“เรียกว่าเป็นคนที่สูสีที่สุด” ผู้กำกับกล่าว “อแมนด้าทดสอบไว้ได้ยอดเยี่ยม และก็แตกต่างกับวิธีของเรเชลมากด้วย แบบที่ผิวเผินดูไม่มีพิษมีภัย แต่ลึกๆ แล้วน่ากลัวยิ่งนัก จากนั้นโปรดิวเซอร์ออกไอเดียอันชาญฉลาดว่าอแมนด้าน่าจะเล่นบทสาวทึ่มได้ เราเลยให้เธอกลับมาเทสต์ใหม่ แล้วเธอก็เล่นได้แนบเนียนหมดจดอยู่ดี”
เพียงเท่านี้ก็บ่งชี้แล้วว่าอแมนด้ามีศักยภาพไม่ใช่เล่นกับการสลับสองคาแร็คเตอร์ต่างขั้วได้อย่างเป็นธรรมชาติต่อหน้าต่อตาทีมงาน จากนางพญาของชาวพลาสติกกลายมาเป็นเด็กสาวบ๊องๆ ทั้งยังเป็นเรื่องน่าทึ่งไปอีกเมื่อคำนึงว่า Mean Girls คืองานหนังเรื่องแรกสุดของเธอ มาแบบสดๆ ซิงๆ ประสบการณ์น้อยนิด แต่ดูเจนเวทีเกินวัย
“ตอนนั้นฉันเพิ่งจบไฮสคูลหมาดๆ เลยแหละ” อแมนด้านึกย้อน “ทุกอย่างใหม่สำหรับฉัน ก่อนนั้นเคยเล่นแค่ละครทีวีที่ถ่ายวันละตอน มาเรื่องนี้ได้มีบทพูดจริงๆ ไม่ได้มัวแต่ยืนเป็นฉาก โชคดีที่ผู้กำกับเห็นแววความตลกในตัวฉันแล้วกล้าเสี่ยง มันจึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ตัวฉันก็แค่อยากเล่นเรื่องนี้มาก พอเขาเสนอบทแคเรนให้ ฉันนี่แบบ ‘โอเค ได้หมดเลยค่า!’ ”
อะไรๆ ยิ่งลงตัวไปใหญ่ เพราะขณะที่สาวใสวัยสิบแปดพยายามตั้งใจทำงานที่ท้าทายเป็นครั้งแรกในชีวิต อแมนด้าก็ได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนนักแสดงอย่าง เลซีย์ ชาเบิร์ต หรือเจ้าของบท เกรทเช่น วีเนอร์ส คู่ซี้ในจอของแคเรน พวกเธอเกิดสนิทสนมกันหลังฉากจริงๆ ฉะนั้นงานนี้จึงไม่น่าแปลกใจที่สองสาวจะดูเข้าขากันดี
“ฉันคงไม่รอดหากไม่มี เลซีย์ ชาเบิร์ต” อแมนด้ายืนยัน “เธอคือนางฟ้าของฉัน คอยดูแลอย่างดี เรามักจะแฮงเอาท์กันในเทรลเลอร์ของเธอ เปิดเพลงฟัง แถมสอนทำพาย ทุกอย่างเลยง่ายมาก”
กลายมาเป็นการแสดงที่น่าจดจำ เธอทำให้ตัวละครเด็กสาวทึ่มๆ นั้นมีความน่าเอ็นดู ขโมยซีนด้วยความสวยใสไร้เดียงสาพลางกล่าวไดอะล็อกเด็ดๆ จนกลายเป็นที่จดจำมากมาย เช่นว่า “ถ้าเธอมาจากแอฟริกา ทำไมเธอถึงตัวขาวล่ะ” “ทุกวันพุธเราใส่สีชมพู” “หน้าอกฉันบอกได้ว่าเมื่อไหร่ฝนจะตก”
ด้วยวิธีที่อแมนด้าถ่ายทอดออกมา จึงไม่ยากเลยที่จะไม่รู้สึกรักใคร่ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาลักษณะนิสัยตัวละครแล้วจะเห็นได้ว่าแคเรนคือมีนเกิร์ลที่มี “ความมีน” น้อยที่สุด ออกจะซื่อและจริงใจกว่าใครเพื่อน ไม่พูดหยาบ ไม่โวยวาย ไม่อิจฉาริษยา เธอแค่บ๊องๆ ตามประสาของเธอแบบนั้น
“แคเรนไม่เคยเผาใครในเบิร์นบุ๊คแน่นอน” อแมนด้าออกความเห็น “อาจจะแค่รู้เห็น แต่ไม่ได้ลงมือเขียนเอง เพราะเธอไม่เคยคิดร้ายกับใคร ไม่เคยมุ่งปองร้ายใคร เธอแค่เกาะติดกับกลุ่มเพื่อนที่ตัวเองรู้สึกสนิทใจก็เท่านั้น”
และจากตัวละครสาวไฮสคูลต๊องๆ นี่เองที่นำพาให้เส้นทางอาชีพของนักแสดงหญิงตาหวาน ยิ้มสวย เสียงใสคนนี้ยืนยาวไกล ได้พิสูจน์ฝีมือมานักต่อนักผ่านงานทุกรูปแบบ ดราม่า โรแมนติก มิวสิคัล แอ็คชั่น ทริลเลอร์ จนถึงหลักไมล์ล่าสุดที่ได้เข้าชิงออสการ์ผ่านบทบาทใน Mank (2020) แต่ไม่ว่ายังไง ภาพความเป็น แคเรน สมิธ ของเธอจะยังคงอมตะเสมอ
“ฉันอยากกลับไปเป็นแคเรนเหมือนกันนะ” เธอเผยความหวังเล็กๆ “พระเจ้า คนอะไรทึ่มก็ทึ่ม ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว เป็นบทที่เล่นสนุกมากจริงๆ”
- 3 ธันวาคม สุขสันต์วันเกิดครบ 36 ปี อแมนด้า ไซย์เฟร็ด



แสดงความคิดเห็น