Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies

'ก้าวหน้า' ชูไอเดีย 'ธนาธร' ยกเลิก นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะมีเทศบาล อบต. อยู่แล้ว



3 พ.ค.2565- เพจคณะก้าวหน้า – Progressive Movement เผยแพร่บทสัมภาษณ์ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าประเด็น ปลดล็อกท้องถิ่น – ยุติระบบรัฐราชการรวมศูนย์ ที่ไม่เคยไว้ใจประชาชน ว่า

เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ใช่เครื่องการรันตีว่า “ระบบรัฐราชการรวมศูนย์” จะหมดไป เพราะตราบใดที่ผู้ว่าฯ นั้นยังอยู่ในสังกัดและถูกสั่งการจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นรัฐราชการส่วนกลาง “อำนาจ” ในการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในท้องถิ่นก็จะยังคงเป็น “จากบนลงมาล่าง” อยู่ดี

ในความเป็นจริงแล้ว ประเทศไทยเรามีการ “เลือกตั้ง” ผู้บริหารในระดับจังหวัดมานานแล้ว นั่นก็คือตำแหน่ง “นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด” หรือ “นายก อบจ.”

แต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เสมือนกับว่ามีผู้บริหารที่อยู่ในระนาบเดียวกันนี้ 2 รูปแบบ คือ 1.ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้งจากส่วนกลาง กับ 2.นายก อบจ.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน แต่ทว่า ที่เลวร้ายและผิดหลักการกระจายอำนาจ ผิดหลักการปกครองตนเองเป็นอย่างยิ่งนั่นก็คือ อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ดันใหญ่กว่าอำนาจที่มาจากการเลือกตั้ง

นี่คือสิ่งที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า บอกว่า “รัฐส่วนกลางไม่ไว้ใจประชาชน” และ “เป็นรูปแบบการปกครองที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อระเบิดศักยภาพของคน แต่ใช้สำหรับปกครองและควบคุมคน”

ดังนั้น เมื่อกลับมาสู่หนทางที่ควรจะเป็น กับสิ่งที่เรียกว่า “ยุติรัฐราชการรวมศูนย์” จึงไม่ใช่แค่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ แต่เป็นการยกเลิกผู้ว่าฯ ซึ่งเป็นระบบราชการส่วนภูมิภาคที่เป็นแขนขาของรัฐราชการส่วนกลาง แล้วนำ “อำนาจ” นั้นไปให้กับนายก อบจ. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ให้มีอำนาจในการออกแบบนโยบาย จัดเก็บภาษี จัดการทรัพยากรในจังหวัดของตนเองได้

ขณะที่ระดับเมืองก็ยกเลิกตำแหน่งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะมีนายกเทศมนตรีที่บริหารในระดับเทศบาล มีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือ นายก อบต. ทำหน้าที่อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องไปเพิ่มอำนาจ งบประมาณ และบุคคลากรให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ให้ผู้บริหารแต่ละเทศบาล ให้แต่ละ อบต.สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้อย่างแท้จริง

และนี่คือสิ่งที่ “คณะก้าวหน้า” กำลังร่วมรณรงค์ เชิญชวนเข้าชื่อเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น.

PROMETHEUS สตาร์ทอัพยูนิคอร์นมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ กำลังสร้างเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากพลังงานสะอาด

PROMETHEUS สตาร์ทอัพยูนิคอร์นมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ กำลังสร้างเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากพลังงานสะอาด ตั้งเป้าเอาไปทดแทนน้ำมันทุกชนิด เช่น ดีเซล เบนซิน น้ำมันเครื่องบิน ฯลฯ

เชื้อเพลิงสังเคราะห์นี้ผลิตจาก CO2 ซึ่งเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ

การสร้างเชื้อเพลิงสังเคราะห์จากคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งที่เป็นปัญหา คือ ต้นทุนการผลิต การผลิตในเชิงพาณิชย์ และ สร้างจากพลังงานสะอาด 

ถ้าราคาเชื้อเพลิงสังเคราะห์ยังสูงกว่า ดีเซล เบนซิน ก็คงมาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิมได้ยาก

ขบวนการผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ตามข้อมูลของ PROMETHEUS คือ

-ใช้พัดลมดูดอากาศเข้าสู่หอกักเก็บคาร์บอน

-ในขณะที่อากาศพัดผ่านเข้าไป น้ำตกที่ทรงพลังจะขจัดคาร์บอนไดออกไซด์และโมเลกุลของน้ำ

-ขณะที่ไหลเข้าสู่โรงหลอม โมเลกุลจะได้รับพลังงานจากโซลาร์หรือลม เพื่อสร้างไฮโดรคาร์บอนที่สามารถผลิตเป็นเชื้อเพลิงประเภทใดก็ได้

เชื้อเพลิงสังเคราะห์นี้เป็น “Liquid Electricity” หรือ “ไฟฟ้าเหลว”

PROMETHEUS กำลังจะพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงทั่วโลกที่กำลังใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล ให้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสังเคราะห์ทั้งหมด 

เชื้อเพลิงสังเคราะห์ ทำได้ด้วยการดึงก๊าซเรือนกระจกออกจากอากาศ และแปลงเป็น Carbon-Neutral Fuels หรือ เชื้อเพลิงที่มีค่าคาร์บอนเป็นกลาง 

ต้องหาหนทางทำให้เชื้อเพลิงสังเคราะห์มีราคาถูกกว่า หรือเท่ากับพลังงานสกปรกทั่วไป

เวนเจอร์แคปปิตอลที่ร่วมสนับสนุนเงินทุนให้กับ PROMETHEUS จนทำให้บริษัทนี้กลายเป็นสตาร์ทอัพยูนิคอร์น เช่น BMW, Maersk, Y Combinator 

นับเฉพาะ BMW รายเดียว ร่วมลงทุนกับสตาร์ทอัพแห่งนี้ถึง 50 ล้านดอลลาร์

ผู้ร่วมลงทุนหลายรายเป็นบริษัทที่สามารถสนับสนุนซื้อเชื้อเพลิงสังเคราะห์ในปริมาณมหาศาล

โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2018 แต่ความคืบหน้าดูเหมือนจะช้ากว่ากำหนดหลายปี

แม้ว่าจะมีการสาธิตให้นักลงทุนได้เห็นตัวอย่างการทำงานจริงไปแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญบางราย ยังสงสัยในความเป็นไปได้

การผลิตในเชิงพาณิชย์จำนวนมาก และต้นทุนที่ต่ำกว่าเชื้อเพลิงสกปรกแบบดั้งเดิม เป็นเรื่องท้าทายสำคัญของเชื้อเพลิงสังเคราะห์

https://prometheusfuels.com/

https://www.technologyreview.com/2022/04/25/1050899/prometheus-fuels-startup-carbon-neutral/

มาใหม่ Quantum ชาร์จเติมไฟไว ใน 3 วินาที

 


ถ้าหากเทคโนโลยีเกิดขึ้นและทำจริง มันสามารถเติมพลังงานให้กับรถยนต์โดยใช้เวลาน้อยกว่าน้ำมันเสียอีก 

ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ พลังงานลม พลังงานฟิวชั่น หรือพลังงานอื่น ๆ สักวันหนึ่ง อารยธรรมมนุษย์ยังไงก็ต้องหันไปใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยความต้องการพลังงานที่เพิ่มมากขึ้นของมนุษยชาติ และข้อขำกัดของเชื้อเพลิงฟอสซิล ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องทำการค้นคว้าเพื่อพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ และที่เด่นชัดสุดตอนนี้ก็คือไฟฟ้าครับ

ต้องยอมรับว่า ในการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีพลังงาน พลังงานหมุนเวียนจะมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทีละเล็กน้อย โลกมีการนำผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่ใช้พลังงานหมุนเวียนมาใช้ ที่เห็นชัดก็คือรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้นหลายล้านคันต่อปี (ทั่วโลก) และตลาดรถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่เติบโตรวดเร็วที่สุด และมันยังทำให้ Elon Musk กลายเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน

หากเทียบกันแล้ว รถไฟฟ้านั้นต่างจากรถยนต์ทั่วไปที่ได้รับพลังงานจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอน (น้ำมัน) เพราะต้องอาศัยแบตเตอรี่เป็นตัวกลางในการจัดเก็บพลังงาน ซึ่งก็ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญของรถไฟฟ้า 

และก็ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมาแบตเตอรี่นั้นให้พลังงานได้น้อยกว่าน้ำมัน และรูปแบบการเติมพลังงานก็ยากกว่าด้วย ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าช่วงแรก ๆ มีช่วงเวลาใช้งานที่ต่ำกว่า จึงไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก อย่างไรก็ตามแบตเตอรี่ก็มีการพัฒนาเรื่อยมา จนในท้ายที่สุดก็ทำให้ระยะการขับขี่ของรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซิน

แต่แม้จะมีการกักเก็บพลังงานได้มากขึ้น จุดอ่อนของรถยนต์ไฟฟ้าอีกอย่างคือการชาร์จครับ ปัจจุบันรถยนต์ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงในการชาร์จให้เต็มที่บ้าน และแม้จะเป็นเทคโนโลยีที่ชาร์จเร็วที่สุดในโลก ก็ยังต้องใช้เวลาชาร์จประมาณ 20-40 นาที เพื่อชาร์จ จาก 0 - 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้วิศวกรกำลังมองหาเทคโนโลยีการชาร์จแบบใหม่ทำให้การชาร์จทำได้ไวขึ้นหลายเท่าตัว 

นั่นคือ Quantum charging หรือเทคโนโลยีการชาร์จแบบควอนตัม โดยจะเป็นการปรับรูปแบบการชาร์จใหม่ ที่จะชาร์จเซลล์ทั้งหมดภายในแบตเตอรี่พร้อมกัน ทำให้ร่นระยะเวลาในการชาร์จได้มาก 

จากข้อมูล เทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้ร่นเวลา จาก 10 ชั่วโมงจะเหลือเพียง 3 นาที (ที่บ้าน) หรือจาก 30 นาที เหลือเพียง 3 วินาที (ที่สถานีชาร์จ) โดยเวลาอาจจะแตกต่างกันเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับจำนวนเซลล์แบตเตอรี่ของรถยนต์แต่ละคันครับ

น่าเสียดายที่ตอนนี้เทคโนโลยี Quantum charging ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังคงต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่กว่าที่เทคโนโลยีจะถูกนำไปใช้งานได้จริง แต่ก็เชื่อกันว่า Quantum charging จะเข้ามาปฏิวัติวิธีที่เราใช้พลังงานไฟฟ้าโดยสิ้นเชิงครับ และมันจะทลายข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกมาก

ที่มาข้อมูล

https://www.thebrighterside.news/post/quantum-charging-makes-charging-electric-cars-as-fast-as-pumping-gas

WI-FI บนเครื่องบิน SpaceX เล็งเปิดบริการใหม่ใช้เร็ตจากดาวเทียม Starlink

 


 SpaceX นอกจากจรวดขนส่งแล้ว ก็มี Starlink อินเทอร์เน็ตส่งตรงจากดาวเทียม ที่ช่วยให้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เกือบทุกที่บนโลก ล่าสุดได้ขยับขยายไปอีกขั้น โดยการเปิดตัว inflight Wi-Fi อินเทอร์เน็ตไร้สายสำหรับเครื่องบินพาณิชย์

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ SpaceX ได้มีการทดสอบ inflight Wi-Fi หรือบริการ Wi-Fi บนเครื่องบินหลายลำในช่วงปีที่ผ่านมา ต่อมาก็ได้ตกลงกับทางสายการบินอิสระในอเมริกาอย่าง JSX เพื่อให้บริการ Wi-Fi จาก Starlink บนเครื่องบินเป็นที่แรก เรื่มภายในช่วงปลายปีนี้ และไม่เก็บค่าบริการเพิ่มเติมจากผู้โดยสารในช่วงนั้นด้วย 

ปัจจุบันดาวเทียม Starlink กว่า 2,000 ดวง ได้ถูกส่งขึ้นในวงโคจรแล้ว แต่ก็ยังไม่พอที่จะคลุมได้ทั้งโลก แน่นอนว่าต้องใช้อีกหลายพันดวง จึงอาจเป็นเหตุให้ SpaceX มีการผลักดันบริการเน็ตมากขึ้นนี้เอง ทั้งนี้นอกจาก JSX ที่เป็นสายการบินระดับพรีเมี่ยมแล้ว ทาง SpaceX ก็มีแผนขยายไปยังสายการบินอื่นด้วยอย่าง Delta Air Lines ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ที่มา : https://newatlas.com/telecommunications/spacex-first-deal-starlink-inflight-wi-fi/

ประเทศไทยเร่งผลักดันใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า กระเตื้องภาคอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม

 

ประเทศไทยเร่งผลักดันใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า กระเตื้องภาคอุตสาหกรรมและสิ่งแวดล้อม

สรุปนโบายผลักดันเพื่อการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ที่ออกมาในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ประเทศไทยได้ขยายสิทธิพิเศษเพื่อรณรงค์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าโดยตั้งเป้าหมายว่าจะรักษาสถานะฐานการผลิตรายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

สถานีชาร์จไฟฟ้าขนาดเล็กมีสิทธิ์ได้รับการละเว้นภาษีสามปี ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษเพิ่มจากการละเว้นภาษีองค์กรห้าปีเพื่อการลงทุนในสถานีชาร์จไฟที่มีหัวชาร์จอย่างน้อย 40 แห่งและการออกมาตรฐาน ISO ถูกเพิกถอนเพื่อความสะดวกที่มากขึ้นและเป็นการจูงใจ

มาตรการที่ปรับใหม่มีขึ้นเพื่อทำให้สิทธิพิเศษตามทันสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทางด้านภาครัฐสนับสนุนให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า โดยตั้งเป้าว่าการผลิตรถยนต์ร้อยละ 30% จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2030 

โดยช่วงไตรมาสแรก การลงทุนทั้งหมดของไทยและต่างชาติซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์มีมูลค่าประมาณ 110 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6% จากปีก่อนเนื่องจากความท้าทายด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก 

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา การยื่นลงทุนของทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นร้อยละ 29 เป็นมูลค่า 77.3 ล้านบาท ช่วงไตรมาสแรก โดยมีสามประเทศที่มีอันดับลงทุนสูงสุดคือไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน

สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์

27 เมษายน 2005 เครื่องบินแอร์บัส A380 เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทดสอบบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

 


27 เมษายน 2005 เครื่องบินแอร์บัส A380 เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทดสอบบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ผลงานการวิจัยและพัฒนาโดยบริษัทแอร์บัส บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีการบินในยุโรป เครื่องบินโดยสารลำใหญ่ที่สุดในโลกผู้ท้าชิงตำแหน่งจากเครื่องโบอิ้ง 747 จากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจการบินในสหรัฐอเมริกาที่ยึดครองแชมป์เครื่องบินโดยสารลำใหญ่ที่สุดในโลกมายาวนานกว่า 35 ปี

เครื่องบินแอร์บัส A380 รุ่นทดสอบถูกสร้างขึ้นมา 5 ลำ ในโรงงานประกอบเครื่องบินเมืองตูลูสประเทศฝรั่งเศส การทดสอบบินมีขึ้นในสนามบินตูลูส-บลาญัก โดยมีทีมงานวิศวกรและลูกเรือทั้งหมด 6 คน อยู่บนเครื่องบิน ส่วนการทดสอบบินในเพดานบินสูงสุดครั้งแรกเกิดขึ้นในช่วงปี 2006 การทดสอบบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมีขึ้นในปี 2006 และการทดสอบบินในเพดานบินสูงสุดครั้งที่สองเกิดขึ้นในช่วงปี 2009

การออกแบบเครื่องบินแอร์บัส A380 ใช้เทคโนโลยีล่าสุดรองรับผู้สารในเที่ยวบินปกติ 525 ที่นั่ง และสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 853 ที่นั่ง โครงสร้างของเครื่องบินแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ความสูง 24.09 เมตร วงปีกกว้าง 79.75 เมตร ความยาวลำตัวเครื่อง 72.72 เมตร ติดตั้งเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน Rolls-Royce Trent 900 (A380-841/-842) นับว่าเป็นเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่มากจนน่าตกใจ สำหรับเพดานบินสูงสุดของเครื่องบินอยู่ที่ 43,000 ฟุตหรือ 13 กิโลเมตร ทำความเร็วสูงสุด 903 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พิสัยการบิน 14,800 กิโลเมตร รองรับการบินข้ามทวีประยะทางไกล

สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์เป็นสายการบินแรกที่นำเครื่องบินแอร์บัส A380 เข้ามาให้บริการกับลูกค้าในปี 2007 อย่างไรก็ตามสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์เป็นสายการบินที่นำเครื่องบินแอร์บัส A380 เข้าให้บริการในสายการบินมากที่สุดเป็นจำนวน 123 ลำ สำหรับสายการบินไทยมีเครื่องบินรุ่นนี้ 6 ลำ แต่ละลำรองรับผู้โดยสารได้ 507 คน ต่อเที่ยวบินแบ่งออกเป็นชั้นหนึ่ง 12 ที่นั่ง ชั้นธุรกิจ 60 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 435 ที่นั่ง 

เครื่องบินแอร์บัส A380 ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด 254 ลำ กระจายไปยังสายการบินต่าง ๆ ทั่วโลก อย่างไรก็ตามในปี 2019 บริษัทแอร์บัสได้ประกาศยุติสายการผลิตของเครื่องบินรุ่นนี้ในปี 2021 หลังจากยอดคำสั่งซื้อที่ลดลงและการยกเลิกคำสั่งซื้อจากลูกค้าบางราย รวมไปถึงการมีขนาดเครื่องบินที่ใหญ่ทำให้มีอัตราการใช้เชื้อเพลิงที่สูง ต้นทุนต่อเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นหากผู้โดยสารไม่เต็มลำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการแข่งขันด้านการตลาดที่สายการบินต่าง ๆ เริ่มใช้วิธีการขายตั๋วเที่ยวบินแบบต่อเครื่องหลายจุดเพื่อลดต้นทุนการบิน ปัจจุบันแม้ว่าเครื่องบินแอร์บัส A380 จะยุติสายการบินไปแล้วแต่เครื่องบินโดยสารรุ่นนี้ยังคงบินให้บริการอยู่ในหลายประเทศและสร้างความประทับใจในขนาดใหญ่ของมันเมื่อบินขึ้นสู่ท้องฟ้า

ที่มาของข้อมูล https://www.tnnthailand.com/news/tech/112155/

ที่มาของรูปภาพ airbus.com

ผู้ใหญ่ชาวจีนใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 21.05 นาทีทุกวัน ค่าเฉลี่ยปีที่แล้ว 1 นาที

 


ผู้ใหญ่ชาวจีนใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 21.05 นาทีทุกวัน ค่าเฉลี่ยปีที่แล้ว 1 นาที

1/ สถาบันสื่อและสิ่งพิมพ์แห่งชาติจีนเผยแพร่ผลสำรวจ ‘การอ่านระดับชาติ’ การอ่านของชาวจีน ประจำปี 2021

2/ การสำรวจพบว่า ปริมาณการอ่านหนังสือ ‘ฉบับกระดาษ’ อยู่ที่ 4.76 เล่มต่อคน ส่วนปริมาณการอ่านหนังสือฉบับดิจิทัลอยู่ที่ 3.3 เล่มต่อคน

3/ ผู้ใหญ่ 45.6% บอกว่า ชอบอ่านหนังสือฉบับกระดาษมากกว่า แต่ก็อ่านหนังสือผ่านโทรศัพท์มือถือมากขึ้น การสำรวจพบมากขึ้นถึง 77% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

4/ ผู้ใหญ่ชาวจีนมากกว่า 30% ติดการ ‘ฟังหนังสือเสียง’ และใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 21.05 นาทีทุกวัน เมื่อปีที่แล้วค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 นาทีเท่านั้น

5/ สำหรับเยาวชนจีน อ่านหนังสือ 10.93 เล่มต่อคน เพิ่มขึ้น 0.22 เล่ม

6/ การสำรวจครั้งนี้จัดทำโดยรัฐบาลจีน เก็บตัวอย่างผ่านระบบออนไลน์และโทรคมนาคม จาก 162 เมืองใน 30 ภูมิภาคระดับมณฑลทั่วประเทศ

ภาพและข้อมูล จาก...Xinhua | Reading becomes more popular among Chinese in 2021 | https://english.news.cn/20220423/e5cf397d957a4bb9989dd43b44d502ca/c.html



Vinfast แห่งเวียดนามเตรียม IPO สู้ศึก EV กับ TESLA ใสสหรัฐฯ

 VinFast ได้เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าในงาน CES เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากนั้น 2 เดือน บริษัทก็กล่าวว่าจะสร้างรถยนต์ EV ในสหรัฐอเมริกาประมาณปี 2024 โดยจะลงทุนสร้างโรงงานกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ รัฐนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งโรงงานแห่งนี้จะมีกำลังการผลิตราว 150,000 คันต่อปี 

จากนั้น ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทก็ได้ยื่นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Initial Public Offering) ในสหรัฐอเมริกา พร้อมกับเผยแผนที่จะขอรับทุนจากกระทรวงพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกาด้วย เพื่อที่จะยกระดับให้แบรนด์เป็นที่จดจำในตลาดยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก ทั้งนี้ VinFast ยังวางแผนที่จะสร้างโรงงานในเยอรมนีต่อไปอีกด้วย

cr:https://www.adpt.news/2022/04/25/vietnam-vinfast-will-ipo-to-takes-the-ev-battle-to-tesla-with-us-push/

วิกฤติค่าครองชีพ! เทียบ 1 ปี ไข่ไก่แพงขึ้น 50% - เนื้อไก่ 27% - เนื้อหมู 20%

 


วิกฤติค่าครองชีพ! เทียบ 1 ปี ไข่ไก่แพงขึ้น 50% - เนื้อไก่ 27% - เนื้อหมู 20% 

Follow Up - ก่อนหน้านี้คาดการณ์กันว่าหลังสงกรานต์ วิกฤตค่าครองชีพคนไทยจะพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพ ที่จะทยอยปรับขึ้นหลายรายการ อาทิ อาหารสด อาหารกระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำมันพืช นมและผลิตภัณฑ์จากนม จากผลกระทบราคาน้ำมันตลาดโลก ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งแพงขึ้น รวมถึงราคาสินค้าภาคการเกษตร อย่างอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวสาลี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปุ๋ย ที่ผู้ประกอบการได้ยื่นขอปรับราคา กับกรมการค้าภายในแล้ว

▪️ ต้นทุนเลี้ยงหมูสูงเป็นประวัติการณ์

‘นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์’ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ เปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรกำลังเผชิญปัญหารอบด้าน โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นถึง 98.81 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาประกาศสุกรขุนมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 94-98 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับว่าเกษตรกรยังคงแบกรับภาระขาดทุน โดยภาวะต้นทุนการเลี้ยงที่สูงมาก มาจากปัจจัยราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ที่ปรับตัวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี 2563 และถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤติสงครามในยูเครน ที่ผลักดันให้ธัญพืชอาหารสัตว์ทุกชนิดราคาเพิ่มขึ้น และกระทบกับปัจจัยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นด้วย 

“ยังมีปัญหาสภาพอากาศร้อนแล้ง และอากาศแปรปรวนที่ส่งผลต่อผลผลิต ทำให้มีอัตราเสียหายเพิ่มขึ้น สุกรโตช้า จับออกได้น้อยลง ต้นทุนการเลี้ยงจึงสูงขึ้น และยังต้องซื้อน้ำสำหรับใช้ในฟาร์ม ในช่วงฤดูแล้งอีกด้วย ทำให้ราคาหมูเนื้อแดงในตลาดสดขณะนี้ อยู่ที่ประมาณ 160-180 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลกับทุกฝ่าย ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ขายหน้าเขียง และผู้บริโภค ขณะที่สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภูมิภาคต่างๆ ให้ความร่วมมือกับห้างค้าปลีก-ค้าส่ง จำหน่ายในราคา 154-155 บาทต่อกิโลกรัม ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง” นายสุนทราภรณ์ กล่าว

▪️ สินค้าไทยแพงกว่า เวียดนาม - ฟิลิปปินส์ - มาเลเซีย - อินโดนีเซีย

ขณะที่เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2565 มูลนิธิชีววิถี หรือ BIOTHAI ได้ทำการเปรียบเทียบราคาไข่ไก่ เนื้อไก่ และเนื้อหมู ในช่วง 1 ปีทีผ่านมา ระหว่างเดือน เม.ย. 2564 - เม.ย. 2565 พบว่า ไข่ไก่ แพงขึ้น 50% เนื้อไก่ แพงขึ้น 27% และเนื้อหมู แพงขึ้น 20% ดังนี้


เม.ย. 2564

- ไข่ไก่คละ 2.5 บาท/ฟอง

- ไก่เนื้อหน้าฟาร์ม 33 บาท/กิโลกรัม

- หมูขุนหน้าฟาร์ม 80 บาท/กิโลกรัม


เม.ย. 2565

- ไข่ไก่คละ 3.5 บาท/ฟอง

- ไก่เนื้อหน้าฟาร์ม 42 บาท/กิโลกรัม

หมูขุนหน้าฟาร์ม 94-98 บาท/กิโลกรัม

“สถานการณ์นี้เกิดขึ้นจากต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามยูเครน และเพิ่มมากยิ่งขึ้นหลังสงคราม รวมทั้งปัญหาโรคระบาด ASF ที่ส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อการเลี้ยงหมู แต่ราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นนี้ในประเทศไทย มีสถานะแย่กว่าหลายประเทศ เช่น จากการสำรวจของ Numbeo พบว่าราคาไข่ ข้าวสาร และเนื้อวัวในเมืองหลวงของไทย สูงกว่าในโฮจิมินห์ซิตี้ มะนิลา กัวลาลัมเปอร์ และจาร์กาต้า เป็นต้น ในขณะที่ราคาเนื้อหมูของไทยแพงกว่าในจีนและเวียดนาม ทั้งๆ ที่เจอโรคระบาด ASF เช่นเดียวกัน” BIOTHAI ระบุ

▪️ ห่วงอัตรา “เงินเฟ้อ” ไทย ทำต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น

‘นายดนุชา พิชยนันท์’ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ชี้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 2 ยังต้องเผชิญกับสงครามรัสเซียกับยูเครน ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์และวัตถุดิบยังราคาสูง ทั้งอาหารสัตว์ ปุ๋ย เหล็ก ทองแดง ยิ่งรบกันนานราคาจะยิ่งผันผวนมากขึ้น เพราะวัตถุดิบเหล่านี้เป็นปัจจัยการผลิตของประเทศ ส่วนอัตราเงินเฟ้อจากอุปทานในไทย ที่ทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น ยังต้องพยายามคุมเพราะจากปัจจัยภายนอก ทั้งราคาน้ำมัน และสงครามรัสเซียกับยูเครน หากยังยืดเยื้อมีความเป็นไปได้ว่า อัตราเงินเฟ้อระหว่างปีจะอยู่ที่ 6% แต่คาดว่าเฉลี่ยทั้งปีจะไม่เกินกรอบ 4.9% ตามที่ ธปท. คาดการณ์ไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “เงินเฟ้อ” คือภาวะที่ราคาสินค้า และบริการโดยทั่วไปเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ยิ่งเงินเฟ้อสูงขึ้นมูลค่าเงินในกระเป๋ายิ่งน้อยลง ทำให้การซื้อของแต่ละอย่างต้องใช้เงินมากขึ้นกว่าเดิม เช่น สมัยก่อนซื้อก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 บาท แต่ปัจจุบันเพิ่มเป็นชามละ 40-60 บาท เพิ่มขึ้น 4-5 เท่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหากไม่สามารถควบคุมในระดับที่เหมาะสม ท้ายที่สุดกำลังซื้อรายย่อยจะลดลง กระทบต่อผู้ประกอบการในภาพรวม


Signal of Change สัญญาณการเปลี่ยนแปลงอนาคตการศึกษา ครูจะหายไป ปริญญาจะไร้ความหมายจริงหรือ?

 


🗼 Signal of Change สัญญาณการเปลี่ยนแปลงอนาคตการศึกษา

ครูจะหายไป ปริญญาจะไร้ความหมายจริงหรือ?


นี่คือเหตุการณ์และแนวโน้มการศึกษาที่ค่อย ๆ ก่อตัวและอาจเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งทั้ง 15 ข้อนี้จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่ออนาคตการศึกษาในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่สิ่งที่จะต้องคิดตามต่อไปคือว่าในขณะที่สิ่งเหล่านี้ถูกเร่งให้เกิดขึ้น แต่การศึกษาของไทยปัจจุบันยังถูกท้าทายจากปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาและแห่งการเรียนรู้คุณภาพ… เราจะก้าวไปต่อไปอย่างไร?

สัญญาณเหล่านี้ถูกรวบรวมไว้ในรายงานเรื่อง “อนาคตของการเรียนรู้” (Future of Learning) จัดทำโดยสํานักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อให้เราใช้สัญญาณนี้เตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและออกแบบการศึกษาในอนาคตอันใกล้นี้  

🟢 Credit Bank for Life-Long Learning

ระบบการสะสมหน่วยการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้รับจากการประกอบอาชีพ การฝึกอบรม การศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยตลอดชีวิต เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ไปใช้ต่อยอดทางการศึกษาและการทํางานได้ ส่งเสริมระบบการยกระดับทักษะที่จําเป็นต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย ในปัจจุบันเริ่มมีสถาบันการศึกษาประยุกต์ใช้กับหลักสูตรเพิ่มขึ้น

🟢 Weakening Value of Degrees

การให้คุณค่าต่อปริญญาบัตร วุฒิการศึกษา และชื่อเสียงของสถาบันต่างๆ จะลดลงในการคัดเลือกบุคลากรเข้าทํางาน สังคมจะให้คุณค่าต่อทักษะที่เหมาะสมต่องานและความสามารถที่แท้จริงของบุคคลมากขึ้น ผู้เรียนสามารถ เลือกเรียนหลักสูตรที่ตรงกับความสนใจของตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความคาดหวังของสังคมแบบที่เคยเป็นมาในอดีต

🟢 Specialism Vs. Multipotentiality

การรวบรวมข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และการใช้แอปพลิเคชันอัจฉริยะ เพื่อรับความรู้ที่หลากหลายกําลังทําให้คุณค่าและบทบาทของผู้เชี่ยวชาญลดลงในอนาคต นอกจากนี้ผู้ที่มีความสามารถหลากหลายด้านจะกลายเป็นที่ต้องการมากกว่าผู้เชี่ยวชาญที่รู้ลึกเพียงเฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง

🟢 School as a Mega Corporation

วงการการศึกษาจะกลายเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่และเติบโตเร็วที่สุด เทคโนโลยีการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการศึกษาให้มีความสะดวกรวดเร็ว ง่ายต่อการเข้าถึงแหล่งข้อมูลมากขึ้น บริษัทเทคโนโลยีด้านการศึกษาจะทรงอิทธิพลและเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดการศึกษาทั่วโลก

🟢 Echo Chamber

การได้รับข้อมูลที่ถูกกรองจากความสนใจและพฤติกรรมของผู้ใช้ ผ่านอัลกอริทึมที่ใช้ในโซเชียลมีเดียและเครื่องมือค้นหาข้อมูล ทําให้ผู้คนได้รับข้อมูลซํ้าเดิมที่ขึ้นกับความสนใจของตนเป็นส่วนใหญ่ ขาดความหลากหลายของข้อมูล ส่งผลให้ผู้คนไม่มีความรู้ใดๆ เกี่ยวกับขอมูลในด้านอื่น เกิดการเรียนรู้ในมุมมองที่จํากัด

🟢 Teacher as a “Meddler in the Middle”

ครูทําหน้าที่เป็นผู้อํานวยความสะดวก (Facilitator) ส่งเสริมให้ผู้เรียนขยายขอบเขตของการเรียนรู้ โดยผู้เรียนสามารถเลือกหัวข้อที่ตนเองสนใจ และเรียนรู้ไปพร้อมกับครู ครูจะมีเวลาในการอํานวยความสะดวกการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-Directed Learning) ของผู้เรียนเพิ่มขึ้นจาก 4 ชั่วโมง ใน พ.ศ. 2549 เป็น 14 ชั่วโมงใน พ.ศ. 2573 ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างครูกับผู้เรียนเป็นปัจจัยสําคัญที่จะสร้างความร่วมมือดังกล่าว

🟢 AI-Based Teaching & Tutoring

ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) มีส่วนช่วยในการเพิ่มขีดความสามารถของผู้สอน ช่วยทําการวิเคราะห์และวางแผนให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตรงกับความสามารถและความสนใจของตนเองมากขึ้น แบ่งเบาภาระในการสอน และเพิ่มประสิทธิภาพ ของการสอนให้ดีและแม่นยํามากยิ่งขึ้น

🟢 The World as Our Classroom

การเรียนรู้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในห้องเรียนหรือพื้นที่จํากัดอีกต่อไป กระบวนทัศน์ต่อการศึกษาของผู้คนในสังคมมุ่งไปสู่การเรียนรู้นอกสถานที่ ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ณ สถานที่จริง หรือโลกออน์ไลน์ได้ เปรียบเสมือนโลกใบนี้เป็นห้องเรียน ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้จากทุกที่ เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงมากกว่าการท่องจําเนื้อหา และไม่ได้ยึดติดกับสถาบันการศึกษาเพียงอย่างเดียว

🟢 Integration of Tele-education and Virtual Schools

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อการศึกษา ส่งผลให้การศึกษาสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านรูปแบบการศึกษาทางไกล (Tele-education) และโรงเรียนเสมือน (Virtual School) ที่ผู้เรียนกับผู้สอนไม่จําเป็นต้องอยู่ในสถานที่เดียวกัน แต่ก็สามารถเรียนรู้ร่วมกันผ่านระบบออนไลน์ได้ ส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้ท่ียืดหยุ่นมากขึ้นในแง่ของสถานที่และเวลา

🟢 Edutainment

รูปแบบของการเรียนรู้ที่มีเนื้อหาสนุกสนาน สร้างความบันเทิงและความสุข ให้กับผู้เรียนมากขึ้น ผ่านสื่อการเรียนรู้ เทคโนโลยี และวิธีการสอน ในรูปแบบต่างๆ ส่งผลให้ผู้เรียนจดจําและเข้าใจเน้ือหาต่างๆ ได้ดีมากขึ้น เพิ่มความกระตือรือร้นและความสนใจต่อการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

🟢 Immersive Education (AR/VR)

การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโลกเสมือน VR (Virtual Reality) และ AR (Augmented Reality) เข้ากับการเรียนรู้ เช่น การเรียนศิลปะ การแพทย์ การศึกษา เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ใช้ ส่งผลให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ข้อมูลที่หลากหลาย สนุกสนาน และเข้าใจเนื้อหาได้มากยิ่งขึ้น

🟢 Just-in-Time Knowledge and Learning

การเรียนรู้แบบทันเวลาเป็นแนวทางในการเรียนรู้ระดับบุคคลหรือระดับองค์กรท่ีส่งเสริมการฝึกอบรม การสนับสนุนความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของผู้ใช้ให้พร้อมในทุกเวลาที่ผู้เรียนต้องการ ทําให้ผู้เรียนสามารถรับรู้และประยุกต์ใช้ได้ทันที ช่วยเร่งความเร็วของกระบวนการเรียนรู้ เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้และการทํางานให้มากขึ้น และลดปัญหาการเรียนรู้ที่ไม่ได้นํามาใช้จริง

🟢 Cognitive Enhancement

การเพิ่มความสามารถของสมองผ่านการกระตุ้นด้วยสารจากธรรมชาติหรือสารสังเคราะห์ โดยออกฤทธิ์เพิ่มการทํางานของสมองในแง่ของการเรียนรู้ ความจํา สมาธิ สติปัญญา การใช้เหตุผล และความคิดสรางสรรค์ ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ดีมากยิ่งขึ้น

🟢 Focus on Learning How to Learn

ข้อมูลข่าวสารและความรู้ที่มีเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันและจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าในอนาคตด้วยมิติของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผู้เรียนจําเป็นต้องตื่นตัวและใส่ใจเรียนรู้ทักษะและวิธีเรียนรู้ (Learn) ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ที่จําเป็นเกิดประโยชน์และเกี่ยวข้อง รวมไปถึงการเรียนรู้สิ่งที่เคยเรียนมาด้วยมุมมองใหม่ (Relearn) และการละทิ้งสิ่งที่เคยเรียนมา (Unlearn)

🟢 Learning to be Human

การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง (Self-development) ทักษะมนุษย์ (Soft Skills) ทักษะสังคม (Social Skills) เข้าถึงการเป็นมนุษย์และเกิดการค้นพบตนเอง (Self-actualization) มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักตนเองทั้งทางด้านสติปัญญา ทักษะ และอารมณ์ความรู้สึก กล้าที่จะตัดสินใจเลือกทางเดินชีวิตของตน นอกจากนี้การปลูกฝังเรื่องศีลธรรมจริยธรรมเพื่อให้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสงบสุขถือเป็นสิ่งที่จําเป็นอย่างยิ่งต่อมนุษย์ในโลกที่ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

CR กศส. กองทุนเพื่อความเสมอภาพทางการศึกษา

อุ้มนายทุนแต่รังแกคนตัวเล็ก ความไม่เป็นธรรมของกฎหมายไทย !

จากกรณีที่มีการจับกุมผู้ดองเหล้าบ๊วย โดยวันเกิดเหตุ ได้นำบ๊วยมาดองเหล้า (ดองเหล้าบ๊วย) เพื่อทดลองสูตรต่างๆ ที่เขาทดลองทุกปีในฤดูบ๊วย โดยใช้เหล้าแปลกๆ แพงๆ มาดอง จึงโดนข้อหา ลเปลี่ยนแปลงภาชนะบรรจุสุราเพื่อการค้า” ตามมาตรา 157 และมีโทษปรับตามมาตรา 196 เสียค่าปรับรวม 10,000 บาท

ส่วนใครที่ดองเหล้าบ๊วยไว้ดื่มที่บ้าน ก็จะไม่ถูกข้อหาทั้งสองนี้ เพราะไม่ได้ทำเพื่อการค้า แต่อาจโดนข้อหา “มีไว้ในครอบครองซึ่งสุราที่ผลิตโดยไม่ได้รับอนุญาต” ที่มีค่าปรับสูงสุด 10,000 บาท

ทั้งหมดนี้ทำให้เราเห็นถึงความไม่เป็นธรรมของกฎหมายไทยที่อุ้มนายทุนแต่รังแกคนตัวเล็ก ไม่เปิดโอกาสให้คราฟท์เบียร์ เหล้าทางเลือก เป็นทางออกและทางรอดของ soft power ไทย ทำให้นายทุนใหญ่ในวงการเหล้าเบียร์เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ความคิดสร้างสรรค์ของคนตัวเล็กกลับถูกกดทับเรื่อยๆ

เรากำลังปล่อยให้อุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ถูกผูกขาดอยู่โดยกลุ่มทุนไม่กี่เจ้า เรากำลังปล่อยให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ตกอยู่กับกลุ่มทุนใหญ่เพียงไม่กี่เจ้า รัฐบาลไม่ยอมทุบหม้อข้าวหม้อแกงตรงนี้ เพื่อให้คนตัวเล็กสามารถเข้ามามีส่วนแบ่งทางการตลาดในอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ เพื่อให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์กระจายไปอย่างผู้ผลิตรายย่อยมากขึ้น

ประเทศไทยกำลังกดทับความคิดสร้างสรรค์ ประเทศไทยกำลังกดทับความสามารถในการผลิตเหล้าเบียร์ทางเลือกของคนไทย ซึ่งนอกจากจะซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำและผูกขาดตลาดไปที่กลุ่มทุนเพียงไม่กี่รายแล้ว ยังทำให้ soft power ของไทยไม่เติบโตและขาดการสนับสนุน

รัฐต้องเปลี่ยน mindset จากการควบคุมกำกับประชาชน ผูกขาดตลาดอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ไว้ให้นายทุนเพียงไม่กี่ราย และเลิกมองว่าเหล้าเบียร์เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อประชาชน มาเป็นการกระจายเม็ดเงินของอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ไปให้ผู้ผลิตรายย่อย ส่งเสริมให้ธุรกิจของคนตัวเล็กสามารถเข้าถึงตลาดอุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งคอยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ได้ต่อยอด soft power ของไทยต่อไป

หากรัฐใช้กฏหมายอย่างเป็นธรรมต่อประชาชน ประเทศจะสามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ครับ

ดร.ปิติพงศ์ เต็มเจริญ

หัวหน้าพรรคเป็นธรรม

เปิดโลกติ๊กต๊อกโฉนดที่ดินไทยวาดแผนที่ด้วยลายมือก็สวย

 


บางคนอาจจะเคยได้เห็นโฉนดที่ดินกันมาบ้างแล้ว ซึ่งในนั้นก็จะมีการวาดแผนที่รูปที่ดินย่อส่วนลงไปนั้นตามมาตราส่วนที่ถูกต้อง และออกมาเป็นเอกสารราชการเช่นนี้ได้

และในกระบวนการวาดแผนที่ในโฉนดเนี่ย คุณ @feen7335 ได้เปิดเผยถึงมุมการทำงานของเธอในส่วนนี้

ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการเขียนด้วยมือทั้งหมด ไม่ได้มีการใช้คอมพิวเตอร์ในการเขียนลงไปเลย

ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการใช้วงเวียนวาดจุดในแต่ละมุม มีการใช้ไม้บรรทัดลากเส้นเพื่อเชื่อมต่อกันเป็นที่ดิน

และมีการเขียนตัวหนังสือและตัวเลขอย่างบรรจง ทั้งเลขไทยและอารบิค ถือเป็นงานที่ต้องใช้ความเนี๊ยบพอสมควรเลยทีเดียว

ทางด้านชาวเน็ตเองเมื่อได้เห็นคลิปนี้แล้ว ต่างก็ถือว่าเป็นการเปิดโลกอยู่เหมือนกัน เพราะกว่าจะได้โฉนดมาหนึ่งใบทำไมต้องใช้เวลานาน บ้างก็เข้ามาชมว่าเจ้าหน้าที่ลายมือสวยมาก

แต่ก็ยังมีอีกส่วนที่มองว่า ทำไมหน่วยงานราชการถึงไม่นำโปรแกรมในยุคสมัยนี้มาช่วยงานบ้าง จะได้ลดภาระและย่นระยะเวลาทำงานได้มากเลยทีเดียว

ซึ่งก็ยังมีข้อถกเถียงของชาวเน็ตอยู่ว่างานบางอย่างยังใช้ระบบดิจิทัลมาแทนที่ไม่ได้เช่นกัน

แล้วคุณล่ะครับ คิดกันว่ายังไงบ้าง #เหมียวเลเซอร์ ก็อยากลองอ่านความคิดของแต่ละคนเหมือนกัน

ชมคลิปบนติ๊กต็อก > https://www.tiktok.com/@feen7335/video/7083041777753541915

Porsche ลงทุนในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงสังเคราะห์ 2,500 ล้านบาท หวังใช้แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล


 Porsche ลงทุนในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงสังเคราะห์ 2,500 ล้านบาท หวังใช้แทนเชื้อเพลิงฟอสซิล 

Porsche ประกาศลงทุนเพิ่มในอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงสังเคราะห์ (e-fuels) ที่เป็นเชื้อเพลิงจากพลังงานหมุนเวียน เพื่อนำมาทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิม สำหรับรถยนต์บางรุ่น ประกอบกับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าควบคู่ไปด้วย

โดยทาง Porsche หนึ่งในบริษัทยานยนต์ในเครือ Volkswagen เพิ่งได้ประกาศเพิ่มการลงทุนระยะยาวกว่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,500 ล้านบาท) ในบริษัท Highly Innovative Fuels หรือ HIF บริษัทผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ ในประเทศชิลี 

และการลงทุนนี้ ทาง Porsche จะได้รับหุ้นของบริษัทราว 12.5% ด้วย

ทั้งนี้ e-fuels หรือ Electricity-based fuels เป็นเชื้อเพลิงสังเคราะห์สะอาดที่ไม่สร้างมลพิษทางอากาศ และผลิตจากพลังงานหมุนเวียน เช่น ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) และคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จากอากาศ 

ซึ่งพลังงานสังเคราะห์จะทำหน้าที่เหมือนเชื้อเพลิงฟอสซิล นั่นหมายความว่า ผู้ที่ใช้รถยนต์รุ่นคลาสสิก หรือรถยนต์น้ำมัน ก็สามารถใช้พลังงานชนิดนี้ทดแทนได้

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2020 ทาง Porsche ก็ได้เคยประกาศลงทุนใน HIF ไปแล้ว 24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 804 ล้านบาท) ในโรงงานนำร่องที่ดำเนินการในประเทศชิลี

ซึ่งโรงงานดังกล่าว คาดว่าจะเริ่มผลิตพลังงานสังเคราะห์ที่มาจากไฮโดรเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ได้ปลายปีนี้

ทาง HIF ระบุว่าการที่ Porsche เข้าลงทุนในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการจัดหาเงินทุนระหว่างประเทศก้อนใหญ่กว่า 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (8,705 ล้านบาท) 

ตัวอย่างนักลงทุนรายอื่น ๆ เช่น Andes Mining & Energy (AME) บริษัทด้านพลังงานในชิลี, EIG จากสหรัฐฯ, Baker Hughes และ Gemstone Investments 

สำหรับเงินทุนที่ได้เพิ่มมา HIF จะนำไปใช้ในการพัฒนาโรงงานผลิตเชื้องเพลิงสังเคราะห์ (e-fuels) ในสหรัฐฯ ปีถัดไป และตามด้วยโรงงานแบบเดียวกัน ในชิลีและออสเตรเลีย ปี 2024

อ้างอิง:

-https://www.cnbc.com/2022/04/06/porsche-taking-stake-in-e-fuels-maker-highly-innovative-fuels-global.html

-https://www.hifglobal.com

SMART#1 อีกหนึ่งรถไฟฟ้าจีน ที่คาดว่าจะทำตลาดไทยปีนี้

 


SMART ค่ายลูกของ Geely ยักษ์ใหญ่ในจีน เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความเล็กกะทัดรัดอยู่แล้ว 

ล่าสุดเขาเพิ่งจะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า SMART#1 รถ SUV หน้าตาแสนน่ารักบวกกับความล้ำยุค

ข้อมูลรถบอกว่ามีความยาว 4,270 มม. ความกว้าง 1,822 มม. ความสูง 1,636 มม. พูดง่ายๆ คือเทียบกับ Yaris Ativ ในไทย เจ้าตัวนี้ก็จะสั้นกว่านิดนึง แต่สูงและกว้างกว่าเล็กน้อย

ตัวรถจะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าความแรง 268 แรงม้า รองรับความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม.

รองรับการชาร์จไว 150 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จ 30 นาที สามารถขับได้ระยะทาง 420-440 กม. ต่อการชาร์จ

และที่สำคัญคือมีแผนที่จะนำเข้ามาในประเทศไทยด้วย ส่วนเรื่องราคานั้นยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ

แต่เนื่องจากว่าเป็นรถที่ผลิตในประเทศจีน จึงมีลุ้นว่าราคาตอนนำเข้าไทย น่าจะไม่สูงเกินไปกว่ารถนำเข้าจากยุโรป

ซึ่งจะเป็นราคาเท่าไร ก็ต้องมาคอยติดตามกันอีกหนึ่งนะครับ...

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ที่มา : https://www.caranddriver.com/news/a39674940/smart-1-electric-crossover-details/

https://www.sanook.com/auto/83363/

ไต้หวันประกาศยุติการซื้อขายจักรยานต์เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างถาวรภายใน ค.ศ. 2035 แล้วเปลี่ยนมาใช้จักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าแทน

 


ไต้หวันประกาศยุติการซื้อขายจักรยานต์เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างถาวรภายใน ค.ศ. 2035 แล้วเปลี่ยนมาใช้จักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าแทน เพื่อแก้ปัญหาสภาวะเรือนกระจกจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกปล่อยออกมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคน

อัตราส่วนของประชากรไต้หวันที่ใช้จักรยานยนต์นั้นมีจำนวนสูงที่สุดในโลก ถึงแม้ว่าจะมีระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่แข็งแรง แต่ด้วยวัฒนธรรมการใช้ชีวิต สกู๊ตเตอร์คือพาหนะอำนวยความสะดวกในเมืองที่แทบทุกบ้านจำเป็นต้องมี (ประชากร 2 คน หนึ่งคนเป็นเจ้าของสกู๊ตเตอร์) ดังนั้นรัฐบาลไต้หวันจึงเริ่มออกนโยบายส่งเสริมการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า เปลี่ยนจากการใช้งานสกู๊ตเตอร์เชื้อเพลิงฟอสซิลจำนวนหลายล้านคัน เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ในขณะเดียวกันเหล่าผู้ประกอบการต่างก็เข้ามาร่วมเล่นในการเปลี่ยนถ่ายนี้ โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ทอัพที่เปลี่ยนโฉมการคมนาคม จากการสร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาดบนท้องถนนในชีวิตประจำวันได้มากขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ไต้หวันสามารถเปลี่ยนมอเตอร์ไซต์ที่ใช้น้ำมันนับแสนคัน มาเป็นมอเตอร์ไซต์ไฟฟ้าได้สำเร็จ

ใน ค.ศ. 2011 บริษัทสตาร์ทอัพอย่าง Gogoro ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับระบบคมนาคมไต้หวันไปตลอดกาล ด้วย Gogoro GoStation หรือเครือข่ายสถานีสลับแบตเตอรี จึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนเกมส์ที่ทำให้คนไต้หวันทยอยหันมาใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากันมากขึ้น เพราะมันช่วยให้ผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าสะดวกมากขึ้น เมื่อแบตเตอรีหมดระหว่างทาง ไม่จำเป็นต้องเสียเวลารอชาร์จ เพียงเข้ามาสลับเอาแบตเตอรีลูกใหม่ที่ไฟเต็ม ก็สามารถเดินทางต่อได้เลย

ถนนของกรุงไทเปและหลาย ๆ เมืองใหญ่ในไต้หวัน จะมี Gogoro GoStation กว่า 1,820 สถานี ตั้งอยู่ทุก 5 กิโลเมตร

เพียงแค่นำแบตเตอรีที่ใช้งานมาแล้วเสียบเข้าไปในสลอทของสถานี แบตเตอรีที่มีไฟฟ้าเต็มจะดีดตัวออกจากสลอทถัดไปเพื่อนำไปใส่ในสกูตเตอร์ ส่วนแบตเตอรี่ที่พูดใช้ก่อนหน้ามาเสียบชาร์จไว้ เมื่อเต็มแล้วก็จะทะยอยให้ผู้อื่นมาใช้งานต่อ กระบวนการทั้งหมดนี้คือแนวคิดเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (Sharing Economy) นับตั้งแต่สร้างสถานี จนถึงทุกวันนี้มีการแลกแบตเตอรีของผู้ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปแล้วกว่า 22 ล้านครั้ง

แต่ความสำเร็จนี้ก็ต้องยกเครดิตให้กับกองทุนพัฒนาแห่งชาติของรัฐบาลไต้หวันด้วยเช่นกัน ในการเข้ามาร่วมทุนกับ Gogoro เพื่อสร้างสถานีสลับแบตเตอรี่ พร้อมกับเข้ามารับผิดชอบการจัดหาที่ดินและค่าใช้จ่ายด้วย

ไม่เพียงเท่านั้นในไต้หวันเองก็ยังมีบริษัทผู้ผลิตสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าหลายรายที่ไม่ได้ผูกขาดกับ Gogoro เพียงแห่งเดียว แต่แบตเตอรีของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าทุกรายสามารถมาสลับแบตเตอรีที่ Gogoro GoStation ได้! จึงทำให้เกิดการแข่งขันนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้งานมากขึ้น และมีทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้ขับขี่

นอกจากนี้ภายใน ค.ศ. 2025 ไต้หวันจะยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์ รวมถึงผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงรัฐบาลยังประกาศอย่างชัดเจนถึงความพร้อมในการสนับสนุนให้เกิดการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เฉพาะจากหน่วยงานหรือองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่รัฐบาลพร้อมโอบอุ้มนวัตกรรายย่อยและสตาร์ทอัพรายใหม่ ๆ อย่างเต็มกำลัง

เรียบเรียง: ผัดกระเพราไม่ใส่ถั่ว

ที่มา: https://ngthai.com/environment/33056/taiwan-electric-scooters/?fbclid=IwAR0Oc5rNXcHEk14332Y1DoNe4kUT7oTsWBd1-ntka6AfZD73x4JSrOlchaY

Tesla Roadster ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าเร็วแรง 4 ที่นั่ง ขับได้ไกล 1,000 กม.ต่อการชาร์จ

Tesla Roadster คือรถซูเปอร์คาร์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่สร้างการสั่นสะเทือนให้กับวงการยานยนต์ ด้วยสมรรณนะแบบจัดหนักจัดเต็ม 

โดยทาง Tesla เผยว่า มันจะเป็นรถที่เร็วที่สุดชองทางค่าย ด้วยอัตราเร่ง ระยะขับขี่ และความสามารถ โดยมีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ภายใน 1.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้มากถึง 400 กม./ชม. และท่่สำคัญสามารถขับขี่ได้ 1,000 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง 

ภายนอกมีการดีไซน์ที่เรียบแต่โก้ ดูสวยงาม สามารถเปิดบริเวณหลังคาได้ ภายในก็ดีไซน์อย่างสวยงาม และแม้มีขนาดเล็ก แต่ก็มีถึง 4 ที่นั่ง 

ซึ่งขณะนี้ได้เปิดให้จับจองเจ้ารถ Tesla Roadster กันแล้วด้วย และคาดว่าจะลงสู่ถนนในปี 2023 นี้ 

ที่มา 

https://www.tesla.com/roadster

ทางรถไฟจีน-ลาว ขนส่ง ‘ผลไม้ไทย’ ชุดแรก 60 ตัน สู่จีน

 

วันนี้ (3 เมษายน) ผลไม้จากไทยถูกขนส่งจากนครหลวงเวียงจันทน์ของสปป.ลาว มายังมณฑลอวิ๋นหนาน (ยูนนาน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ผ่านทางรถไฟจีน-ลาวเป็นครั้งแรก 

ผลไม้จากไทยชุดนี้มีทุเรียน 40 ตัน และมะพร้าวอีก 20 ตัน โดยถูกขนส่งจากไทยมาถึงเวียงจันทน์เมื่อไม่กี่วันก่อน และถูกขนส่งจากสถานีรถไฟเวียงจันทน์ใต้ของทางรถไฟจีน-ลาว ไปยังสถานีนาเตย ในแขวงหลวงน้ำทา ซึ่งมีพรมแดนติดกับอวิ๋นหนานของจีน เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา จากนั้นผลไม้ชุดนี้ถูกเคลื่อนย้ายจากรถไฟมายังรถบรรทุกในสถานีนาเตย ซึ่งอยู่ห่างจากเวียงจันทน์ไปทางเหนือราว 360 กิโลเมตร และข้ามพรมแดนไปยังจีนผ่านทางถนน 

นับเป็นครั้งแรกที่สินค้าเกษตรของไทยถูกขนส่งไปยังจีนโดยทางรถไฟจีน-ลาว บริษัท การรถไฟลาว-จีน จำกัด ซึ่งเป็นกิจการร่วมค้าในเวียงจันทน์ที่รับผิดชอบการดำเนินงานทางรถไฟจีน-ลาว ส่วนของสปป.ลาว คาดว่าจะขนส่งผลผลิตคุณภาพสูงจากไทยไปยังจีนรวมถึงยุโรปผ่านทางรถไฟข้ามพรมแดนในอนาคต ซึ่งเน้นย้ำความสำคัญของทางรถไฟจีน-ลาว ในการขับเคลื่อนการพัฒนาทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค


อ้างอิง: สำนักข่าวซินหัว

ไขข้อสงสัยรถยนต์ไฟฟ้าบดราคา น้องแมวไฟฟ้าปรับลดลง ส่วน MG ทำไมลดไปตั้ง 246,000 บาท

 


ในช่วงนี้ หลายคนอาจจะได้ข่าวรถยนต์ไฟฟ้า ทยอยปรับลดราคาลง บางค่ายลดลงหลักหมื่น บางค่ายนี่ลดหนักไปถึง 200,000 เลยก็มี

เราลองมาดูตัวอย่างของรถยนต์ไฟฟ้า ที่ลดราคาลงในช่วงนี้ เอายี่ห้อที่เราคุ้นเคยกันเลยนะ เช่น..

- ORA Good Cat 400 TECH ลดลง 160,500 บาท

- MG EP ลดราคาลง  227,000 บาท

- MG ZS EV ลดราคาลง 246,000 บาท

จนเพื่อนๆ หลายคนก็อาจจะเกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่า ทำไมจู่ๆ รถยนต์ถึงมาประกาศลดราคากันเป็นแสนได้ ซึ่งทีมงานเราก็แอบสงสัยด้วยเช่นกัน

วันนี้แคทดั๊มบ์ก็เลยรวมข้อมูลมาเพื่อตอบข้อสงสัยดังกล่าวกันครับ

จากการสืบค้นข้อมูล เราก็พบว่าสาเหตุหลักจะมาจากนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีรายงานข่าวออกมาก่อนหน้านี้เล็กน้อย

โดยโครงการดังกล่าว จะมีเกณฑ์สำคัญๆ อยู่ 3 ข้อ ประกอบไปด้วย

- ลดภาษีนำเข้าลง สูงสุด 40%

- สนับสนุนเงินอุดหนุนให้ผู้ซื้อ 70,000 - 150,000 บาท ตามขนาดแบตเตอรี่

- ลดภาษีสรรพสามิต จาก 8% เหลือ 2% (หรือพูดง่ายๆ คือภาษีตรงนี้ลดไป 6%)


ทีนี้ เรามาอธิบายไปทีละข้อเลยครับ

เริ่มจากภาษีนำเข้า

อย่าง MG และ ORA ทั้งคู่นำเข้าจากจีน ซึ่งก็ได้ภาษี 0% อยู่แล้ว เราก็เลยจะเห็นว่าราคารถถูกกว่ารถไฟฟ้าของญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรปหลายค่ายมาแต่แรก

ค่ายจีนทั้งคู่ก็เลยไม่ได้ประโยชน์ตรงนี้เพิ่มเติม แต่อาจจะเป็นค่ายยุโรปเองที่จะได้ผลประโยชน์ในอนาคตอันใกล้

ถัดมาคือเรื่องของเงินอุดหนุน

เนื่องจากรถที่ขายเป็นรถแบตเตอรี่ใหญ่กว่า 30 kWh ทั้งหมด ก็เลยได้รับเงินอุดหนุนไปเต็มๆ 150,000 บาท ทำให้ราคารถ ลดลงอย่างมากในทันที 

พูดง่ายๆ ก็คือรถที่พอจะใช้ในชีวิตประจำวันได้ ราคาลดลงเป็นแสนทุกคันแน่ๆ 

และสุดท้ายก็คือ เรื่องของ "ภาษีสรรสามิต" ที่ทำให้ราคาต่างกัน

คือการลดภาษีสรรพสามิต ที่จริงจะต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะได้ขายในเรตภาษีใหม่ ราคาจะลดลง 6% ก็คือช่วงกลางปีไปแล้ว 

แต่ที่ต่างกันก็คือ ทาง MG ยอมใจป้ำได้ให้ตรงนี้ทั้งหมดกับลูกค้าชาวไทย ราคาที่ประกาศลดของค่าย ก็เลยกลายเป็นราคาที่รวมทั้งเงินสนับสนุน และภาษีสรรพสามิตที่ลดลงไป 6% นี่แหละครับ

ส่วนของทาง ORA น่าจะยังให้ไม่หมด และก็อาจจะมองในอีกมุมหนึ่ง ว่าอาจจะรอกฎหมายออกมาทีเดียวในช่วงกลางปี  ก็จะได้ประกาศลดราคาอีกรอบ ซึ่งตอนนั้นเจ้าแมวไฟฟ้า ก็จะได้พื้นที่สื่อว่าลดราคาอีกเล็กน้อย

(ตรงส่วนนี้เราวิเคราะห์เอาเองนะ ไม่ได้มีประกาศทางการ หรือสัมภาษณ์ผู้บริหาร ORA แต่อย่างใด)

แต่อย่างที่กล่าวไป เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าลดราคา ผลประโยชน์ก็จะตกอยู่ที่ผู้บริโภคเองที่จะได้เข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าในราคาที่ถูกลงมากยิ่งขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่าหากมีโครงการสนับสนุนออกมาต่อเนื่อง หรืออุดหนุนเพิ่มมากขึ้นไปอีกในอนาคต เราก็อาจจะเห็นรถยนต์ไฟฟ้าปรับตัวลงมากขึ้นไปอีก และก็ยิ่งเป็นผลดีต่อการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าของไทย ในอนาคตอันใกล้นี้ตามไปด้วย... 

รถยนต์ไฟฟ้า Hozon Neta V วิ่งไกล 380 กม./ชาร์จ ราคาไทยคาด 570,000 บาท


ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก ทำให้ประเทศจีนได้เกิดแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ขึ้นมามากมาย เพราะพวกเขาคือประเทศที่มีแหล่งผลิตแบตเตอรี่อยู่ในแนวหน้าของโลก

Hozon Auto คือหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าใหม่จากจีน ซึ่งพวกเขาก็ตั้งใจเข้ามาทำตลาดในไทย จึงได้ผลิตรถยนต์เวอร์ชั่นพวงมาลัยขวาด้วย

และล่าสุดครับ มีการเผยในแวดวงรถยนต์ไฟฟ้าออกมาว่า Hozon Auto จะมีการเปิดให้จอง Hozon Neta V ที่งาน Motor Show 2022 ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม ที่จะถึงนี้

โดยมีการเผยใบจองออกมาระบุว่าราคาของรถอยู่ที่ประมาณ 570,000 บาท 

(มีการระบุว่าเงินอุดหนุนจากนโยบายรัฐช่วยให้ราคาลดไป 220,000 บาทจากราคาเต็มประมาณ 790,000 บาท) 

ซึ่งนับว่าเป็นราคาที่น่าสนใจไม่น้อยเลยครับสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีขายในตลาดตอนนี้...

แต่ภายหลังโพสต์ใบจองนั้นได้ถูกลบไป คาดว่าเพราะยังไม่มีการเปิดราคาอย่างเป็นทางการ จึงต้องระบุว่าเป็นราคาคาดเดาเอาไว้ก่อนครับ

สเปคของ Hozon Neta V ระบุว่าแบตเตอรี่ความจุ 38.54 kWh ทำให้รถวิ่งได้ 380 กม./การชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) อัตราเร่ง 0-50 อยู่ที่ 3.9 วินาที ท็อปสปีดที่ 101 กม./ชม.

ส่วนขนาดรถนั้นจะใกล้เคียงกับรถ B-Segment เช่น Tayota Yaris หรือ Honda Jazz เป็นต้น

อย่างไรก็ตามก็ต้องย้ำว่านี่ยังไม่ใช่ราคาสุดท้ายที่จะเปิดอย่างเป็นทางการ ใครที่สนใจรถรุ่นนี้ก็ต้องรอติดตามอัปเดตที่จะประกาศออกมาหลังจากนี้อีกทีครับ..


ที่มา :

- https://www.facebook.com/Paknam536/posts/2135478326619797

- https://www.hozonauto.com/en/en-v.html

- https://www.sanook.com/auto/83239/

ปลูกกัญชา 1 ต้น! ศาลขอนแก่นลงโทษคุก 3 เดือน 15 วัน รอลงอาญา-คุมประพฤติ 1 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่จังหวัดขอนแก่น พบยายวัย 70 ปี ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเนื่องจากปลูกกัญชา 1 ต้นในพื้นที่บ้าน และถูกแจ้งข้อหาผลิตและมียาเสพติดให้โทษ

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อและนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ประชาชนสามารถปลูกและใช้ประโยชน์จากกัญชาได้ หากถูกดำเนินคดี พรรคภูมิใจไทยยินดีส่งทนายความเข้าไปช่วยนั้น

สำนักข่าวอิศรา รายงานว่า นอกจากกรณีข้างต้น เมื่อเร็วๆ นี้ ศาลจังหวัดขอนแก่น ยังได้มีคำพิพากษาเกี่ยวกับครอบครองกัญชา 1 ต้นเช่นกัน โดยพิพากษาจำเลย โทษจำคุก 3 เดือน 15 วัน และปรับ 17,500 บาท ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี

คดีนี้ ศาลจังหวัดขอนแก่น อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา เป็นคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง จำเลยให้การรับสารภาพ

ข้อเท็จจริงรับได้ฟังว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2564 เวลากลางวัน จำเลยได้ผลิตโดยการเพาะปลูกกัญชา อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จำนวน 1 ต้น และจำเลยมีกัญชา จำนวน 1 ต้นดังกล่าว (ต้นพืชประกอบด้วยราก ลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ และช่อดอก) น้ำหนักสุทธิ 1,720 กรัม ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดกัญชาจำนวนดังกล่าวเป็นของกลาง

อนึ่ง ภายหลังจำเลยกระทำความผิด ได้มี พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 4(5) ให้ยกเลิก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 เมื่อประมวลกฎหมายยาเสพติดใช้บังคับแล้ว แต่ประมวลกฎหมายยาเสพติดยังคงบัญญัติให้การผลิตกัญชา อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5

ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26/2 วรรคหนึ่ง ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมาตรา 75 วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดมาตรา 93 ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมาตรา 148 วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท

ดังนั้น พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นกฎหมายวที่ใช้ในขณะกระทำความผิด กับประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด มีระวางโทษเท่ากัน เป็นกรณีที่โทษตามประมวลกฎหมายเสพติดไม่เป็นคุณแก่จำเลย จึงให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 2 วรรคแรก

นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายยาเสพติดยังคงบัญญัติให้การมีกัญชาไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26/3 วรรคหนึ่ง ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมมาตรา 76 มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 93 ต้องด้วยบทกำหนดโทษตามมาตรา 148 วรรคหนึ่ง มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท

ดังนั้น พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิด แตกต่างกับประมวลกฎหมายยาเสพติดซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำความผิด จึงให้ใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 อันเป็นกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยไม่ว่าในทางใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา26/2 วรรคหนึ่ง , 26/3 วรรคหนึ่ง , 75 วรรคหนึ่ง , 76 ฐานผลิตกัญชาและฐานมีกัญชาไว้ในครอบครอง เป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

ให้ลงโทษฐานผลิตกัญชา ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 7 เดือนแ ละปรับ 35,000 บาท จำเลยสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน 15 วัน และปรับ 17,500 บาท

ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติจำเลยไว้มีกำหนด 1 ปี ในการคุมประพฤติให้จำเลยไปรายงานต่อหนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้ง กับให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควร เป็นเวลา 12 ชั่วโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 , 30 ริบของกลาง

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger