วิษณุ ชี้ ม.112 เสนอแก้ได้ ผ่านกลไกสภาฯ ไม่จำเป็นต้องประชุมลับ แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
วันนี้ (1 พฤศจิกายน) ที่ทำเนียบรัฐบาล วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองในการแสดงจุดยื่นต่อการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 กลไกรัฐสภาจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ว่า ตนได้ทราบมาบ้างว่ามีความเคลื่อนไหวที่จะให้แก้ไข ซึ่งมองว่าเป็นการแก้ไขกฎหมายอย่างหนึ่ง ต้องยึดตามเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และไม่ใช่กฎหมายการเงิน ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่ต้องรับรอง สามารถเข้าชื่อเสนอต่อสภาฯ ได้ตามปกติ
ส่วนที่เสนอไปแล้วจะได้รับการยกขึ้นมาพิจารณาหรือเลื่อนไปเมื่อใดนั้น ต้องดูคิวกฎหมายที่รอการพิจารณาอยู่หลายฉบับ เหมือนการแก้ประมวลกฎหมายอาญาตามปกติ
เมื่อถามว่า แต่กฎหมายมาตราดังกล่าวถูกมองว่ามีความละเอียดอ่อนนั้น วิษณุกล่าวว่า ทุกคนทราบดี ซึ่งเรื่องนี้จะไปอ่อนไหวกันตอนอภิปราย ว่าจะสนับสนุนหรือคัดค้าน
ส่วนจะต้องเป็นการประชุมลับหรือไม่นั้น วิษณุกล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นต้องเป็นการประชุมลับ เพราะเห็นอยู่ว่าข้อความในกฎหมายนั้นว่าอย่างไร แต่ถ้าไปเจอใครพูดอะไรที่แปลก ก็อาจจะต้องขอประชุมลับ พร้อมยืนยันว่า การอภิปรายในสภาฯ นั้นมีกฎหมายคุ้มครองผู้อภิปรายตามปกติ ส่วนการจะเสนอแก้หรือไม่แก้ไขนั้น ก็เป็นเรื่องปกติ
#ปฏิรูปประเทศไทย
วิษณุ ชี้ ม.112 เสนอแก้ได้ ผ่านกลไกสภาฯ ไม่จำเป็นต้องประชุมลับ แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
Labels:
แก้ ม.112,
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวสังคม,
ปฏิรูปประเทศไทย
ต้นปี 2565 นี้ ภาครัฐ เตรียมประกาศใช้มาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า
ในความโชคร้าย ค่าใช้จ่ายต่างๆขึ้นกันแหลก ก็ยังพอมีความโชคดีด้านอื่นๆบ้างแฮะ
ต้นปี 2565 นี้ ทางรัฐ เตรียมประกาศใช้มาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าครับ โดยจะมีหลายมาตรการที่จัดให้เช่น
- การลดภาษีนำเข้า และภาษีรถยนต์ประจำปี
- การลดค่าทางด่วนสำหรับผู้ใช้รถไฟฟ้า
และไม่แน่อาจมีเงินอุตหนุนสำหรับคนที่หันมาซื้อรถไฟฟ้าใช้ครับ
ซึ่งเป้าหมายคือทำให้รถยนต์ไฟฟ้าถูกลงแบบมีนัยยะชัดเจน และยังมีเป้าหมายระยะยาวเช่น
หนุนการผลิตรถ EV ให้ได้ 30% ภายในปี 2568 และในปี 2578 ต้องผลิตรถ EV เป็น 100% ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายมากสำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นเรื่องท้าทายมากสำหรับประเทศไทย
อย่างเดือนนี้เจ้าแมวเหมียว ORA GOODCAT ก็มาจุดพลุความสนใจในรถไฟฟ้าได้เยอะเลยครับ กวาดยอดจองไปเพียบเลย มารอลุ้นราคา 29 ต.ค. นี้กัน แอดก็แอบจองไปคันนึงแหละ 55 น่ารักดี
ทีนี้ กลับมามองที่ที่อยู่ อย่างบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ก็สบายหน่อยในการทำจุดชาร์จในบ้าน
แต่คอนโดนี่ล่ะครับ อาจต้องมีการปรับปรุงกันยกใหญ่ โดยเฉพาะคอนโดเก่าๆที่ต้องเสริมจุดชาร์จเข้ามา และการคิดค่าไฟต่างๆ หรือให้ง่ายก็อาจจะ ให้เช่าที่ไปเลย แลกกับการให้ผู้ให้บริการนอก มาติดเครื่องชาร์จ
ส่วนคอนโดใหม่ๆอาจต้องมองว่าจะเพิ่มจุดชาร์จยังไงให้เพียงพอ จะมีปลั๊กไฟสำหรับทุกจุดจอดรถไหม (แต่อันนั้นก็ชาร์จได้ช้าหน่อยนะ)
ส่วนนิติก็ต้องมาวางแผนว่าอีกหน่อยคนใช้จุดจอดรถชาร์ตไฟเยอะขึ้น จะหมุนเวียนรถอย่างไร ไม่ให้จอดแช่นานๆ
ก็มารอดูกันว่า Trend นี้จะมีผลอย่างไรกับการออกแบบพื้นที่จอดรถของโครงการใหม่ๆในอนาคตครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมที่
https://www.bangkokbiznews.com/news/967918?anm&fbclid=IwAR2NWg9VD5uuvzr92RbAsANRkUXzir77NjPnVbEWrHbnTygeMORBaVkMthY
Credit photo by archyworldys.com
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
ยานยนต์,
รถ EV
ภาพถ่ายในตำนาน ภาพ #เนบิวลานายพราน ที่ชัดเจนที่สุด
นี่คือภาพถ่ายเนบิวลานายพราน M42 จากกล้องถ่ายภาพ Advanced Camera for Surveys (ACS) ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล เมื่อปี พ.ศ. 2549 แสดงถึงมุมมองที่ชัดเจนที่สุดเท่าที่เคยมีมาของเนบิวลานี้ นักดาราศาสตร์ใช้ภาพถ่าย 520 ภาพ ที่ถ่ายผ่านแผ่นกรองแสง 5 แบบ เพื่อสร้างภาพนี้ขึ้น และยังเพิ่มภาพถ่ายจากกล้องบนโลกเพื่อให้ครอบคลุมขนาดเชิงมุมเท่าดวงจันทร์เต็มดวง
เนบิวลานายพรานเป็นตัวแทนแห่งการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างจากโลกประมาณ 1,500 ปีแสง ดาวฤกษ์มวลมากอายุน้อยที่ก่อร่างสร้างตัวตั้งแต่เป็นกลุ่มแก๊สเบาบาง รวมกันเป็นกลุ่มแก๊สหนาแน่น จนกระทั่งยุบตัวจุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่ใจกลาง และเปล่งแสงออกมา
เนบิวลานายพรานมีดาวฤกษ์สมาชิกมากกว่า 3,000 ดวง บางดวงก็ไม่สามารถมองเห็นได้ในช่วงคลื่นแสงที่ตามองเห็น เนื่องจากอยู่ในบริเวณที่เต็มไปด้วยฝุ่นและแก๊สอันหนาทึบที่สลับซับซ้อนราวกับว่าอยู่ในแกรนแคนยอน ในส่วนใจกลางของเนบิวลานายพรานเป็นดาวฤกษ์ที่มีอายุน้อยที่สุดในกาแล็กซีทางช้างเผือก กระจุกดาวนี้เรียกว่า “Trapezium” ที่มีดาวเรียงตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู รังสีอัลตราไวโอเลตจากดาวกระจุกนี้ได้เบิกโพรงแก๊สภายในเนบิวลาให้กระจายตัวออกไปเป็นวงกว้าง
แสงจ้าที่มุมบนซ้ายของภาพมาจากดาวฤกษ์ในเนบิวลา M43 เป็นบริเวณเล็ก ๆ ที่เรียกว่า “เนบิวลานายพรานขนาดจิ๋ว” เพราะมีดาวหลักเพียงดวงเดียวที่พ่นลมอนุภาคที่มีประจุ ปัดเป่าแก๊สและฝุ่นโดยรอบให้ขยายตัวออกไป
ดาวสีแดงจาง ๆ ด้านล่างของภาพคือดาวแคระน้ำตาลจำนวนมหาศาลที่กล้องจับภาพได้ครั้งแรก เป็นวัตถุอุณหภูมิต่ำที่มีขนาดเล็กเกินกว่าจะเป็นดาวฤกษ์ได้ เนื่องจากไม่สามารถจุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันที่ใจกลาง จึงมีแสงสว่างจางมากตามที่ปรากฏตามขอบเนบิวลา
เรียบเรียง : วทัญญู แพทย์วงษ์ - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.
อ้างอิง : https://www.nasa.gov/image-feature/a-peek-inside-the-orion-nebula
การกำหนดรายชื่อประเทศและพื้นที่ต้นทางที่อนุญาตให้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรสำหรับบุคคลประเภท (13) (เพิ่มเติมเป็น 63 ประเทศ/พื้นที่)
Notification of the Operation Centre for Measures on the Entry into and Departure from the Kingdom, and Protection of Thai Nationals Abroad
Re: List of countries and territories permitted to enter the Kingdom of Thailand for Individuals under category (13) (revised to 63 countries/territories)
ที่มา : กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ
ตำรวจเตือน โพสต์ขาย "เบอร์ทอง-เบอร์เงินสด" เข้าข่ายผิดกกฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน หากถูกจับโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
ตำรวจเตือน โพสต์ขาย "เบอร์ทอง-เบอร์เงินสด" เข้าข่ายผิดกกฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน หากถูกจับโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
จากกรณีที่มีการแชร์ข้อมูลในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับประเด็น โพสต์ขาย "เบอร์ทอง" เบอร์เงินสด หากถูกตำรวจจับโดนโทษตามจำนวนโพสต์ สูงสุดจำคุก 3 ปีหรือไม่
วันนี้ (29 ต.ค.2564) ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่าข้อมูลดังกล่าวนั้น "เป็นข้อมูลจริง"
โดยระบุว่า กรณีการโพสต์แชร์เรื่องราวเตือนภัยแก่ผู้ที่โพสต์ขาย "เบอร์ทอง" เบอร์เงินสด ซึ่งระบุว่าตนนั้นโดนหมายเรียกจากตำรวจ และเมื่อไปรับทราบข้อกล่าวหา มีการคาดโทษโดยคิดตามจำนวนโพสต์นั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลของเรื่องดังกล่าวว่า บุคคลดังกล่าวมีโทษตามที่กล่าวจริง
ซึ่งคดีนี้ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ดำเนินคดี โดยกล่าวหาว่า "จัดให้มีการเล่นหรืออุบาย ล่อ ช่วย ประกาศ โฆษณา หรือชักชวนให้เล่นการพนัน ทางสื่อออนไลน์ต่างๆ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นซึ่งมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน"
โดยได้ออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหาให้มาพบยังที่ทำการของพนักงานสอบสวน ซึ่งเมื่อคดีนี้พนักงานอัยการยื่นฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดต่อศาล จะมีอัตราโทษตาม พ.ร.บ.การพนัน ม.12 (1) คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ประชาชนสามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ได้ที่ https://www.khaopracity.go.th/.../doc.../a_250618_114236.pdf และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.royalthaipolice.go.th หรือโทร 1599
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวสังคม,
เบอร์เงินสด,
เบอร์ทอง,
พ.ร.บ.การพนัน
พบกับซากโครงกระดูกแมมมอธขนยาว (Woolly Mammoth) โดยบังเอิญ
หลังจากนั้นนักบรรพชีวินวิทยาจาก University of Michigan ได้เข้าไปกู้ซาก โดยพวกเขาพบทั้งกะโหลก งา กระดูกเชิงกราน และชิ้นส่วนอื่นๆ ของแมมมอธขนยาวที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ โดยคาดว่ามันมีชีวิตอยู่บนโลกเมื่อราว 15,000 ปีก่อน และจากการตรวจสอบซาก พวกเขาคาดว่าแมมมอธตัวดังกล่าวถูกฆ่าโดยมนุษย์ที่ใช้เนื้อเป็นอาหาร
แมมมอธ เคยกระจายพันธุ์อยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะทวีปยุโรปและเอเชียเหนือ และอเมริกาเหนือ ก่อนที่จะหายไปเมื่อราว 11,700 ปีก่อน โดยก่อนหน้านี้มีการค้นพบซากแมมมอธในมิชิแกนแล้วกว่า 30 ตัว แมมมอธมีลำตัวและงาใหญ่กว่าช้างในยุคปัจจุบันมาก พวกเขามีสายสัมพันธ์ใกล้เคียงกับช้างเอเชียที่ยังดำรงเผ่าพันธุ์มาจนปัจจุบัน
ทาง University of Michigan ได้นำซากดังกล่าวไปวิเคราะห์ และศึกษาเพิ่มเติม
ที่มา
https://alumni.umich.edu/michigan-alum/woolly-michigan-mammoth/
https://www.history.com/news/michigan-farmer-digs-up-woolly-mammoth-bones-in-field
https://www.theguardian.com/us-news/2015/oct/02/farmer-finds-woolly-mammoth-michigan-field
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=924624048150977&set=a.109306036349453&type=3
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
ช้างแมมมอส
สาวอุบลฯพบรักหนุ่มฝรั่ง ซินเดอเรลล่าเมืองไทย
วันนี้ทีมงาน Louis จะพาแฟนๆมาดูเรื่องราวความรักที่เป็น รักแท้ ของหญิงสาวบ้านๆ ที่ชีวิตเปลี่ยนกลายเป็นเลดี้เมืองไทยทันที เอาเป็นว่าเราไปตามกันเลยดีกว่าจ้า
หริ่น เนตรนภา แก้วแสงธรรม ยาเนซโกวา เธอเกิดที่จังหวัดอุบลฯมีพี่น้อง 4 คน เธอเป็นพี่สาวคนโต และมีน้องแฝดหญิงสามคน หลังจบมัธยมปลายเธอสอบติดคณะยอดนิยมที่ชื่นชอบ วารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน สาขาหนังสือพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หลังเรียนจบก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เริ่มจากทำงานเป็นนักข่าวออนไลน์ยุคแรกๆ ของสื่อค่ายหนึ่ง ต่อมาออกมาทำหน้าที่บรรณาธิการสำนักพิมพ์แบรนด์เอจ และบรรณาธิการบริหาร เวิร์คพอยท์ แล้วก็ออกมาเป็นโกสต์ไรเตอร์ นักเขียนอิสระ
ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้เธอได้พบรักแท้กับ ท่านเซอร์มาเร็ก อติลา ยาเนเชค บารอน วอน ดูด๊าซ ซึ่งมีหุ้นส่วนเป็นนักธุรกิจชาวไทย
โดยการพบกันในครั้งแรก ๆ นั้น เธอเล่าว่าต่างฝ่ายต่างก็ยังไม่ถูกใจกัน ฝ่ายชายค่อนข้างจะชอบผู้หญิงที่ดูเรียบร้อย
ขณะที่ตัวเธอนั้นกระโดกกระเดก ไม่เรียบร้อย พูดจาโผงผาง แต่เพราะการไปเขียนหนังสือท่องเที่ยวที่ปราก ชื่อ ปรากในรอยหนาว จึงเป็นจุดหักเห ทำให้มีโอกาสได้ศึกษานิสัยกันและกัน จนกลายเป็นความรัก
พบกันครั้งแรกที่เวทีมวยราชดำเนิน ท่านเซอร์มาเร็กมาดูมวยไทย เนื่องจากชื่นชอบกีฬานี้เป็นพิเศษ และเป็นโปรโมเตอร์มวย นำนักมวยไทยไปชกโชว์ที่ยุโรปหลายประเทศ เช่น สเปน สาธารณรัฐเช็ก และเยอรมันนี
ตอนแรกที่เจอก็ไม่รู้สึกชอบเลย เพราะรู้สึกว่าเป็นคนขี้เก๊ก และดูหยิ่ง ๆ แต่ต่อมาเขาต้องการนักเขียน ก็เลยเชิญไปเขียนหนังสือท่องเที่ยวที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ไปเที่ยวที่นั่นสิบวัน กับเพื่อนช่างภาพ ทำให้มีโอกาสทำความรู้จักกันมากขึ้น 3 เดือนต่อมาก็ตกลงคบกัน อีกประมาณ 1 ปีก็หมั้นและแต่งงานกันเมื่อ 7 ธันวาคม 2550
เลดี้หริ่น เล่าอีกว่า ตอนแรกที่พบและคบหาดูใจกัน ช่วง 2 ปีกว่าๆ เธอไม่รู้เลยว่ามาเร็กมีฐานันดรศักดิ์อะไร คิดว่าเป็นเพียงฝรั่งที่ชอบมวยไทย และเป็นโปรโมเตอร์มวยธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น เพราะตลอดเวลาเขาไม่เคยแสดงตัว ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้สนใจในเรื่องยศศักดิ์อะไร จนกระทั่งแต่งงานแล้วถึงได้รู้
ก็มักมีคนบอกว่าหริ่นเป็นซินเดอเรลล่าเมืองไทย คงต้องบอกว่าไม่เป็นอย่างนั้นหรอกค่ะ ซินเดอเรลล่า
ต้องเป็นเจ้าหญิงตกยาก และมีแม่เลี้ยงใจร้าย แต่ตัวเองเป็นแค่คนทำงานธรรมดาเหมือนสาวออฟฟิศทั่วไป แล้วก็มีคุณแม่ใจดีด้วยค่ะ มีครอบครัวที่อบอุ่นพอสมควร
เมื่อถูกถามว่าชีวิตเปลี่ยนไปมากไหม เมื่อแต่งงานแล้วเป็นบารอนนิส หรือเลดี้ เธอบอกว่า ก็เปลี่ยนไปบ้าง แต่ไม่ได้เปลี่ยนตัวตนที่เป็นสิ่งสำคัญ เปลี่ยนเรื่องมีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยวไปตามประเทศต่าง ๆ ในยุโรป เพราะสามีสนับสนุนให้เขียนหนังสือท่องเที่ยว ถ้าไม่ว่างพาไปเองเขาก็ให้ผู้ช่วยพาไป เลยมีโอกาสได้ทำงานที่รัก ส่วนเรื่องชีวิตประจำวัน สามีก็ตั้งเงินเดือนให้ ก็พยายามใช้ให้อยู่ในปริมาณนั้น ไม่ให้เกิน ไม่พยายามใช้ของยี่ห้อดังถ้าไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นก็ไม่ให้เกินเงินเดือน เวลาอยู่ที่เช็กก็จะสบายหน่อย มีคนคอยดูแล
แต่อยู่เมืองไทย ก็ธรรมดาค่ะ ถ้าสามีอยู่ด้วยก็จะนอน กินอยู่ ในโรงแรม แต่ถ้าสามีไม่อยู่ จะไปนอนออฟฟิศที่ทำเป็นสำนักพิมพ์หนังสือ
อยู่ง่าย ๆ กินริมถนนเหมือนเดิม ชอบแบบนี้ด้วยค่ะ สบายดี ถามต่ออีกว่าพอเป็นเลดี้แล้วได้เจอเรื่องแปลกๆ ไหม เจ้าตัวเล่าว่า ก็มี เช่นมีคนพยายามเสนอขายที่ให้เป็นร้อยๆ ล้าน หรือมาขอเงิน หรือขอให้หาแฟนให้ ก็ต้องอุเบกขา วางเฉย แม้จะสงสาร แต่ต้องคิดว่าทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง เราเองก็ไม่ได้ดีกว่าคนอื่น มีทุกข์ มีปัญหาเหมือนกัน คนเรามันมีทุกข์กันคนละแบบ
โลกเปิดกว้างขึ้น เลยมีการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมหรือเชื้อชาติกันมากขึ้น มันไม่ใช่เรื่องแปลก ดีหรือไม่ดี อีกต่อไปแล้ว อยู่ที่เราเลือกคนดีหรือไม่ดีมากกว่า แต่ถ้าเราพยายามตั้งใจ คิดจะมองหาแต่สามีชาวต่างชาติ ทั้งที่ความรักเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ก็เหมือนวิ่งไล่ตามเงา ทุกอย่างก็จะไม่ราบรื่น เจอทุกข์ อาจเจอคนไม่ดี ไม่ใช่เนื้อคู่ที่ดีของเรา ปล่อยให้เป็นไปตามเบื้องบนกำหนดดีกว่า แต่จะอย่างไรก็ขอให้ทุกคนโชคดีในเรื่องของความรักนะคะ เป็นทิ้งท้ายจาก หริ่น เนตรนภา
ข้อมูลและภาพจาก Netnapa Janeckova / หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวสังคม,
ซินเดอเรลล่า,
รักแท้
ทุบสถิติ 6 ไตรมาสติด! Tesla รายงานกำไร 5.3 หมื่นล้านบาท
https://edition.cnn.com/.../bus.../tesla-earnings/index.html
https://www.bloomberg.com/.../tesla-s-quarterly-revenue...
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
ยานยนต์,
Tesla
แจ้งปรับราคาน้ำมันขายปลีก มีผลพรุ่งนี้ 28 ตุลาคม 2564 เวลา 05.00 น.
บางจากฯ ขอแจ้งปรับราคาน้ำมันขายปลีก ดังนี้
ไฮพรีเมียม ดีเซล S B7 ปรับเพิ่ม 60 สต.ต่อลิตร
ไฮดีเซล S B7 ปรับเพิ่ม 40 สต.ต่อลิตรไฮดีเซล S ปรับเพิ่ม 40 สต.ต่อลิตร
ไฮดีเซล B20 S ปรับเพิ่ม 40 สต.ต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E85 S EVO ปรับเพิ่ม 40 สต.ต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ E20 S EVO ปรับเพิ่ม 60 สต.ต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 91 S EVO ปรับเพิ่ม 60 สต.ต่อลิตร
แก๊สโซฮอล์ 95 S EVO ปรับเพิ่ม 60 สต.ต่อลิตร
มีผล 28 ต.ค. 64 เวลา 05.00 น.
ราคาขายปลีกในกรุงเทพมหานคร ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น กทม.
น้ำมันเชื้อเพลิง 5 สต.ต่อลิตร และ NGV 5 สต. ต่อ กก.
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
บางจาก,
ราคาน้ำมัน
9 จังหวัดภาคอีสานอ่วม เสียหายกว่า 3 แสนไร่
9 จังหวัดภาคอีสานอ่วม เสียหายกว่า 3 แสนไร่
GISTDA ใช้ดาวเทียม COSMO-SkyMed-1 วันที่ 27 ตุลาคม 2564 ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่บางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ #มหาสารคาม #สุรินทร์ #ร้อยเอ็ด #ศรีสะเกษ #บุรีรัมย์ #ขอนแก่น #ยโสธร #กาฬสินธุ์ และ #นครราชสีมา รวมพื้นที่ความเสียหายกว่า 381,027 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำสายหลัก และที่อยู่อาศัยบางส่วน”
ข้อมูลภาพจากดาวเทียมเหล่านี้ GISTDA จะส่งต่อให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบและที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้สนับสนุนการบริหารจัดการตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน การติดตาม การประเมินสถานการณ์ และการฟื้นฟูความเสียหายต่อไป
GISTDA ได้มีการดำเนินการวางแผนและปรับแผนรับสัญญาณดาวเทียม เพื่อวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง และสามารถตรวจสอบพื้นที่อื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ http://flood.gistda.or.th
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวภูมิภาค,
ดาวเทียม,
GISTDA
จีนยังไม่รอด! เจอโควิดระบาดรอบใหม่ในหลายมณฑล
จีนเร่งตรวจเชิงรุก ยกเลิกเที่ยวบิน ปิดโรงเรียนในหลายพื้นที่หลัง Covid-19 ระบาดรอบใหม่
ทางการจีนสั่งยกเลิกเที่ยวบินในประเทศหลายร้อยเที่ยว รวมทั้งปิดโรงเรียน และเร่งตรวจคัดกรองเชิงรุกในประชาชนหลายพื้นที่ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19 รอบใหม่ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปหลายมณฑล จีนพบผู้ติดเชื้อในประเทศ 5 วันติดต่อกัน โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ และอีก 1 เคสในกรุงปักกิ่ง
การระบาดรอบล่าสุดเชื่อมโยงกับสองสามีภรรยาสูงอายุคู่หนึ่งที่อยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เริ่มเดินทางในเซี่ยงไฮ้ก่อนจะบินไปยังมณฑลซีอานของมณฑลส่านซี มณฑลกานซู่ และเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน โดยเกือบครึ่งของผู้ติดเชื้อรายใหม่ 26 รายที่พบเมื่อวันจันทร์และอังคารที่ผ่านมาล้วนเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับสองสามีภรรยาคู่นี้
อย่างไรก็ดี ยังไม่ชัดเจนว่าสามีภรรยาสูงวัยคู่นี้ติดเชื้อจากไหนและเป็นต้นตอของการระบาดรอบใหม่หรือไม่
หลังจากประวัติการเดินทางของสามีภรรยาคู่นี้เปิดเผย ทางการท้องถิ่นหลายแห่งสั่งตรวจคัดกรองเชิงรุกครั้งใหญ่ รวมทั้งขอให้ผู้ที่เคยเดินทางไปสถานที่เดียวกับที่ผู้ติดเชื้อเคยเดินทางไปไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและเข้ารับการตรวจหาเชื้อโดยเร็ว
ทางการเมืองเจียอวี้กวนทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกานซู่ถึงกับสั่งตรวจหาเชื้อทั่วทั้งเมืองเป็นรอบที่ 2 หลังจากรอบแรกไม่พบผลบวก หลังมีรายงานว่าผู้ติดเชื้อรอบล่าสุดบางคนเพิ่งเดินทางเข้ามา เช่นเดียวกับพื้นที่เสี่ยงอื่นๆ ที่นอกจากจะสั่งตรวจเชิงรุกแล้วยังสั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยว โรงเรียน สถานบันเทิงหลายแห่ง รวมทั้งยังสั่งล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ รวมทั้งในเมืองหลานโจวทางตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งมีประชากรราว 4 ล้านคนที่สั่งห้ามประชาชนเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่จำเป็น ขณะที่สนามบินในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยกเลิกเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยว โดย 2 สนามบินหลักในเมืองซีอานและหลานโจวต้องยกเลิกเที่ยวบินราว 60%
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
โควิด,
โควิด-19,
จีน
ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกมาตรการผ่อนคลายเพดาน LTV จากเดิมที่ 70 - 90% ปรับขึ้นมาเป็น 100% สำหรับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
จึงทำให้หุ้นในกลุ่มอสังหาฯ พาเหรดกันบวกขึ้นมายกแผงเลย
https://www.bangkokbiznews.com/business/967202
https://www.bot.or.th/.../ConsumerInfo/Topics/Pages/LTV.aspx
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ธนาคารแห่งประเทศไทย,
สินเชื่อบ้าน
รูปเเบบการใช้งานสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า
1) การอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบใช้สาย
การอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบใช้สายเป็นรูปแบบการอัดประจุหลักที่ทุกประเทศทั่วโลกเลือกใช้ เนื่องด้วยมีความคุ้มค่าในการลงทุน มีประสิทธิภาพสูง และ สามารถประยุกต์ใช้ร่วมกับเทคโนโลยีการจัดการพลังงานได้
โดยสามารถจำแนกการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบใช้สายตามระดับกำลังไฟฟ้าที่ใช้ได้เป็น 3 แบบ ดังนี้
1.1) การอัดประจุแบบช้าด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Slow Charge)
เป็นการอัดประจุระดับ 1 (Level 1)
ซึ่งเป็นรูปแบบการอัดประจุที่พื้นฐานที่สุดและถูกใช้มากที่สุดทั่วโลก แต่ไม่เหมาะกับการใช้งานในลักษณะของสถานีบริการเฉพาะหรือสถานีอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากใช้เวลาในการอัดประจุที่นาน
1.2) การอัดประจุแบบปกติด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Normal Charge)
เป็นการอัดประจุระดับ 2 (Level 2) สามารถอัดประจุด้วยกำลังไฟฟ้าสูงสุด 22 กิโลวัตต์ เหมาะสำหรับการอัดประจุในพื้นที่กึ่งสาธารณะที่ผู้ใช้ไม่รีบร้อนมากหรือต้องจอดรถไว้เป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น ลานจอดรถ และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ทั้งนี้ การอัดประจุในรูปแบบนี้สามารถดำเนินการได้ที่บ้านเช่นเดียวกัน
1.3) การอัดประจุแบบเร็ว (Fast Charge)
การอัดประจุแบบเร็วนั้น มีอยู่ 2 รูปแบบ คือ
การอัดประจุแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charge)
การอัดประจุแบบเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Fast Charge)
ซึ่งทั้งสองรูปแบบสามารถทำการอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าจนถึงระดับ 80% ภายในระยะเวลาอันสั้น
อย่างไรก็ตาม เครื่องอัดประจุแบบเร็วมีความต้องการพลังไฟฟ้าที่สูง อีกทั้งยังมีราคาที่แพงกว่ามากอย่างมีนัยสำคัญในด้านการติดตั้งและด้านปฏิบัติการ จึงถูกใช้ในสถานีอัดประจุที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมากและผู้ใช้บริการเหล่านั้นต้องการความรวดเร็ว
2) สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery Swapping Stations, BSS)
เป็นสถานีอัดประจุแบตเตอรี่ของยานยนต์ไฟฟ้าประเภทหนึ่งที่ดำเนินการโดยอัดประจุแบตเตอรี่ไว้ล่วงหน้าเพื่อรอการสับเปลี่ยนกับแบตเตอรี่ที่มีค่าสถานะของประจุที่ต่ำกว่า การสับเปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นวิธีการถ่านโอนพลังงานไฟฟ้าที่รวดเร็วกว่ามากแม้เทียบกับการอัดประจุแบบเร็วก็ตาม โดยทั่วไปการเปลี่ยนแบตเตอรี่ของยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กนั้นง่ายกว่ามากเมื่อเทียบกับยานยนต์ไฟฟ้าทั่วไป ผู้ขับขี่สามารถดำเนินการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตนเองได้ ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่นิยมใช้วิธีนี้คือ รถสองล้อไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า
3) การอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้าแบบไร้สาย
การถ่ายโอนพลังงานเข้าสู่แบตเตอรี่ในรูปแบบไร้สายจะทำให้เกิดความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอัดประจุแบบไร้สายในขณะที่ยานยนต์จอดอยู่กับที่ หรือจะเป็นการอัดประจุแบบไร้สายในขณะที่ยานยนต์กำลังเคลื่อนที่อยู่ก็ตาม
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ยานยนต์
ได้เป็นประธาน "รัสเซล โครว์"ดาราฮอลลีวู้ดมากความสามารถ
#ได้เป็นประธาน "รัสเซล โครว์"ดาราฮอลลีวู้ดมากความสามารถ ได้ไปเยี่ยมสถานฑูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ก่อนกลับแม่บ้านที่กระทรวงได้มอบซองผ้าป่าสามัคคีให้หนึ่งซองโดยบอกว่าถ้าอยากได้เป็นประธานผ้าป่าสามัคคีก็ให้ใส่ซอง จำนวน 1,000 บาท ถ้ารองประธานก็ 500 ส่วนกรรมการก็ใส่ตามศรัทธา 20-100 บาท จากนั้น"รัสเซล โครว์"ได้ใส่ไป 1,000บาท พร้อมจรดอธิษฐานหลังปิดซองอยู่ประมาณ 5 นาที
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
รัสเซล โครว์,
Russell Crowe
สภาพอากาศวันนี้ ไทยยังเจอ "ฝน" กรมอุตุฯ เตือนหลายพื้นที่รับมือฝนตกหนัก
พยากรณ์อากาศวันนี้ (23 ต.ค.) ยังคงมีฝนตกหนักในภาคเหนือ กลาง ตะวันออก และใต้ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2564 ดังนี้
ลักษณะอากาศทั่วไป
พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และทะเลจีนใต้ตอนบนแล้ว ประกอบกับมีลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนและอ่าวไทย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีกำลังอ่อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย
ฝุ่นละอองขนาดเล็ก
ในช่วงของฤดูฝนการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันมีน้อย
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร
อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :กรมอุตุนิยมวิทยา
ภาพ :Sergey Gordienko / iStock
Labels:
กรมอุตุนิยมวิทยา,
ข่าวทั้งหมด,
สภาพอากาศวันนี้
"โควิดวันนี้" ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์ "โควิด-19" ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2564 มีผู้ติดเชื้อใหม่ 9,742 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 74 ราย
ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อ "โควิดวันนี้" สะสมอยู่ที่ 1,841,431 ราย (ติดเชื้อสะสมระลอกเดือน เม.ย. 2564 จำนวน 1,812,268 ราย) หายป่วยกลับบ้านเพิ่ม 10,182 ราย (หายป่วยสะสมระลอก เม.ย. 64 จำนวน 1,693,203 ราย) กำลังรักษา 101,803 ราย เสียชีวิตเพิ่มวันนี้ 74 ราย (รวมเสียชีวิตสะสม 18,699 ราย)
สำหรับสถิติตัวเลข ผู้ติดเชื้อ - ผู้เสียชีวิต จาก "โควิด-19" ในรอบสัปดาห์
- 16 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 10,648 ราย เสียชีวิต 82 ราย
- 17 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 10,863 ราย เสียชีวิต 68 ราย
- 18 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 10,111 ราย เสียชีวิต 63 ราย
- 19 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 9,122 ราย เสียชีวิต 71 ราย
- 20 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 8,918 ราย เสียชีวิต 79 ราย
- 21 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 9,727 ราย เสียชีวิต 73 ราย
- 22 ต.ค.2564 ติดเชื้อ 9,810 ราย เสียชีวิต 66 ราย
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวสังคม,
โควิด-19,
COVID-19
พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 21 ตุลาคม 2564
พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณความกดอากาศสูงระลอกใหม่อีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศจีนตอนใต้แล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศเวียดนามและลาวตอนบนในวันนี้ (21 ตุลาคม 2564) หลังจากนั้นจะแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ในระยะต่อไป ประกอบกับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน อ่าวไทย และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย
เวลา 12:00 น.วันนี้ - 12:00 น.วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเชียงราย ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใตีฝั่งตะวันออก
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
กรุงเทพและปริมณฑล
ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
Labels:
กรมอุตุนิยมวิทยา,
ข่าวทั้งหมด,
สภาพอากาศวันนี้
กรมอุตุนิยมฯ เผย 21 - 23 ตุลาคม 2564 ตอนบนของไทยเจอฝน
ในช่วงวันที่ 21 – 23 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้ามาปกคลุมภาคใต้ ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนในช่วงวันที่ 23 - 27 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ มีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนลดลง ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง
Labels:
กรมอุตุนิยมวิทยา,
ข่าวทั้งหมด,
สภาพอากาศวันนี้
5 วิธีลดพุง-ลดไขมันทั้งตัวฉบับเร่งด่วน ปลอดภัยและได้ผลจริง
ไม่ต้องอดข้าว ไม่ต้องโหมออกกำลังกาย ก็ลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัยและได้ผล
การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน แต่จริงๆ แล้วหากมีความตั้งใจ และปฏิบัติได้ถูกต้อง ก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด นอกจากจะได้รูปร่างที่สมส่วนสวยงามแล้ว ยังได้ร่างกายที่แข็งแรงเป็นของขวัญให้กับตัวเองอีกด้วย
แต่หากใครที่อ้วนมานานแล้วลืมไปเลยว่าเคยผอมมาก่อน ลองทำนู่นนี่แล้วไม่ได้ผลเสียที เรามีเคล็ดลับที่ง่ายและได้ผล (แต่ต้องตั้งใจทำจริงๆ) มาฝาก
5 วิธีลดพุง-ลดไขมันทั้งตัวฉบับเร่งด่วน ปลอดภัยและได้ผลจริง
1. ลดแป้งและน้ำตาล
หลายคนยังเข้าใจผิดอยู่ว่าที่เราอ้วนเพราะกินอาหารมันๆ และของทอด ซึ่งจริงๆ แล้วก็ถูกต้อง แต่ไม่ใช่แค่นั้น อย่ามองข้ามอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสีอย่างข้าวขาว ขนมปัง รวมถึงของหวานอย่าง เครื่องดื่มต่างๆ ที่ใส่น้ำตาลในปริมาณสูง และขนมต่างๆ ด้วย
หลักการทำงานง่ายๆ ของร่างกาย คือการที่เรากินแป้งและน้ำตาลเข้าไปเกินความจำเป็นของร่างกาย ร่างกายจึงนำแป้งและน้ำตาลที่เรากินเข้าไปมากเกินไป ไปสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกายในรูปแบบของ “ไขมันส่วนเกิน” ที่อยู่ตามจ้นแขน ต้นขา พุง สะโพก ฯลฯ เพื่อเก็บสำรองไว้ใช้ในยามจำเป็น
วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้ร่างกายถึงเอาไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมไว้ออกมาใช้ คือการลดการสะสมเพิ่มเติมของแป้งและน้ำตาล เมื่อถึงจุดที่ร่างกายรู้สึกถึงการได้รับแป้งและน้ำตาลน้อยลงกว่าปกติ ร่างกายจึงเริ่มดึงเอาไขมันส่วนเกินตามร่างกายต่างๆ มาใช้งานนั่นเอง
2. กินอาหารรวบมื้อ
หากใครไม่เคยปล่อยให้ปากและกระเพาะอาหารว่างจากอาหารเกิน 2-3 ชม. เลย นั่นแหละ คือสาเหตุที่ทำให้คุณอ้วน ลองรวบมื้ออาหารเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างวันให้เหลือไม่เกินวันละ 3 มื้อดู ขนมขบเคี้ยว ผลไม้ต่างๆ ที่เคยหยิบมากินช่วงสายๆ บ่ายๆ หรือก่อนนอน ให้รวบไปกินพร้อมกันหลังมื้ออาหารหลักอย่างมื้อเช้า กลางวัน หรือมื้อเย็นแทน ลดการกินจุบจิบระหว่างวันลง เท่านี้ก็ช่วยให้ร่างกายได้พักจากการรับอาหาร และย่อยอาหารได้แล้ว
3. กำหนดเวลาหยุดกิน
หลังจากที่เราพยายามรวบมื้ออาหาร ไม่กินมื้อเล็กมื้อน้อยพร่ำเพรื่อแล้ว การปล่อยให้ช่วงเวลาหนึ่งของร่างกายเข้าสู่ภาวะ “อด” บ้าง ก็ช่วยให้ร่างกายดึงพลังงานไขมันสะสมในร่างกายมาใช้ได้ด้วย หลายคนอาจจะคุ้นหูว่านี่คือวิธีในการทำ IF (Intermittent Fasting) คือการกำหนดช่วงเวลาในการกินอาหาร-งดมื้ออาหาร สูตรเวลาที่เป็นที่นิยมกันคือ 16/8 หมายถึง กินอาหารได้ 8 ชั่วโมง งดมื้ออาหารไป 16 ชั่วโมง โดยเราสามารถเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของเราได้ (แต่แนะนำให้เป็นช่วงเวลาที่ตรงกับนาฬิกาของร่างกาย คือกินในช่วงที่ควรกิน งดในช่วงที่ควรงด)
ยกตัวอย่างเช่น สูตร 16/8 กินอาหารได้ตั้งแต่ 10.00-18.00 น. หรือใครที่ตื่นเช้าอาจจะเป็น 9.00-17.00 น. (แต่ไม่แนะนำให้กินในช่วงที่ควรนอน เช่น กินในช่วง 22.00-6.00 น. เพราะไม่ตรงกับนาฬิกาชีวิต ช่วงเวลาที่ควรนอน ก็ควรนอน)
หากใครที่ทำสูตรเวลา 16/8 แล้วทนหิวไม่ไหว จะเริ่มจาก 12/12 ก่อนก็ได้ เช่น กินอาหารได้ในช่วง 8.00-20.00 น. เท่านั้น (แปลว่างดกินมื้อดึกหรืออาหารก่อนนอน) จากนั้นค่อยๆ ขยับเวลา เพิ่มเวลาในการ “งด” อาหารให้นานขึ้น ขยับเวลาในการกินให้สั้นลงทีละชั่วโมงๆ เท่านี้การงดมื้ออาหารในช่วงเวลาหนึ่งๆ ก็จะง่ายขึ้น เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาเอาไขมันส่วนเกินในร่างกายมาใช้เป็นพลังงานระหว่างวันนั่นเอง
4. สร้างกล้ามเนื้อ
ปริมาณมวลกล้ามเนื้อในร่างกายเป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งชี้ว่าร่างกายของเราเผาผลาญพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน หากมีมวลกล้ามเนื้อมากขึ้น ร่างกายก็จะเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น เมื่อเรากำจัดไขมันส่วนเกินไปออกไปได้แล้ว การสร้างมวลกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายแบบเวทเทรนนิ่ง การที่ร่างกายของเรามีมวลกล้ามเนื้อแน่นขึ้น จะช่วยให้เราเมื่อเรากลับไปกินอาหารเหมือนเดิม จะไม่กลับไปอ้วนง่ายเหมือนแต่ก่อน เพราะเราจะเริ่มมีกล้ามเนื้อ และระบบเผาผลาญพลังงานที่ดีนั่นเอง
การจะสร้างกล้ามเนื้อให้ดี เราควรกินโปรตีนให้เพียงพอ เช่น เนื้อสัตวไขมันต่ำ นม ไข่ และออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้อ อะไรก็ได้ที่เล่นแล้วรู้สึกปวดตึงกล้ามเนื้อ ยกน้ำหนัก สควอช แพลงกิ้ง ครันช์ ฯลฯ
5. ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ
แม้ว่าเราจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่าเราควรออกกำลังกาย 30-45 นาทีขึ้นไป เพื่อให้ลดน้ำหนักอย่างได้ผล แต่อันที่จริงแล้ว เราอาจแบ่งเวลาเป็น 15 นาทีเวทเทรนนิ่ง 15 นาทีคาร์ดิโอได้ หากคุณทำตามข้อ 1-4 จนได้น้ำหนักที่ใกล้เคียงกับที่ต้องการ (น้ำหนักปกติ ไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป) ร่างกายของคุณเริ่มคุ้นชินกับการดึงเอาพลังงานไขมันสะสมมาใช้แทนพลังงานจากอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลที่เคยได้แล้ว การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเพียง 10-15 นาทีก็ช่วยให้คุณลดน้ำหนักอย่างได้ผลและปลอดภัยได้แล้ว
การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่แนะนำ ได้แก่ เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ แอโรบิก และอื่นๆ ที่ทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อย เหงื่อออก ใจเต้นเร็วขึ้น
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :หมอหนึ่ง : Healthy Hero
ภาพ : iStock
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ลดความอ้วน,
สุขภาพและความงาม
13 พฤติกรรมดีๆ ในชีวิตประจำวัน ที่ช่วย “ชะลอความแก่”
“แก่” พูดเบาๆ ก็เจ็บ เชื่อว่าหลายคนคงทราบอายุของตนเองดีว่าตนเองอาจจะไม่ใช่เด็กๆ หรือไม่ใช่วัยหนุ่มสาวแล้ว แต่ก็รู้สึกแสลงหูทุกครั้งที่ได้ยินคนบอกว่าตัวเราแก่ และจะยิ่งรู้สึกโกรธจนควันออกหูมากขึ้นไปอีก หากมีคนทั่วไปมองว่าเราดูแก่เกินวัย ทั้งที่อายุจริงๆ ของเรายังอยู่ในวัยหนุ่มสาวด้วยซ้ำไป นั่นแหละ เราต่างก็รู้ตัวเองดี แต่ไม่ชอบให้ใครมาย้ำอะไรซ้ำๆ เหมือนแทงใจดำแบบนี้
อ
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าอายุจริงของคุณจะอยู่ในวัยที่ตัวเลขมากๆ หรือจะเป็นวัยกลางๆ วัยหนุ่มสาว ก็คงไม่มีใครที่อยากจะดูแก่เกินกว่าอายุขึ้นไปอีก ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะดูเด็กลงอีกสักหน่อย หรืออยากจะขอแก่ให้ช้าลงอีกสักนิด พูดง่ายๆ ก็คือ อยากจะควบคุมร่างกายตัวเองไม่ให้ได้รับผลกระทบจากวัยที่เพิ่มมากขึ้นในทุกวันนั่นเอง
ถ้าคุณอยากจะแก่ให้ช้าลง ลองมาดูพฤติกรรมดีๆ ที่ช่วย “ชะลอความแก่” กันหน่อยดีกว่า ไม่ยาก เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ ที่คุณสามารถทำในชีวิตประจำวันได้
1. การทำสมาธิ
การทำสมาธิได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำให้สมองของคนเราเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้จริง โดย Sara Lazar นักประสาทวิทยาแห่ง Harvard Medical School และ Massachusetts General Hospital ได้ศึกษาเกี่ยวกับโดยการสแกนสมองของผู้ที่ทำสมาธิ พบว่าคนที่นั่งสมาธิมาเป็นเวลานาน มีสสารสีเทาในเยื่อหุ้มสมองส่วนที่ควบคุมการได้ยินและประสาทสัมผัสเพิ่มขึ้น Lazar ระบุว่าที่มันเพิ่มขึ้นนั้น มาจากการเอาใจใส่และมีสติอยู่กับการหายใจ เสียง และสิ่งเร้าอื่นๆ ระหว่างการทำสมาธิ
นอกจากนี้ Lazar ยังพบสสารสีเทาในเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองที่เกี่ยวข้องกับความจำและการตัดสินใจ จากผู้ทำสมาธิในวัย 50 ปี พวกเขามีสสารสีเทาในเยื่อหุ้มสมองส่วนหน้า ปริมาณเท่ากันกับที่พบในคนอายุ 20 ปี ทั้งที่เยื่อหุ้มสมองนั้นจะเสื่อมสภาพลงเมื่อคนเราอายุมากขึ้น นั่นสิ แล้วทำไมคุณไม่รวมการฝึกสมองนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณล่ะ?
2. เพิ่มกิจกรรมการเล่น
อย่าเอาแต่จริงจังอย่างเดียว หาเวลาที่เป็นเวลาเล่นของคุณด้วย ถ้าคุณต้องการเพิ่มกิจกรรมการเล่น ลองพวกเกมฝึกสมองดูก็เป็นตัวเลือกที่ดี มีการศึกษาที่พบว่าการฝึกสมองอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองได้ ในการทดลองทางคลินิกในกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 56-71 ปี แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้มารับการฝึกสมอง และการอบรมด้านความรู้ความเข้าใจ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่เป็นกลุ่มควบคุม จากนั้นวัดการทำงานของสมอง
โดยนักวิจัยพบว่า ผู้ที่อยู่ในกลุ่มฝึกสมองและการอบรมความรู้ความเข้าใจนั้น มีศักยภาพในการตอบสนองของสมองกลีบหน้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุม ซึ่งหมายความว่าสมองของพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำงานหนักมากในเวลาที่สมองอาจกำลังทำงานอย่างหนัก จากการวิจัยนี้ นักวิจัยพยายามหาวิธีควบคุมศักยภาพของสมองของผู้ที่มีอายุมากขึ้นเพิ่มเติมในโอกาสต่อไป
3. ทำตัวยุ่งให้มากกว่าเดิม
พูดง่ายๆ ก็คือ พยายามหาอะไรทำ ดีกว่านั่งอยู่ว่างๆ เฉยๆ อย่างการใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว จะทำให้คุณไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองแตกแยกออกจากครอบครัวเมื่ออายุมากขึ้น หรือจะลองไปเป็นอาสาสมัคร ก็เป็นวิธีที่ดีในการแก้เหงา ในขณะเดียวกันก็ได้ช่วยเหลือคนอื่นด้วย หรือถ้าคุณมีคนรัก กิจกรรมสานความสัมพันธ์แนบแน่นใกล้ชิดก็ช่วยได้ การมีเพศสัมพันธ์ด้วยความรักสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะเพิ่มช่วยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในผู้ชายและสามารถลดอายุจริงของคุณได้เกือบ 3 ปีแน่ะ! เมื่อคนอื่นจะทายอายุคุณ
4. เพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย
ความยืดหยุ่นของร่างกายคนเราจะลดลงเรื่อยๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น แล้วนำไปสู่การเปราะ แตก หักง่ายมากกว่า อย่างไรก็ดี National Academy of Sports Medicine กล่าวว่าการวางแผนเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย (แบบที่เป็นระบบและก้าวหน้าทันสมัย) สามารถช่วยให้คุณมีความคล่องตัวเพิ่มมากขึ้นแม้อายุจะมากแล้ว แล้วคุณรู้ไหม ว่าการที่คุณออกไปโดดแดด รับวิตามินดียามเช้าเพียงไม่กี่นาทีในทุกวัน ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้แล้ว
5. อย่าละเลยการเข้าสังคม
เพราะความเหงาสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคุณได้ ที่สำคัญคือ มันมีผลกระทบลงไปถึงระดับของยีนในร่างกายเลยด้วยซ้ำไป และอาจถึงกับทำให้อายุสั้นลงด้วย มีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นโทษของการอยู่คนเดียว ว่าอาจส่งผลเสียต่อเทโลเมียร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ DNA อยู่ที่ส่วนท้ายของโครโมโซม โดยมันจะสั้นลงทุกครั้งที่เซลล์แบ่งตัว โดยที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ได้นานอีกแค่ไหน โดยเทโลเมียร์ที่ยาวขึ้นจะสัมพันธ์กับการแก่ตัวที่ช้าลง โรคภัยไข้เจ็บที่เกี่ยวข้องกับอายุจะน้อยลง ทำให้ผลลัพธ์โดยทั่วไปคือจะมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น
มีการศึกษานกแก้วสีเทาแอฟริกันที่ถูกกักขังให้อยู่ตามลำพัง พบว่ามีเทโลเมียร์ที่สั้นกว่านกแก้วที่อาศัยอยู่กับฝูงนกตัวอื่นๆ นอกจากนี้ก็ยังมีการศึกษาที่กลายมาเป็นหลักฐานสนับสนุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่าการแยกตัวออกจากสังคมและปัจจัยกดดันอื่นๆ อาจเป็นอันตรายต่อเทโลเมียร์ของคนเรา โดยมีผลให้เทโลเมียร์สั้นลง นอกจากนี้ความเหงายังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า ความบกพร่องทางสติปัญญา โรคหัวใจ และภาวะร้ายแรงอื่นๆ ที่คล้ายกับโทษของโรคอ้วนและการสูบบุหรี่ ฉะนั้น อย่าละเลยการเข้าสังคม หมั่นพบปะกับเพื่อนฝูง หรือพาตัวเองไปอยู่ในสังคมบ้าง
6. ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจของคุณเท่านั้น แต่ยังช่วยให้กล้ามเนื้อของคุณแข็งแรงขึ้นด้วย เพราะการออกกำลังกายช่วยชะลอความเสื่อมถอยของสุขภาพเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ที่อาจจะค่อยๆ สูญเสียประสิทธิภาพลงไปพร้อมกับอายุที่มากขึ้นและความชรา
7. พิถีพิถันเรื่องการกินอาหาร
อาหารที่ไม่ผ่านการขัดสีจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้มากกว่า โดยช่วยให้คุณได้รับสารอาหารที่จำเป็นในรูปที่ยังคงคุณค่าทางอาหารได้ดีที่สุด หลีกเลี่ยงน้ำตาลทรายขาว (ที่ผ่านกระบวนการขัดสีจนขาวบริสุทธิ์) เพราะการบริโภคน้ำตาลทรายขัดสี สามารถเชื่อมโยงกับโรคภัยต่างๆ เช่น โรคเบาหวานและโรคอัลไซเมอร์ ได้
8. นอนหลับให้เพียงพอ
เป็นเรื่องปกติที่รูปแบบการนอนของเราจะเปลี่ยนไปเมื่อเราอายุมากขึ้น และนี่อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนที่มีอายุมากขึ้นกลับพักผ่อนได้ไม่เพียงพอเท่าที่ควร เฉลี่ย 6 ชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้นในคืนหนึ่ง ฉะนั้น คุณควรมีวิธีการที่จะช่วยเรื่องการนอนหลับ เช่น ลดการบริโภคคาเฟอีนลง จัดวางเครื่องนอนหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่จะช่วยให้เราพักผ่อนได้มากตามต้องการ ในขณะที่การออกกำลังกายเพื่อหวังจะให้ร่างกายรู้สึกล้า จะได้นอนหลับได้ง่ายขึ้นเป็นวิธีที่น่าสนใจ แต่อย่าออกกำลังกายในช่วงที่ใกล้กับเวลานอนมากเกินไป ไม่ฉะนั้น คุณจะมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก
9. ผ่อนคลายความเครียด
ความเครียดเป็นสาเหตุของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มากมาย โดยความเครียดเรื้อรังที่ไม่ได้รักษา อาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า โรคหัวใจ และภาวะร้ายแรงอื่นๆ โรคภัยไข้เจ็บเหล่านี้อาจทำให้ช่วงเวลาในชีวิตของคุณหายไปหลายปีเลย เพราะฉะนั้น อย่าปล่อยให้ความเครียดเข้าครอบงำร่างกายและจิตใจจนเกินเยียวยา และรักษาไม่ทัน
ลองใช้เทคนิคการผ่อนคลายความเครียดแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับตัวเอง เช่น เล่นโยคะหรือการทำสมาธิ ซึ่งทั้ง 2 วิธีได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าลดระดับความเครียดได้ หรือจะลองรำไทเก๊ก ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่ช่วยรักษาได้ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต คือ เพิ่มความสมดุล ความมั่นคงของร่างกายผู้สูงอายุ พร้อมๆ กับการลดความเครียดและคลายความวิตกกังวล
10. พิจารณาอาหารเสริม
แม้ว่าคุณจะกินดีอยู่ดี และค่อนข้างมั่นใจว่าสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี แต่คุณก็อาจขาดสารอาหารบางอย่างหรือได้รับไม่เพียงพอจากการกินอาหารตามปกติ โดยเฉพาะเมื่อคุณอายุมากขึ้น คุณจำเป็นต้องได้รับสารอาหารบางประเภทมากกว่าที่เคยได้รับในช่วงวัยหนุ่มสาว เพื่อให้เป็นผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดี โดยมีอาหารเสริมจำนวนหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคได้ เช่น น้ำมันปลา ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง
11. ดื่มให้เป็นยา
จริงๆ แล้ว การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มระดับคอเลสเตอรอล HDL ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีต่อร่างกาย โดยเฉพาะไวน์แดงที่อาจมีฤทธิ์บำรุงหัวใจ เทียบเท่าเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเภทชาเขียวและกาแฟ ส่วนในชากาแฟ มีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการต่อต้านอาการเจ็บป่วยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอายุ
การศึกษาชิ้นหนึ่งในปี 2013 พบว่าผู้ที่ดื่มชาเขียว 4 แก้วต่อวัน มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมองลดลงเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ค่อยดื่มชาเขียว เนื่องจากสารประกอบแคทีชิน (catechins) ในชาเขียว ที่ช่วยควบคุมความดันเลือดและปรับปรุงการไหลเวียนเลือด
12. ให้สมองได้ทำงานบ่อยๆ
เมื่อคุณอายุมากขึ้น การทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายจะค่อยๆ เสื่อมสภาพลงไปทุกวันตามอายุที่มากขึ้น สมองของคุณก็เช่นกัน มันจะค่อยๆ เสื่อมลง แต่คุณรู้ไหมว่าสมองของคุณนั้นสามารถรักษาตัวเองได้ หากคุณพยายามบริหารสมอง ให้สมองได้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ ถึงคุณจะอายุมาก สมองของคุณก็จะยังเฉียบอยู่ ฉะนั้น ถ้าคุณหมั่นเล่นเกมฝึกสมอง หรือทำอะไรก็ได้เพื่อกระตุ้นให้สมองได้ทำงานอยู่ตลอด จะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงที่คุณจะกลายเป็นคนชราความจำเสื่อมลงได้มากทีเดียว
13. ดูแลผิวพรรณของตัวเอง
ผิวของคุณบอกได้ว่าคุณอายุเท่าไร ซึ่งถ้าคุณไม่เคยดูแลผิวพรรณเลยทั้งผิวหน้าและผิวกาย ผลคือคุณจะดูแก่กว่าอายุจริง! สภาพผิวที่ขาดการดูแล ทำให้คุณแก่ก่อนวัย และเกินวัยไปมากทีเดียว จนทำให้คนอื่นๆ ทายอายุคุณผิดไปมาก ดังนั้น แม้ว่าคุณจะไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับความสวยงามเท่าไรนัก แต่คุณควรดูแลผิวพรรณแบบพื้นฐาน เช่น ใช้ครีมกันแดดเพื่อป้องกันริ้วรอยและจุดด่างดำก่อนวัยอันควร ใช้ครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของมอยเจอไรเซอร์ ดื่มน้ำให้มากขึ้น และ…ถ้าคุณสูบบุหรี่ ขอแนะนำให้คุณเลิก เพราะยิ่งรวมกับปัจจัยอื่นๆ การบุหรี่ทำให้คุณดูแก่กว่าวัยมาก
ขอขอบคุณ
ข้อมูล :Eat This, Not That!
ภาพ :iStock
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
เคล็ดลับ,
ชะลอวัยลชะลอความแก่,
สุขภาพและความงาม






























