Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Netflix แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Netflix แสดงบทความทั้งหมด

One Piece ฉบับคนแสดงที่จะฉายบน Netflix ประกาศตัว 5 นักแสดงหลักแล้ว


One Piece ฉบับคนแสดงที่จะฉายบน Netflix ประกาศตัว 5 นักแสดงหลักแล้ว

ข่าวใหญ่วงการอนิเมะวันนี้คือ Netflix ประกาศรายชื่อนักแสดงหลักใน One Piece ฉบับไลฟ์แอกชันคนแสดงแล้ว เริ่มที่นักแสดงหลัก 5 คน คือ ลูฟี่, โซโร, นามิ, อุซป และซันจิ

Inaki Godoy รับบทเป็น ลูฟี่

Mackenyu รับบทเป็น โซโร

Emily Rudd รับบทเป็น นามิ

Jacob Romero Gibson รับบทเป็น อุซป

Taz Skylar รับบทเป็น ซันจิ

Netflix ยังเผยแพร่ข้อความจาก Eiichiro Oda ผู้สร้าง One Piece ด้วย แต่ไม่ได้เปิดเผยอะไรมากเกี่ยวกับตัวเนื้อหา ซึ่งมีรายงานมาก่อนหน้านี้วาาจะเป็นซีรีส์ 10 ตอน และยังไม่มีรายละเอียดเรื่องช่วงวันฉาย

Netflix ในระยะหลังๆ ลงทุนหนักในการทำไลฟ์แอกชันจากการ์ตูน และอนิเมะ ก่อนหน้านี้ Netflix ได้เปิดเผยว่ากำลังสร้าง Yu Yu Hakusho ฉายในปี 2023, Avatar: The Last Airbender show, Cowboy Bebop เป็นต้น

ที่มา - https://www.theverge.com/2021/11/9/22773096/netflix-one-piece-cast-straw-hats-live-action-show #NetflixTH #Onepiece #Netflix #รีวิวNetflix

ละครไทย กำลังเจอ แพลตฟอร์มต่างประเทศ แย่งเวลา


ละครไทย กำลังเจอ แพลตฟอร์มต่างประเทศ แย่งเวลา ละครไทยในปัจจุบันกำลังเจอศึกหนักจากการเข้าสู่ยุคทีวีดิจิทัลที่มีช่องเกิดใหม่จำนวนมาก ทำให้เกิดการกระจายตัวของฐานคนดู จากเดิมที่รับชมแต่ช่องหลักเพียงไม่กี่ช่อง อีกทั้งยังมีคู่แข่งรายใหญ่จากต่างประเทศ อย่างเช่น Netflix หรือ Disney Plus

ที่มีคอนเทนต์มากมาย คอยแย่งเวลาละครจากจอทีวีแบบเดิม ๆ แล้วตอนนี้ ละครไทยได้รับผลกระทบแค่ไหน ?

Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ

ในอดีตตอนช่วงหัวค่ำเป็นเวลาที่คนไทยต่างรอเฝ้าดูละคร หรือที่เราเรียกละครที่ฉายในช่วงเวลานี้ว่า “ละครหลังข่าว” ซึ่งละครหลังข่าวถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมของคนไทยสมัยก่อน

โดยละครที่ฉายในช่วงเวลาดังกล่าว ต่างก็ได้เรตติงสูงทั้งนั้น แล้วเราเคยสงสัยกันบ้างไหมว่าเรตติงทีวีนั้น เขาวัดกันอย่างไร ?

เรตติงทีวีทุก ๆ 1 หน่วยจะเทียบได้กับประชากรไทยที่มีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป 1 เปอร์เซ็นต์ หรือเทียบกับประชากรไทยในปัจจุบัน ก็จะคิดเป็นราว 700,000 คน

ถึงแม้จะมีช่องโหว่ของการวัดค่าเรตติงอยู่บ้าง แต่นี่ก็เป็นวิธีการสำรวจข้อมูลที่มีกระบวนการเป็นไปตามทฤษฎีทางสถิติ ซึ่งหากลองดูค่าเรตติงทีวีในอดีตของละครไทยจะพบว่า

5 อันดับละครที่มีเรตติงทีวีสูงสุดตลอดกาล ได้แก่

อันดับที่ 5 ทัดดาวบุษยา ช่อง 7 เรตติง 32

อันดับที่ 4 สายโลหิต ช่อง 7 เรตติง 34

อันดับที่ 3 มนต์รักลูกทุ่ง ช่อง 7 เรตติง 36

อันดับที่ 2 ดาวพระศุกร์ ช่อง 7 เรตติง 38

อันดับที่ 1 คู่กรรม ช่อง 7 เรตติง 40

สำหรับ เรื่องคู่กรรม ที่แสดงโดยคุณธงไชย แมคอินไตย์ และคุณกมลชนก โกมลฐิติ กวาดเรตติงไปที่ 40 หรือพูดง่าย ๆ ในช่วงนั้น มีคนไทย ดูละครเรื่องนี้พร้อม ๆ กัน มากถึง 28,000,000 คน

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในยุคปัจจุบัน สาเหตุก็เพราะว่าในตอนนี้มีแพลตฟอร์มมาแย่งเวลาการดูละครไทยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, YouTube หรือแม้แต่ Netflix ด้วยความที่แพลตฟอร์มดังกล่าว 

อาศัยอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นโลกที่อยู่ติดกับผู้คนตลอดเวลา ทำให้เราเข้าถึงคอนเทนต์หรือเรื่องราวต่าง ๆ ได้ง่ายและสะดวกกว่าทีวี เป็นอย่างมาก และจุดเด่นของแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่นี้ คือการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ดีกว่า เช่น YouTube ที่สามารถดูย้อนหลัง ดูไฮไลต์ ดูสรุปละครได้ แบบไม่ต้องรอชมสด ทำให้ยืดหยุ่นในการรับชมได้มากกว่า 

ในขณะที่ ผู้ให้บริการวิดีโอสตรีมมิงอย่าง Netflix ก็มีตัวเลือกมากมาย โดยเฉพาะคอนเทนต์จากต่างประเทศทั้งการซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาฉายบนแพลตฟอร์ม หรือการลงทุนสร้างซีรีส์เป็นของตัวเอง

อย่างที่เราเห็นเป็นปรากฏการณ์ในช่วงที่ผ่านมา เช่น Squid Game จากเกาหลีใต้, Stranger Things จากสหรัฐอเมริกา, Lupin จากฝรั่งเศส หรือแม้แต่ Money Heist จากสเปน จะเห็นได้ว่า พอเรามีตัวเลือกมากขึ้นและในหนึ่งวันเรามีเวลาจำกัด เพียง 24 ชั่วโมง มีตาเพียงคู่เดียว ทำให้พฤติกรรมการเลือกเสพคอนเทนต์ของเรา เปลี่ยนจากการรอคอย รายการที่ยัดเยียดให้เราดูตามเวลา ไปเป็นการเลือกช่องทางที่สะดวกและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด

นั่นจึงทำให้ในช่วงที่ผ่านมา เราก็น่าจะมีโอกาสได้เห็นว่าวงการละครไทยเริ่มปรับตัวและมีการนำละครไทยมาลง Netflix บ้าง เพื่อแย่งสายตาจากคนกลุ่มเดิมที่เคยดูละครไทยกลับคืนมา และเพื่อเพิ่มฐานคนดูจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ ก็ยังมีการสร้างแพลตฟอร์มเป็นของตัวเอง อย่างเช่น ช่อง 3 ที่มีการสร้างแอปพลิเคชันเป็นของตัวเองขึ้นมา เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น

ซึ่งเรื่องดังกล่าว ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับประเทศไทยเพียงประเทศเดียว สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปก็คือละครทุกประเทศ ต่างเข้ามาแข่งกันในแพลตฟอร์มสตรีมมิง เช่น ที่ประเทศอินเดีย เกาหลีใต้ รวมถึงจีน

ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้บริโภคก็จะเลือกจากคุณภาพของสินค้าหรือก็คือละครที่จะรับชม และเมื่อเรามาพูดถึงเรื่องงบการลงทุนในคอนเทนต์ ปัจจุบัน บริษัทที่ชื่อว่า Netflix นี้เอง เป็นบริษัทที่มีงบลงทุนในการสร้างคอนเทนต์ สูงที่สุดในโลก

ทำให้ Netflix ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้คนทั่วโลก และผู้ใช้งานยอมจ่ายค่าสมาชิกเพราะคิดว่าคุ้มค่า ในขณะที่ละครไทย ที่มีคุณภาพตามงบการลงทุน สำหรับคนที่เป็นสมาชิก Netflix ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ละครไทยจะกลายมาเป็นตัวเลือกรองลงมาโดยปริยาย

คำถามสำคัญคือ ละครไทยจะแข่งกับละครต่างประเทศอย่างไร ? หากเรามาพิจารณาจากความสำเร็จของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศในเอเชียที่ประสบความสำเร็จ ในระดับสากล จะพบว่าข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดก็ยังเป็นเรื่องของเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม

รู้หรือไม่ว่างบประมาณในการผลิตละครไทยต่อตอนอยู่ในระดับหลักล้านต้น ๆ ในขณะที่ซีรีส์จากเกาหลีใต้จะใช้งบประมาณในการผลิตต่อตอน อาจสูงถึงหลายสิบล้านบาท เรื่องนี้จึงส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพในการผลิต รวมถึงระดับการแข่งขันเพื่อแย่งชิง เงินลงทุนจำนวนมากจากนายทุนซึ่งก็มีผลต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม เช่นกัน

อีกส่วนสำคัญก็คือ นโยบายจากภาครัฐก็มีส่วนเป็นอย่างมาก ในการวางรากฐานและผลักดันอุตสาหกรรมบันเทิงของเกาหลีใต้ ทั้งการสนับสนุนทางด้านกฎหมายและงบประมาณในการผลิต รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการส่งออกละครหรือซีรีส์ไปยังต่างประเทศ ซึ่งในภาพอุตสาหกรรมบันเทิงของไทยนั้น ยังดูเหมือนว่าจะถูกขับเคลื่อนด้วยภาคเอกชนเพียงฝ่ายเดียว

ซึ่งประเด็นนี้ ก็ส่งผลต่อการสร้างแรงจูงใจต่อทั้งผู้ผลิตละคร ไปจนถึงนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องการจะหาเลี้ยงชีพและใฝ่ฝันจะทำงานในด้านนี้ เช่นกัน แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าละครไทยแข่งขันไม่ได้ในระดับสากล เพราะที่ผ่านมา ละครไทยบางเรื่องก็ได้รับความนิยมอย่างสูงจากประเทศในอาเซียน เช่น พม่า, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม และฟิลิปปินส์

อีกทั้งละครรูปแบบใหม่ ที่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะ “ซีรีส์วาย” ต่างก็ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วเอเชีย แม้กระทั่งประเทศที่มีความเข้มงวดสูง อย่างประเทศจีน

ที่เป็นเช่นนี้เพราะในแง่ของความหลากหลายทางด้านเนื้อหาแล้ว ประเทศไทยถือว่าเปิดกว้างและมีความหลากหลายสำหรับการผลิตละครมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ซึ่งเราก็น่าจะใช้เรื่องนี้เป็นจุดแข็ง ที่แตกต่างจากประเทศอื่น ที่ทำไม่ได้แบบเรา

ซึ่งนี่ก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะบทละครที่หลากหลายจะทำให้จับตลาดได้มากขึ้น ตามแต่รสนิยมและความชอบของแต่ละประเทศ หากมองในจุดนี้ การเข้ามาของแพลตฟอร์มสมัยใหม่อย่าง YouTube และ Netflix ที่ตอนแรกหลายคนคิดว่าเป็นคู่แข่งของอุตสาหกรรมละครไทย ก็อาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะหากว่าเราสามารถหาจุดแข็งของเราเจอและทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาโฟกัสพร้อม ๆ กัน

ก็ไม่แน่ว่าแพลตฟอร์มสมัยใหม่เหล่านี้ แทนที่จะเข้ามาทำให้อุตสาหกรรมละครไทยแย่ลง อาจจะกลายเป็นว่ามันได้เข้ามาช่วยให้เรา เติบโตขึ้น ก็เป็นได้ แต่ ณ วันนี้ เมื่อดูคู่แข่งที่อยู่ในตลาด ก็ต้องยอมรับว่า ละครไทย ยังต้องปรับตัวอีกเยอะเลย..

Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ Blockdit. Ideas Happen. Blockdit.com/download

References

-https://www.blockdit.com/posts/5b30b147076e65512a68706f

-https://www.longtunman.com/33320

-https://thematter.co/entertainment/interview-about-thai-dramas/92209

-https://researchcafe.org/thai-drama/

-https://themomentum.co/amporn-jirattikorn-interview/

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger