERTON ที่สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ในประเทศไทย ถ้านำกิ่งพันธุ์แอปเปิลมาเสียบกับต้นตอกิ่งพันธุ์ MOLLING MERTON ของโครงการหลวงอ่างขาง 

ด้วยเหตุนี้เอง เป็นที่มาของ “ไร่พอเพียงฟาร์ม สวนแอปเปิล” ตั้งอยู่ที่ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ของ “นายพรหมพิริยะ คัชมาตย์” หรือ( ต้า) ที่ได้นำต้นพันธุ์แอปเปิล ที่ได้มาจาก “ลุงอนันต์” ที่ทำงานอยู่โครงการหลวงอ่างขาง มาปลูกในพื้นที่ไร่ของตนเอง ซึ่งแต่เดิมบ้านของลุงอนันต์ ก็อยู่เขาค้อ เพชรบูรณ์ เช่นกัน และลุงอนันต์ เป็นผู้นำแอปเปิลมาปลูกนอกพื้นที่โครงการหลวงฯ 

โดยนำมาปลูกที่ไร่ของแก่ที่อำเภอเขาค้อ ด้วยอากาศบนเขาค้อใกล้เคียงกับอากาศบนดอย ประกอบกับเป็นต้นพันธุ์ที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์ให้ปลูกนอกพื้นที่บนดอยได้ ทำให้แอปเปิลที่ลุงอนันต์นำมาปลูกที่เพชรบูรณ์ ออกผลเหมือนกับแอปเปิลที่ปลูกบนดอยสูง 

ลือไม่หยุด! TRUE ซื้อ DTAC จริงหรือไม่ ?



TRUE อาจซื้อกิจการ DTAC

จดหมายตอบเรื่อง TRUE ซื้อกิจการ DTAC มีความน่าสงสัย เพราะเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา บริษัท TRUE และ DTAC ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์พร้อม ๆ กันในการชี้แจงเรื่องข่าวลือเรื่องการที่ TRUE เข้าซื้อกิจการ DTAC ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าในจดหมายที่ชี้แจงมีข้อความที่แทบจะเหมือนกันคือ “ขอเรียนให้ทราบว่า ทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะได้รับการชี้แจงจากบริษัทฯ ตามที่กําหนดตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์ให้ทราบต่อไป”

ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าเป็นที่น่าสงสัยอย่างมาก ว่าทำไมข้อความที่ตอบถึงคล้ายกันมาก

สำหรับสาเหตุที่ทั้ง 2 บริษัทออกมาชี้แจงในวันนี้ ก็เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมา

ได้มีหลายสำนักข่าวรายงานตรงกันในข่าวลือที่ว่า TRUE จะซื้อกิจการ DTAC ซึ่งถ้าเป็นความจริง ดีลนี้จะเป็นอีกดีลใหญ่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะ TRUE และ DTAC ต่างเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือรายใหญ่อันดับ 2 และ 3 ของประเทศ

ซึ่งในปัจจุบัน

TRUE มีผู้ใช้งานกว่า 32.0 ล้านเลขหมาย

DTAC มีผู้ใช้งานกว่า 19.3 ล้านเลขหมาย

หมายความว่าหากทั้ง 2 บริษัทควบรวมกัน ก็จะทำให้มีผู้ใช้งานในมือทันทีราว 51.3 ล้านเลขหมาย

ซึ่งจะมากกว่าเจ้าตลาดอย่าง AIS ที่ 43.7 ล้านเลขหมาย ทันที

และหากมาดูในแง่ของรายได้

จากผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564

TRUE มีรายได้ 103,177 ล้านบาท

DTAC มีรายได้ 59,855 ล้านบาท

หากรวมรายได้ของทั้ง 2 บริษัทเข้าด้วยกัน จะมีรายได้ถึง 163,032 ล้านบาท

ซึ่งมากกว่า AIS ที่มีรายได้อยู่ 132,020 ล้านบาท อีกด้วย..

ทีนี้ หากเรามาดูผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ TRUE

-บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ถืออยู่ 17.84%

-CHINA MOBILE INTERNATIONAL HOLDINGS LIMITED ถืออยู่ 13.47%

สรุปแล้ว ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ TRUE ก็คือ กลุ่มซีพี กับ China Mobile ที่เป็นบริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีน

ในขณะที่ของ DTAC

-TELENOR ASIA PTE LTD ถืออยู่ 45.87%

-บริษัท ไทย เทลโค โฮลดิ้งส์ จำกัด ถืออยู่ 19.18%

สรุปแล้ว ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ DTAC ก็คือ กลุ่มเทเลนอร์ บริษัทโทรคมนาคมจากนอร์เวย์ และ กลุ่มเจ้าสัว บุญชัย เบญจรงคกุล

ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ดีลนี้จะผ่านกฎหมายเรื่องการผูกขาดทางการค้า เหมือนที่กลุ่มซีพีซื้อกิจการ เทสโก้ โลตัส ในปีที่ผ่านมา หรือไม่

ถ้า TRUE ซื้อกิจการ DTAC ได้จริง ก็ต้องบอกเลยว่าดีลนี้จะเป็นดีลที่ยิ่งใหญ่แห่งปี

และกลุ่มซีพีจะเป็นเจ้าตลาดหลายสินค้าและบริการในประเทศไทย ไล่ตั้งแต่ อาหาร ค้าปลีก และ โทรคมนาคมในดีลนี้..

References

-https://www.settrade.com/simsImg/news/rltm/0554NWS191120211310400363T.pdf

-https://www.settrade.com/simsImg/news/rltm/0375NWS191120211311500417T.pdf

อุบลฯ คลัสเตอร์รถตู้รับส่งนักเรียน ลามไม่หยุด เด็กและครูติดเชื้อเพิ่มอีก


อุบลฯ คลัสเตอร์รถตู้รับส่งนักเรียน ลามไม่หยุด เด็กและครูติดเชื้อเพิ่มอีก

ผู้ว่าฯ อุบลราชธานี สั่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและโรงเรียนคุมเข้ม หลังพบคลัสเตอร์รถตู้รับส่งนักเรียน ลามติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก กลุ่มเสี่ยงทั้งเด็กและครูกักตัว กว่า 1,000 คน

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีรถตู้รับส่งนักเรียนจังหวัดอุบลราชธานี กลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อ เพราะมีนักเรียนมาจากแหล่งระบาด นำเชื้อมาแพร่ให้เพื่อนที่นั่งมาในรถ ก่อนนำไปติดทำป่วยข้ามโรงเรียนแล้ว 2 โรงเรียน อีก 3 โรงเรียนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องสั่งปิดสกัดกันเชื้อลุกลามไปถึงปลายเดือน พ.ย.

สำหรับการแพร่ระบาดในส่วนของโรงเรียนที่มีเด็กนักเรียนติดเชื้อมาจากเพื่อนที่นั่งรถตู้รับส่ง แล้วนำมาแพร่ติดต่อกันในเขตอำเภอเมือง ปรากฏมียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 11 คน โดยเป็นเด็กนักเรียนและครู รวมขณะนี้มีผู้ป่วยจากคลัสเตอร์รถตู้รับส่งนักเรียนแล้ว 35 คน

ทำให้ นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และโรงเรียนเข้าดูแลกวดขันรถรับส่งนักเรียนให้ปฏิบัติตามมาตรการเฝ้าระวังระหว่างแล่นรถรับส่งเด็กนักเรียน ในส่วนของโรงเรียนที่ยังเปิดทำการเรียนการสอนอยู่ขณะนี้ รวมทั้งโรงเรียนระดับอนุบาลและประถมศึกษาในอำเภอน้ำยืน และอำเภอน้ำขุ่น ที่พบการระบาดใน 3 โรงเรียน เพราะเด็กติดเชื้อจากผู้ปกครองมาแพร่สู่เพื่อนนักเรียนและครู จนมียอดป่วยแล้วกว่า 70 คน โดยให้เข้าไปดูแลครอบครัวผู้ติดเชื้อ เพื่อไม่ให้มาแพร่สู่กันได้อีก

ซึ่งจากการระบาดของโรงเรียนในเมืองและต่างอำเภอ มีนักเรียนและครูที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องกักตัวรวมกันกว่า 1,000 คน

ด้านคนขับรถตู้รับส่งนักเรียนในอำเภอเมือง ระบุมาตรการระวังการแพร่เชื้อโรค นอกจากมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือแจกก่อนขึ้นรถ ยังมีการตรวจวัดอุณหภูมิ และเตรียมหน้ากากสำรองแจกให้กับเด็กที่ไม่ได้เอาหน้ากากมาด้วย ซึ่งรถตู้ของตนรับส่งนักเรียนในสามโรงเรียนไม่เกิน 13 ที่นั่ง แต่ปัจจุบันมีการสลับวันมาเรียน ทำให้รับนักเรียนไม่เต็มที่นั่ง และเมื่อเกิดการติดเชื้อ มีการสั่งปิดโรงเรียนหลายแห่ง จึงมีนักเรียนโดยสารมาด้วยวันละ 1-3 คนเท่านั้น

ส่วนผู้ประกอบการอีกคน ก็เล่าว่า ตนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค โดยทุกเช้าก่อนนำรถออกมารับส่งนักเรียน มีการทำความสะอาดตัวรถ ก่อนเด็กนักเรียนจะขึ้นรถมีการฉีดพ่นแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ สร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครอง เพราะผู้ปกครองของเด็กที่ใช้บริการก็สอบถามมาตรการเช่นกัน

ผุดโปรเจค 500 ไร่ สร้าง “แลนด์มาร์ค” บึงกาฬ


เตรียมสร้างแล้ว แลนด์มาร์คแห่งใหม่ จ.บึงกาฬ ความคืบหน้ารายละเอียดโครงการดังกล่าว จะมีการดำเนินการก่อสร้างบนพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ บริเวณริมถนนข้าวเม่า อำเภอเมือง แบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วนหลักคือ 

1.พื้นที่พัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขง เป็นจุด Landmark แห่งใหม่ของเมืองบึงกาฬ โดยจะมีการก่อสร้างประติมากรรมรูปองค์พญานาค 9 เศียรที่สวยงาม และโดดเด่น 
2.พื้นที่ลานวัฒนธรรม อาคารอเนกประสงค์ จุดจำหน่ายสินค้าชุมชน เพื่อให้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางประเพณีและวัฒนธรรม เช่น การแข่งขันเรือยาวประเพณีนานาชาติ 
3.พื้นที่สีเขียวของเมือง (สวนสาธารณะ) ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวออกกำลังกาย พักผ่อน และชมทัศนียภาพที่สวยงามริมสองฝั่งโขง 

ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวดำเนินการเสร็จสิ้น บึงกาฬจะมีพื้นที่สาธารณะริมโขงให้ทำกิจกรรมกว้างที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และเป็นแหล่งการค้าการลงทุนที่เชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคอินโดจีน รวมถึงเป็นเมืองต้นแบบให้กับจังหวัดอื่นๆในการพัฒนาให้เป็นเมืองน่าอยู่ 

cr. Mr. ChangLuang

บ้านมือสอง เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยสำหรับการลงทุนสำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่พักอาศัยและนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไร เพราะทรัพย์สินพร้อมขาย หรือ NPA มีข้อได้เปรียบเหนืออสังหาริมทรัพย์ใหม่อยู่หลายด้าน 

แน่นอนว่าสินทรัพย์มือสองย่อมมีราคาที่ถูกกว่า มีโอกาสเข้าไปสร้างในทำเลทองก่อน และมีหลากหลายรูปแบบตอบโจทย์ทุกความต้องการตั้งแต่บ้านพร้อมอยู่จนถึงอาคารสำหรับรีโนเวท บ้านมือสองจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในอสังหาริมทรัพย์ 

สำหรับใครที่กำลังมองหา บ้านมือสองพร้อมขาย คุณภาพดี ทำเลทำเงิน สามารถค้นหาได้ที่ https://npa.krungthai.com ในช่วงสิ้นปีธนาคารได้จัดมหกรรม Krungthai NPA MEGA Sale ขายอสังหาริมทรัพย์มือสองชั้นดีทั่วไทยกว่า 4,400 รายการ มูลค่ากว่า 16,000 ล้านบาท 

ที่สำคัญยังมาพร้อมโปรใหญ่ส่งท้ายปี ลดสูงสุด 55% ลดค่าโอนกรรมสิทธิ์เหลือแค่ 1% และลดดอกเบี้ยสินเชื่อปีแรก 0.5% ตั้งแต่ 4 ต.ค. – 5 ธ.ค. นี้ 

ผู้ที่สนใจ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดต่อซื้อขายผ่านทีมขายได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-208-8333 หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขาใกล้บ้านคุณ . #Krungthai #กรุงไทย #KrunthaiMegaSale #BrandedContent https://brandinside.asia/npa-mega-sale-by-krungthai-bank

"การบินไทย" 9 เดือนปี 64 พลิกกำไร 51,121 ล้านบาท


"การบินไทย" กางงบ 9 เดือนแรกปี 64 กำไรสุทธิ 51,121 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุน 49,552 ล้านบาท ฝั่งรายได้รวมอยู่ที่ 14,990 ล้านบาท ลดลง 66.1% จากปีก่อน จากผลกระทบมาตรการจำกัดการเดินทาง

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่า บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2564 จำนวน 51,115 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนขาดทุนสุทธิ 49,561 ล้านบาท

โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 51,121 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 49,552 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 23.42 บาท ในขณะที่ปีก่อนขาดทุนต่อหุ้น 22.70 บาท

โดยมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อม และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA) เป็นลบจำนวน 9,639 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 5,044 ล้านบาท อัตรากำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อม และค่าใช้จ่ายตัดจ่าย (EBITDA Margin) เท่ากับ -64.2% เปรียบเทียบกับปีก่อนที่เท่ากับ -10.4%

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวมทั้งสิ้น 14,990 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 29,230 ล้านบาท หรือ 66.1% สาเหตุหลักเกิดจากรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าลดลง 29,185 ล้นบาท (76.5%) รายได้จากการบริการอื่นๆ ลดลง 1,288 ล้านบาท (24.1%) เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศทั้งของประเทศไทยและประเทศต่างๆ

แต่มีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 1,243 ล้านบาท มีสาเหตุหลักจากการรับรู้รายได้ที่เกิดจากการหักกลบลบหนี้ ค่าบริการรายเดือนและการซ่อมบำรุงตามสัญญาที่ค้างชำระตามข้อตกลงระงับข้อพิพาทเรียกร้องค่าเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการชำรุดของเครื่องยนต์

สำหรับค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 36,481 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 41,695 ล้นบาท (53.3%) เนื่องจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่แปรผันตามปริมาณการผลิตและ หรือปริมาณการขนส่งลดลง และถึงแม้จะมีการดำเนินมาตรการเพื่อลดค่าใช้ง่ายที่เข้มงวดอย่างต่อเนื่อง

แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปจากการที่ไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติ ส่งผลให้ขาดทุนจากการดำเนินงานไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 21,491 ล้านบาท แต่ขาดทุนลดลงจากปีก่อน 12,465 ล้านบาท (36.7%)

ขายเอง! ชาวนาโคราชสีข้าวขายริมถนน หลังราคาข้าวเปลือกตกต่ำ


ริมถนนมิตรภาพ อ.สีดา จ.นครราชสีมา เกษตรกรชาวนาหลายรายได้ไปตั้งแผงขายข้าวสารริมทาง พร้อมติดป้ายข้าวสารชาวนาราคาถูก ได้รับความสนใจจากผู้ที่สัญจรผ่านแวะเวียนเข้ามาซื้อกันไม่ขาดสาย
โดยนางกุ้งทอง นามมหา อายุ 58 ปี ชาวนาในอำเภอสีดา เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำมาก จนไม่คุ้มค่ากับการลงทุนปลูกข้าว ชาวนาหลายรายจึงต้องลงทุนสีข้าวแล้วไปตั้งแผงขายข้าวเองริมถนน ซึ่งได้รับความสนใจจากคนที่สัญจรผ่านไปมาแวะเข้าไปซื้อข้าวสารกันเป็นจำนวนมาก จนเป็นที่รู้กันของลูกค้าขาประจำว่า บริเวณริมถนนมิตรภาพช่วงนี้จะขายข้าวสารที่สีเองจากชาวนาโดยตรง

หากชาวนาสีข้าวขายเองก็จะขายได้ราคาดีกว่าขายข้าวเปลือกให้กับโรงสีแบบครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว โดยปัจจุบันราคาข้าวเปลือกถ้าขายให้กับโรงสีข้าว จะอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 7 บาท แต่ถ้านำข้าวเปลือกมาสี และขายเอง ราคาข้าวสารหอมมะลิใหม่ จะขายได้ราคากิโลกรัมละ 32 บาท และข้าวสารเหนียว ราคากิโลกรัมละ 30 บาท ซึ่งลูกค้าที่ซื้อไปต่างชื่นชอบ เพราะเป็นการซื้อข้าวจากเกษตรกรโดยตรง และช่วยอุดหนุนชาวนา

ส่อง 4 แบรนด์รถสัญชาติจีน มาแรงบุกตลาด EV โลก


เบิ้ลเครื่อง ! รถสัญชาติจีนมาแรง...บุกตลาดรถ EV โลก ส่องแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแดนมังกร ที่ผงาดขึ้นเป็นผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ สู้ยุโรป อเมริกา ญึ่ปุ่น 

ในอดีตหากพูดถึงผู้ผลิตรถยนต์ อาจนึกออกเพียงไม่กี่สัญชาติ ที่คุ้นหูกันจากฝากฝั่งตะวันตกคงหนีไม่พ้นรถยุโรปหรืออเมริกา ส่วนในโลกตะวันออกก็ต้องนึกถึงรถญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก . ทว่าโลกของอุตสาหกรรมยานยนต์ตอนนี้ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เมื่อมังกรเริ่มขยับตัว ตั้งแต่ปี 2009 รถยนต์แบรนด์จีนเติบโตก้าวกระโดด โดยเฉพาะแบรนด์ท้องถิ่น และเมื่อรวมกับการผลิตจากแบรนด์ต่างชาติ ทำให้จีนมีจำนวนรถยนต์มากกว่าที่ผลิตในยุโรป หรือแม้แต่รถยนต์ที่ผลิตในอเมริกาและญี่ปุ่นรวมกัน 

ส่งผลให้ จีนเป็นทั้งตลาดรถยนต์และผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกพร้อมกันเป็นที่เรียบร้อย ดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศ เพราะประสิทธิภาพรถยนต์จากจีน แม้จะขึ้นมาติด Top ของโลกช้า แต่ก็มาแบบไม่น้อยหน้าแบรนด์รถยนต์ดัง ๆ ที่อยู่มาก่อน โดยเฉพาะประสิทธิภาพของรถยนต์ไฟฟ้า EV 

#Agenda เปิดวาร์ป 4 รถยนต์ EV แบรนด์จีน ที่กำลัง start an engine ลุยครองตลาดรถยนต์โลก แบรนด์ไหนน่าสนใจบ้าง มาดูกัน! 1. BYD │ Build Your Dream . BYD ก่อตั้งปี 1995 โดย Wang Chuanfu เริ่มต้นมาจากบริษัทผลิตแบตเตอรี่โทรศัพท์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน เมื่อปี 2002 บริษัท BYD เข้าซื้อบริษัทรถยนต์ Tsinchuan Automobile เข้ามาเป็นบริษัทลูก แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “BYD Auto” 

ในช่วงแรกยังคงผลิตรถยนต์น้ำมัน อิงตามรถยนต์ของญี่ปุ่นอยู่ กระทั่งปี 2008 สามารถผลิตรถพลังไฟฟ้าแบบปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) คันแรกของโลก จากความชำนาญที่เคยทำบริษัทด้านแบตเตอรี่มาก่อนและเริ่มได้รับความสนใจในแวดวงรถยนต์โลก 

ปัจจุบันรถยนต์ของ BYD ที่วางขายมีทั้งรถขนาดเล็ก ขนาดคอมแพกต์ และรถขนาดกลาง โดยที่มีทั้งรถแฮทช์แบ็ก ซีดาน เอ็มพีวี และเอสยูวี รวมไปถึงมีทั้งรถไฟฟ้า ไฮบริด และใช้เครื่องยนต์ปกติ มีมูลค่าบริษัท 4.7 ล้านล้านบาท (เป็นรองแค่ Tesla และ Toyota) --- 2. GWM │ Great Wall Motor 

GWM ก่อตั้งปี 1984 โดย Wang Fengying เริ่มต้นมาจากการผลิตรถบรรทุก ที่มีจุดเด่นด้านความทนทาน จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่รถกระบะ Pick-up ได้รับความนิยมจนตีตลาดจีนแตก ปี 1998 ขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดรถ Pickup ในจีนได้สำเร็จ และขยายไปสู่ประเภทรถยนต์อื่น ๆ เช่น SUV 

อีกหนึ่งความสำเร็จของ GMW คือ การเป็นค่ายรถยนต์รายแรงของจีนที่ได้ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2003 และยังเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ในปี 2011 อีกด้วย . ปัจจุบัน GMW มีมูลค่าบริษัทกว่า 2.6 ล้านล้านบาท มีรถยนต์ 4 แบรนด์ ได้แก่ - HAVAL เป็นแบรนด์รถยนต์ประเภท SUV ยอดขาดสูงสุดในจีน 11 ปีซ้อน - ORA แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า ที่เกิดจากการลงทุนวิจัยและพัฒนาของบริษัทนานกว่า 10 ปี - WEY แบรนด์รถยนต์ Smart SUV เป็นแบรนด์เจาะกลุ่มตลาดรถพรีเมี่ยม หรูหรา คุณภาพสูง - GWM POER แบรนด์รถกระบะถึกทน ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ GMW ตั้งแต่สมัยบุกเบิก 

นอกจากนี้ ยังมีการขยายการผลิตไปในต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง --- 3. NIO . แบรนด์ NIO เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ก่อตั้งโดย William Li ตั้งแต่ปี 2014 เป็นม้ามืดที่น่าจับตามอง เพราะว่าแม้บริษัทจะก่อตั้งไม่ถึง 10 ปี ก็สามารถขึ้นมาเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของแบรนด์รถหรูทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz หรือ BMW 

William Li เริ่มต้นจากการทำ Startup ด้านอินเทอร์เน็ต และตามด้วยก่อตั้งบริษัท Bitauto Holdings Limited ที่ให้บริการข้อมูลด้านรถยนต์ผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ในปี 2010 

ปี 2014 เริ่มมาจับธุรกิจรถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าในปีภายใต้บริษัท NIO Inc. ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก จากกระแสรถ EV ที่กำลังมาแรงยิ่งทำให้นักลงทุนและกองทุนมาร่วมเป็นพันธมิตร เช่น Baillie Gifford, BlackRock, Temasek และ Tencent ใช้เวลาเพียง 4 ปี ก็สามารถพา NIO Inc. เข้าตลาดหลักทรัพย์ NYSE ได้สำเร็จ 

ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัท 2.2 ล้านล้านบาท สูสีไม่แพ้กันกับรถยนต์ High Class อย่าง Mercedes-Benz หรือ BMW --- 4. SAIC MOTOR │ Shanghai Automotive Industry Corporation 

บริษัทรถยนต์สัญชาติจีนที่มีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1955 ก่อตั้งโดย Chen Hong เริ่มต้นจากธุรกิจโรงงานประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังสงครามสิ้นสุด ปี 1984 บริษัทจึงได้มีการร่วมทุนกับ Volkswagen และ General Motor 

จากจุดเด่นของ SAIC ที่เชี่ยวชาญในการประกอบยานยนต์ ตั้งแต่ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา SAIC เหล่าแบรนด์รถยนต์ระดับโลกจึงเข้ามาร่วมทุนและผลิตยนต์ส่งออกขาย ทำให้ SAIC เติบโต มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนสามารถผลิตรถยนต์มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของจีน และอันดับ 12 ของโลก 

โดย SAIC เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ดังระดับโลกมากมาย เช่น Roewe, Maxus, Volkswagen, Chevrolet, Buick และ Cadillac ซึ่งมีทั้งแบรนด์ที่ขายภายใต้บริษัทตัวเอง และแบรนด์ที่ร่วมือกับบริษัทต่างประเทศ เช่น MG ซึ่งเป็นการร่วมกับกับบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ของไทย 

มูลค่าของบริษัท SAIC อยู่ที่ 1.2 ล้านล้าน มีสายการผลิตรถยนต์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น รถน้ำมัน รถไฟฟ้า ทั้งระดับธรรมดาและพรีเมี่ยม รวมไปถึงรถบัส รถบรรทุก รถเมล์ ซึ่งกำลังส่งออกไปทั่วโลก --- การขยับตัวของแบรนด์รถยนต์ EV จากจีนแผ่นดินใหญ่ สร้างแรงกระเพื่อมอย่างรุนแรงไปสู่วงการยานยนต์โลก เนื่องจาก กระแสรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่เป็นมิตรต่อโลกกำลังมาแรง เป็นไปได้ว่าในอนาคตอันใกล้รถยนต์จีนอาจจะทะยานขึ้นเป็นรถยนต์ที่รับความนิยมที่สุดของโลก...ก็เป็นได้ 

ที่มา: wikipedia, longtunman, Autodeft, Thairath, companiesmarketcap, TheStandard

คนไทยเตรียมตัว! Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่น ตั้งเป้าขยายร้าน 22-24 สาขาใน ‘เมืองไทย’


คนไทยเตรียมตัว! Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่น ตั้งเป้าขยายร้าน 22-24 สาขาใน ‘เมืองไทย’ ช่วง 3 ปีต่อจากนี้ 

ไทยกลายเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายของ Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่นที่ต้องการจะบุก รวมไปถึงในจีนและตลาดเอเชียอื่นๆ ในอีกสามปีข้างหน้า ซึ่งเป็นหนึ่งในการขยายธุรกิจระหว่างประเทศที่ดุเดือดที่สุดโดยแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่น 

Food & Life Cos. บริษัทแม่ของ Sushiro ตั้งเป้าที่จะเปิดร้านในต่างประเทศเป็น 200 สาขา ภายในเดือนกันยายน 2024 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า เมื่อเทียบกับปัจจุบันที่มีอยู่ 59 สาขาด้วยกัน 

เป้าหมายหลักของการบุกอยู่ที่ ‘แดนมังกร’ ซึ่ง Sushiro เปิดร้านอาหารแห่งแรกในกวางโจวเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยวางแผน ‘การขยายตัวอย่างรวดเร็ว’ และคาดว่าจะมีร้านอาหาร 42-46 แห่ง ภายใน 3 ปี 

ถัดมาเป็นไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของร้าน Sushiro 26 ร้าน คาดว่าจะมีร้านทั้งหมด 55-61 แห่ง ในขณะที่ประเทศไทยจะมีร้านซูชิประมาณ 22-24 แห่ง จากทั้งหมด 3 แห่งในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนเปิดร้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสำหรับฮ่องกง สิงคโปร์ และเกาหลีใต้เช่นกัน 

Nikkei Asia รายงานคำพูดของ ฮิโรมิตสึ คาโตะ เจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายดูแลการพัฒนาธุรกิจระดับโลกของ Food & Life Cos. ว่า บริษัทจะจัดสรรเงินลงทุนจำนวน 7.5 หมื่นล้านเยน หรือราว 2.2 หมื่นล้านบาท ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ในจำนวนนี้ 40% จะถูกแบ่งใช้ในการลงทุนเปิดร้านอาหารในต่างประเทศ 

Food & Life Cos. ตั้งเป้าที่จะสร้างยอดขายของทั้งเครือเป็น 4.2 แสนล้านเยน หรือ 1.2 แสนล้านบาท สำหรับปีสิ้นสุดในเดือนกันยายน 2024 เพิ่มขึ้น 70% จากปีงบประมาณที่เพิ่งสิ้นสุด โดยยอดขายในต่างประเทศเติบโตขึ้นกว่า 5 เท่า เป็น 9 หมื่นล้านเยน หรือ 2.6 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 21% ของยอดทั้งหมด และคิดเป็น 3 เท่าของสัดส่วนปัจจุบัน 

ในญี่ปุ่น Sushiro ตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขาย 30% เป็น 2.8 แสนล้านเยน หรือ 8 หมื่นล้านบาท โดยมาจากการวางแผนที่จะเปิดมากกว่า 50 สาขาต่อปี ซึ่งรวมถึงร้านสั่งกลับบ้านเท่านั้น และขยายบริการจัดส่ง . 

ภาพ: สลัก แก้วเชื้อ . ข่าวที่เกี่ยวข้อง: TASTE: Sushiro ร้านซูชิสายพาน 100 เยนจากญี่ปุ่นกับสาขาแรกในประเทศไทย 

อ้างอิง: https://asia.nikkei.com/Business/Food-Beverage/Japan-s-Sushiro-to-triple-overseas-shops-taking-bigger-bite-of-China . 
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger