Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies

ชาวกรุงปักกิ่งช่วยกันปลูกต้นไม้ 43 ปี 210 ล้านต้น

 


‘พื้นที่สีเขียวต่อหัว’ ของชาวกรุงปักกิ่ง ปัจจุบันอยู่ที่ 16.6 ตารางเมตร

** ภาพ: สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานคณะกรรมาธิการการทหารกลางของจีน ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ในเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2021 **

1/ เสาร์ที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมาเป็น ‘วันปลูกต้นไม้แห่งชาติจีน’ เป็นวันสำคัญที่มีมาตั้งแต่ปี 1979 ตลอด 43 ปีที่ผ่านมา เฉพาะในกรุงปักกิ่ง ชาวปักกิ่งร่วมกิจกรรมอาสาปลูกต้นไม้ ปลูกไปแล้วกว่า 210 ล้านต้น

2/ สำนักป่าไม้และสวนสาธารณะกรุงปักกิ่งเผยข้อมูล ตั้งแต่ปี 1980 จนถึงปี 2021 อัตราป่าไม้ครอบคลุมพื้นที่ในปักกิ่งเพิ่มขึ้นจาก 12.8% เป็น 44.6% ทำให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 49% พื้นที่สีเขียวต่อหัวปัจจุบันอยู่ที่ 16.6 ตารางเมตร

3/ แม้สถิติตัวเลขจะดี แต่ปักกิ่งไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ ในวันปลูกต้นไม้แห่งชาติประจำปี 2022 ทางการกรุงปักกิ่งจัดสรรพื้นที่ราว 458 ไร่ ให้ชาวปักกิ่งได้เข้าร่วมกิจกรรมอาสาปลูกต้นไม้ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

4/ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมในสวนสาธารณะต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้สัมผัส ‘วิถีชีวิตสีเขียว’ ด้วย

ภาพและข้อมูล จาก...Xinhua

-210 mln trees planted in Beijing over four decades | www.xinhuanet.com/english/2021-03/12/c_139805611.htm

-Voluntary tree-planting adds greenery in Beijing | www.news.cn/english/20220312/ea49a360202544739f5467feb25ce66a/c.html

จำคุก 50 ปี อดีตผอ.รร.บ้านดงมะกรูด เบียดบังเงินค่าอาหารกลางวันเด็ก

 


จำคุก 50 ปี อดีตผอ.รร.บ้านดงมะกรูด เบียดบังเงินค่าอาหารกลางวันเด็ก

โดย : สำนักข่าวอิศรา

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ฐานเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต จำคุก กระทงละ 5 ปี รวม 39 กระทง เป็นจำคุก 195 ปี

ฐานเป็นเจ้าพนักงานกระทำการปลอมเอกสาร จำคุก กระทงละ 2 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 4 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 80 ปี 234 เดือน

เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จำคุก 50 ปี กับให้จำเลยคืนเงินจำนวน 735,524.67 บาท แก่ โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ผู้เสียหาย 

คือ คำพิพากษา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4 ที่ตัดสินลงโทษ นายอำนาจ นามแสง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดงมะกรูด อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เบียดบังเงินอุดหนุนทั่วไปและเงินค่าอาหารกลางวันไปเป็นประโยชน์สำหรับตนเอง ซึ่งถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติชี้มูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157 และ 161

ต่อไปนี้ เป็นพฤติการณ์การกระทำความผิดของ นายอำนาจ นามแสง ที่ปรากฏอยู่ในคำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 4  

มีรายละเอียดดังนี้ 

อัยการสูงสุด ในฐานะโจทก์ฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุจําเลยรับราชการเป็นข้าราชการครู ตําแหน่งผู้อํานวยการ โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ตําบลหนองไฮ อําเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี สังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 มีอํานาจหน้าที่รับผิดชอบการบริหารงานของโรงเรียนบ้านดงมะกรูดและเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุตามคําสั่งโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ที่ 41/2550 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2550 มีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คําสั่ง ของทางราชการ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

จําเลยจึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และในฐานะหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไป ตามกฎหมาย ระเบียบ คําสั่งของทางราชการ และมีหน้าที่เก็บรักษาสมุดบัญชีคู่ฝากบัญชีเงินอุดหนุนทั่วไปและบัญชีค่าอาหารกลางวัน รวมทั้งมีอํานาจลงลายมือชื่อในใบเบิกถอนไปเบิกถอน เงินจากธนาคารออกจากเงินฝากทั้งสองบัญชีร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินของโรงเรียน อันเป็นเงื่อนไขการสั่งจ่ายเงินที่ให้ไว้กับธนาคารในคําขอเปิดบัญชี

โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ผู้เสียหาย เป็นส่วนราชการหนึ่งของสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อปีงบประมาณ 2549 ถึง 2551 โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้รับจัดสรร งบประมาณรายจ่ายประจําปี รายการเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวและเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนยากจน จากสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สําหรับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจะโอนเงินค่าใช้จ่ายให้แก่โรงเรียนบ้านดงมะกรูดโดยตรง ผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป)” เลขที่บัญชี xxx - x - xxxxx - x

ส่วนเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐาน สําหรับนักเรียนยากจน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดสรรเงินผ่านสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 และสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 ได้โอน เข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว เลขที่บัญชีดังกล่าวเช่นเดียวกัน

จําเลย ได้อาศัยโอกาสในตําแหน่งหน้าที่เบียดบังเอาเงินไปเป็นของตนเอง เหตุเกิดที่ตําบลหนองไฮ อําเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 161 ประกอบมาตรา 91 ให้จําเลยคืนเงินจํานวน 735,524.67 บาท ให้แก่โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ผู้เสียหาย

จําเลยให้การรับสารภาพ

พิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์ประกอบคํารับสารภาพของจําเลยแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในขณะเกิดเหตุจําเลยรับราชการเป็นข้าราชการครู ตําแหน่งผู้อํานวยการ โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ตําบลหนองไฮ อําเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี สังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีอํานาจหน้าที่ รับผิดชอบการบริหารงานของโรงเรียนบ้านดงมะกรูดและเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุตามคําสั่ง โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ที่ 41/2550 ลงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2550  มีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คําสั่งของทางราชการ และระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535  ในฐานะหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ คําสั่งของทางราชการ และมีหน้าที่เก็บรักษาสมุดบัญชีคู่ฝากบัญชี เงินอุดหนุนทั่วไปและบัญชีค่าอาหารกลางวัน รวมทั้งมีอํานาจลงลายมือชื่อในใบเบิกถอนร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินของโรงเรียน อันเป็นเงื่อนไข การสั่งจ่ายเงินที่ให้ไว้กับธนาคารในคําขอเปิดบัญชี เพื่อเบิกถอนเงินจากออกจากบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป)” เลขที่ xxx - x - xxxxx - x  และชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (กองทุนอาหารกลางวัน) เลขที่ xxx - x - xxxxx - x

จําเลยเป็นบุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้ง ตามกฎหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการจึงเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และเป็นเจ้าหน้าที่ ของรัฐตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. 2542  ประกอบมาตรา 192  วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561  และมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 ประกอบมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 

เมื่อปีงบประมาณ 2549  ถึง 2551  โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้รับจัดสรรงบประมาณ รายจ่ายประจําปี รายการเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทเงินอุดหนุน ค่าใช้จ่ายรายหัวและเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนยากจน จากสํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน

สําหรับเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานโอนเงินค่าใช้จ่ายให้แก่โรงเรียนบ้านดงมะกรูดโดยตรงผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป) เลขที่xxx - x - xxxxx - x ส่วนเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนยากจน สํานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดสรรเงินผ่านสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 และสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 1 ได้โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว เลขที่ดังกล่าวเช่นเดียวกัน 

เมื่อปีงบประมาณ 2549 ถึง  2551  โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้รับจัดสรร เงินอุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนจากองค์การบริหารส่วนตําบลหนองไฮ โดยได้รับการจัดสรรให้นักเรียนในอัตราคนละ 10  บาทต่อวัน  โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้นํา เงินอุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนไปฝากเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “ โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (กองทุนอาหารกลางวัน) เลขที่ xxx - x - xxxxx - x

ในปีงบประมาณ 2549  โรงเรียนบ้านดงมะกรูตได้รับจัดสรร เงินอุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนจากองค์การบริหารส่วนตําบลหนองไฮ เป็นเงินจํานวน 200,500  บาท  ในการดําเนินการเกี่ยวกับอาหารกลางวันจําเลยได้ว่าจ้าง นาง ส. ให้เป็นผู้รับจ้างเหมาจัดทําอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน (เฉพาะกับข้าว)

ในปีงบประมาณ 2550 โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้รับจัดสรรเงินอุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวัน เด็กนักเรียนจากองค์การบริหารส่วนตําบลหนองไฮ เป็นเงินจํานวน 238,500  บาท ในการ ดําเนินการเกี่ยวกับอาหารกลางวันจําเลยได้ว่าจ้าง นาง ส. ให้เป็นผู้รับจ้างเหมาจัดทําอาหารกลางวัน ให้แก่เด็กนักเรียน (เฉพาะกับข้าว)

ในปีงบประมาณ 2551  โรงเรียนบ้านดงมะกรูดได้รับจัดสรรเงิน อุดหนุนสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนจากองค์การบริหารส่วนตําบลหนองไฮเป็นเงินจํานวน 88,000  บาท ในการดําเนินการเกี่ยวกับอาหารกลางวันจําเลยได้ว่าจ้างนาง ส. ให้เป็นผู้รับจ้าง เหมาจัดทําอาหารกลางวันให้แก่เด็กนักเรียน (เฉพาะกับข้าว)

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า จําเลยกระทําความผิดตามฟ้องหรือไม่

สําหรับเงินรายการ เงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประเภทเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัวและ เงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสําหรับนักเรียนยากจน นั้น ปรากฏว่าบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป)” เลขที่ xxx - x - xxxxx - x  มีรายการเบิกถอนเงินตั้งแต่วันที่ 19  ธันวาคม 2548  ถึงวันที่ 18  มกราคม 2550 รวมรายการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าว 36 ครั้ง เป็นเงิน 565,000.26 บาท

โดยไม่ปรากฏหลักฐานการใช้จ่ายเงิน 

นาย บ. พยานโจทก์ ซึ่งถึงแก่ความตายแล้วได้ให้ปากคําในชั้นไต่สวนว่า เมื่อปี 2549  ถึง 2550  พยานในฐานะเจ้าหน้าที่ พัสดุตามคําสั่งโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ที่ 12/2549  ลงวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2549  ได้ทําเรื่องขออนุมัติจัดจ้างวัสดุเพื่อใช้กับการปฏิบัติงานของโรงเรียนจากร้านเจริญวิทยา เป็นเงิน ประมาณ 30,000  บาท ร้านเจริญวิทยาส่งมอบวัสดุให้แก่โรงเรียนแล้ว  พยานไปขอเงินจากจําเลยเพื่อนําไปจ่ายให้แก่ร้านเจริญวิทยา  แต่จําเลยไม่ยอมให้เงินจํานวนดังกล่าว

พยานจึงให้นางสาว ว.  ขอรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีเงินฝากของโรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป) มีเงินคงเหลือ 17 บาท

พยานสอบถามจําเลย แต่จําเลยไม่ตอบ

เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับงบประมาณ การรับจ่ายเงิน สมุดบัญชีเงินฝากและเล่มใบเสร็จรับเงินของโรงเรียน จําเลยเก็บไว้กับตนเองทั้งหมด จําเลยเป็นผู้จัดทําบัญชีงบประมาณและบัญชีการรับจ่ายเงินของโรงเรียนเองทั้งหมด

เห็นว่า ในขณะเกิดเหตุนาย บ. ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่พัสดุ มีโอกาสรู้เห็นในการบริหารงบประมาณ ของโรงเรียนบ้านดงมะกรูดเป็นอย่างดี  ทั้งข้อเท็จจริงที่นาย บ. ให้ปากคําไว้สอดคล้องเกี่ยวโยง กับรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีในสํานวนการไต่สวน ที่มีรายการเบิกถอนเงิน ไป 36  ครั้ง แต่ไม่ปรากฏหลักฐานการใช้จ่ายแต่อย่างใด

พยานหลักฐานโจทก์ประกอบคํารับสารภาพ ของจําเลยมีน้ำหนักมั่นคง จึงรับฟังได้ว่าจําเลยเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (เงินอุดหนุนทั่วไป)” เลขที่ xxx - x - xxxxx - x จํานวน 36  ครั้ง รวมเป็นเงิน 565,000.26  บาท แล้วจําเลยเบียดบัง เอาเงินดังกล่าวไปโดยทุจริต

จําเลยจึงกระทําความผิดตามฟ้อง 

ส่วนเงินค่าอุดหนุนสําหรับสนับสนุนอาหารกลางวันเด็กนักเรียนของโรงเรียน บ้านดงมะกรูด นั้น นางสาว ส. พยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อปีการศึกษา 2550  ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2550  ถึงเดือนมกราคม 2551  ไม่มีการประกอบอาหารกลางวัน สําหรับนักเรียนแต่อย่างใด และนางส. พยานโจทก์เบิกความว่าพยานเคยรับจ้าง ประกอบอาหารกลางวันสําหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูด เป็นเวลาประมาณ 3 ปี ตั้งแต่ปี 2548 

ในขณะเกิดเหตุ จําเลยเป็นผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ได้ว่าจ้างพยานไปประกอบ อาหารกลางวันเฉพาะกับข้าวสําหรับนักเรียน ตั้งแต่ประมาณปี 2548  ถึง 2551  โดยได้รับค่าจ้าง วันละ 800 บาท

โรงเรียนบ้านดงมะกรูดจ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือนตามจํานวนวันที่มีการทําอาหาร ให้นักเรียนจริง ประมาณเดือนละ 21  วัน ค่าจ้างสูงสุดที่ได้รับเดือนละ 16,800  บาท

จําเลย เป็นผู้นําเงินค่าจ้างไปให้พยานที่บ้าน เห็นว่า ในขณะเกิดเหตุนางสาว ส. เป็นข้าราชการครู โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ได้รับแต่งตั้งจากจําเลยให้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่การเงินโรงเรียน คณะกรรมการรับเงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุนอาหารกลางวันและเจ้าหน้าที่บัญชี

ส่วนนาง ส.  เป็นผู้รับจ้างประกอบอาหารกลางวันสําหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ย่อมรู้เห็นเกี่ยวกับ การใช้จ่ายเงินอุดหนุนสําหรับสนับสนุนอาหารกลางวันเป็นอย่างดี

ทั้งไม่ปรากฏว่าพยานโจทก์ ดังกล่าวมีสาเหตุโกรธเคืองกับจําเลย

เชื่อว่าได้เบิกความไปตามความจริง

ประกอบกับบัญชีเงินฝาก ธนาคารกรุงไทย จํากัด (มหาชน) สาขาตลาดหนองบัว ชื่อบัญชี “โรงเรียนบ้านดงมะกรูด (กองทุนอาหารกลางวัน) เลขที่ xxx - x - xxxxx - x  ในปีงบประมาณ 2549 มีรายการ เบิกถอนเงินเพื่อจ่ายค่าจ้างเหมาจัดทําอาหารกลางวันสําหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ให้แก่ผู้รับจ้าง จํานวน 11 ครั้ง รวมเป็นเงิน 200,480 บาท  ตามรายการเคลื่อนไหวทางบัญชี

แต่นาง ส.  ผู้รับจ้างได้รับค่าจ้างวันละ 800 บาท  เฉพาะวันที่จัดทําอาหารกลางวัน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548  ถึงเดือนสิงหาคม 2549  รวมเป็นเงิน 152,000  บาท จึงมีเงินที่เบิกถอนคงเหลือ 48,480 บาท

ในปีงบประมาณ 2551  มีรายการ เบิกถอนเงินเพื่อจ่ายค่าจ้างเหมาจัดทําอาหารกลางวันสําหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูดให้แก่ผู้รับจ้าง จํานวน 2  ครั้ง รวมเป็นเงิน 65,000  บาท ตามรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีในสํานวน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549  ถึงเดือนตุลาคม 2550 โรงเรียนบ้านดงมะกรูด จ้างเหมาจัดทําอาหารกลางวัน เป็นเงิน 225,700 บาท แต่นาง ส. ผู้รับจ้าง ได้รับค่าจ้างเพียง 4,000  บาท จึงมีเงินที่เบิกถอนคงเหลือ 61,000  บาท

พยานหลักฐานของโจทก์ประกอบ คํารับสารภาพของจําเลยมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่าในปีงบประมาณ 2549 -2551 จําเลย ได้เบียดบังเอาเงินค่าจ้างจัดทําอาหารกลางวันที่คงเหลือหลังจากจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างไปโดยทุจริต

จําเลยจึงกระทําความผิดตามฟ้อง

นอกจากนั้นยังได้ความจากคําเบิกความของนาง ส. พยานโจทก์ว่า นาง ส.  ไม่เคยทําเอกสารใบเสนอราคาและไม่มีการทําสัญญาเป็นหนังสือ ลายมือเขียนชื่อนาง ส.  ในเอกสารการจ้างเหมาประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูดทั้งหมด ไม่ใช่ลายมือเขียนของนาง ส. และได้ความจากปากคําของประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ ว่าเอกสารใบตรวจรับพัสดุและรับรองผลการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างประจําเดือนธันวาคม 2549  เดือนมกราคม 2550  และเดือนสิงหาคม 2550  ลายมือชื่อที่ปรากฏในช่องประธานกรรมการตรวจรับพัสดุไม่ใช่ลายมือชื่อของประธานกรรมการตรวจรับพัสดุ

ดังนั้น จึงรับฟังได้ว่าจําเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทําเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษา เอกสารการจ้างเหมาประกอบอาหารกลางวันให้แก่นักเรียนโรงเรียนบ้านดงมะกรูด ใบตรวจรับพัสดุ และรับรองผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างประจําเดือนธันวาคม 2549  เดือนมกราคม 2550  และเดือนสิงหาคม 2550  กระทําการปลอมลายมือชื่อของนาง ส. และประธานกรรมการตรวจรับพัสดุโดยอาศัยโอกาสที่จําเลยมีหน้าที่นั้น 

จําเลยจึงกระทําความผิดตามฟ้อง

พิพากษาว่า จําเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 , 161  การกระทําของจําเลยเป็นความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์โดยทุจริต

จําคุกกระทงละ 5 ปี รวม 39 กระทง เป็นจําคุก 195 ปี

ฐานเจ้าพนักงานกระทําการปลอมเอกสารโดยอาศัยโอกาส ที่ตนมีหน้าที่ จําคุกกระทงละ 2  ปี รวม 2 กระทงเป็นจําคุก 4  ปี รวมจําคุก 199  ปี

จําเลยให้การ รับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา 78  คงจําคุก 80 ปี 234 เดือน

เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วให้จําคุก 50  ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) กับให้จําเลยคืนเงินจํานวน 735,524.67 บาท แก่โรงเรียนแก่โรงเรียนบ้านดงมะกรูด ผู้เสียหาย

Cr.https://www.isranews.org/article/isranews/107351-inves09-57.html

ทั้งนี้ คดียังไม่สิ้นสุด จำเลย มีสิทธิต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลที่สูงกว่านี้อีกได้

แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร คดีนี้ นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญ เพื่อไม่ให้บุคคลอื่น กระทำผิดซ้ำรอย ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่างได้ชัดเจนอีกกรณีหนึ่ง

ศาลอนุมัติหมายจับในสำนวนที่ไม่เรียบร้อยแบบนี้ได้อย่างไร? มีใครต้องการใช้กระบวนการทางคดีเพื่อกลั่นแกล้งกันหรือไม่?

 


เช้าวันนี้ (18 มีนาคม 2565) ผมได้มาเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนนนท์ หลังจากที่ถูกตำรวจออกหมายจับในคดีมูลนิธิป่ารอยต่อฯ ทั้งที่ผมไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนีแต่อย่างใด

โดยผลสรุปปรากฏว่า "สำนวนไม่สมบูรณ์" ทางตำรวจจะต้องมีการสอบสวนและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในวันที่ 31 มีนาคมนี้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเพิ่มเติมว่าในเมื่อสำนวนยังไม่เรียบร้อยเช่นนี้ แล้วทางตำรวจจะดันทุรังเร่งออกหมายจับเพื่อนำตัวผมมาส่งอัยการไปเพื่ออะไร? แล้วศาลอนุมัติหมายจับในสำนวนที่ไม่เรียบร้อยแบบนี้ได้อย่างไร? มีใครต้องการใช้กระบวนการทางคดีเพื่อกลั่นแกล้งกันหรือไม่?

นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดกับผมแค่คนเดียว และอันที่จริงแล้วกรณีของผมนับว่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับพี่น้องประชาชนผู้แสดงความเห็นทางการเมืองและตั้งคำถามต่อรัฐบาลอีกเป็นจำนวนมาก ที่เมื่อถูกยัดคดีเข้ามา เขาก็ไปรายงานตัวกับตำรวจอย่างสม่ำเสมอ ไม่คิดหลบหนี แต่ก็ยังถูกคุมขังอยู่เสมอเพียงเพราะเขาเป็นคนตัวเล็กๆ ที่ไม่มีปากเสียงอะไร

ผมไม่อยากให้ประเทศแห่งนี้เป็นประเทศที่เมื่อมีคนเอาความจริงมาพูด แล้วผลลัพธ์จะต้องกลายเป็นคดีความอยู่ร่ำไป จนกระทั่งไม่มีใครกล้าตรวจสอบผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไปหรือ ส.ส. และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพี่น้องเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย แม้ท่านจะถูกกดดันมาจากเบื้องบน แต่ก็จะต้องไม่นำพาประเทศไปสู่จุดนั้น

ทั้งนี้ในวันนี้มีพี่น้องประชาชนจำนวนมากเดินทางมาให้กำลังใจผมทั้งที่หน้า สน.บางขุนนนท์ ที่สำนักงานอัยการตลิ่งชัน และที่ให้กำลังใจมาทางออนไลน์ ผมขอขอบคุณน้ำใจของพี่น้องทุกท่านที่มาร่วมติดตามสถานการณ์ของผมครั้งนี้ และหวังว่าการดำเนินการทางกฎหมายต่อการใช้อำนาจโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ ซึ่งผมจะพิจารณาดำเนินการหลังจากนี้ไป จะช่วยเป็นบรรทัดฐานในการปกป้องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนทุกคน ไม่มากก็น้อย

CR รังสิมันต์ โรม

ภาพเล่าประวัติศาสตร์: ภาพถ่ายในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในเสรีรัฐคองโก (Congo Free State) อาณานิคมของเบลเยียม ชาวแอฟริกันพื้นเมืองถูกตัดมือจากนโยบายโควตาการกรีดยางพาราที่โหดร้ายของเจ้าอาณานิคม

 


ภาพเล่าประวัติศาสตร์: ภาพถ่ายในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในเสรีรัฐคองโก (Congo Free State) อาณานิคมของเบลเยียม ชาวแอฟริกันพื้นเมืองถูกตัดมือจากนโยบายโควตาการกรีดยางพาราที่โหดร้ายของเจ้าอาณานิคม

กษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2 (Leopold II) แห่งเบลเยียม ทรงต่อรองกับมหาอำนาจชาติอื่นๆ และตกลงปักปันเขตแดนของ “เสรีรัฐคองโก” โดยมีพระองค์เป็นประมุข พระองค์ทรงสนพระทัยในทวีปแอฟริกาด้วยมองว่าอาจจะสามารถสร้างอาณานิคมอันกว้างใหญ่ได้ และสร้างอำนาจทัดเทียมในยุโรป รวมถึงพระองค์จะได้รับกำไรอย่างมหาศาลจากการค้าทาส 

กษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2 จึงทรงออกทุนพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ โดยว่าจ้างนักสำรวจชาวเวลส์ เฮนรี มอร์ตัน สแตนลีย์ (Henry Morton Stanley) ไปยังแอฟริกากลาง เพื่อไปเป็นตัวแทนเจรจาในนามขอองพระองค์แก่เหล่าหัวหน้าเผ่าท้องถิ่น เพื่อลงนามสนธิสัญญาถ่ายโอนอำนาจอธิปไตยของแต่ละเผ่าแก่กษัตริย์เบลเยียมโดยตรง และเบลเยียมไม่ต้องลงแรงเอาทหารไปบุกคองโก แต่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะสนธิสัญญาที่เหล่าหัวหน้าเผ่าลงนาม ซึ่งเหล่าผู้นำเผ่าเหล่านั้นก็ไม่เข้าใจถึงเจตนาที่แท้จริงของกษัตริย์เบลเยียม

ชาวเบลเยียมในประเทศแม่ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ เพราะกษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2 ทรงใช้พระราชทรัพย์จัดตั้งกองกำลังทหารรับจ้างเพื่อเข้าไปจัดตั้งกองกำลังตำรวจในเสรีรัฐคองโก ซึ่งเป็นคนจากหลายเชื้อชาติ ส่วนใหญ่จะเป็นชาวสแกนดิเนเวีย และในเวลาต่อมามีการรับชนพื้นเมืองหรือพวกลูกครึ่งที่สนับสนุนกษัตริย์ด้วย กองทหารนี้เรียกว่า “Force Publique” ซึ่งทำตามจุดประสงค์ของกษัตริย์ในการต่อต้านการค้าทาสและใช้ในการสู้รบขนานใหญ่ แต่นั่นก็เป็นเพียงในเชิงทฤษฎีคุณธรรมของพระองค์ เพราะกองกำลังนี้กำจัดผู้ค้าทาสหลายรายในแอฟริกากลาง เพื่อให้กษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2 ทรงเป็นพ่อค้ารายใหญ่เพียงหนึ่งเดียว โดยไม่ต้องแข่งขันอะไร

“Force Publique” จึงเป็นกองทัพที่ “โหดร้ายเป็นพิเศษ” และยังใช้เพื่อควบคุม “โควตายางพารา” และควบคุมแรงงานพื้นเมืองในรูปแบบต่างๆ เสรีรัฐคองโกมีอำนาจในช่วงปีค.ศ. 1885 ถึง 1908 และเป็นประวัติศาสตร์ที่โหดร้ายของอาณานิคมเบลเยียม มีการใช้ทรัพยากรงาช้างอย่างหนักหน่วงที่สุด การล่าช้างกลายเป็นเรื่องที่ปกติของรัฐนี้ แต่เมื่อจักรยานและรถยนต์เป็นที่ใช้อย่างแพร่หลาย รัฐนี้จึงหันมาทำยางพาราอย่างแพร่หลายด้วยเช่นกัน และยางพาราจึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจโดยแท้จริง ชาวพื้นเมืองแอฟริกันจำนวนมากต้องเสียชีวิตเนื่องจากต้องถูกบังคับเร่งทำงานปลูก กรีดยางพารา เพื่อตอบสนองการส่งออกยางให้ได้มากที่สุด

ชาวพื้นเมืองที่ไม่ได้ไปทำงานตามนายทุนที่ได้รับโควตาทำสวนยาง คนเหล่านั้นต้องตาย ตำรวจ Force Publique จะต้องตัดมือของชาวพื้นเมืองที่ถูกฆ่าโดยพวกเขามาเป็นหลักฐานให้ทางการว่าคนนั้นกระทำผิดขัดขืนกฎหมาย และการตัดมือนั้นมีการส่งไปยังยุโรปในฐานะสิ่งล้ำค่าและเป็นรางวัลสำหรับการล่า  บางทีกลุ่มนายทุนโควตายางก็ทำการตัดมือของชาวพื้นเมืองส่งให้คณะบริหารคองโกเพื่อแทนผลผลิตยาง ดังนั้นในคองโกมีการใช้มือของชาวพื้นเมืองแลกเปลี่ยนราวกับสกุลเงิน ว่ากันว่า หมู่บ้านที่ไม่ยอมส่งคนมาช่วยงานสวนยางจะถูกฆ่าเรียบ ยางพาราเป็นสาเหตุให้เกิดการทรมานชนพื้นเมือง ข้าราชการชั้นผู้น้อยมีการบรรยายถึงการลงโทษหมู่บ้านที่ประท้วง ว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งให้เรา “ตัดหัวผู้ชายแขวนไว้ที่รั้วหมู่บ้าน...และตรึงกางเขนผู้หญิงและเด็ก” ทหารพวกนี้ฆ่าผู้คนเพียงเพราะว่าพวกเขาไม่ได้ไปกรีดยางหรือนำน้ำยางมามอบให้ทางการ

ชาวพื้นเมืองที่ไม่ได้ไปทำงานตามนายทุนที่ได้รับโควตาทำสวนยาง คนเหล่านั้นต้องตาย ตำรวจ Force Publique จะต้องตัดมือของชาวพื้นเมืองที่ถูกฆ่าโดยพวกเขามาเป็นหลักฐานให้ทางการว่าคนนั้นกระทำผิดขัดขืนกฎหมาย และการตัดมือนั้นมีการส่งไปยังยุโรปในฐานะสิ่งล้ำค่าและเป็นรางวัลสำหรับการล่า  บางทีกลุ่มนายทุนโควตายางก็ทำการตัดมือของชาวพื้นเมืองส่งให้คณะบริหารคองโกเพื่อแทนผลผลิตยาง ดังนั้นในคองโกมีการใช้มือของชาวพื้นเมืองแลกเปลี่ยนราวกับสกุลเงิน ว่ากันว่า หมู่บ้านที่ไม่ยอมส่งคนมาช่วยงานสวนยางจะถูกฆ่าเรียบ ยางพาราเป็นสาเหตุให้เกิดการทรมานชนพื้นเมือง ข้าราชการชั้นผู้น้อยมีการบรรยายถึงการลงโทษหมู่บ้านที่ประท้วง ว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งให้เรา “ตัดหัวผู้ชายแขวนไว้ที่รั้วหมู่บ้าน...และตรึงกางเขนผู้หญิงและเด็ก” ทหารพวกนี้ฆ่าผู้คนเพียงเพราะว่าพวกเขาไม่ได้ไปกรีดยางหรือนำน้ำยางมามอบให้ทางการ

ในที่สุดรายงานที่โหดร้ายนี้ก็เกินกว่าที่หลายประเทศจะเพิกเฉยได้อีกต่อไป และเริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2  ในที่สุดเสรีรัฐคองโกก็ถูกยกเลิก และมีการวางนโยบายใหม่เพื่อสิทธิมนุษยชน รัฐบาลเบลเยียมเข้ามายึดอาณานิคมคองโกไปจากมือของกษัตริย์ กษัตริย์เลโอโปลด์ที่ 2 สวรรคตในปี 1909 สิริพระชนมายุ 74 พรรษา 

.

อ้างอิง

* Forbath, Peter (1977). The River Congo: The Discovery, Exploration and Exploitation of the World's Most Dramatic Rivers. 

* Morel, E. D. (1904) King Leopold's Rule in Africa. London: William Heinnemann.

Netflix หยุดให้บริการในรัสเซีย แต่เปิดให้ทั่วโลกชมสารคดี การต่อสู้เพื่ออิสรภาพของยูเครน ฟรี



Netflix หยุดให้บริการในรัสเซีย แต่เปิดให้ทั่วโลกชมสารคดี การต่อสู้เพื่ออิสรภาพของยูเครน

ก่อนหน้านี้ ทาง Netflix ได้ประกาศระงับโปรเจกต์ทั้งหมดในรัสเซียชั่วคราว 

โดย Netflix มีออริจินัลคอนเทนต์ในรัสเซียที่อยู่ระหว่างการถ่ายทำ และถ่ายทำเสร็จแล้วทั้งหมด 4 เรื่อง

ซึ่งล่าสุด Netflix ก็ได้ขยายมาตรการคว่ำบาตร โดยประกาศหยุดการให้บริการทั้งหมดในรัสเซียแล้ว

หลังจากที่รัสเซียเดินหน้าโจมตียูเครนอย่างต่อเนื่อง

โดยระบุเพียงสั้น ๆ ว่า “ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเราได้ตัดสินใจที่จะระงับการให้บริการในรัสเซีย”

แล้วการหยุดการให้บริการทั้งหมดนั้น กระทบผู้ใช้งานมากน้อยขนาดไหน ?

สำหรับ Netflix นั้น เป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดรัสเซีย 

มีการเปิดให้บริการครั้งแรกในปี 2016 ซึ่งดำเนินการร่วมทุนกับ National Media Group กลุ่มสื่อยักษ์ใหญ่ของรัสเซีย

ขณะที่จำนวนผู้ใช้งาน Netflix ในรัสเซียนั้น มีเพียง 1 ล้านบัญชี 

ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกที่อยู่ที่ 222 ล้านบัญชี

อีกทั้งยังมีรายงาน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Netflix ได้ประกาศว่า 

จะเปิดให้ผู้ใช้งานทั่วโลก ชมสารคดีเรื่อง Winter on Fire: Ukraine’s Fight for freedom ฟรีบน YouTube

โดยสารคดีดังกล่าว เป็นสารคดีบันทึกการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาวยูเครน ในปี 2013 - 2014 นั่นเอง

นับตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครน ทำให้เกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรม และผู้ลี้ภัยชาวยูเครนจำนวนมาก

ปัจจุบัน หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลก ต่างประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียแล้ว

โดยอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ก็มีทั้ง Disney ที่ประกาศระงับการเปิดตัวภาพยนตร์ทั้งหมดในรัสเซีย 

รวมถึง Pixar, Warner Bros, Sony, Paramount Pictures และ Universal ด้วยเช่นกัน

ในขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ยังไม่มีท่าที ก็มีเสียงเรียกร้องให้ออกมาประกาศมาตรการคว่ำบาตร หรือยุติการให้บริการในรัสเซีย เช่น McDonald's และ PepsiCo 

ซึ่งทั้ง 2 บริษัท ก็ยังไม่ได้ออกมาตอบรับหรือปฏิเสธแต่อย่างใด

—---------------------------

อ้างอิง:

-https://www.cnbc.com/2022/03/06/netflix-suspends-service-in-russia.html

-https://variety.com/2022/digital/news/netflix-suspends-service-russia-ukraine-invasion-1235197390/

สั่งเด้งแล้ว! ตร.อำนาจเจริญฉาว เรียกรับเงินส่วนแบ่งจากแม่เด็ก 8 ขวบถูกรถทับดับ ลั่นเชือดวินัย-อาญา


 สั่งเด้งแล้ว! ตร.อำนาจเจริญฉาว เรียกรับเงินส่วนแบ่งจากแม่เด็ก 8 ขวบถูกรถทับดับ ลั่นเชือดวินัย-อาญา

วันนี้ ( 11 มี.ค.) จากกรณีที่ น.ส.ทิพาวรรณ มีบุตร แม่ของเด็กอายุ 8 ขวบ ที่ถูกรถเจ้านายทับจนเสียชีวิต เปิดเผยในรายการโหนกระแส ว่า คู่กรณีพยายามบอกว่าไม่ให้สู้คดี เพราะฝ่ายเขารู้จักคนเยอะ อีกทั้งลูกเขยก็เป็นตำรวจ ถ้าได้เงินประกันมา 1.5 ล้านบาท แล้ว ขอคืน 5 แสนบาท เพราะอ้างว่าค่าทำศพที่มาจัดให้ลูกของตนนั้นไปยืมคนอื่นมา ตนไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.ปลาค้าว จ.อำนาจเจริญ ตำรวจร้อยเวรดันบอกว่าจะซิกแซ็กทำคดีให้ ไม่อย่างนั้นแม่จะกลายเป็นผู้ต้องหาด้วยในข้อหาประมาทร่วมที่ไม่เลี้ยงดูแลลูก แต่ขอเงินค่าปากกา 1 แสนบาท และ ค่าเอกสารอีก 3 แสนบาท ซึ่งนางทิพาวรรณ ได้อัดคลิปเสียงไว้ นั้น

ล่าสุด พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภ.3 โฆษกตำรวจภูธรภาค 3 ได้ชี้แจงกรณีที่มีการกล่าวถึง ร.ต.อ.ราชัน ไตรยขันธ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ปลาค้าว จ.อำนาจเจริญ พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ที่ได้ตกเป็นข่าว ในรายการโหนกระแส นั้น ในทางคดีจราจร ร.ต.อ.ราชัน ได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้อง นาย จำปา กาฬจันทร์ ผู้ต้องหาในคดีดั่งกล่าวในข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” และส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการแล้วเมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2565

ส่วนกรณีที่มีคลิปเสียงและการกล่าวถึง ร.ต.อ.ราชัน และกล่าวหาว่า มีการตกลงเรียกรับเงินกับทางผู้เสียหาย น.ส.ทิพาวรรณ มีบุตร มารดาของ ด.ช.อิทธิพล มีบุตร (ผู้เสียชีวิต)ทางตำรวจภูธรภาค 3 ได้ทราบเรื่องและได้เร่งรัดสั่งการ ตำรวจภูธรจังหวัด (ภ.จว.) อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นหน่วยในสังกัดและเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ของ สภ.ปลาค้าว ดำเนินการดังต่อไปนี้

1. ภ.จว.อำนาจเจริญ ได้มีคำสั่งที่ 129/65 ลงวันที่ 10 มี.ค.2565 ให้ ร.ต.อ.ราชัน ไตรยขันธ์ รอง สว.สอบสวน สภ.ปลาค้าว มาประจำ ศปก.ภ.จว.อำนาจเจริญ และตั้งคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

2.วันนี้ 10 มี.ค. 2565 พ.ต.ท.ทวีวัฒน์ บัวศรี รรท.สวญ.สภ.ปลาค้าว ได้เรียก นายจำปา กาฬจันทร์ มาเพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทาง ตำรวจภูธรภาค 3 จะได้เร่งรัดดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทุกฝ่าย และดำเนินการทางวินัยและทางอาญา อย่างเด็ดขาด

ฝันร้ายคนอยากมีบ้าน ราคาเหล็กพุ่ง 2 เท่า กระทบวงการก่อสร้าง บ้านอาจแพงขึ้นไปอีก

 


ฝันร้ายคนอยากมีบ้าน ราคาเหล็กพุ่ง 2 เท่า กระทบวงการก่อสร้าง บ้านอาจแพงขึ้นไปอีก 😱😱

#ในบ้าน แจ้งข่าวราคา "เหล็ก" ที่พุ่งขึ้นรวดเร็วไม่แพ้ราคาน้ำมันเลย

ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ราคาเหล็กในตลาดโลก และดัชนีราคาเหล็กจีน ปรับตัวขึ้นมากว่า 2 เท่า!!

โดยสาเหตุก็จะมาจากทั้งอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น การขาดแคลนสินค้า รวมไปถึงสงครามที่เป็นตัวเร่งราคา

ส่งผลให้ตัวแทนจำหน่ายเหล็ก ต้องปรับราคาแทบทุกเดือน จากที่ในอดีตเคยปรับราคาแค่ปีละครั้ง

ราคาเหล็กไทยก็เลยสูงขึ้นตามไป ยกตัวอย่างเช่น ราคาเหล็กเส้น จากเดิมเส้นละ 100 บาท เป็น 200 บาท 

ซึ่งราคาเหล็กที่แพงขึ้น ก็กระทบวงการก่อสร้างโดยตรง และจะทำให้ราคาสร้างบ้าน-ราคาบ้านใหม่ แพงขึ้นไปอีกราวๆ 10%

เช่น จากบ้านหลังละ 2,000,000 บาท ก็จะต้องใช้งบเพิ่มขึ้นอีกถึง 200,000 บาท 

และยังไม่หยุดเท่านั้น เพราะเหล็กและวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ยังมีแนวโน้มพุ่งขึ้นต่อ 

ซึ่งก็จะกลายเป็นฝันร้ายของคนที่อยากจะมีบ้านใหม่แน่ๆ 🥶🥶

'รัสเซีย’ เปิดฉากถล่ม ยิงจรวดใส่โรงพยาบาลคลอดบุตรใน เมืองมาริอูโปล ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งๆที่ประกาศหยุดยิงเปิดทางอพยพพลเรือน

 

‘รัสเซีย’ เปิดฉากถล่ม ยิงจรวดใส่โรงพยาบาลคลอดบุตรใน เมืองมาริอูโปล ผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งๆที่ประกาศหยุดยิงเปิดทางอพยพพลเรือน

สถานการณ์ในยูเครน กลับมาทวีความตึงเครียดอีกครั้ง เมื่อกองทัพรัสเซีย ได้ยิงจรวดถล่มโรงพยาบาลคลอดบุตร ที่ เมืองมาริอูโปล ‘ เกิดความเสียหายอย่างหนัก และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก 

การโจมตีครั้งนี้มีขึ้นทั้งๆ ที่รัสเซียเพิ่งจะประกาศหยุดยิงนาน 12 ชั่วโมงครั้งใหม่ ซึ่งฝ่ายยูเครนก็จะหยุดยิงด้วย เพื่อเปิดทางให้มีการอพยพพลเรือนออกจาก 6 เมืองใหญ่ ได้แก่ เคียฟ มาริอูโปล คาร์คิฟ ซูมี เอเนอร์โฮดา และ เชอร์นิฮิฟ แต่กลับเปิดฉากโจมตีที่เมืองมารีอูโปลขึ้น  

รายงานระบุว่า วอร์ดสำหรับดูแลเด็กเล็กของโรงพยาบาลแห่งนี้ ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และมีรายงานว่าเด็กจำนวนมากเสียชีวิตถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ขณะที่บริเวณด้านนอกโรงพยาบาล เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ซึ่งเกิดจกแรงระเบิด 

ด้านนาย วาดิม บอยเชงโก นายกเทศมนตรีเมือง มาริอูโปล กล่าวว่า ฝ่ายรัสเซียโกหกว่าจะหยุดยิงและเปิดทางให้อพยพ และว่า เมืองมาริอูโปล ถูกถล่มต่อเนื่องไม่เคยหยุดติดต่อมา 6 วันแล้ว ไม่มีใครสามารถออกจากหลุมหลบภัยได้เลย

นอกจากที่มาริอูโปลแล้ว ก็มีรายงานว่า รัสเซียยังเปิดฉากถล่มที่เมือง ซูมี และเมือง เอเนอร์โฮดา ด้วย ทำให้การอพยพพลเรือนต้องหยุดชะงักลง 

สหประชาชาติ เปิดเผยเมื่อวันพุธว่า มีพลเรือนกว่า 2 ล้านคนเดินทางลี้ภัยข้ามพรมแดนยูเครน นับจากรัสเซียเปิดฉากโจมตี

มหา'ลัย #ต้องปรับตัวอีกแล้ว ต่อไป เด็กจะเรียนที่ ม. ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กประจำที่ ม. นั้น สะสมหน่วยกิตที่เรียนจาก ม. ต่างๆ แล้วเอามา #แลกปริญญา



🏛👩‍🎓🎓 มหา'ลัย #ต้องปรับตัวอีกแล้ว ต่อไป เด็กจะเรียนที่ ม. ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กประจำที่ ม. นั้น สะสมหน่วยกิตที่เรียนจาก ม. ต่างๆ แล้วเอามา #แลกปริญญา

🏆🏅🎉 ตั้งแต่ท่านเข้ามาเป็น #รัฐมนตรี อุดมศึกษาฯ ผมนับผลงานของท่านไม่ทันเลยจริงๆ 

- 🎓 9 มี.ค.65 นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ขณะนี้ อว. กำลังเร่งดำเนินการจัดทำ #ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ เพื่อรองรับการพัฒนากำลังคนตลอดทุกช่วงวัย 🎁🎁🎁

- 🎓 ซึ่งก็จะทำให้วัยทำงานและวัยเกษียณสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงได้พัฒนาและเรียนรู้ทักษะใหม่ที่จำเป็นในโลกยุคปัจจุบัน เพื่อเอาไปต่อยอดในการทำงาน พัฒนาตนเอง ตลอดจนสามารถสะสมไว้เพื่อการศึกษาต่อในระดับต่างๆได้ 👷‍♀️👩‍🚀👮‍♀️👩‍🚒👩‍💼

- 🎓 ธนาคารหน่วยกิตแห่งชาตินี้จะทำหน้าที่ในการรับฝากหน่วยกิตของผู้เรียน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัย แต่เป็นใครก็ได้ที่เมื่อไปเรียนในหลักสูตรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หลักสูตรประกาศนียบัตร หลักสูตร Non Degree หรือหลักสูตรการฝึกอบรมทั่วไป ก็จะสามารถนำหน่วยกิตมาเก็บสะสมไว้ได้ในธนาคารกลางแห่งนี้

- 🎓 ทั้งนี้ เมื่อสะสมหน่วยกิตได้ถึงระดับหนึ่งจะสามารถได้รับใบประกาศนียบัตรความเชี่ยวชาญ หรือปริญญาบัตร 🎉🎊 เพื่อแสดงถึงการเป็นผู้มีความรู้และทักษะในด้านต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการทำงานและการทำธุรกิจต่อไป


🙏 Credit - https://www.thaipost.net/education-news/100635/

ตำรวจ ปคม. สอบสวน “ ครูพละหื่น “ ข่มขืนจนท้อง บังคับทำแท้ง 2 ครั้ง ถ่ายคลิปข่มขู่นาน 8 ปี อ้างดูแลศิษย์ รักเหมือนลูก


ตำรวจ ปคม. สอบสวน “ ครูพละหื่น “   ข่มขืนจนท้อง บังคับทำแท้ง  2 ครั้ง  ถ่ายคลิปข่มขู่นาน 8 ปี อ้างดูแลศิษย์ รักเหมือนลูก

หลังตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ วางแผนนำกำลังเข้าจับกุมนายนิมิตร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ครูสอนวิชาพละศึกษาของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร กรณีตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 366/2565 ลงวันที่ 28 ก.พ. 2565 ข้อหา “ พรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากผู้ปกครอง เพื่อการอนาจาร,พรากผู้เยาว์อายุกว่า15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีซึ่งมิใช่ภรรยา” ได้ที่ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์  จ.นครสวรรค์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา 

ล่าสุดวันนี้( 9 มีนาคม 65 ) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ ตึกกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. และ ผบก.ปคม. ได้ร่วมซักถามผู้เสียหายและสอบปากคำผู้ต้องหาซึ่งเป็นครูพละ ที่ก่อเหตุข่มขืนนักเรียนหญิงอายุ 14  ปี และถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์เอาไว้ 

ทั้งนี้จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามีการถ่ายคลิปเด็กจริง และค้นรถพบโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวตามที่เด็กให้การไว้ว่าใช้ถ่ายคลิปข่มขู่  ซึ่งครูพละคนนี้เข้ามาดูแลเด็กหญิง ตั้งแต่อายุ 14 ปี หลังจากที่แม่เสียชีวิต และให้เด็กเรียกว่าพ่อ อ้างว่ารักเหมือนลูก แต่สุดท้ายก่อเหตุลวงไปข่มขืนและถ่ายคลิปเอาไว้ จนถึงปัจจุบันอายุ 21 ปี โดยก่อเหตุมานานกว่า 8 ปี ใช้คลิปข่มขู่มาโดยตลอด แม้กระทั่งผู้เสียหายเรียนจบและย้ายไปอยู่กับญาติที่กรุงเทพฯ และเคยข่มขืนจนท้อง ก่อนบังคับให้ทำแท้งมาแล้วถึง 2 ครั้ง ส่วนคลิปที่ถ่ายอ้างว่าเอาไว้ดูเพียงอย่างเดียว ขณะนี้ตำรวจกำลังสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อเตรียมขยายผล พิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่ม รวมถึงตรวจสอบว่า มีนักเรียนหญิงคนอื่นที่ตกเป็นเหยื่อ ด้วยหรือไม่ และคลิปที่ถ่ายไว้มีการนำไปส่งต่อ หรือเผยแพร่อีกหรือไม่


ภาพ : #วิชาญโพธิ

‘มานะ หงษ์ทอง’ เหยื่อกระสุนยาง คฝ. เสียชีวิตแล้ว

 🔥‘มานะ หงษ์ทอง’ เหยื่อกระสุนยาง คฝ. เสียชีวิตแล้ว 

จากกรณี ‘มานะ หงษ์ทอง’ ชายวัย 64 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยางบริเวณศรีษะระหว่างการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 บริเวณแยกดินแดง ขณะที่กำลังเดินทางเข้าที่พักในแฟลตดินแดง กทม. โดยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถีนับตั้งแต่นั้นมา

ล่าสุดเฟซบุ๊ก ‘ศรายุธ ตั้งประเสริฐ’ ผู้สื่อข่าวอาวุโส สำนักข่าวประชาไท รายงานความคืบหน้าว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2565 มานะ ได้เสียชีวิต หลังเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานกว่า 6 เดือน ซึ่งถือเป็นรายที่สอง ต่อจาก ดช. วาฤทธิ์ สมน้อย วัย 15 ปี ที่ถูกกระสุนจริงยิงออกจากฝั่ง สน. ดินแดง 

ที่มา

https://www.facebook.com/photo/?fbid=5193049217405854&set=a.211191062258386

สงครามจบแล้วหรือ ?!? หลังยูเครนกล่าวว่าไม่เข้าเข้าร่วมกลุ่ม​ NATO

 


สงครามจบแล้วหรือ ?!? หลังยูเครนกล่าวว่าไม่เข้าเข้าร่วมกลุ่ม​ NATO ก็ได้ทำให้ผ่าน 1 ในเงื่อนไขที่รัสเซียยื่นให้ 

ข่าวนี้ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกดีดขึ้นทันที Dow Jones Futures ดีดขึ้นมา +500 จุดแล้ว จากที่ติดลบอยู่เกือบ -500 จุดเมื่อต้นวัน 

ราคาทองคำและน้ำมันหล่นฮวบทันที ในขณะที่ Bitcoin ดีดขึ้นมาเหนือ 39,000 เหรียญเล็กน้อย 

#อย่างไรก็ตาม ทางรัสเซียยังคงมีเงื่อนไขอีก 3 ข้อที่ทางรัสเซียได้ยื่นให้ยูเครนเมื่อวานนี้ที่ต้องทำตาม ทำให้ยังต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ตลาดอ่านว่าเป็นสัญญาณที่ดีจึงเริ่มมีแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเข้ามาทันที

**[UPDATE]** เช้าวันที่ 9 มีนาคม - ตลาดหุ้นผันผวนหนัก ! ดัชนี S&P500 ปิดลบเกือบ -1% หลังจากที่ดีดขึ้นไปสูงถึง +2% เมื่อคืนนี้ !

ตลาดยังคงโฟกัสที่การแบนน้ำมันรัสเซียของสหรัฐอาจทำให้ความตึงเครียดสูงขึ้น ล่าสุดราคาน้ำมันดิบยังคงกลับมายืนเหนือ 130 เหรียญได้ ! 

ครม. ไฟเขียว ลดภาษีฯ น้ำมันผลิตไฟฟ้าเหลือศูนย์ นาน 6 เดือน ส่งผล “ค่าไฟ” ลด 1 – 1.5 บ./หน่วย



🚨 ครม. ไฟเขียว ลดภาษีฯ น้ำมันผลิตไฟฟ้าเหลือศูนย์ นาน 6 เดือน ส่งผล “ค่าไฟ” ลด 1 – 1.5 บ./หน่วย 

     ที่ประชุม ครม. (8 มี.ค. 65) อนุมัติการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล - น้ำมันเตาที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยให้จัดเก็บภาษีฯ ในอัตราศูนย์ จนถึงวันที่ 15 ก.ย. 65 (6 เดือน) เพื่อลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าและบรรเทาภาระค่าไฟของประชาชน

     ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าจะลดลงประมาณ 1 – 1.5 บาทต่อหน่วย รวมถึงการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคในภาคอุตสาหกรรมจะมีต้นทุนการผลิตที่ลดลงเช่นกันตามภาระค่าไฟที่ลดลง

แม่แตงโมเขียนจดหมายถึงทนาย ระบุ ขอทนายตั้มอย่ามาเกี่ยวข้องคดี

 


แม่แตงโมเขียนจดหมายถึงทนาย ระบุ ขอทนายตั้มอย่ามาเกี่ยวข้องคดี

คุณแม่ภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ได้เขียนจดหมายถึงทนายความของตนเอง โดยได้ระบุข้อความดังนี้

"เรียนคุณกฤษณะ ทนายความคดีน้องแตงโม โดยคุณแม่เป็นผู้จ้างทนายกฤษณะดูแลเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว คุณแม่ขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่า ขณะนี้ได้ว่าจ้างคุณกฤษณะผู้เดียวเป็นทนายความในคดีนี้ ทนายท่านอื่นไม่อนุญาตให้เข้ามาเกี่ยวข้องในกรณีใดทั้งสิ้น ทุกเรื่องเกี่ยวกับคดี เพราะท่านตำรวจได้ดำเนินการด้วยความละเอียดรอบคอบอยู่แล้ว ท่านผู้บัญชาการท่านได้ดูแลให้คำแนะนำอยู่แล้ว คุณแม่มั่นใจในท่านตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวข้องเร่งคดี สอบถามใดๆ ทั้งสิ้น ให้ท่านทำงานให้เต็มที่นะคะ คุณแม่วิงวอนท่านทนายษิทราว่า ขออย่ามาเกี่ยวข้องคดีน้องโมไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น คุณแม่ไม่ได้จ้างทนายษิทราใดๆ ทั้งสิ้น"  


ลงชื่อ ภนิดา ศิระยุทธโยธิน


อุทาหรณ์​ !!❗เด็ก10เดือน​ เล่นปลั๊กไฟ​ก่อนถูก​ไฟ​ช๊อต​เสียชีวิต​ต่อหน้า​ ตาเเละยาย

 

อุทาหรณ์​ !!❗เด็ก10เดือน​ เล่นปลั๊กไฟ​ก่อนถูก​ไฟ​ช๊อต​เสียชีวิต​ต่อหน้า​ ตาเเละยาย

     วันที่​ 6​ มีนาคม​ 2565​ วันนี้เหตุเกิดที่บ้านหนองมะแซว​ ต.หนองมะแซว​ อ.เมือง​ จ.อำนาจเจริญ

    เด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา​ อายุเพียง10เดือนเสียชีวิต​เพราะถูกไฟฟ้า​ช็อต

    โดยผู้เป็นยายเล่าให้เราฟังว่า​ น้องก็นั่งเล่นนอนเล่นตามปกติประสาเด็กทั่วไป​ เเต่ใกล้เคียง​กัน​นั้นมีปลั๊กไฟที่สภาพไม่สมบูรณ์​ เนื่องจากยายบอกว่ามันขาดเเละมีการตัดต่อเรียบร้อยเเล้ว​ 

   เเต่ไม่คาดคิดว่าหลานของตนนั้นจะหยิบสายไฟมาเล่นเเละนำมาใส่ปาก​ สายไฟที่สภาพ​ไม่สมบูรณ์​นั้นจึงทำให้กระเเสไฟฟ้า​ช๊อตเด็กน้อยคนนี้​ จนทำให้ถึงแก่ชีวิต​ต่อหน้าต่อตา​คุณ​ยายเเละคุณ​ตาเเต่พอได้เห็นก็ช่วยหลานไว้ไม่ทันเสียเเล้ว

      คุณ​หมอตรวจสภาพร่างกายของน้องพบว่ากระแสไฟฟ้า​ไม่ได้ผ่านตัวน้อง​ จึงทำให้กระเเสไฟฟ้านั้นเข้าสู่หัวใจจนเสียชีวิต

#ขอแสดงความเสียใจกับครัวน้องมา​ ณ​ ที่นี้ด้วยครับ

#การลงภาพทางมูลนิธิไม่ได้มีเจตนาไม่ดีแต่อย่างใดเพียงแค่สื่อไว้ให้เป็นอุทาหรณ์แก่ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก​ให้ระมัดระวัง.​

ดิสนีย์ประกาศสร้างหมู่บ้านจัดสรรในชื่อ ‘Storyliving by Disney’ เพื่อให้แฟนๆ ได้ใช้ชีวิตในโลกของดิสนีย์อย่างเต็มตัว

 


ดิสนีย์ประกาศสร้างหมู่บ้านจัดสรรในชื่อ ‘Storyliving by Disney’ เพื่อให้แฟนๆ ได้ใช้ชีวิตในโลกของดิสนีย์อย่างเต็มตัว

สำหรับแฟนๆ ที่ชื่นชอบดิสนีย์ อาจไม่จำเป็นต้องออกจากโลกของดิสนีย์อีกต่อไป หลังดิสนีย์ประกาศแผนหมู่บ้านจัดสรรในสหรัฐฯ ที่จะนำความคิดสร้างสรรค์ภายใต้แบรนด์ของดิสนีย์มาแต่งเติมบรรยากาศในหมู่บ้านให้มีกลิ่นอายของดิสนีย์

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (16 ก.พ.) บริษัทวอลต์ดิสนีย์ประกาศแผนสร้างหมู่บ้านจัดสรรใหม่ภายใต้ชื่อ ‘Storyliving by Disney’ โดยจะมีการพัฒนาในหลายๆ ทำเลทั่วทั้งสหรัฐฯ และเริ่มเป็นที่แรกในบริเวณแรนโช มิราจ ที่หุบเขาโคเชลลาของแคลิฟอร์เนีย

ดิสนีย์แถลงว่า “หมู่บ้านจัดสรรเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกบ้านสร้างมิตรภาพใหม่ๆ ทำตามความสนใจ และเขียนบทใหม่ที่น่าตื่นเต้นให้กับชีวิต – ขณะที่อิ่มเอิบไปกับความใส่ใจในรายละเอียด สิ่งอำนวยความสะดวกที่เฉพาะตัว และสัมผัสแสนพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์ของดิสนีย์”

สำหรับโครงการแรกในแรนโช มิราจ มีชื่อว่า ‘โคติโน’ (Cotino) โดยจะมียูนิตที่อยู่อาศัยกว่า 1,900 ยูนิต ในพื้นที่ประมาณ 618 เอเคอร์ และเป็นทำเลที่วอลต์ ดิสนีย์เอง เคยมาสร้างบ้านพักอยู่ที่นี่

ภายในหมู่บ้านจะมีที่พักอาศัยหลายรูปแบบ ตั้งแต่บ้านเดี่ยวไปจนถึงคอนโดมิเนียม ล้อมรอบสระน้ำโอเอซิสขนาด 24 เอเคอร์ รวมถึงจะมีแบ่งโซนหมู่บ้านไว้สำหรับลูกบ้านที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปโดยเฉพาะด้วย นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ส่วนกลางแบบมิกซ์ยูสที่จะเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าใช้งานผ่านบัตรเดย์พาสด้วย

แล้วบรรยากาศในหมู่บ้านจะเป็นอย่างไร? จากการแถลงของดิสนีย์ ก็คงไม่มีมาสคอตมิกกี้เมาส์หรือเจ้าหญิงมาต้อนรับ แต่จะเน้นบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเน้นทำกิจกรรมสร้างสรรค์กันมากกว่า โดยจะมีพนักงานของดิสนีย์ที่เรียกว่า ‘cast members’ มาคอยให้บริการในคลับที่จะจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมทางสุขภาพต่างๆ การทำอาหาร งานเสวนา รวมถึงกิจกรรมทางการกุศล เป็นต้น

สำหรับโครงการโคตินา ยังไม่มีการเปิดเผยราคาออกมา และดิสนีย์จะไม่ได้เป็นผู้สร้างหรือขายตัวบ้านโดยตรง แต่จะเป็นการร่วมมือกับบริษัทภายนอก ซึ่งในกรณีนี้คือ DMB Development ที่มีชื่อเสียงจากการพัฒนาหมู่บ้านจัดสรรในสหรัฐฯ

แม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ดิสนีย์ได้ลองบุกเบิกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่มีการวางแผนจะสร้างหลายๆ หมู่บ้านพร้อมๆ กันในสหรัฐฯ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อสร้างออกมาเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร

อ้างอิงจาก

https://www.theverge.com/2022/2/16/22937210/disney-residential-communities-storyliving-cotino-planned-town

https://edition.cnn.com/travel/article/disney-storyliving-communities/index.html

https://thewaltdisneycompany.com/disney-launches-new-business-to-develop-residential-communities/


ด่วน ธนาคารใหญ่สุด ในรัสเซีย ใกล้ล้มละลาย เลิกกิจการในยุโรป หุ้นตก -94% ในวันเดียว

 

ด่วน ธนาคารใหญ่สุด ในรัสเซีย ใกล้ล้มละลาย เลิกกิจการในยุโรป หุ้นตก -94% ในวันเดียว

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา Sberbank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซีย ได้มีการประกาศเลิกกิจการในยุโรป

โดย Sberbank ระบุว่าธนาคารกำลังถูกชาวยุโรปแห่เข้ามาถอนเงินกันเป็นจำนวนมาก รวมถึงปัญหาความปลอดภัยของพนักงานของธนาคารในต่างประเทศ จากความกังวลเรื่องสงครามยูเครนกับรัสเซีย

ประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ธนาคารกลางแห่งสหภาพยุโรป ได้ออกมาเตือนว่า Sberbank มีแววที่จะล้มละลายในไม่ช้า ในเวลาต่อมาก็ได้มีการสั่งปิดสาขาของธนาคารในยุโรป และสั่งระงับการทำธุรกรรมกับ Sberbank แล้ว

เรื่องดังกล่าว ส่งผลให้วันนี้ หุ้นของ Sberbank ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีมูลค่าลดลงจากเมื่อวานนี้ -94% หรือ -99% เมื่อเทียบกับตอนต้นปี 

ในอีกความหมายก็คือ บริษัทแห่งนี้ แทบจะไม่เหลือมูลค่าอะไรแล้ว..

Reference

-https://www.reuters.com/business/finance/russias-sberbank-leave-european-market-face-cash-outflows-2022-03-02/


รื้อระบบบำนาญประเทศไทย รับมือ “เศรษฐกิจ-สังคม” สูงวัย


ระบบบำนาญชราภาพของประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปเพื่อเตรียมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และประชากรในทศวรรษที่จะมาถึง” นี่คือบทสรุปของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ที่ร่วมกับสหประชาชาติ และรัฐบาลไทย จัดทำรายงานวิเคราะห์ “ระบบบำนาญของไทย” พร้อมจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อนำไปใช้สนับสนุนการหารือเชิงนโยบายระดับชาติว่าด้วยเรื่องบำนาญ

ระบบบำนาญชราภาพเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการให้ประชากรมีความมั่นคงทางรายได้ในปัจจุบันและอนาคต และยังจะมีความสำคัญต่อการพัฒนา “เศรษฐกิจผู้สูงอายุ” และยังเป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครองทางสังคมที่จะช่วยสนับสนุนครัวเรือนในการฟื้นตัวจากการชะงักงันทางเศรษฐกิจจากโควิด-19

แม้ระบบบำนาญของไทยมีจุดแข็งหลายด้าน ด้วยโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่กำลังมุ่งสู่ระบบแบบ “ถ้วนหน้า” คืออย่างน้อยที่สุด ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะมีรายได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ประมาณ 40% ของแรงงานจ่ายเงินสมทบโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญชราภาพภายใต้ “กองทุนประกันสังคม” ซึ่งเป็นโครงการที่จะสามารถรับสิทธิประโยชน์ทางรายได้ที่เพียงพอ

อย่างไรก็ดี ระบบบำนาญชราภาพยังคงเผชิญกับความท้าทายอีกหลายประเด็นเกี่ยวกับความคุ้มครอง ความเพียงพอ ความยั่งยืนทางการเงิน และความสอดคล้อง

ความคุ้มครอง : โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้การประกันแบบถ้วนหน้า แต่แรงงานส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองจากโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญภายใต้กองทุนประกันสังคม เพราะโครงสร้างตลาดแรงงานจำนวนมากที่ทำงานส่วนตัว รวมทั้งการออกแบบระบบบำนาญแบบจ่ายเงินสมทบที่ไม่ได้ครอบคลุมแรงงานอีกจำนวนมาก

ความเพียงพอ : 1) “เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานของประเทศและมาตรฐานสากล (ประมาณ 600-1,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับอายุ) ถือเป็นจำนวนเงินที่ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจนของสากล

2) หลายปัจจัยที่จำกัดความเพียงพอของสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม โดยเฉพาะเพดานรายได้ของเงินสมทบ รวมถึงการจำกัดอายุเกษียณที่ต่ำ ลักษณะของสูตรคำนวณบำนาญ และข้อเท็จจริงที่ว่าสิทธิประโยชน์บำนาญไม่ได้คำนวณตามดัชนีเงินเฟ้อ หรือดัชนีค่าจ้างเมื่อผู้ประกันตนเกษียณอายุ

3) โครงการเงินออมต่าง ๆ เช่น กองทุนการออมแห่งชาติ และมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม ให้สิทธิประโยชน์ที่ค่อนข้างต่ำ และยังมีการจ่ายเป็นเงินบำเหน็จ (จ่ายเงินก้อนครั้งเดียว) ซึ่งทำให้ความมั่นคงทางรายได้อยู่ในระดับที่จำกัด

ความยั่งยืนทางการเงิน : เงินบำนาญในประเทศไทยยังค่อนข้างต่ำ ถ้าเทียบกับมาตรฐานสากล ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องปรับโดยทันทีเพื่อรองรับการใช้จ่ายให้เหมาะสมและมีความเสมอภาคตามประชากรที่มีอายุสูงขึ้น ทั้งนี้ 2 ใน 3 ของค่าใช้จ่ายปัจจุบันจัดสรรเป็นเงินบำนาญข้าราชการ และจำเป็นต้องมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายเพื่อให้แน่ใจว่ายังคงมีความสมดุลของสัดส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของงบประมาณประเทศ

สำนักงานประกันสังคมจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนค่าคำนวณต่าง ๆ อย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึง อายุเกษียณ และอัตราเงินสมทบ เพื่อให้แน่ใจว่าจะยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยประเทศอื่น ๆ ที่มีสถานการณ์คล้ายคลึงกันก็ดำเนินการปรับเปลี่ยนแล้วเช่นกัน

ความสอดคล้องเชิงนโยบาย : ระบบบำนาญไทยไม่สอดคล้องเชื่อมโยงกัน มีการแยกโครงการสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ออกจากกันเพื่อมุ่งเป้าไปยังแรงงานประเภทต่าง ๆ ทำให้ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการเคลื่อนย้ายและพลวัตของตลาดแรงงาน ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงานเมื่อเกษียณอายุ

รายงานนี้จึงเสนอให้มีการพัฒนายุทธศาสตร์ที่กำหนดวิสัยทัศน์ “ระบบบำนาญหลายชั้น” (multi-tier pension system) กำหนดหน้าที่ การบริหารการเงิน และความสอดคล้องเชื่อมโยงระหว่างโครงการสิทธิประโยชน์บำนาญต่าง ๆ และกำหนดแนวทางการปรับเปลี่ยนต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์ต่อการเปลี่ยนแปลงไปของตลาดแรงงานตลอดช่วงชีวิตของแรงงาน ILO ได้กำหนดรูปแบบของสิทธิประโยชน์ในแต่ละชั้นอย่างกว้าง ๆ ดังนี้

ชั้น 0 : ระบบบำนาญขั้นพื้นฐาน ประกอบด้วย โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และเสริมด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอื่น ๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาษี

ชั้น 1 : สิทธิประโยชน์ที่สัมพันธ์กับรายได้ ตามเงินบำนาญของกองทุนประกันสังคมที่ให้ครอบคลุมแรงงานมากขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนค่าการคำนวณอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความเพียงพอและความยั่งยืน

ชั้น 2 : การออมเสริมแบบบูรณาการ จากกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ เพื่อกำหนดกรอบการออมของแต่ละบุคคลให้ชัดเจน สอดคล้องกัน

รายงานนี้ยังได้เสนอแนวทางการ “ปฏิรูประบบบำนาญ” ที่สามารถดำเนินการได้ในทันที โดยเน้นการสร้างความเพียงพอของเงินบำนาญ และสนับสนุนครัวเรือนในช่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจากโควิด-19 โดยเฉพาะการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เพื่อให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังเสนอ “เลื่อน” การดำเนินโครงการกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) ออกไปก่อน และกำหนดให้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบบำนาญอย่างเป็นระบบมากขึ้น

โดยมองว่า “ความเสี่ยง” ที่สำคัญของข้อเสนอของ กบช.ในปัจจุบัน คือ อัตราเงินสมทบที่ค่อนข้างสูง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการขึ้นอัตราเงินสมทบของกองทุนประกันสังคม ที่มีความจำเป็นต้องขึ้นเพื่อให้มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงในระยะยาว


เปิดใจ “ฮิปโป” พบข้อมูลสำคัญ!! “แตงโม” มีประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1ล้านบาท

 


ดราม่าวันนี้ เปิดใจ  “ฮิปโป” พบข้อมูลสำคัญ!! “แตงโม” มีประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1 ล้านบาท

ผู้รับผลประโยชน์คือ ลูกสาวแท้ๆของกระติก!!

รายการดราม่าวันนี้ (1 มีนาคม 2565)  ดำเนินรายการโดย  ต๊ะ-นารากร ติยายน ผลิตในนามบริษัท                            เซ้นส์ เอนเตอร์เทนเมนท์และ ชินะ เอ็นเตอร์ไพร์ส โดยประเด็นในรายการ ยังตามติดการเสียชีวิตของ “แตงโม - ภัทรธิดา” ปริศนาที่ยังต้องหาคำตอบ

โดยสัมภาษณ์สดคุณแม่ “ภนิดา ศิริยุทธโยธิน” คุณแม่ของ “แตงโม” โม – อมีนา พินิจ , “ฮิปโป – ฉันท์ชนะ ยิ้มสาย” และ พล.ต.ต วิชัย สังข์ประไพ อดีตผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจนครบาล 1

ต๊ะ : ฮิปโปพบอะไรที่พอจะเป็นหลักฐานเพิ่มเติม ที่จะเอาเป็นประโยชน์ได้บ้าง?

.

ฮิปโป : อย่างล่าสุดอันนี้แจ้งให้คุณแม่ทราบเลยนะคะว่า หนูพึ่งทราบมาเมื่อสักครู่นี้เลย คือว่าหนูเป็นครีเอทีฟรายการนึง แล้วในรายการจะมีการมอบประกันเกิดขึ้น ซึ่งวงเงินประกันอุบัติเหตุเงินสูงสุด 1ล้านบาท จากทิพยประกันภัย แล้ว ณ ตอนนี้ เค้าส่งชื่อมาแล้วค่ะว่า ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์คือ น้องอีสเตอร์ ลูกบุญธรรมอ่ะค่ะ

ต๊ะ : ลูกของคุณกระติกเป็นผู้รับผลประโยชน์ จากกรมธรรม์ ประกันชีวิตเป็นประกันอุบัติเหตุ 1ล้านบาท?

ฮิปโป : อันนี้เค้าบอก วงเงินสูงสุด 1 ล้านบาทนะคะ เค้าแจ้งหนูมา คือทางหนูได้เช็คกับทางรายการเรียบร้อยแล้ว เพราะหนูเป็นครีเอทีฟรายการ ทางเจ้าของรายการแจ้งหนูมาว่า แตงโมมีประกันที่ทางรายการมอบให้ฟรีใน1ปีให้เค้า กลางรายการเลย สุดท้ายเค้าส่งรายชื่อมาว่าคือน้องอีสเตอร์

ต๊ะ : มีใครรู้บ้างเรื่องนี้?

ฮิปโป : น่าจะมีทางคุณแตงโม คุณกระติก เพราะตอนนั้นเค้าดูแลกันอยู่ เพราะว่ามันมอบเมื่อตอนช่วงเมษายนในรายการนี่ยังไม่ครบปีเลย ก็ยังคุ้มครองอยู่

คุณแม่ : คุณแม่ติดใจเรื่องนี้ละ เดี๋ยวคุณแม่จะไปเช็คเอง เพราะว่าเมื่อวานนี้ ฮิปโป พูดว่าไม่มีนะประกัน                  แต่ทำไมวันนี้ถึงเกิดมีขึ้น

ฮิปโป : คือหนูได้ทราบจากทางเจ้าของรายการ หนูขออนุญาตเอ่ยชื่อนะคะ พี่ธัญญ่า ธัญญาเรศ บอกว่าฮิปโปรบกวนแจ้งคุณแม่ด้วย ว่ารายการมอบประกันให้1ล้านบาท ซึ่งหนูก็ลืมไปแล้วด้วยนะคะ ว่าหนูเคยทำรายการนี้ เราก็นึกได้ว่า เออว่ะ ปกติดาราที่มารายการนี้ทุกคนจะได้ประกัน 1ล้านบาท แต่ผลประโยชน์เป็นใครเราไม่ทราบเลย เพราะจะอยู่ที่ดาราเซ็นว่าผู้ได้รับผลประโยชน์คือใคร ซึ่งเราก็ได้คุยกับทางรายการ เค้าก็รีเช็คมาว่า มันเป็นชื่อเด็กหญิง ซึ่งก็คือน้องอีสเตอร์

แม่ : แล้วยังไง เป็นชื่อน้องอีสเตอร์ได้ยังไงคะ?

ฮิปโป : อันนี้หนูไม่ทราบเลยค่ะ เพราะเค้าต้องเป็นคนเซ็นลายเซ็น

แม่ : เดี๋ยวคุณแม่จะไปตรวจสอบเรื่องนี้ คุณแม่มีสิทธิ์ที่จะร้องถอนประกันนี้ได้ คือมันไม่ถูกต้องแล้ว ลูกคุณแม่เสีย เพราะเงินก้อนนี้ใช่ไหม?

ต๊ะ : อันนี้ยังคะ ยังไม่สรุปอย่างนั้นไม่ได้นะคะคุณแม่


โควิดวันนี้ ติดเชื้อ 18,953 คน ⁉️ เสียชีวิต 30 คน และมีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้น 13,962 คน

 


📌ยังไม่รวม #ATK #โควิดวันนี้ ติดเชื้อ 18,953 คน ⁉️ เสียชีวิต 30 คน และมีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้น 13,962 คน ผู้ป่วยระหว่างการรักษา 162,460 คน

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( โควิด-19 ) รายงานสถานการณ์ประจำวัน ( 20ก.พ. 65) โดยวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 18,953 คน เป็นการติดเชื้อในประเทศ 18,770 คน และมีผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 183 คน ขณะที่มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่มขึ้น 13,962 คน 

ขณะเดียวกันมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 30 คน ทั้งนี้ในการระบาดรอบใหม่ตั้งแต่เดือน ม.ค.65 มีผู้ติดเชื้อแล้ว 488,880 คน รักษาหายสะสม 358,737 คน และขณะนี้มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษา 162,460 คน 

สำหรับรายละเอียดของการติดเชื้อในประเทศ ศบค.จะเปิดเผยรายงานอย่างเป็นทางการในเวลา 12.30 น.

 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger