ละครไทย กำลังเจอ แพลตฟอร์มต่างประเทศ แย่งเวลา ละครไทยในปัจจุบันกำลังเจอศึกหนักจากการเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัลที่มีช่องเกิดใหม่จำนวนมาก
ทำให้เกิดการกระจายตัวของฐานคนดู จากเดิมที่รับชมแต่ช่องหลักเพียงไม่กี่ช่อง อีกทั้งยังมีคู่แข่งรายใหญ่จากต่างประเทศ อย่างเช่น Netflix หรือ Disney Plus
อาศัยอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นโลกที่อยู่ติดกับผู้คนตลอดเวลา ทำให้เราเข้าถึงคอนเทนต์หรือเรื่องราวต่าง ๆ ได้ง่ายและสะดวกกว่าทีวี เป็นอย่างมาก
และจุดเด่นของแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่นี้ คือการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ดีกว่า เช่น YouTube ที่สามารถดูย้อนหลัง ดูไฮไลต์ ดูสรุปละครได้ แบบไม่ต้องรอชมสด
ทำให้ยืดหยุ่นในการรับชมได้มากกว่า
ในขณะที่ ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิงอย่าง Netflix ก็มีตัวเลือกมากมาย โดยเฉพาะคอนเทนต์จากต่างประเทศทั้งการซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาฉายบนแพลตฟอร์ม
หรือการลงทุนสร้างซีรีส์เป็นของตัวเอง
อย่างที่เราเห็นเป็นปรากฏการณ์ในช่วงที่ผ่านมา เช่น Squid Game จากเกาหลีใต้, Stranger Things จากสหรัฐอเมริกา, Lupin จากฝรั่งเศส หรือแม้แต่ Money Heist จากสเปน จะเห็นได้ว่า พอเรามีตัวเลือกมากขึ้นและในหนึ่งวันเรามีเวลาจำกัด เพียง 24 ชั่วโมง มีตาเพียงคู่เดียว ทำให้พฤติกรรมการเลือกเสพคอนเทนต์ของเรา เปลี่ยนจากการรอคอย รายการที่ยัดเยียดให้เราดูตามเวลา ไปเป็นการเลือกช่องทางที่สะดวกและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด
นั่นจึงทำให้ในช่วงที่ผ่านมา เราก็น่าจะมีโอกาสได้เห็นว่าวงการละครไทยเริ่มปรับตัวและมีการนำละครไทยมาลง Netflix บ้าง เพื่อแย่งสายตาจากคนกลุ่มเดิมที่เคยดูละครไทยกลับคืนมา และเพื่อเพิ่มฐานคนดูจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ ก็ยังมีการสร้างแพลตฟอร์มเป็นของตัวเอง อย่างเช่น ช่อง 3 ที่มีการสร้างแอปพลิเคชันเป็นของตัวเองขึ้นมา เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น
ซึ่งเรื่องดังกล่าว ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยเพียงประเทศเดียว สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปก็คือละครทุกประเทศ ต่างเข้ามาแข่งกันในแพลตฟอร์มสตรีมมิง เช่น ที่ประเทศอินเดีย เกาหลีใต้ รวมถึงจีน
ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้บริโภคก็จะเลือกจากคุณภาพของสินค้าหรือก็คือละครที่จะรับชม และเมื่อเรามาพูดถึงเรื่องงบการลงทุนในคอนเทนต์ ปัจจุบัน บริษัทที่ชื่อว่า Netflix นี้เอง เป็นบริษัทที่มีงบลงทุนในการสร้างคอนเทนต์ สูงที่สุดในโลก
ทำให้ Netflix ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้คนทั่วโลก และผู้ใช้งานยอมจ่ายค่าสมาชิกเพราะคิดว่าคุ้มค่า ในขณะที่ละครไทย ที่มีคุณภาพตามงบการลงทุน สำหรับคนที่เป็นสมาชิก Netflix ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ละครไทยจะกลายมาเป็นตัวเลือกรองลงมาโดยปริยาย
คำถามสำคัญคือ ละครไทยจะแข่งกับละครต่างประเทศอย่างไร ? หากเรามาพิจารณาจากความสำเร็จของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศในเอเชียที่ประสบความสำเร็จ ในระดับสากล จะพบว่าข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดก็ยังเป็นเรื่องของเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม
รู้หรือไม่ว่างบประมาณในการผลิตละครไทยต่อตอนอยู่ในระดับหลักล้านต้น ๆ ในขณะที่ซีรีส์จากเกาหลีใต้จะใช้งบประมาณในการผลิตต่อตอน อาจสูงถึงหลายสิบล้านบาท เรื่องนี้จึงส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพในการผลิต รวมถึงระดับการแข่งขันเพื่อแย่งชิง เงินลงทุนจำนวนมากจากนายทุนซึ่งก็มีผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม เช่นกัน
อีกส่วนสำคัญก็คือ นโยบายจากภาครัฐก็มีส่วนเป็นอย่างมาก ในการวางรากฐานและผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้ ทั้งการสนับสนุนทางด้านกฎหมายและงบประมาณในการผลิต รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการส่งออกละครหรือซีรีส์ไปยังต่างประเทศ ซึ่งในภาพอุตสาหกรรมบันเทิงของไทยนั้น ยังดูเหมือนว่าจะถูกขับเคลื่อนด้วยภาคเอกชนเพียงฝ่ายเดียว
ซึ่งประเด็นนี้ ก็ส่งผลต่อการสร้างแรงจูงใจต่อทั้งผู้ผลิตละคร ไปจนถึงนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการจะหาเลี้ยงชีพและใฝ่ฝันจะทำงานในด้านนี้ เช่นกัน แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าละครไทยแข่งขันไม่ได้ในระดับสากล เพราะที่ผ่านมา ละครไทยบางเรื่องก็ได้รับความนิยมอย่างสูงจากประเทศในอาเซียน เช่น พม่า, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม และฟิลิปปินส์
อีกทั้งละครรูปแบบใหม่ ที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะ “ซีรีส์วาย” ต่างก็ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วเอเชีย แม้กระทั่งประเทศที่มีความเข้มงวดสูง อย่างประเทศจีน
ที่เป็นเช่นนี้เพราะในแง่ของความหลากหลายทางด้านเนื้อหาแล้ว ประเทศไทยถือว่าเปิดกว้างและมีความหลากหลายสำหรับการผลิตละครมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ซึ่งเราก็น่าจะใช้เรื่องนี้เป็นจุดแข็ง ที่แตกต่างจากประเทศอื่น ที่ทำไม่ได้แบบเรา
ซึ่งนี่ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะบทละครที่หลากหลายจะทำให้จับตลาดได้มากขึ้น ตามแต่รสนิยมและความชอบของแต่ละประเทศ หากมองในจุดนี้ การเข้ามาของแพลตฟอร์มสมัยใหม่อย่าง YouTube และ Netflix ที่ตอนแรกหลายคนคิดว่าเป็นคู่แข่งของอุตสาหกรรมละครไทย ก็อาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะหากว่าเราสามารถหาจุดแข็งของเราเจอและทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาโฟกัสพร้อม ๆ กัน
ก็ไม่แน่ว่าแพลตฟอร์มสมัยใหม่เหล่านี้ แทนที่จะเข้ามาทำให้อุตสาหกรรมละครไทยแย่ลง อาจจะกลายเป็นว่ามันได้เข้ามาช่วยให้เรา เติบโตขึ้น ก็เป็นได้ แต่ ณ วันนี้ เมื่อดูคู่แข่งที่อยู่ในตลาด ก็ต้องยอมรับว่า ละครไทย ยังต้องปรับตัวอีกเยอะเลย..
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download
References
-https://www.blockdit.com/posts/5b30b147076e65512a68706f
-https://www.longtunman.com/33320
-https://thematter.co/entertainment/interview-about-thai-dramas/92209
-https://researchcafe.org/thai-drama/
-https://themomentum.co/amporn-jirattikorn-interview/



