เปิดโปง “ประชามติอัปยศ”
“พี่เคยนั่งคิดในใจว่าฉันทำอะไรผิดวะ แล้วสิ่งที่ฉันทำไม่ผิดเลยนะ แล้วฉันลากใครมา พี่กับอีก 14 ชีวิตที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเป็นการไหว้วานกัน เขาถูกลากมาทำไม พี่คิดอย่างเดียวจริงๆ ว่า พี่น่าจะทำคนเดียว ทุกอย่างเลย”
ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ เล่าถึงคดีจดหมายประชามติ 59 เธอถูกจับขึ้นศาลทหาร โดนขังในเรือนจำ เพียงเพราะเห็นต่างร่างรัฐธรรมนูญ 60 เธอถูกควบคุมตัวและบังคับปรับทัศนคติเป็นเวลา 7 วัน และอีก 23 วันในเรือนจำ หลังจากนั้น ทัศนีย์พร้อมคนรอบตัวจึงได้รับการประกันตัวจากการยื่นประกันครั้งที่ 4
หลังจากนั้นอีกถึง 4 ปี ในปี 2563 คดีทั้งหมดได้รับการยกฟ้อง ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ขณะเดียวกันสิ่งที่เธอถูกกระทำต่างๆ โดนจับกุม คุมขังและถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำนั้นเกิดขึ้นจริง ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งสุขภาพกายและสภาวะจิตใจที่เปลี่ยนไปตลอดกาล โดยที่เธอไม่เคยได้รับการเยียวยาสักครั้งโดยผู้กระทำ
เหตุการณ์ทั้งหมดและผลกระทบที่เกิดกับ ‘ทัศนีย์’ และอีกหลายๆ คนที่ถูกกระทำในช่วงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ สะท้อนอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของสิทธิการประกันตัวของนักโทษทางความคิดเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งและทุกคนควรได้รับสิทธิประกันตัวก่อนที่จะตัดสินคดี
ประชามติอัปยศ ต้องไม่มีนักโทษทางความคิด