เปิดชิมคราฟต์เบียร์หน้าสภา หลังมีมติส่ง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ให้ ครม. พิจารณาก่อนกลับเข้าสภา
ในที่สุดที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติ 207 ต่อ 195 เสียง ให้ส่งร่างแก้ไขพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.… (พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า) ที่เสนอโดย เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคก้าวไกล และคณะ เป็นผู้เสนอ โดยให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำไปพิจารณา ก่อนส่งกลับมาให้สภาพิจารณารับหลักการอีกครั้งใน 60 วัน
ขณะที่ด้านหน้าอาคารรัฐสภา ภาคประชาชนที่นำโดยกลุ่มประชาชนเบียร์ได้ยื่นหนังสือและจัดกิจกรรมเรียกร้องให้สภารับหลักการร่างกฎหมายดังกล่าว เพื่อเป็นก้าวแรกในการปลดล็อกกฎหมาย ทลายทุนผูกขาด และเปิดโอกาสให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงการผลิตได้ และยังจัดกิจกรรมเชิญชวนให้ประชาชนที่สนใจมาร่วมชิมสุราพื้นบ้าน สุราชุมชน และคราฟต์เบียร์ อีกด้วย
เท่าพิภพกล่าวภายหลังทราบมติของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า “ขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชนว่าร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่ถูกตีตก ความหวังของพวกเรายังไปต่อ อยากให้ประชาชนรอวันสุกงอม อีกไม่เกิน 2 เดือนนับจากนี้ ร่างกฎหมายจะถูกนำมาพิจารณากันใหม่ เราจะรณรงค์ต่อไปและพยายามเปลี่ยนความคิดของคนที่ยังไม่เห็นด้วยให้ได้ มติในวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านยังมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันบางส่วนในการพิจารณากฎหมายเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน จึงยังถือเป็นความหวังของประชาชนที่ยังมีต่อสภาผู้แทนราษฎรได้”
ขณะที่ก่อนหน้านี้กลุ่มสุราประชาชน สุราไทย และสมาคมคราฟต์เบียร์ ออกจดหมายเปิดผนึกถึง ส.ส. ทุกคน โดยระบุตอนหนึ่งว่า “หากสภาเป็นศูนย์รวมอำนาจของประชาชนอย่างแท้จริง ต้องนำ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ผ่านเข้าสู่กรรมาธิการเพื่อแก้ไขให้เหมาะสมโดยเร็ว มิใช่การส่งให้ ครม. นำไปพิจารณาอีก 60-120 วัน แล้วอาจลากไปจนถึงเวลาหมดวาระของสภา ไม่ต่างจากการปล่อยให้ประชาชนอดอยาก ไม่สนใจความยากลำบากของประชาชน สภาผู้แทนราษฎรเช่นนั้นเราไม่ต้องการ”
เปิดชิมคราฟต์เบียร์หน้าสภา หลังมีมติส่ง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ให้ ครม. พิจารณาก่อนกลับเข้าสภา
Labels:
กลุ่มสุราประชาชน,
ข่าวทั้งหมด,
พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า,
สุราไทย
งามหลายๆ ภาพมุมสูง "เขื่อนน้ำเทิน 2"
งามหลายๆ ภาพมุมสูง "เขื่อนน้ำเทิน 2"
เพจ Laoslanshare โพสต์ภาพมุมสูงของเขื่อนน้ำเทิน 2 ใน สปป.ลาว ซึ่งน้ำที่กักเก็บไว้ได้ท่วมพื้นที่เหนือเขื่อนซึ่งเป็นภูเขาน้อยใหญ่ จนมองเห็นเป็นเกาะแก่งมากมายละลานตา จนแฟนเพจทั้งคนลาวและคนไทยได้แชร์ภาพสวยๆ นี้ไปเกือบ 2,000 ครั้ง
สำหรับ "เขื่อนน้ำเทิน 2" เป็นโครงการเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ตั้งอยู่ที่เมืองนากาย แขวงคำม่วน สปป.ลาว เป็นโครงการก่อสร้างที่มีมายาวนาน โดยได้มีการจัดพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2 เมื่อปี 2548 และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2552 ตั้งอยู่บนความสูง 520 เมตร ของที่ราบสูงนากาย
มีประเด็นถกเถียงมากมายในการก่อสร้างเขื่อนน้ำเทิน 2 โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม โดยที่ราบสูงนากายถือเป็นพื้นที่ป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของพืชพันธุ์และสัตว์ต่างๆ การสร้างเขื่อนจะส่งผลกระทบต่อธรรมชาติอย่างมาก รวมถึงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะต้องใช้ทรัพยากรมาก จึงได้รับการต่อต้านอย่างหนักจากองค์กรภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยถือเป็นลูกค้าหลักที่ซื้อไฟฟ้าจากการผลิตของน้ำเทิน 2 แห่งนี้
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
เขื่อนน้ำเทิน 2
ปักหมุดเตรียมก่อสร้างสายสีม่วงใต้!
ปักหมุดเตรียมก่อสร้างสายสีม่วงใต้!
ตอนนี้ก็รู้ผลกันแล้วนะครับว่าสายสีม่วงใต้ใครจะได้บริษัทอะไรบ้างสร้างในช่วงไหนบ้าง โดยเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2565 ที่ผ่านมา ทาง รฟม. หรือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยได้เปิดเผยผลการประกวดราคาจ้างการก่อสร้างดังนี้
สัญญาที่ 1 ช่วงเตาปูน – หอสมุดแห่งชาติ ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ CKST-PL JOINT VENTURE (บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน))
สัญญาที่ 2 ช่วงหอสมุดแห่งชาติ – ผ่านฟ้า ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ CKST-PL JOINT VENTURE (บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน))
สัญญาที่ 3 ช่วงผ่านฟ้า – สะพานพุทธ ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ ITD - NWR MRT JOINT VENTURE (บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน) และ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน))
สัญญาที่ 4 ช่วงสะพานพุทธ – ดาวคะนอง ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จํากัด (มหาชน)
สัญญาที่ 5 ช่วงดาวคะนอง – ครุใน อาคาร Stapling Yard และอาคาร Park & Ride ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน)
สัญญาที่ 6 งานออกแบบและก่อสร้างระบบรางตลอดแนวเส้นทางโครงการ ได้ผู้เสนอราคาต่ำสุดคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จํากัด (มหาชน)
ซึ่งคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาก่อสร้างได้ภายในเดือนมีนาคม 2565 นี้และจะทำการก่อสร้างไปจนถึงเปิดให้บริการได้ภายในปี 2570
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
รถไฟฟ้า
PAL-V รถยนต์บินรุ่นแรกของโลกที่ถูกผลิตเพื่อการจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์
PAL-V รถยนต์บินรุ่นแรกของโลกที่ถูกผลิตเพื่อการจัดจำหน่ายเชิงพาณิชย์
รถยนต์บินได้อาจไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เนื่องจากมีบริษัทเอกชนหลายแห่งทั่วโลกให้ความสนใจพัฒนารถยนต์บินได้ในรูปแบบใช้พลังงานน้ำมันและพลังงานไฟฟ้า อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2011 รถยนต์บิน PAL-V ONE ของบริษัทเอกชนในประเทศเนเธอร์แลนด์ ประสบความสำเร็จในการทดสอบบินขึ้นสู่อวกาศหลังจากบริษัทใช้เวลาในการพัฒนาเทคโนโลยีนานกว่า 10 ปี และกลายเป็นรถยนต์คันแรกของโลกที่สามารถบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้สำเร็จ
.
ปัจจุบันบริษัทเอกชนแห่งนี้ยังคงพัฒนารถยนต์บินอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามพัฒนารถยนต์บิน 3 ล้อ รองรับผู้โดยสาร 2 ที่นั่ง ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 100 แรงม้า ทำความเร็วได้ประมาณ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลาน้อยกว่า 9 วินาที รวมไปถึงการปรับปรุงการออกแบบภายนอกของตัวรถให้มีความทันสมัย บริษัทมีแผนการส่งมอบรถยนต์คันแรกให้กับลูกค้าในช่วงปี 2023
สำหรับความสามารถในการบินของตัวรถยนต์บิน PAL-V สามารถวิ่งขึ้นจากรันเวย์ความยาว 330 เมตร โดยใช้ความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพดานบินสูงสุดประมาณ 3.5 กิโลเมตร พิสัยการบิน 500 กิโลเมตรในเวลาประมาณ 4.3 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นระยะทางไกลเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของตัวรถ
อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงต้องผ่านบทพิสูจน์ของรถยนต์บินได้ PAL-V อีกหลายขั้นตอน เช่น ข้อกฎหมายในบางประเทศที่ห้ามการนำรถยนต์บินได้วิ่งบนถนนหรือการบินขึ้นสู่อากาศจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานด้านการคมนาคมทางอากาศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีรถยนต์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
--------------------------
CR : ThaiPBSSci And Tech
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ยานยนต์,
รถยนต์บิน,
รถยนต์ไฟฟ้า,
PAL-V
รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการประมูลก่อสร้าง คาดว่าปีนี้ก็จะได้เริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้าง
รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการประมูลก่อสร้าง คาดว่าปีนี้ก็จะได้เริ่มเข้าพื้นที่ก่อสร้างแล้วฮะ คาดว่าจะเสร็จประมาณปี 2570
ที่จะกระทบหนักๆ ก็คือเรื่องของการจราจร ใครที่ผ่าน หรือมีบ้านอยู่บนถนนหรือย่านเหล่านี้ก็เตรียมตัวกันไว้ได้เลย
ถนนสามเสน
- เกียกกาย
- บางกระบือ
- ศรีย่าน
- วชิระ
- เทเวศร์
- บางขุนพรหม
- บางลำพู
ถนนพระสุเมรุ
- วัดบวรนิเวศ
- สะพานวันชาติ
- ผ่านฟ้า
ถนนมหาไชย
- ป้อมมหากาฬ
- ร้านเจ้ไฝ-ทิพย์สมัยผัดไทยประตูผี
- สวนรมณีนาถ
- แยกสามยอด (MRT สถานีสามยอด)
- เมก้าสะพานเหล็ก
ถนนจักรเพชร
- อินเดียเอ็มโพเรียม
- การไฟฟ้าวัดเลียบ
💧
ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปกเกล้า
💧
ถนนประชาธิปก
- โรงเรียนศึกษานารี
- แยกบ้านแขก
- วงเวียนใหญ่
ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน
- แยกตากสิน
- รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า
- แยกมไหสวรรย์
- บิ๊กซีดาวคะนอง (จุดเปลี่ยนจากทางวิ่งใต้ดินขึ้นมาเป็นทางยกระดับ คล้ายๆ สายสีส้มตรงสัมมากร)
- แยกดาวคะนอง
ถนนสุขสวัสดิ์
- บางปะแก้ว
- แยกพระราม 2
- บางปะกอก
- แยกประชาอุทิศ (กิโลเก้า)
- สามแยกพระประแดง
เตรียมวางแผนการเดินทางได้เลยครับ ☄️
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
รถไฟฟ้า
All of Us Are Dead มัธยมซอมบี้ (Netflix) ซีรีส์ซอมบี้เกาหลีเลือดสาดฉบับวัยรุ่น
ถึงแม้จะดูเป็นหนึ่งในตัวละครที่ฉลาด มีความสามารถ เอาตัวรอดเก่ง แต่ในความรู้สึกลึกๆ ของ จางฮารี (ฮาซึงรี) รุ่นพี่ชมรมยิงธนูกลับรู้สึกสิ้นหวัง และกลับมาตั้งคำถามว่าเธอจะยังยิงธนูดอกแล้วดอกเล่าในฝูงซอมบี้ไปเพื่ออะไร ในเมื่อโลกนอกรั้วโรงเรียนไม่เหลือพื้นที่ให้คนชอบยิงธนูอย่างเธออีกแล้ว
ถ้าไม่นับความหวังหนึ่งเดียวว่าต้องตามหาน้องชายที่อาจรอดชีวิต คำพูดของจางฮารีไม่ได้สะท้อนแค่ความสิ้นหวังเมื่อโรงเรียนถูกกองทัพซอมบี้ยึดครองในซีรีส์ All of Us Are Dead เพียงเท่านั้น
แต่ยังเป็นคำพูดแทนใจของ ‘เด็กรุ่นใหม่’ จำนวนมากในโลกแห่งความเป็นจริง ที่ถึงแม้ไม่มีซอมบี้มาทำให้สิ้นหวัง แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่ ความไม่ยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำ โลกที่โหดร้าย และอุปสรรคมากมายที่อาจน่ากลัวกว่าฝูงซอมบี้ เพราะหลายอย่างพร้อมที่จะรุมทึ้งความฝันของเด็กๆ หลายคนให้สลายหายไปในพริบตา
และเราได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ก่อนที่เด็กๆ ที่ควรเป็นอนาคตของโลกใบนี้ จะกลายเป็น ‘ซอมบี้’ ที่ไร้ความฝันไปจนหมด
All of Us Are Dead คือ ออริจินัลซีรีส์ความยาว 12 ตอน ของ Netflix ว่าด้วยชีวิตของนักเรียนชั้นมัธยมปลาย ที่ต้องเอาชีวิตรอดจากฝูงซอมบี้ในรั้วโรงเรียน (มีเรื่องคนข้างนอกด้วยเล็กน้อย) ที่นอกจากการเอาชีวิตรอด ซีรีส์ยังเสนอประเด็นทางสังคม ทั้งมิตรภาพ ความรัก ครอบครัว ความเจ็บปวดของวัยรุ่น การกลั่นแกล้งในโรงเรียน ความเหลื่อมล้ำ ปัญหาระบบการศึกษา ไปจนถึงวิธีจัดการปัญหาของทหารและตำรวจ (ที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ! เท่าไรนัก)
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวบันเทิง,
จางฮารี
ช่างบีบหัวใจ เพราะความจน หนุ่ม 17 จำใจทิ้งความฝันและอนาคต
ช่างบีบหัวใจ‼ เพราะความจน ทำให้เด็กจำนวนไม่น้อย ต้องลาออกจากโรงเรียนกลางคัน ทั้งที่ความเป็นจริง โอกาสทางการศึกษา แทบจะเป็นหนทางเดียวที่ช่วยพลิกชีวิตให้สามารถหนีห่างจากความยากจนได้ตลอดชีวิต
“น้องกาฟิวส์” หรือ นายปรเมศร์ ปัญญาพรวิทยา อายุ 17 ปี ชาว จ.ขอนแก่น เป็นหนึ่งในเด็กนักเรียน ที่เส้นทางการเรียนสายอาชีพ ปวช.ช่างไฟฟ้า ต้องเดินมาถึงทางตัน หลังเรียนได้เกือบครบปี เหลือแค่ 5 วันจะสอบแล้ว แต่จำใจต้องลาออก ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม เพราะอาศัยอยู่กับตายายที่แก่ชราและมีรายได้น้อย แถมมีน้องสาวเรียนชั้น ม.1 อีกคน ส่วนพ่อแม่แยกทางกัน ไม่ได้ส่งเสียนานแล้ว จึงต้องออกมาทำงานเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว
อาศัยวุฒิ ม.3 ที่มี ทำงานเป็นลูกจ้างร้านอาหาร ส่งเงินให้ครอบครัวสัปดาห์ละ 1,000 บาท น้องอยากเรียน กศน.อย่างน้อยจะได้มีวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น ไว้สมัครงานหรือเรียนต่อ ช่วยให้มีงานทำที่สร้างรายได้ และสานฝันให้เป็นจริง
นี่แค่หนึ่งในตัวอย่าง ของเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาจำนวน 110,755 ราย ที่กระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับ 14 หน่วยงาน เดินหน้าโครงการ ตามหาเด็กเหล่านี้ เพื่อ “พาน้องกลับมาเรียน” ตั้งเป้าตัวเลขต้องเป็นศูนย์
วันนี้ “น้องกาฟิวส์” จึงได้รับการประสาน เข้าสู่ระบบการศึกษานอกโรงเรียน ให้สามารถทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ควบคู่กับการเรียนเพิ่มพูนความรู้ไปด้วย อย่างน้อยยังไม่หมดโอกาสที่จะได้เห็นแสงสว่าง...ที่ปลายอุโมงค์
cr : ch7hd news
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวภูมิภาค,
ข่าวสังคม,
น้องกาฟิวส์
สาวถูกข่มขืนฆ่าตัวตาย เรียกร้องความยุติธรรม หลังศาลฎีกายกฟ้องคดี
สาวถูกข่มขืนฆ่าตัวตาย เรียกร้องความยุติธรรม หลังศาลฎีกายกฟ้องคดี
จากกรณีที่สาวรายหนึ่ง ก่อเหตุกินยาเบื่อหนูฆ่าตัวตาย เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวเอง หลังจากกระบวนการยุติธรรมยกฟ้องในคดี ที่ตนแจ้งความดำเนินคดีพี่เขยที่ก่อเหตุข่มขืนตัวเอง เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา โดยก่อนจะกินยาฆ่าตัวตาย ได้โพสคำพูดสุดท้ายเอาไว้ว่า
"กูจะเอาร่างกายกูเรียกร้องความเป็นธรรม"
และหลังจากนั้นได้เดินทางไปที่บ้านของดำพี่เขย ที่ จ.ปทุมธานี และได้กินยาฆ่าตัวตายในห้องน้ำในบ้านของดำ ก่อนที่จะมีคนมาพบร่างที่หมดสติอยู่ในห้องน้ำ จึงได้นำตัวส่งไปยังโรงพยาบาล แต่ช่วยชีวิตไว้ไม่ทัน ได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่17 อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ในช่วงบ่ายของวันที่ 2 ก.พ 2565
โดยทางครอบครัวและญาติๆได้นำร่างไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองโอ่ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ.บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า โดยมี ครอบครัว ญาติๆและเพื่อนสนิทมาร่วมงาน โดยจะมีลูกสาวผู้เสียชีวิต คอยจุดธูปให้กับคนที่มาเคารพศพ
ด้านนายไมค์ อายุ 31ปี สามีของผู้เสียชีวิต เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังทั้งน้ำตาว่า ตลอดระยะเวลา3ปีที่ผ่านมาที่เกิดเรื่องขึ้น ต่างคนต่างปลอบใจกัน กอดกันทุกวันให้กำลังใจซึ้งกันละกัน ต่อสู้กันมาโดยตลอดโดยการต่อสู้คดี อยู่ในศาลชั้นต้น และศาลอุธรณ์พิพากษาจำคุกนายดำพี่เขยผู้เสียชีวิต3ปี
แต่ล่าสุดเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาศาลฎีกา ได้อ่านคำพิพากษา ให้ยกฟ้องนายดำ จึงทำให้ภรรยารู้สึกเสียใจและผิดหวัง แต่ตนเองกับภรรยาก็น้อมรับคำตัดสินของศาลฎีกา
โดยหลังจากทราบคำตัดสินของศาลแล้ว ภรรยาก็รู้สึกเสียใจเพราะคิดว่า 2 ศาลที่ผ่านมาศาลตัดสินจำคุกนายดำ และเชื่อว่าศาลสุดท้ายศาลจะตัดสินจำคุกนายดำ แต่ผลสุดท้ายไม่เป็นไปอย่างที่คิด จึงทำให้ผิดหวังและเสียใจ ตนเองก็ปลอบใจภรรยามาโดยตลอด อะไรที่มันเลวร้ายก็อย่าไปจดจำมัน ก็ไม่คิดว่าน้องอ้อมจะทำแบบนี้ ตนเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรมันเจ็บอยู่ในอกมันตั้งตัวไม่ทัน
โดยภรรยาได้สั่งเสียกับตนเอาไว้ว่าให้ตนอโหสิกรรรมให้กับผู้ก่อเหตุ และช่วยดูแลลูกสาวทั้ง2คนให้ด้วย ที่ผ่านมาครอบครัวเรากำลังไปได้ด้วยดี กำลังสร้างฐานะ กับต้องมาเจอเรื่องเศร้าแบบนี้ แต่ส่วนตัวภรรยาเองขอสาปแช่งผู้ที่ก่อเหตุจะไม่อโหสิกรรมให้จึงขอจากโลกนี้ไป
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวภูมิภาค
เปิดใจ "แรมโบ้"ลาออกพปชร. ลั่น เป็นหัวหมา ดีกว่าเป็นหางราชสีห์
ความเคลื่อนไหว ที่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ คือ "แรมโบ้อีสาน" ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พร้อมเตรียมไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค รวมไทยสร้างชาติ ซึ่ง นายเสกสกล ยอมรับว่า เตรียมการตั้งพรรคนี้ไว้นานแล้ว เป้าหมายคือ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จนทำให้ถูกมองว่า นี่เป็น พรรคสำรองที่เตรียมไว้หรือไม่
นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือ "แรมโบ้อีสาน" ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ โดยบอกว่า การลาออกครั้งนี้ ไม่ได้แจ้งให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรครับทราบ เพราะปกติ ก็ไม่ได้ร่วมทำกิจกรรมกับพรรคอยู่แล้ว หลังจากนี้อยากออกไปทำงานเองโดยยึดคติว่า “เป็นหัวหมา ดีกว่าเป็นหางราชสีห์”
นายเสกสกล พูดชัดเจนว่า จะย้ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อสนับสนุนและเป็นทางเลือกให้กับ "พล.อ.ประยุทธ์"
Labels:
ข่าวการเมือง,
ข่าวทั้งหมด,
นายเสกสกล อัตถาวงศ์,
แรมโบ้,
แรมโบ้อีสาน
รัฐบาล เชิญชวน ปชช.มีที่ดินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ ร่วมโครงการ ‘บอกดิน 3’ แก้ปัญหาที่ดินทำกิน
7 ก.พ.2565-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนผู้ที่มีที่ดินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ หรือมี ส.ค. 1 น.ส.3 น.ส.3 ก ต้องการให้ภาครัฐเข้าไปบริหารจัดการที่ดินให้ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถแจ้งตำแหน่งที่ดินผ่านโทรศัพท์มือถือ ในโครงการบอกดิน 3 เปิดให้บริการประชาชนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2565 โดยประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลและตำแหน่งที่ตั้งที่ดินของตนเอง ผ่าน 3 ช่องทาง 1. สแกนเข้าระบบบน “บัตรบอกดิน” ได้ที่สำนักงานที่ดินทั้ง 461 แห่ง ทั่วประเทศ 2. เว็บไซต์ : Bokdin3.dol .go.th 3. Application “SMARTLANDS” เลือกหัวข้อ “บอกดิน” โดยผู้ที่ต้องการแจ้งข้อมูลตำแหน่งที่ดิน เดินทางไปยังแปลงที่ดินที่ต้องการแจ้งข้อมูลแล้วให้ยืนรอประมาณ 1 นาที จากนั้นเข้าระบบ “บอกดิน” กดแจ้งตำแหน่งที่ดิน กรอกข้อมูลส่วนตัว หลังจากนั้น กรมที่ดินจะดำเนินการตรวจสอบในรายละเอียด รวบรวมข้อเท็จจริง หลักฐานต่าง ๆ และแจ้งกลับให้ผู้ครอบครองที่ดินทราบว่าจะมีวิธีดำเนินการอย่างไรต่อไป
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า โครงการบอกดิน 3 เป็นความร่วมมือของ กรมที่ดินและกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรมในการกระจายการถือครองที่ดิน และช่วยลดค่าใช้จ่ายของภาครัฐ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อให้บริการประชาชน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
สำหรับการดำเนินโครงการบอกดินที่ผ่านมา กรมที่ดิน ได้นำข้อมูลที่ประชาชนแจ้งตำแหน่งที่ดิน ซึ่งได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว เป็นที่ดินที่อยู่นอกเขตที่ดินของรัฐ จำนวน 200,000 แปลง มาจัดทำแผนงานโครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในพื้นที่ 70 จังหวัด ทั่วประเทศ เป้าหมาย 43,520 แปลง ผ่าน 2 โครงการ 1.โครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน และรังวัดรูปแปลงโฉนดที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ในพื้นที่รวม 67 จังหวัด เริ่มเดินสำรวจรังวัดทำแผนที่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 ถึงวันที่ 31 ก.ค. 2565 และ 2.โครงการเดินสำรวจออกโฉนดที่ดิน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอำเภอนาทวี จะนะ เทพา สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เริ่มเดินสำรวจรังวัดทำแผนที่ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2564 ถึงวันที่ 31 ก.ค. 2565
Labels:
ข่าวการเมือง,
ข่าวทั้งหมด,
ที่ดินทำกิน,
บอกดิน 3
อควาฟินา ไม่ได้ตั้งใจจะให้ My Vag เป็นเพลงที่สื่อถึงความเป็นเฟมินิสต์อะไร ฉันก็แค่แร็ปถึงจิ๋มตัวเอง
อควาฟินา กลายเป็นนักแสดงเชื้อสายเอเชียอีกคนที่คนทั่วโลกคุ้นหน้า โดยเฉพาะจากการปรากฏตัวใน Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings (2021) หนังซุปเปอร์ฮีโร่จากค่ายมาร์เวลที่เธอรับบทนำ
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำให้มีหลายคนย้อนกลับไปดูต้นธารที่ทำให้เธอมีชื่อเสียง กลายเป็นหนึ่งในนักแสดงคลื่นลูกใหม่ที่น่าจับตาที่สุดคนหนึ่งของอุตสาหกรรมฮอลลีวูด และนั่นทำให้มิวสิกวิดีโอ My Vag ที่เธอปล่อยออกมาเมื่อปี 2012 ที่โด่งดังจนกระทบไปถึงหน้าที่การงาน ซึ่งเธอพูดถึงต้นทางของมันอย่างตรงไปตรงมา "แต่ก็ต้องบอกว่า ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้ My Vag เป็นเพลงที่สื่อถึงความเป็นเฟมินิสต์อะไร ฉันก็แค่แร็ปถึงจิ๋มตัวเองนะคะ"
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวบันเทิง,
อควาฟินา
รถยนต์ไฟฟ้า Porsche Taycan ทุบสถิติแบตเตอรี่ขับกว่า 4,500 กม. ด้วยการชาร์จระหว่างทางเพียง 2.5 ชม.
ทุบ Guiness World Records! รถยนต์ไฟฟ้า Porsche Taycan ที่ขับโดย Wayne Gardes ทำลายสถิติในการข้ามฟากสหรัฐอเมริกา จาก Los Angeles ไปยัง New York หรือกว่า 4,500 กิโลเมตร ด้วยการใช้เวลาหยุดชาร์จไฟฟ้าสั้นที่สุด โดยระหว่างทางเขาหยุดชาร์จเพื่อเติมไฟฟ้าที่สถานี Electrify America เพียง 2 ชั่วโมง 26 นาที 48 วินาที
การเดินทางของเขาเริ่มขึ้นเมื่อ 7 พฤศจิกายน สำเร็จเมื่อ 12 พฤศจิกายน ปี 2021 ที่ผ่านมา โดยหยุดชาร์จที่ 18 สถานี และได้รับการบันทึกเมื่อไม่นานมานี้โดย Guiness World Records โดยการเดินทางนี้ทุบสถิติเดิมไปเกือบ 3 เท่า และดีกว่าสถิติการชาร์จของ Tesla Model S ถึง 5 เท่า
ซึ่ง Wayne Gardes เจ้าของการเดินทางชี้ว่า Taycan นั้นทำงานได้ดีกว่าที่เขาคาดไว้มาก โดยเผยว่าการเดินทางของทั้งหมดเสียค่าใช้จ่ายไฟฟ้าจากสถานีชาร์จไปเพียง 76.82 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,549 บาท
รถยนต์ไฟฟ้าถือเป็นเทคโนโลยียานพาหนะที่น่าสนใจที่สามารถช่วยลดมลพิษในอากาศ และก๊าซเรือนกระจกได้ แต่สิ่งที่ท้าทายคือระยะทางที่สามารถขับขี่ได้ต่อการชาร์จ ประกอบกับความรวดเร็วในการชาร์จ และการกระจายตัวของสถานีชาร์จ ซึ่งเทคโนโลยีต้องพัฒนาให้มีความเหมาะสม
ที่มา
https://www.guinnessworldrecords.com/world-records/114110-least-non-driving-time-to-cross-the-united-states-in-an-electric-vehicle
https://www.independent.co.uk/life-style/gadgets-and-tech/electric-car-battery-record-porsche-b2004169.html?utm_content=Echobox&utm_medium=Social&utm_source=Facebook&fbclid=IwAR12aKSFJoh4bVDqfxkjXMc0FvafBrjmJTPqT50v_ityrvWPE9hYS4SQBJw#Echobox=1643659579
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด,
ยานยนต์,
รถยนต์แบตเตอรีไฟฟ้า,
รถยนต์ไฟฟ้า
เตือนภัย "พยาธิปอดหนู"
เตือนภัย ‘พยาธิปอดหนู’ ครับ …
พบ ‘พยาธิปอดหนู’ ขึ้นตาข้าราชการสาวจนตาบอด พบเป็นรายแรกของ จ.พิษณุโลก
แพทย์โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร พบผู้ป่วย ‘โรคพยาธิปอดหนู’ ขึ้นตา จากการรับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ เป็นประจำ โดยเฉพาะ ‘กุ้งแช่น้ำปลา’ ทำให้ข้าราชการสาววัย 40 ปี ตาบอด พบเป็นผู้ป่วยรายแรกของ จ.พิษณุโลก ขณะที่ทั่วโลกพบผู้ป่วยไม่เกิน 50 ราย พบมากที่สุดในภาคอีสานของประเทศไทย
วันที่ 2 กุมภาพันธุ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณบดี คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ม.9 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์ศิริเกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รักษาการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมด้วย อาจารย์นายแพทย์คณินท์ เหลืองสว่าง จักษุแพทย์เชี่ยวชาญด้านจอตาและน้ำวุ้นตา และ ผศ.พญ.สิรินันท์ ตรียะเวชกุล จักษุแพทย์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ร่วมกันแถลงถึงพบผู้ป่วย ‘โรคพยาธิปอดหนูขึ้นตา’ เป็นสาเหตุทำให้ตาขวาบอด 1 ข้าง ซึ่งเป็นผู้ป่วยรายแรกของ จ.พิษณุโลก
ผศ.พญ.สิรินันท์ ตรียะเวชกุล จักษุแพทย์เจ้าของไข้ เปิดเผยว่า คนไข้เป็นหญิงอายุ 40 ปี อาชีพข้าราชการ ได้เข้าพบหมอด้วยอาการตาพร่ามัวข้างเดียวมาประมาณ 1 สัปดาห์ ก็ยังไม่พบสาเหตุ จึงได้นัดทำการตรวจตาอย่างละเอียดอีก 3 สัปดาห์ต่อมา ด้วยวิธีการขยายม่านตา และพบว่าตามีการอักเสบและพบพยาธิในวุ้นตา
ทั้งนี้ กรณีนี้เป็นรายแรกของจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งจากรายงานสถิติเคยพบผู้ป่วย ‘พยาธิปอดหนู’ ขึ้นตาครั้งแรกของโลก ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2505 ทั่วโลกมีการรายงานพบผู้ป่วยไม่เกิน 50 ราย และพบมากที่สุดในไทยเป็นผู้ป่วยจากภาคอีสาน ซึ่งรายงานโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นจำนวน 18 ราย จึงต้องส่งตัวผู้ป่วยรักษาร่วมกับจักษุแพทย์เชี่ยวชาญด้านจอตาและน้ำวุ้นตา
ด้านนายแพทย์คณินท์ เหลืองสว่าง จักษุแพทย์เชี่ยวชาญด้านจอตาและน้ำวุ้นตา รพ.มน.กล่าวว่า หลังจากได้รับเคสผู้ป่วยมาพบว่า ตาคนไข้มีการอักเสบและพบพยาธิในน้ำวุ้นตา จึงทำการรักษาด้วยการให้ยาฆ่าพยาธิและยาลดอักเสบ จากนั้นได้ทำการผ่าตัดโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถนำตัวพยาธิออกมาจากตาได้ ก่อนจะส่งตรวจจนพบว่าพยาธิที่พบ เป็น ‘พยาธิปอดหนู’ ความยาวประมาณ 0.5 ซม.
สาเหตุที่เรียกว่า ‘พยาธิปอดหนู’ เพราะ พยาธิตัวเต็มวัยทั้งสองเพศ จะอาศัยอยู่ในหลอดเลือดแดงของปอดหนู พยาธิตัวเมียจะออกไข่ในหลอดเลือดแดงและฟักตัวเป็นตัวอ่อน ระยะที่ 1 ปนออกมากับมูลหนู เมื่อตัวอ่อนไชเข้าหอยทาก หรือหอยน้ำจืด เช่น หอยโข่ง หอยขม หอยเชอรี่ กุ้งน้ำจืด ปลาน้ำจืด แล้วจะเจริญเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อ ในระยะนี้หากคนรับประทานอาหารปรุงสุกๆดิบ พยาธิจะเข้าสู่ระบบประสาท เช่น สมอง ไขสันหลัง หรือตา ฯลฯ
ส่วนอาการเจ็บป่วย จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของอวัยวะที่พยาธิอยู่ เช่นเคสของคนไข้รายนี้ที่ตัวพยาธิขึ้นตาจึงทำให้เกิดอาการที่พบบ่อยคือตามัวลงแบบเฉียบพลัน ไม่มีอาการปวด หรือเคืองตาแต่อย่างใดใด ซึ่งจากการซักประวัติของผู้ป่วยพบว่ามีประวัติชอบทานอาหารสุกๆ ดิบๆ บ่อยครั้ง โดยเฉพาะกุ้งน้ำจืด ที่ทานเมนู ‘กุ้งแช่น้ำปลา’ เป็นประจำ
หลังผ่าตัดนำพยาธิออกจากตาเรียบร้อยแล้ว ก็พบว่าตาข้างขวาของผู้ป่วยไม่สามารถกลับมามองเห็นได้ เนื่องจากตัวพยาธิได้ชอนไชไปยังจอประสาทตา ทำให้จอประสาทตาอักเสบเป็นหนอง ได้รับความเสียหายจึงบอดสนิท ซึ่งหลังจากนี้ได้ทำการนัดรักษาต่อเนื่องเพื่อเช็คร่างกายอย่างละเอียดว่าพยาธิมีเพิ่มเติมในตำแหน่งอื่นของร่างกายอีกหรือไม่
ศ. ดร.นายแพทย์ศิริเกษม ศิริลักษณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ รักษาการผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนในเรื่องของการรับประทานอาหาร ว่าควรล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร หยุดทานอาหารสุกๆ ดิบๆ ให้ทานเฉพาะอาหารที่ปรุงสุกและสด สะอาดเท่านั้น เพราะพยาธิในที่อาศัยอยู่ตามสัตว์น้ำจืด เมื่อเข้าสู่ร่างกายอาจเป็นอันตรายเหมือนผู้ป่วยเคสนี้ที่ต้องสูญเสียการมองเห็นจากดวงตาข้างขวาไป 1 ข้าง เพียงเพราะชอบทานอาหารสุกๆ ดิบๆ และหากพยาธิเข้าไปอยู่ตามจุดสำคัญในร่างกาย เช่น ระบบประสาท สมอง ไขสันหลัง อาจจะถึงขั้นรุนแรงถึงเสียชีวิตได้
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวภูมิภาค,
พยาธิปอดหนู
'กู่อ้ายหลิง' นักสกีสาวทีมชาติจีน ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
'กู่อ้ายหลิง' นักสกีสาวทีมชาติจีน ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
กู่อ้ายหลิง นักสกีฟรีสไตล์ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมการแข่งขันชาวจีน ผ่านเข้าสู่รองชิงชนะเลิศการแข่งขันสกีฟรีสไตล์หญิง ประเภทบิ๊ก แอร์ หลังจากเธอทำแต้มได้ 161.25 คะแนนในการแข่งขัน 3 รอบ ณ สนามกีฬาบิ๊ก แอร์ โส่วกัง (Big Air Shougang) ในวันจันทร์ (7 ก.พ.)
กู่อ้ายหลิงเล่นท่าดับเบิล คอร์ก 1080 ด้านซ้าย (left-side double cork 1080) เก็บแต้มได้ 89.00 คะแนน และอยู่ในอันดับสาม ตามหลังเทสส์ เลอดูซ์ จากฝรั่งเศส (90.50 คะแนน) และเคิร์สตี มิวเออร์ จากสหราชอาณาจักร (89.25 คะแนน) ในการแข่งขันรอบแรก
สำหรับการแข่งขันรอบสอง กู่อันดับตกมาอยู่ที่สิบหก โดยมีแต้มรวมอยู่ที่ 113.50 คะแนน หลังจากเล่นท่าคอร์ก 900 ด้านขวา (right-side cork 900) แต่ลื่นไถลลงพื้นโดยที่แผ่นสกีข้างหนึ่งของเธอร่วงลงมา โดยเมแกน โอลด์แฮม จากแคนาดา ทำแต้มได้อย่างโดดเด่นถึง 91.25 คะแนน โดยเธอเคยคว้าอันดับสี่ในการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งแรกของตัวเองที่แอสเพนในสหรัฐฯ เมื่อปี 2021
ในการแข่งขันรอบสามซึ่งเป็นรอบสุดท้าย กู่เล่นท่าเดิมที่ใช้ในการแข่งขันรอบสองและได้ไป 72.25 คะแนน ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยคะแนนรวมจากการแข่งขันที่ดีที่สุด 2 ใน 3 รอบซึ่งอยู่ที่ 161.25 คะแนน โดยโอลด์แฮม เลอดูซ์ อนาสตาเซีย ทาทาลินา จากรัสเซีย และซานดรา ไอ จากนอร์เวย์ เป็นผู้ที่ทำแต้มได้สูงสุดสี่อันดับแรก ขณะหยางซั่วรุ่ย นักสกีทีมชาติจีนไม่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
"กระแสลมเปลี่ยนระหว่างการแข่งขันรอบแรกและรอบสอง ทำให้ฉันเห็นผู้คนเคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ ซึ่งฉันไม่ได้สังเกตเลยจนกระทั่งสายเกินไปแล้ว" กู่ นักสกีวัย 18 ปี กล่าว โดยเธอยอมรับว่ารู้สึกกดดันอย่างมากในการแข่งขันรอบสาม แต่ก็รู้สึกดีใจที่ทำผลงานได้ภายใต้แรงกดดัน ซึ่งเป็นผลจากการฝึกฝนจิตใจของเธอ
"ฉันตื่นเต้นสำหรับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นการแข่งครั้งสำคัญและฉันหวังว่าจะทำผลงานได้ดีเพื่อทุกคน" กู่ทิ้งท้าย
อนึ่ง การแข่งขันสกีฟรีสไตล์หญิง ประเภทบิ๊ก แอร์ รอบชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นในวันอังคาร (8 ก.พ.)
CR : xinhuathai
Labels:
กู่อ้ายหลิง,
ข่าวกีฬา,
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด
❗นักวิชาการครุศาสตร์ จุฬาฯ เผยการเรียนออนไลน์ฉุกเฉิน รัฐล้มเหลวในการบริหารจัดการ ทำให้เด็กๆ เครียด กดดัน
❗นักวิชาการครุศาสตร์ จุฬาฯ เผยการเรียนออนไลน์ฉุกเฉิน รัฐล้มเหลวในการบริหารจัดการ รวมทั้งผลจากวิกฤตเศรษฐกิจของครอบครัว ทำให้เด็กๆ เครียด กดดัน จนทำร้ายตัวเอง ย้ำขอให้ยืดหยุ่นต่อกฎระเบียบที่ไม่ควรเคร่งครัดไปเสียหมดในสภาวะที่ไม่ปกตินี้
จากกรณีวานนี้ 5 ก.พ. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น.ตำรวจ สน.บางเขน รับแจ้งเหตุคนตกจากที่สูง ภายใน มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านบางเขน พบเป็นนักศึกษาปริญญาโทชั้นปีที่ 1 โดยคาดว่าน่าจะกระโดดลงมาจากชั้น 7 และจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ตายมีการโพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุ๊กของตนเอง ตัดพ้อเรื่องส่วนตัว จึงคาดว่าผู้ตายน่าจะเกิดความน้อยใจจนมาก่อเหตุที่น่าสลดใจดังกล่าวขึ้น
ล่าสุดววันนี้ 6 ก.พ. 2565 ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว 'Athapol Anunthavorasakul' ว่า
ทั้งเคสนิสิตคณะวิศวะฯ ป.โท กระโดดตึก และเคสของลูกศิษย์ผมเองในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้อยากย้ำซ้ำๆ กับผู้ใหญ่อีกหลายๆ คนในแวดวงการศึกษา ทั้งโรงเรียน มหาวิทยาลัย และสังคมไทยว่า
นักเรียน นิสิตนักศึกษา รับผลกระทบเต็มๆ จากการเรียนออนไลน์ฉุกเฉินที่ยืดเยื้อเป็นปีๆ เพราะรัฐล้มเหลวในการบริหารจัดการ รวมทั้งผลจากวิกฤติเศรษฐกิจที่พ่อแม่ผู้ปกครองเผชิญ ส่งผลให้เด็กๆ เครียด กดดัน หนักสุดถึงทำร้ายตัวเอง ทั้งที่ทำสำเร็จ และทั้งที่ยังพอช่วยกันไว้ทัน
บางส่วนเลือกจะหยุดพักการเรียน และอีกไม่น้อยที่หมดหวังกับอนาคต ท้อแท้กับแต่ละวันที่น่าหดหู่ โกรธผู้ใหญ่ที่ส่งต่อปัจจุบันที่ผุพัง และยัดเยียดอนาคตที่มองไม่เห็นทางให้กับพวกเขา
เป็นความผิดพลาด และเป็นความรับผิดชอบของพวกเราโดยตรง โปรดอย่าปัดความรับผิดชอบ
อย่าแค่แปะป้ายว่าพวกเขาอ่อนแอ กล่าวหาว่าพวกเขาไม่คู่ควรกับมาตรฐานอันเป็นมายาที่ไร้แก่นสารของพวกท่าน
ทุกชีวิตมีคุณค่าและมีความหมาย
ลดความคาดหวังต่อความสมบูรณ์แบบลงบ้าง ยืดหยุ่นต่อกฎระเบียบที่ไม่ควรเคร่งครัดไปเสียหมดในการนำมาใช้ในภาวะไม่ปกติแบบนี้บ้าง พูดคุยไถ่ถามสื่อสารอย่างเป็นมิตรและเข้่าอกเข้าใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ถ้าแนะนำไม่ได้ ฟังไม่เป็น อย่างน้อยก็ไม่ควรใช้คำพูดอย่างไม่ระวัง ทำร้ายพวกเขาอย่างไม่ตั้งใจ รีบส่งต่อพวกเขาให้คนที่สามารถดูแลสนับสนุนพวกเขา
อย่าปล่อยให้ล่าช้าเกินไป เพราะนั่นคืออีกชีวิตที่มีผู้คนที่รักพวกเขา
เวลาที่พวกเขาเลือกจบชีวิตและเดินทางจากไป เขาไม่ได้ไปลำพัง แต่มีชิ้นส่วนของชีวิตคนข้างหลังติดไปด้วย
ช่วยได้ช่วยกัน ดีต่อกันให้มาก มนุษย์เกิดมามีหน้าที่ดีต่อกันดูแลกัน
รับมือเองไม่ได้ รับมือเองไม่ไหว รีบส่งต่อให้คนที่พร้อม และสามารถรับมือได้นะครับ
ภาพจาก เฟซบุ๊กส่วนตัว 'Athapol Anunthavorasakul'
Labels:
ข่าวการศึกษา,
ข่าวทั้งหมด
เมืองไบรตันของอังกฤษออกกฏหมายใหม่ อาคารสร้างใหม่ต้องมีอิฐพิเศษสำหรับผึ้งอย่างน้อย 1 ยูนิต และมีบ้านนก 3 หลัง
เมืองไบรตันของอังกฤษออกกฏหมายใหม่ อาคารสร้างใหม่ต้องมีอิฐพิเศษสำหรับผึ้งอย่างน้อย 1 ยูนิต และมีบ้านนก 3 หลัง
.
ปัญหาพื้นที่ทางธรรมชาติที่ลดลง แน่นอนว่าจำนวนประชากรผึ้งเองก็ลดลงตาม และกลายเป็นปัญหาที่หลายเมืองให้ความสำคัญ บางเมืองพยายามทำพื้นที่เมืองที่เน้นธรรมชาติมากขึ้น หรือบางเมืองอย่างไบรตัน (Brighton) สหราชอาณาจักร ได้ประกาศกฎหมายใหม่ว่า อาคารสร้างใหม่ทั้งหมดจะต้องมีอิฐพิเศษสำหรับผึ้งและบ้านสำหรับนกเป็นองค์ประกอบใหม่ของอาคาร เพื่อเป็นแนวทางการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในกับเมือง แต่ทั้งนี้มีข้อโต้แย้งจากนักวิทยาศาสตร์ว่า อิฐผึ้งนี้อาจทำอันตรายมากกว่าข้อดี
อิฐรังผึ้ง หรืออิฐพิเศษสำหรับผึ้งนี้เรียกว่า beehive bricks เป็นอิฐที่จะใช้เป็นวัสดุสำหรับการสร้างอาคารที่มีการคิดเผื่อเจ้าผึ้งน้อย ลักษณะของอิฐรังผึ้งจะเป็นบล็อกสีขาวขนาดใหญ่ และมีรูๆ สำหรับล่อผึ้งและแมลงให้ไปเกาะ ซึ่งจะสามารถเป็นที่หลบภัยในช่วงฤดูหนาวให้กับผึ้งอีกด้วย กฎหมายการสร้างบ้านเผื่อผึ้งของทางไบรตันนั้น อาคารใหม่ๆ จะต้องจำลองที่อยู่อาศัยให้ผึ้งอย่างน้อย 1 ยูนิต และสร้างบ้านนกนางแอ่นอีก 3 หลัง เพื่อฟื้นฟูและเป็นแนวทางการเพิ่มจำนวนทั้งผึ้งและนกให้กลับเข้ามาในระบบนิเวศ
วัตถุประสงค์ของกฎหมายฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติฉบับใหม่ของไบรตันดูเป็นแนวทางการแก้ไขที่ดี แต่ก็มีเสียงจากนักวิทยาศาสตร์เตือนว่า แนวทางการปกป้องประชากรผึ้งอาจส่งผลเสียมากว่าผลดี เนื่องจากการแก้ไขโดยวิธีนี้อาจไม่ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และอาจทำให้เป็นเรื่องแย่สำหรับผึ้ง คือหากไม่มีการทำความสะอาดอิฐอย่างสม่ำเสมอ หรือมีการดูแลที่เหมาะสม อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อได้
นอกจากนี้ ศาสตราจารย์ด้านชีววิทยา เดฟ กลูสัน (Dave Goulson) จากมหาวิทยาลัยซัสเซ็ก (University of Sussex) เองก็ได้ทดลองใช้อิฐรังผึ้ง และพบว่ารูสำหรับการเป็นบ้านของผึ้งนั้นยังลึกไม่พอและยังไม่เหมาะที่จะเป็นบ้านในอุดมคติของผึ้ง พร้อมกล่าวว่า “การไม่มีอาจเป็นแนวทางที่ดีกว่า” ทำนองเดียวกัน อดัม อาร์ต (Adam Hart) นักกีฏวิทยาและศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยกลอสเตอร์เชียร์ (University of Gloucestershire) กล่าวว่า การออกแบบอาคารให้มีอิฐรังผึ้งประกอบเป็นวิธีที่ดี แต่ทั้งนี้อาจส่งผลที่ไม่พึงประสงค์ได้และจะดีกว่าหากมีการวิจัยเกี่ยวกับบ้านของผึ้ง เพื่อประโยชน์สำหรับเหล่าผึ้งเอง
ทั้งนี้ ประโยชน์การออกแบบที่อยู่ให้กับผึ้งในรูปแบบนี้ ฟรานซิส กิลเบิร์ต (Francis Gilbert) ศาสตราจารย์ด้านนิเวศวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม (University of Nottingham) กล่าวว่า อิฐผึ้งไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดไรฝุ่นจะออกไปหลังจากผ่านไปหนึ่งถึงสองฤดูกาล จากนั้นผึ้งก็จะกลับมาตั้งรกราก และจะมีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์อยู่ในรูเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่ควรทำความสะอาด อิฐผึ้งจึงเป็นสิ่งที่ดีอย่างชัดเจน
ทางด้านลาร์ส จิตกะ (Lars Chittka) ศาสตราจารย์ด้านนิเวศวิทยาทางประสาทสัมผัสและพฤติกรรมที่มหาวิทยาลัยควีนแมรี (Queen Mary University) กล่าวว่า โดยธรรมชาติผึ้งจะมีพฤติกรรมที่รักษาความสะอาดของมันเอง ซึ่งทำให้พวกมันสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างน้อยในระดับหนึ่ง และบางครั้งพวกมันเองจะประเมินสถานะของหลุมก่อนที่จะใช้ แน่นอนว่า ซึ่งสามารป้องกันความเสี่ยงที่มาพร้อมกับโอกาสในการทำรังระยะยาวได้
การสูญเสียพื้นที่ทางธรรมชาติ แน่นอนว่าส่งผลต่อการลดลงของประชากรผึ้งทั่วโลกโดยตรง และกลายเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงและเป็นผลเสียถึงกันอย่างเป็นวัฎจักร ดังนั้นแนวทางการนำผึ้งกลับมาสู่ระบบนิเวศด้วยการสร้างบ้านสำหรับผึ้งผ่านเจ้า beehive bricks อาจเป็นวิธีที่ได้ผลไม่มากก็น้อย ซึ่งเราเองคงต้องดูกันต่อไปว่าวิธีการดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพ หรือส่งผลเสียหรือไม่
อ้างอิงข้อมูลจาก
https://www.theguardian.com/environment/2022/jan/18/brighton-bee-bricks-initiative-may-do-more-harm-than-good-say-scientists
https://www.timeout.com/news/every-new-building-in-brighton-now-has-to-feature-these-beehive-bricks-011722
https://www.homebuilding.co.uk/news/bee-bricks
Labels:
ข่าวต่างประเทศ,
ข่าวทั้งหมด
สรุปข่าวน้ำมันรั่วที่ระยอง
สรุปข่าว น้ำมันรั่วที่ระยอง
1- ราว ๆ 3 ทุ่มของคืนวันที่ 25 มกราคม 2565 น้ำมันของบริษัท สตาร์ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เกิดรั่วไหลออกจากบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกกลางทะเล ซึ่งเป็นจุดขนถ่ายน้ำมัน ตั้งอยู่ที่มาบตาพุด จ.ระยอง ห่างจากชายฝั่งประมาณ 17 กม.
2- คาดว่าน้ำมันรั่วจากท่อที่ใช้โหลดน้ำมันจากเรือ ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถปิดวาวล์หยุดการรั่วไหลของน้ำมันได้สำเร็จ บริษัทอ้างว่าการรั่วไหลไม่ได้เกิดจากการถ่ายโอนน้ำมัน แต่เกิดจากท่อชำรุดเพราะมีเพรียงเกาะจนเกิดการกัดกร่อน
3- สำหรับปริมาณน้ำมันที่รั่ว ตอนแรกบริษัทแจ้งกรมควบคุมมลพิษว่า 4 แสนลิตร ต่อมาผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมฯ ระบุว่า 1.6 แสนลิตร ต่อมา รมว.อุตสาหกรรมแจ้งว่าประดาน้ำลงไปสำรวจพบว่าจริง ๆ แล้ว 6 หมื่นลิตร และล่าสุด รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยืนยันยอดใหม่หลังตรวจสอบแล้วว่าอยู่ที่ 2 หมื่นลิตร
4- ทางบริษัทฯ และหน่วยงานทั้งภาครัฐ-ภาคประชาชนพยายามช่วยกันเก็บกู้คราบน้ำมันและควบคุมให้อยู่ในวงจำกัด เช่น ใช้เฮลิคอปเตอร์และเรือพ่นน้ำยาขจัดคราบน้ำมัน เพื่อให้สลายตัวจมลงใต้ทะเล และวางทุ่นดักน้ำมัน (บีชบูม) เพื่อสกัดกั้นคราบน้ำมันไม่ให้ลอยขึ้นฝั่ง
5- จากภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันที่ 27 มกราคม พบคราบน้ำมันลอยแผ่เป็นบริเวณกว้างกินพื้นที่ 47 ตร.กม. หรือกว่า 9 เท่าของเกาะเสม็ด อยู่ห่างจากเกาะเสม็ดประมาณ 12 กม.
6- มีการคาดการณ์ว่า คราบน้ำมันอาจลอยไปขึ้นฝั่งที่หาดแม่รำพึง จึงนำบีชบูมมาวางที่หาดเพื่อรอดักจับคราบน้ำมัน
7- ค่ำวันที่ 28 มกราคม คราบน้ำมันลอยไปเกยหาดแม่รำพึง กินพื้นที่ประมาณ 3-5 กม. ทำให้ทรายและน้ำทะเลบางส่วนกลายเป็นสีดำ กลิ่นน้ำมันลอยฟุ้งทั่วหาด บางแห่งคราบน้ำมันจับตัวหนาเหมือนก้อนช็อกโกแลต ปูเปื้อนคราบน้ำมันทั้งตัวจนขาดอากาศหายใจ เบื้องต้นแก้ปัญหาด้วยการใช้แผ่นดูดซับน้ำมัน
8- ผู้ว่าฯ สั่งปิดหาดแม่รำพึง เตรียมประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ และห้ามชาวประมงออกเรือ ทำเอาผู้ประกอบการชายหาดแทบร้องไห้ ในขณะที่นักท่องเที่ยวก็เริ่มยกเลิกการจองห้องพักที่เกาะเสม็ดเพราะกลัวจะได้รับผลกระทบ
9- ผู้ว่าฯ ยอมรับว่ายังไม่สามารถควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของคราบน้ำมันได้ เจ้าหน้าที่กำลังพยายามป้องกันไม่ให้ขึ้นเกาะเสม็ดและเขาแหลมหญ้า ซึ่งเป็นแหล่งปะการังและมีหญ้าทะเลจำนวนมาก
10- หลายฝ่ายเป็นห่วงว่านี่จะสร้างผลกระทบครั้งใหญ่ให้กับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ทะเลเกิดการปนเปื้อน สิ่งมีชีวิตใต้น้ำและปะการังถูกทำลาย นกทะเลได้รับผลกระทบ
11- บีบีซีรายงานว่า กรมเจ้าท่าได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนแล้ว เพื่อให้บริษัทดังกล่าวรับผิดชอบชดใช้ความเสียหายในทุกมิติ
12- ล่าสุดมีคนพบโลมาและเต่ากระขนาดประมาณ 1 เมตรตาย คาดว่าอาจเกิดจากคราบน้ำมันหรือสารเคมีที่พ่นกำจัดคราบน้ำมัน จึงรีบแจ้งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
** อัปเดตเพิ่มเติมนะคะ สัตวแพทย์ได้ผ่าพิสูจน์ซากเต่าและโลมาแล้ว พบว่าโลมาตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 วัน ส่วนเต่าพบว่าป่วยเรื้อรังและตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 วัน ทั้งสองซากไม่พบคราบน้ำมันทั้งภายในและภายนอก
—————
⚫️ คำถามจากสังคมและนักสิ่งแวดล้อม
13- ข้อมูลการรั่วไหลของน้ำมันสับสนไม่ชัดเจน ทั้งชนิดและปริมาณ เช่น ตอนแรกมีข่าวว่าน้ำมันดิบ ต่อมากลายเป็นน้ำมันเบา ทำให้ประชาชนข้องใจ หากได้ตัวเลขและชนิดที่ถูกต้องก็จะประเมินความเสียหายและผลกระทบได้
14- การใช้สารเคมีขจัดคราบน้ำมันไม่ได้ทำให้น้ำมันหายไป แต่เพื่อให้น้ำมันจมลงใต้ทะเล กว่าจะสลายตัวก็ใช้เวลานาน ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลอยู่ดี
15- ทุกวันนี้การขนถ่ายน้ำมันของธุรกิจประเภทนี้เป็นไปตามมาตรฐานสากลหรือไม่ การลงทุนด้านความปลอดภัยเป็นอย่างไร และมีนักสิ่งแวดล้อมเสนอว่าเรือควรจะต้องเทียบท่าชายฝั่งก่อนจึงค่อยถ่ายโอนน้ำมัน ไม่ใช่ถ่ายโอนน้ำมันกลางทะเลจากเรือสู่ท่อ
16- เมื่อปี 2556 เคยเกิดน้ำมันรั่ว 5 หมื่นลิตรพัดขึ้นเกาะเสม็ดมาแล้ว สร้างความเสียหายอย่างมาก และจากข้อมูลที่สื่อนำมาเผยแพร่พบว่าเหตุน้ำมันรั่วเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แสดงว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยนำสิ่งที่เกิดขึ้นมาเป็นบทเรียน เพื่อออกมาตรการควบคุมหรือหาทางแก้เลย
—————
◾️ แนะนำบทความน่าอ่านเกี่ยวกับเรื่องนี้
“สาวไส้ต้นเหตุน้ำมันรั่วลงทะเล
จากวิกฤติปี 56 ผ่านไปกว่า 10 ปียังเหมือนเดิม”
รวบรวม/เรียบเรียงจาก: ไทยรัฐ, บีบีซี, ประชาชาติธุรกิจ, PPTV
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวเศรษฐกิจ,
ำมันรั่วที่ระยอง
เชื่อมั่น อุดมการณ์เพื่อไทย ‘ทูตรัศม์ ชาลีจันทร์ - นิธินันท์ ยอแสงรัตน์’ พร้อมคณะ ตบเท้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพ
เชื่อมั่น อุดมการณ์เพื่อไทย ‘ทูตรัศม์ ชาลีจันทร์ - นิธินันท์ ยอแสงรัตน์’ พร้อมคณะ ตบเท้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพ หวังร่วมผลักดันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและฟื้นฟูประชาธิปไตย
ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และ ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย ให้การต้อนรับผู้สนใจเข้าร่วมสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย นำโดย รัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตรองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตไทยโมซัมบิก และคาซัคสถาน และแอดมินเพจ ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador , นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ สื่อมวลชนอาวุโส อดีตบรรณาธิการอาวุโสหนังสือพิมพ์มติชนและเนชัน , สมชาย แซ่จิว ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมจีน , อรุณวตี ฉัตรเท นักเขียนชื่อดัง , ภัทรพล ฉัตรชลาวิไล นักธุรกิจการพิมพ์ และ ชวิศ อุนยโกวิท นักธุรกิจไอที
ประเสริฐ จันทรรวงทอง กล่าวว่า ขอต้อนรับทุกท่านที่ให้เกียรติสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยแบบตลอดชีพ ซึ่งทั้ง 6 ท่านเป็นผู้มีประสบการณ์และเป็นผู้นำซอฟท์พาวเวอร์ในสังคมไทย นำโดย รัศม์ ชาลีจันทร์ เป็นอดีตเอกอัครราชทูตไทยหลายประเทศและแอดมินเพจ ทูตนอกแถว ซึ่งถือได้ว่าเป็นอดีตนักการทูตประชาธิปไตย เป็นนักต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ อดีตสื่อมวลชนผู้มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย เชื่อมั่นในเสรีภาพสื่อมวลชน และอีกหลายท่านที่เป็นผู้มีความรู้ความสามารถทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ไทยจีน นักเขียน ศิลปินและนักธุรกิจ พร้อมใจมาสมัครเป็นสมาชิกเพื่อไทยพร้อมหน้าเพื่อทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนร่วมกัน จึงขอต้อนรับจากใจจริงอีกครั้ง
รัศม์ ชาลีจันทร์ กล่าวว่า ติดตามการทำงานและการต่อสู้ของบุคลากรในพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เชื่อมั่นในฝีมือการบริหารประเทศ อุดมการณ์ประชาธิปไตย และมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะเข้ามามีส่วนร่วมช่วยผลักดันสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ จึงพร้อมใจเข้ามาร่วมงานกับพรรคโดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า
นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ กล่าวว่า ได้ติดตามพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่สมัยเป็นพรรคไทยรักไทย ติดตามเพื่อนพ้องที่ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยมาถึงปัจจุบัน รู้จักเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของเพื่อนพ้องน้องพี่เหล่านี้ เชื่อมั่นในจิตเจตนารมณ์ที่ต้องการจะสร้างพรรคการเมืองให้เป็นสถาบันทางการเมืองที่ดีของประเทศ ตามความไฝ่ฝันที่อยากเห็นประเทศเจริญขึ้น จึงมั่นใจในแนวทางของพรรคเพื่อไทย และการสมัครสมาชิกพรรคแบบตลอดชีพเป็นการยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ เพราะมีหัวใจเพื่อพี่น้องประชาชน วันนี้จึงมาสมัครสมาชิกร่วมกันทำงานโดยไม่ต้องการเป็นศัตรูกับผู้ใด แต่เป็นศัตรูกับระบบที่ไม่เป็นธรรมกับประชาชน
Labels:
ข่าวการเมือง,
ข่าวทั้งหมด,
พรรคเพื่อไทย,
รัศม์ ชาลีจันทร์
รายงานความคืบหน้าอาการ "น้องอุ้ม" พยาบาล รพ.อุ้มผาง
ประกาศ โรงพยาบาลราชวิถี
เรื่อง รายงานความคืบหน้าอาการ "น้องอุ้ม" พยาบาล รพ.อุ้มผาง
มารับการรักษาตัว ณ โรงพยาบาลราชวิถี (ฉบับที่ 6)
ความคืบหน้าอาการผู้ป่วยในขณะนี้ พบว่า วานนี้ (2 ก.พ.) ผู้ป่วยมีอาการไข้สูง สงสัยภาวะติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะ ขณะนี้ให้การรักษาโดยให้ยาปฏิชีวนะ โดยจากการติดตามอาการวันนี้ พบว่าอาการไข้ลดลง สัญญาณชีพทั่วไปปกติ ผู้ป่วยสามารถลืมตาได้ดีขึ้น แพทย์ได้ทำการเจาะคอผู้ป่วยเพื่อให้ดูแลการหายใจง่ายขึ้น แพทย์ผู้ดูแลให้ความเห็นว่า ผู้ป่วยยังคงต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง และจะประเมินอาการทางสมองเป็นระยะต่อไป
โรงพยาบาลราชวิถี
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2565
ดูกันชัดๆ มียี่ห้อไหนบ้าง? ไส้กรอก-หมูยอจากโรงงานมรณะ
ดูกันชัดๆ มียี่ห้อไหนบ้าง? ไส้กรอก-หมูยอจากโรงงานมรณะ
มาดูกันชัดๆ ว่า ผลิตภัณฑ์จากโรงงานไส้กรอกมรณะ ที่ทำเด็กป่วยในหลายพื้นที่ มีผลิตภัณฑ์ใดบ้าง
วันที่ 3 ก.พ. 65 ในระหว่างการแถลงข่าวจับกุมโรงงานผลิตไส้กรอกปนเปื้อนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งส่งไส้กรอกและผลิตภัณฑ์อื่นไปขายในหลายพื้นที่ หลายจังหวัด จนเด็กที่กินเข้าไปถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล เพราะเกิดภาวะเมทฮีโมโกลบิน เจ้าหน้าที่ได้นำฉลากผลิตภัณฑ์ส่วนหนึ่งของโรงงานแห่งนี้มาแสดงให้ผู้สื่อข่าวได้ดู
โดยผลิตภัณฑ์ของโรงงานแห่งนี้มีทั้ง หมูยอ บ.อุบล, หมูยอแม่จันตรี, หมูยออู๋ลี่เจี้ยน, 888พรีเมี่ยม ยออุบลหนังหมู, หมูยอภูวดล, พรีเมี่ยมหมูยอ-ไก่ยออุบล, หมูยอ-ไก่ยอจอมยุทธ, ไก่ยอเศรษฐี ไก่ยอ ฤทธิ์ รสเด็ด, ลูกชิ้นสวัสดี, ลูกชิ้น บุญปาก, ลูกชิ้นหมูบ้านแหลม, ไส้กรอกเต็งหนึ่ง ฯลฯ โดยที่ผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อ เช่น ไก่ยอฤทธิ์รสเด็ด มีการแสดงเครื่องหมายฮาลาลบนฉลากด้วย
พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า โรงงานแห่งนี้จำหน่ายไปที่ตลาดนัดชลบุรี และตลาดมหาชัย มีพ่อค้าแม่ค้ามารับไปขายต่อกระจายไปจังหวัดต่างๆ เบื้องต้นทางเจ้าของโรงงานซึ่งเป็นสามีภรรยาให้การสารภาพ จะมีการดำเนินคดีในข้อหาความผิดตามพ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 สถานที่ผลิตอาหารไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการผลิตที่ดี โทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท และ ผลิตภัณฑ์อาหารแสดงฉลากไม่ถูกต้อง โทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
แต่การสืบสวนในโรงงานนี้ ยังพบว่า ผลิตภัณฑ์หมูยอ ได้นำเนื้อไก่มาผสม ซึ่งไม่พบเนื้อหมูแต่อย่างใด ถ้าหากผลตรวจ ในห้องปฏิบัติการ พบว่าหมูยอมีเนื้อไก่ผสมจริง จะเพิ่มความผิดอีกกระทง ในความผิดทำอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 บาท - 100,000 บาท และยังพบว่า บางแบรนด์มีการติดเครื่องหมายฮาลาลซึ่งถ้าไม่เป็นไปตามมาตรฐานจะดำเนินเพิ่มข้อหาเช่นกัน
ทั้งนี้ขอความร่วมร้านค้าที่รับทราบข้อมูลแล้ว ให้งดจำหน่ายสินค้าเหล่านี้ทันที แต่ถ้ายังจัดจำหน่ายจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร 2522 จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท ซึ่งขอให้ร้านค้าที่รับสินค้ามาให้คืนสินค้าโรงงาน และเรียกค่าเสียหายได้
นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการอย. ระบุว่า จากการ่วมตรวจสอบโรงงาน พบว่า ไส้กรอกและผลิตภัณฑ์มีการใส่สารกันเสียไนเตรทไนไตรท์ สูงกว่ามาตรฐานเกือบ 30 เท่า โดยปกติตามโรรงานที่ได้มาตรฐานจะทำการชั่งตวงสารกันเสีย แต่สำหรับโรงงานนี้ใช้วิธีการตักใส่โดยไม่ไมีการชั่งตวงแต่อย่างใด ซึ่งผลการตรวจสอบห้องแล็บ พบว่า ผลิตภัณฑ์มีสารไนเตรทสูงถึง 2,300 มิลิกรัม จากที่ อย.อนุญาตให้ผสมได้ไม่เกิน 80 มิลลิกรัม และเชื่อว่า ในผลืตภัณ์ทุกห่อมีสารกันเสียปริมาณแตกต่างกัน ซึ่งหากทานมากไปจะเกิดอันตรายต่อร่างกาย เพราะร่างกายมนุษย์สามารถขับสารกันเสียนี้ได้ 80 มิลลิกรัมเท่านั้น
ทั้งนี้ ทางอย.แนะนำให้ผู้บริโภคเลือกซื้ออาหารแปรรูปทั้งไส้กรอก หมูยอ ลูกชิ้นให้ดูฉลากที่มีชื่อที่ตั้งผู้ผลิตชัด้จน มีเลขสารบบ เครื่องหมายอย.และส่วนประกอบให้ครบถ้วน เพราะ อาหารแปรรูปที่อันตรายนี้ดูจากภาพภายนอกแล้วน่ารับประทานและไม่ส่มารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า
Labels:
ข่าวทั้งหมด,
ข่าวภูมิภาค,
โรงงานมรณะ,
ไส้กรอก,
หมูยอ





