มาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า 10% ของกลุ่มตัวอย่างได้ตัดสินใจขายกิจการแล้ว!! โดยโรงแรมที่ประกาศขายแล้วหรืออยู่ระหว่างเจรจากับผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นโรงแรมในจังหวัดท่องเที่ยวหลักของแต่ละภาค และเป็นโรงแรมขนาดกลางที่มีจำนวนห้องพักอยู่ที่ 51-249 ห้อง ส่วน 43% ของกลุ่มตัวอย่างยังไม่ตัดสินใจว่าจะขายกิจการหรือไม่ และอีก 48% ของกลุ่มตัวอย่างยังไม่พิจารณาขายกิจการ
สำหรับ #สถานะกิจการ พบว่าผู้ประกอบการโรงแรมที่พักแรมได้รับผลบวกจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 รวมถึงมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ สะท้อนถึงการกลับมาเปิดกิจการตามปกติที่เพิ่มขึ้น
“โรงแรมทั่วประเทศกลับมาเปิดกิจการตามปกติ 67% เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ย.ที่ 51% จากภาพรวม โรงแรมในทุกภูมิภาคกลับมาเปิดกิจการปกติเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่รับลูกค้าท่องเที่ยวทั่วไป แต่ยังคงมีโรงแรมที่ยังไม่กลับมาเปิดกิจการปกติ"
ด้าน #สภาพคล่องของโรงแรม เดือน ต.ค.ส่วนใหญ่มีสภาพคล่อง “ทรงตัว” จากเดือน ก.ย. โดย 50% มีสภาพคล่องสำหรับดำเนินธุรกิจได้ไม่เกิน 3 เดือน ลดลงจากเดือนก่อนที่ 53% อย่างไรก็ดีมีกลุ่มที่สภาพคล่องเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนถึง 27% เกือบทั้งหมดเป็นโรงแรมที่มีอัตราการเข้าพักเดือน ต.ค.สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 23%
สถานการณ์ #รายได้ พบว่าเดือน ต.ค. โรงแรมส่วนใหญ่ยังมีรายได้อยู่ในระดับต่ำ แต่ปรับดีขึ้นจากเดือน ก.ย. โดยสัดส่วนโรงแรมที่มีรายได้กลับมาไม่ถึง 10% เทียบกับเดือน ต.ค.2562 ก่อนโควิด-19 ลดลงเหลือ 29% จากเดือน ก.ย.ซึ่งอยู่ที่ 55% นอกจากนี้ยังพบว่ามีโรงแรมเพียง 22% ที่รายได้กลับมาแล้วเกินครึ่งหนึ่ง
.
สอดคล้องกับ #อัตราการเข้าพัก เฉลี่ยเดือน ต.ค.อยู่ที่ 23.5% เพิ่มขึ้นจากเดือน ก.ย.ที่มีอัตราการเข้าพัก 15.5% โดยเป็นการปรับเพิ่มขึ้นของโรงแรมในทุกภูมิภาค
โดยเฉพาะในภาคตะวันออก เนื่องจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน และผลของมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ นอกจากนี้โรงแรมส่วนใหญ่คาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในเดือน พ.ย.2564 จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือน ต.ค.มาอยู่ที่ 25%
มาริสา กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการเปิดรับ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” ภายใต้โครงการ #แซนด์บ็อกซ์ พบว่าโรงแรม 42% มองว่าผลของการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติต่ออัตราการเขาพักในเดือน ต.ค. 64 แย่กว่าที่คาด โดยมีอุปสรรคหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูงและค่าตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR โดยอัตราการเข้าพักโรงแรมในพื้นที่แซนด์บ็อกซ์เดือน ต.ค.อยู่ที่ 23% จากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 18.4%
ส่วน #โครงการรัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3” และ “ทัวร์เที่ยวไทย” ซึ่งเปิดให้เริ่มจองเมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา เกือบครึ่งหนึ่งของโรงแรมที่ตอบแบบสำรวจระบุว่าไม่สามารถประเมินผลของโครงการได้ ขณะที่ 25% มองว่าผลของมาตรการดังกล่าวต่ออัตราการเข้าพักแย่กว่าที่คาดไว้ จากความกังวลเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 และดีมานด์นักท่องเที่ยวไทยอยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม สมาคมฯหวังว่า “การเปิดประเทศ 1 พ.ย.2564” จะเป็น “จุดเริ่มต้น” ของการฟื้นฟูประเทศและเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้กลับมาพลิกฟื้นอีกครั้ง และเป็นแรงหนุนส่งต่อการท่องเที่ยวไปถึงปี 2565 ให้มีทิศทางที่ดีขึ้น
โดยหลังจากนี้ภาครัฐจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการฟื้นฟู กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ทั้งตลาดในและต่างประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจเรื่องการเดินทาง การบริโภคจับจ่ายใช้สอยในช่วงไฮซีซั่นและเทศกาลปีใหม่ รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ผนึกกับการสร้างความพร้อมต่างๆต่อไป
บทความโดย พรไพลิน จุลพันธ์




แสดงความคิดเห็น