Latest Movie :

ADDS1

ADDS2

Recent Movies

"ไข่ต้ม" ที่รอบไข่แดงเป็นสีเขียวอมเทา อันตรายต่อสุขภาพหรือไม่


มีใครเคยกินไข่ต้ม หรือต้มไข่กินเองแล้วเจอรอบๆ สีแดงมีสีเทาอมเขียวบ้างไหม เคยสงสัยหรือไม่ว่าเป็นสีของอะไร แล้วปลอดภัยต่อร่างกายหรือไม่
TrueNews Health มีคำตอบจาก เพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาฝากกัน

กรณีมีการแชร์คลิปรายการทีวีภาษาจีน ที่ทำการต้มไข่ด้วยเวลาต่างกัน แล้วอันที่ต้มไปนานกว่า 10 นาทีนั้น พอผ่าออกมา พบว่าส่วนไข่แดงเริ่มมีสีเขียวหุ้มทั้งหมด พิธีกรในรายการก็บอกว่า เป็นไข่ต้มที่อันตราย ก่อมะเร็งได้? ทำเอาคนตกใจกันใหญ่ เพราะหลายคนก็เคยเจอ เคยกินไข่แบบนี้

อย่าตกใจครับ มันไม่ได้อันตรายแต่อย่างไร

"ไข่ต้ม" ที่รอบไข่แดงเป็นสีเขียวอมเทา อันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ สีเขียวที่เห็นขึ้นเป็นชั้นรอบไข่แดงต้มนั้น ไม่ใช่ความผิดปกติของไข่ แต่เกิดจากการที่เราต้มไข่นานเกินไป จนทำให้ ธาตุซัลเฟอร์ (กำมะถัน) และไฮโดรเจนตามธรรมชาติในไข่ขาว ทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นไฮโดรเจนซัลไฟด์ขึ้น แล้วไฮโดรเจนซัลไฟด์นี้ไปทำปฏิกิริยากับธาตุเหล็กตามธรรมชาติในไข่แดง เกิดเป็นสารประกอบสีเขียวอมเทา ชื่อ เฟอรัสซัลไฟด์ (ferrous sulfide) หรืออีกชื่อคือ ไอรอนซัลไฟด์ (iron sulfide) ซึ่งไม่ใช่สารอันตราย หรือ ก่อมะเร็ง อย่างที่ว่าแต่อย่างไร

วิธีต้มไข่ให้ไข่แดงสีสวย ไม่มีสีเทาอมเขียว

วิธีการหลีกเลี่ยงการเกิดสารสีเขียวนี้ คือการต้มไข่ไม่ให้นานเกินไป และให้ไปแช่น้ำเย็นทันที จะหยุดการเกิดปฏิกิริยาได้

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :เพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาพ : iStock

8 นิสัย คนที่ “สุขภาพดี” เขามีกิจวัตรประจำวันดีๆ อะไรบ้าง


เราทุกคนต่างต้องการสุขภาพที่ดีมีชีวิตที่ยืนยาว แต่จะมีกี่คนกันที่จะคอยเช็กว่า “กิจวัตรประจำวัน” ที่ทำอยู่นั้นช่วยให้คุณเป็นคนที่มีสุขภาพดีเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างยืนยาวมากน้อยเพียงใด
ดังนั้น มาตรวจสอบนิสัย 8 ข้อต่อจากนี้กันดีกว่าคุณมีติดตัวหรือไม่ เพราะนิสัยเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดี

1. คนสุขภาพดีจะเข้านอนเวลาสี่ทุ่ม ไม่มีอะไรทำร้ายร่างกายได้มากไปกว่าการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพออีกแล้ว และการนอนหลับนั้นจะต้องเป็นการนอนที่ได้คุณภาพในเวลา 7-8 ชั่วโมง ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวว่า การเข้านอนในช่วงเวลาระหว่าง 4 ทุ่มถึงเที่ยงคืนนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้ร่างกายได้พักผ่อนครบตามชั่วโมงที่ต้องการ และเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและได้ผลออกมาเป็นอย่างดี

2. คนสุขภาพดีมักจะหายใจลึกๆ การทำสมาธิหรือการหายใจลึกๆ ช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายทั้งสองรูปแบบ การหายใจลึกๆ ทั้งเข้าและออกอย่างเป็นจังหวะที่ดีนั้น จะช่วยลดความเครียด ลดระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ ทั้งหมดนี้คุณไม่จำเป็นต้องหายใจลึกๆ ติดต่อกันทั้งวัน เพียงแต่ทำให้ได้อย่างน้อยวันละ 10 นาที ในช่วงเวลาประมาณบ่ายโมง-บ่ายสามโมงเย็น การหายใจลึกๆ จะช่วยในการกระตุ้นฮอร์โมนเพื่อช่วยให้คุณได้ตื่นและนอนอย่างเป็นเวลา

3. คนสุขภาพดีจะมีสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อื่น คนที่มีสุขภาพดี จะมีสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อื่น จะรู้สึกมีความสุขกับเรื่องง่ายๆ รอบตัว และเหนืออื่นใดจะมีร่างกายที่แข็งแรง ทั้งนี้การได้ใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัว กับเพื่อนสนิท ล้วนแล้วแต่เป็นการคลายความเครียดอย่างหนึ่ง และนั่นคือจุดสำคัญที่ทำให้คนสุขภาพดี มีใบหน้าที่อ่อนกว่าวัยเสมอ

4. คนสุขภาพดีมักจะชอบกินถั่วหรืออัลมอนด์ ถ้าคุณสังเกตดีๆ จะเห็นว่าคนสุขภาพดีส่วนใหญ่ไม่ค่อยกินขนมจุบจิบ แต่จะกินถั่วหรืออัลมอนด์เป็นของว่าง ซึ่งประโยชน์ของถั่วหรือเมล็ดอัลมอนด์ นอกจากจะเป็นของขบเคี้ยวเพื่อช่วยควบคุมน้ำหนักได้แล้ว ยังดีต่อระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย ดีต่อสุขภาพของสมองช่วยในเรื่องของความจำ ดังนั้นคนที่กินถั่วหรืออัลมอนด์เป็นประจำ มักจะมีสุขภาพที่ดี และไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องขับถ่าย

5. คนที่สุขภาพดีมักจะรู้ว่าการนั่งเฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์ ทุกคนรู้ดีว่าการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้พวกเขามีสุขภาพที่แข็งแรง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้ายิมและออกกำลังจนเป็นนิสัย แต่คนที่สุขภาพดีรู้ดีว่า การนั่งนานๆ ก็ไม่ส่งผลที่ดีต่อตนเอง การเดินไปมาในที่ทำงานเพื่อผ่อนคลาย หรือใช้บันไดแทนลิฟต์ ก็สามารถทำให้คุณไม่เป็นคนเฉื่อยแฉะ นั่งอ้วนรากงอกอยู่กับเก้าอี้ได้เช่นกัน

6. คนสุขภาพดีส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนอารมณ์ดี รู้หรือไม่ว่าเวลาที่คุณหัวเราะก็สามารถเผาผลาญแคลอรี่ในร่างกายได้ เพราะการหัวเราะในแต่ละครั้งนั้น เท่ากับเป็นการปลดปล่อยความเครียด และทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขอย่างเอนดอร์ฟินออกมา มีรายงานทางสุขภาพในปี 2014 ระบุไว้ว่า เมื่อผู้สูงอายุได้ชมภาพยนตร์ตลกนั้น พวกเขาจะมีความเครียดลดลง และทำให้ความทรงจำดีขึ้น

7. คนสุขภาพดีมักจะทำอาหารกินเอง การทำอาหารกินเองนั้นจะทำให้คุณได้กินอาหารที่มีสารปรุงแต่งน้อยลง และทำให้คุณได้ควบคุมจำนวนไขมัน โปรตีนที่เกินความต้องการ ได้กินผักมากขึ้น ควบคุมขนาดของอาหารให้พอดีกับที่ร่างกายต้องการ แต่ถ้าคุณไม่ได้มีเวลาที่จะมานั่งทำอาหารเอง ก็จงอย่าได้เป็นคนที่ติดปากกับคำว่า “กินอะไรก็ได้” ขอให้วางแผนทุกครั้งในการจะกินอาหารแต่ละมื้อ วางแผนในการสั่งอาหาร หรือแม้กระทั่งวางแผนในการซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต

8. คนสุขภาพดีมักจะออกไปนอกบ้านหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง การออกไปนอกบ้าน หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง จะทำให้ให้ร่างกายได้รับวิตามินดีจากแสงแดด ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูกและสภาพจิตใจ มีรายงานทางสุขภาพในปี 2015 พบว่าผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติจะมีโอกาสเป็นไข้ต่ำกว่าคนที่อยู่ในเมืองและเดินตามท้องถนน ดังนั้นการได้ออกไปใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง จะช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจของคุณ ให้เป็นคนสุขภาพดีได้ตลอดช่วงอายุขัยเช่นกัน

ขอขอบคุณ

ภาพ : iStock

ด่วน! ยอด โควิด-19 วันนี้ พบติดเชื้อเพิ่ม 11,276 ราย เสียชีวิต 112 ราย ATK อีก 3,209 ราย


วันนี้ (14 ต.ค.) เมื่อเวลา 07.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า
ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 11,276 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อใหม่ 11,142 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 134 ราย ยอดติดเชื้อรวมระลอกเมษายน 1,722,841 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 1,751,704 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 112 ราย เสียชีวิตสะสม 18,029 ราย หายป่วยเพิ่ม 10,407 ราย หายป่วยสะสมระลอกเมษายน 1,598,324 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 107,925 ราย

ติดตามข่าวสารและสถานการณ์ COVID-19 ได้ที่นี่ รายละเอียดผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 11,276 ราย มีดังนี้

1.ผู้ป่วยรายใหม่ จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการฯ 10,413 ราย

2.ค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน 677 ราย

3.จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 134 ราย

4.เดินทางมาจากต่างประเทศ และเข้า State Quarantine 52 ราย

หมายเหตุ : จะมีการอัปเดตข้อมูลอีกครั้ง เมื่อเวลา 12.30 น. จากการแถลงของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)

ขอขอบคุณ

ภาพ :แฟ้มภาพจาก Lillian SUWANRUMPHA / AFP

สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม47จว. อีสาน-ตะวันออกโดนเต็มๆ


สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนฤทธิ์พายุ “คมปาซุ” ฝนถล่ม 47 จังหวัด อีสาน-ตะวันออก ตกหนักร้อยละ 80 ของพื้นที่ เสี่ยงท่วมฉับพลัน-น้ำป่าหลาก

วันที่ 14 ต.ค.2564 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุโซนร้อน “คมปาซุ” บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย

ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 16 ต.ค. 2564

อนึ่ง พายุโซนร้อน “คมปาซุ” บริเวณอ่าวตังเกี๋ย มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 230 กิโลเมตร ทางตะวันออกของเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันนี้ (14 ต.ค. 64) และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ส่วนฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในช่วงของฤดูฝนการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันมีน้อย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.วันพรุ่งนี้

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ขอบคุณ

ที่มา กรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุดีเปรสชัน“ไลออนร็อก” ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2564


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"พายุดีเปรสชัน“ไลออนร็อก”
ฉบับที่ 17 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2564

เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (10 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อน“ไลออนร็อก” บริเวณอ่าวตังเกี๋ย ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามแล้ว และได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. พายุนี้มีศูนย์กลางอยู่เมืองไฮดอง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 21.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 106.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศกำลังแรง ในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนมากทางตอนบนของภาค

อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง

2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


ประกาศ ณ วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 17.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เวลา 23.00 น.


(ลงชื่อ) ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์

(นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์)

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

7 วิธีเลี้ยงลูกให้ สนิทกับลูก อยากสนิทกับลูกทำยังไงดี?


คุณพ่อคุณแม่ทุกคนนั้นล้วนแล้วอยากสนิทกับลูกๆ ของตัวเอง เพราะเวลาที่เราได้เห็นครอบครัวอื่นๆ ที่พ่อเเม่ลูกมีความสนิทสนมกันนั้นก็รู้สึกว่าน่ารักและดูอบอุ่นดี วันนี้เราจึงมีวิธีเล็กๆ น้อยๆ มาแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนเพื่อที่จะได้สนิทกับลูกมากขึ้น 
1. ทำกิจกรรมด้วยกันประจำ 
คอยหาอะไรทำด้วยกัน อาจจะเป็นการเล่นเกม ทำอาหาร ดูหนังด้วยกันในครอบครัว เพราะการทำกิจกรรมต่างๆนั้นทำให้ได้ใช้เวลาร่วมกัน บางครอบครัวถึงกับมีการกำหนดกิจกรรมในทุกอาทิตย์ โดยการให้คนในครอบครัวแชร์กันว่าในแต่ละอาทิตย์นั้นอยากไปทำอะไร ที่ไหน แล้วให้ลองโหวตกันดูว่าอยาก ไปเที่ยวที่ไหน นอกจากจะได้ใช้เวลาร่วมกันกับลูกๆ ยังได้ความสนุกกับการช่วยกันเลือกอีกด้วย 

2. การแสดงความรัก 
คุณพ่อคุณเเม่ทุกคนนั้นรักลูกแน่นอนอยู่แล้ว เเต่การแสดงออกถึงความรักจะยิ่งทำให้ลูกๆ มั่นใจว่าตัวเขาเองเป็นที่รัก ของครอบครัว การบอกรักกันในทุกๆวันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อย่าอายที่จะบอกรักลูก หรือการกอดก็เป็นอีกหนึ่งการแสดงความรักที่ดีมากๆ จงยืนยันความรักให้ลูกได้เห็นและรับรู้สม่ำเสมอ แล้วมันจะกลายเป็นความผูกพันกันระหว่างพ่อแม่กับลูก 

3. เล่าสู่กันฟังภายในครอบครัว 
เป็นอีกวิธีที่ทำให้ครอบครัวมีความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันได้ ไม่ว่าใครจะมีเรื่องอะไรก็เล่าให้ฟังกัน เจอเหตุการณ์อะไรมาจากที่ทำงานหรือที่โรงเรียน กลับบ้านก็ลองมานั่งคุยกัน บางทีเราอาจได้เห็นอีกมุมมองของลูกก็ได้ อย่าคิดว่าเรื่องของเด็กก็คือเรื่องของเด็ก เเละเรื่องของผู้ใหญ่ก็คือเรื่องของผู้ใหญ่เท่านั้น

4. เข้าอกเข้าใจพวกเขา 
ในบางสถานการณ์คุณพ่อคุณเเม่อาจคิดไม่ตรงกับลูกบ้าง เพราะช่วงวัยที่แตกต่างกัน เเต่การเป็นครอบครัวเดียวกันนั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องมีความคิดหรือไลฟ์สไตล์แบบเดียวกันเสมอไป อย่าลืมว่าลูกไม่ใช่ตัวเรา อยากให้ยอมรับในตัวตนที่เขาเป็น เเละเข้าใจว่าทุกคนมีความเเตกต่างกัน เพราะยังไงก็เป็นครอบครัวเดียวกันอยู่ดี 

5. เป็นที่ปรึกษาที่ดี 
เมื่อพวกเขารู้สึกไม่สบายใจเวลาเจอเหตุการณ์อะไรมา เด็กๆ มักต้องการคนรับฟัง ถ้าหากพวกเขาได้เล่าให้คุณพ่อคุณเเม่ฟังได้ เขาจะมีความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจว่าสามารถเชื่อใจคนๆ นี้ได้ ซึ่งเมื่อลูกเล่าอะไรให้ฟังก็ไม่ควรไปตัดสินว่าดีหรือไม่ดี เเค่รับฟังเขา ทำความเข้าใจ เเละค่อยๆ แนะนำพวกเขาไปทีละนิด 

6. การเป็นต้นแบบที่ดี 
พฤติกรรมที่คุณพ่อคุณแม่แสดงออกมาให้ลูกๆ ได้เห็นนั้น มีความสำคัญมาก หากคุณพ่อคุณแม่ใช้คำพูดที่แย่ไม่น่าฟัง ลูกๆ จะสังเกตและนำพฤติกรรมเหล่านั้นไปใช้ และนั่นอาจจะทำให้พวกเขารู้สึกไม่อยากเข้ามาสนิทกับคุณพ่อคุณแม่ได้ ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรที่จะแสดงพฤติกรรมที่ดีให้พวกเขาได้เห็นและเป็นแบบอย่างที่ดีให้เขา 

7. ควบคุมอารมณ์ของตัวเอง 
เมื่อลูกๆ ทำให้โกรธหรือโมโห คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้สติเป็นอย่างมาก แสดงให้เขาเห็นถึงความใจดี ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ หากลูกๆ ผิดต้องใช้สติในการตัดสิน หรือลงโทษในบางครั้ง 

ขอขอบคุณ 
 ข้อมูล :Wararin 
 ภาพ :iStock

ศบค.พบผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้ (6 ต.ค.) เพิ่ม 9,866 ราย เสียชีวิต 102 คน


วันที่ 6 ต.ค.2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน เบื้องต้นมีผู้ป่วยใหม่ 9,866 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 45 ราย ราย ผู้ป่วยจากระบบเฝ้าระวังฯ 8,797 ราย ผู้ป่วยจากการค้นหาเชิงรุก 1,008 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 16 ราย

หายป่วยกลับบ้าน 10,115 ราย หายป่วยสะสม 1,514,344 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมระลอกเดือนเม.ย.2564 จำนวน 1,638,234 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 102 ราย ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 108,022 ราย ทั้งนี้ ศบค. จะแถลงรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง

ด่วน โควิดวันนี้ ศบค. รายงานสถานการณ์เบื้องต้นพบผู้ป่วยใหม่ 9,866 ราย เศร้า ติดเชื้อเสียชีวิต 102 ราย

สภาพอากาศวันนี้ ฝนกระหน่ำ 32 จว.เสี่ยงจม จับตาพายุ 2 ลูก


"มรสุม" กำลังแรงปกคลุมไทย ทำฝนตกหนักกระทบ "กลาง-ตะวันออก-ใต้" 32 จังหวัดเตรียมรับมือ-ฝนกระหน่ำ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก-สะสม เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก "อันดามัน-อ่าวไทย" คลื่นสูง 1-2 เมตร ช่วงนี้ขอประชาชนติดตามข่าวจากกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 64 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 6-11 ต.ค.64 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำประเทศจีน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ส่วนฝุ่นละอองขนาดเล็ก-หมอกควัน ในช่วงของฤดูฝนมีการสะสมน้อย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 น.วันนี้ ถึง 06:00 น.วันพรุ่งนี้ 

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 5-15 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 20-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ขอบคุณ
ที่มา : ไทยรัฐ


ผักและผลไม้อบกรอบถือเป็นอาหารว่างที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน มีกรรมวิธีการผลิตโดยการนำผักและผลไม้ไปผ่านกระบวนการแปรรูปให้แห้งด้วยการแช่เยือกแข็ง (Freeze Dry) หรือทอดแบบสุญญากาศ เพื่อรีดน้ำออกจึงได้ผักและผลไม้สดที่แห้ง กรอบ และเก็บรักษาได้นานขึ้น 
แต่บางกระแสก็กล่าวว่า ผักผลไม้อบกรอบ อาจไม่ใช่อาหารเพื่อสุขภาพมากขนาดนั้น เพราะกระบวนการความร้อนต่างๆ ทำให้วิตามินและเกลือแร่ในผักผลไม้หายไปจนเกือบหมด เหลือไว้เป็นเพียงขนมขบเคี้ยวทานเล่นเท่านั้น

ผักผลไม้อบกรอบ มีประโยชน์จริงหรือไม่? 

เป็นเรื่องจริงที่วิตามินและเกลือแร่ส่วนใหญ่ถูกทำลายไปผ่านกระบวนการทำที่ผ่านความร้อนสูง แต่ ผศ. นพ.นริศร ลักขณานุรักษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ระบุว่า ผักผลไม้อบกรอบยังมีประโยชน์อยู่บ้าง เพราะการอบกรอบผ่านความร้อน เป็นการแปรรูปที่ทำให้ผักและผลไม้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดคงเหลืออยู่ และที่ยังคงอยู่คือเส้นใยอาหารที่ยังคงมีอยู่มากเช่นกัน นอกจากนี้ยังเป็นตัวเลือกให้ผู้ที่ไม่ชอบรับประทานผักและผลไม้สดสามารถรับประทานได้ง่ายอีกด้วย

วิธีเลือกกินผักผลไม้อบกรอบให้ดีต่อสุขภาพ 

1.  ควรเลือกซื้อผักและผลไม้อบกรอบที่แปรรูปด้วยการแช่เยือกแข็ง (Freeze Dry) หรือทอดแบบสุญญากาศ เพื่อหลีกเลี่ยงน้ำมันตกค้างจากการทอด 
2. ควรเลือกซื้อผักและผลไม้อบกรอบที่มีฉลากแสดงคุณค่าทางโภชนาการและผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเลือกชนิดผักและผลไม้อบกรอบที่ให้พลังงานต่ำและมีเส้นใยอาหารสูง เช่น ผักใบเขียว บรอกโคลีแคร์รอต กระเจี๊ยบเขียว 
3. ควรรับประทานผักและผลไม้อบกรอบหลากหลายชนิด เน้นผักหลากสี เพื่อให้ได้สารอาหารหลากหลายร่วมกับรับประทานอาหารหลักให้เพียงพอ โดยเฉพาะโปรตีน เช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ นมไขมันต่ำ หรือถั่วต่างๆ

ข้อควรระวังในการกินผักผลไม้อบกรอบ 

1. ไม่ควรรับประทานผักและผลไม้อบกรอบมากเกินไปในแต่ละวัน เนื่องจากอาจได้รับพลังงานมากเกินไปได้ โดยเฉพาะผักและผลไม้ชนิดที่ให้พลังงานสูง 
2. ไม่ควรรับประทานผักและผลไม้อบกรอบที่มีปริมาณเกลือ น้ำตาล หรือผงปรุงรสมากโดยสังเกตได้จากฉลากโภชนาการข้างบรรจุภัณฑ์ 
3. ไม่ควรรับประทานผักและผลไม้อบกรอบทดแทนการรับประทานผักและผลไม้สดทั้งหมด 

ขอขอบคุณ 
 ข้อมูล :ผศ. นพ.นริศร ลักขณานุรักษ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย 
 ภาพ :iStock

เตือนจับตาพายุ 2 ลูก 'ไลออนร็อก-คมปาซุ' พัดเข้าไทย 11-13 ต.ค.นี้


วันที่ 5 ต.ค.64 นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือทีมกรุ๊ป ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ เปิดเผยว่า แม้พายุเตี้ยนหมู่จะ
บรรเทาลงแล้ว แต่ยังอยู่ในช่วงร่องฝนตามฤดูกาล ทำให้เกิดฝนตกหนักในภาคอีสานเหนือและภาคกลาง น้ำลดลงได้ช้า จากการคาดการณ์สถานการณ์น้ำท่วมจากแบบจำลองมองไปข้างหน้า 7 วัน พื้นที่จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี เริ่มลดลง จ.อ่างทองจะลดช้า เพราะมีพื้นที่ลุ่มต่ำ และต้องเฝ้าระวังพื้นที่อ.บางบาล อ.บางไทร จ.พระนครอยุธยา จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี และกรุงเทพฯ จะมีน้ำสูงขึ้น 15-30 ซ.ม.

นายชวลิต กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าจับตาพายุที่จะพัดเข้ามในประเทศไทยอีก 2 ลูก ในช่วงเดือนต.ค. ลูกแรกจะเข้ามาช่วงวันที่ 11-12 ต.ค. ชื่อพายุไลออนร็อก พัดมาจากฟิลิปปินส์ผ่านไหหลำ เข้าเมืองวินห์ประเทศเวียดนาม เข้าไทยพื้นที่จังหวัดอีสานเหนือ ได้แก่ นครพนม บึงกาฬ อุดรธานี สกลนครบางพื้นที่ และเลย จะต้องระมัดระวังเรื่องน้ำที่ระบายช้า

นายชวลิต กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่อยู่ติดแม่น้ำโขงไม่น่าห่วง เพราะระบายลงแม่น้ำโขงได้ แต่พื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณแม่น้ำสงครามและท่าอุเทน จะท่วมนาน ส่วนอ.เมืองนครพนม และจ.บึงกาฬ จะระบายน้ำลงแม่น้ำโขงได้ ส่วนหนองคายอาจระบายช้า เพราะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่จ.อุดรธานีต้องระมัดระวังตัวเมือง ระบายน้ำไม่ทัน 

นายชวลิต กล่าวอีกว่า อีกลูกเป็นพายุหมายเลข 18 ชื่อ คมปาซุ ช่วงวันที่ 13-16 ต.ค.จะผ่านเข้าประเทศไทยทางจังหวัดอีสานเหนือ แต่อาจจะมาไม่ถึงจ.เพชรบูรณ์และจ.ลพบุรี ต้องรอดดูผลกระทบที่ประเทศฟิลิปปินส์ว่ารุนแรงแค่ไหน หากรุนแรงจะมาถึงลุ่มแม่น้ำป่าสัก จ.พระนครศรีอยุธยา ซ้ำเติมพื้นที่น้ำท่วมเดิม 

ที่มา มติชนออนไลน์

ทำไม? "กินโปรตีน" มากเกินไป ถึงอาจไม่ช่วยลดน้ำหนัก?


ใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ อาจจะกำลังตั้งหน้าตั้งตาหาโปรตีนเสริม หรือเลือกกินแต่อกไก่อย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งการเลือกกินโปรตีนไขมันต่ำเป็นเรื่องที่ถูกต้องก็จริง แต่หากกินโปรตีนมากเกินไป ไม่ถูกสัดส่วนที่เหมาะสม ก็อาจจะทำให้การลดน้ำหนักไม่เป็นผลได้เช่นกัน 
ทำไม กินโปรตีนมากเกินไป ถึงอาจไม่ช่วยลดน้ำหนัก? 

หากทานโปรตีนมากเกินไป ตับและไตต้องทำงานหนักเพื่อขับเอาโปรตีนส่วนเกินออกจากร่างกาย และหากยังทานโปรตีนมากเกินความจำเป็นซ้ำๆ จนตับและไตทำงานหนักมากเกินไป อาจเสี่ยงภาวะเลือดเป็นกรด ตับและไตเสื่อมสภาพเร็วกว่าเดิม แล้วจะเริ่มขับโปรตีนส่วนเกินออกจากร่างกายไม่ทัน โปรตีนอาจถูกส่งกลับไปที่ลำไส้ใหญ่ และถูกแบคทีเรียเปลี่ยนสภาพให้กลายเป็นแอมโมเนีย และถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เกิดภาวะซึม ชัก หมดสติ สมองเสื่อม หรือตับ/ไตเสื่อม ตัว/ตาเหลือง หรือเป็นดีซ่านได้ 

ดังนั้น แทนที่การกินโปรตีนจะช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล แต่การทานโปรตีนมากกว่าที่ร่างกายต้องการ โปรตีนจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นไขมัน และถูกกักเก็บไว้เป็นพลังงานสำรอง ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และอาจได้โรคกลับมาแทนได้ 

กินโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม 

ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสม คือ ในแต่ละมื้อ ควรกินโปรตีนประมาณ 1 ฝ่ามือ หรือ 1 ใน 4 ของจาน โดยเน้นที่เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ เช่น ปลา ไก่ อาหารทะเล ไข่ เต้าหู้ ถั่ว และควรหลีกเลี่ยงโปรตีนไขมันสูง รวมถึงโปรตีนที่อยู่ในรูปของเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก ลูกชิ้น แฮม เป็นต้น 

กินอาหารให้หลากหลาย 

นอกจากจะไม่กินโปรตีนมากเกินไปแล้ว ควรแบ่งสัดส่วนของอาหารประเภทอื่นๆ ด้วย เช่น ผัก ผลไม้ ไขมันดี เช่น น้ำมันมะกอก ปลาทะเล คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต และอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอด้วย และที่สำคัญ อย่าลืมออกกำลังกายเป็นประจำ และพักผ่อนให้เพียงพอ 

ขอขอบคุณ 
ข้อมูล :พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล หรือ หมอผิง ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและเวชศาสตร์ชะลอวัย โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท 
ภาพ :iStock

มาแน่! “พายุไลออนร็อค” จ่อเข้าไทย 11 ตุลาคมนี้


เพจ ติดตามลมฟ้าอากาศ พายุฝนฟ้าคะนอง โพสต์ ข้อความระบุว่า มาอัพเดท "พายุไลอ้อนร็อค" และ "หย่อมความกดอากาศต่ำ "พายุคมปาซุ" ตั้งชื่อโดยประเทศญี่ปุ่น หมายถึงกลุ่มดาววงเวียน คาดจะเข้าไทยวันที่ 13-14 ตุลาคม 2564 ทางเวียดนามตอนกลาง ส่วน "พายุไลอ้อนร็อค" ทิศทางเดิมเข้า เกาะไหหลำ เข้าเมือง วิญ เวียดนามตอนบน เฝ้าติดตามกันนะครับถ้าทิศทาง โมเดลวินดี้.com ไม่เปลี่ยนแปลง ช่วงวันที่ 12-13-14-15-16 ตุลาคม นี้ โปรดติดตามกันนะเพราะหย่อมทั้ง 2 ได้เกิดขึ้นแล้ว ทางมหาสมุทรแปซิฟิก ตอนกลางของฟิลิปปินส์ 
ล่าสุด ทวีกำลังขึ้นเป็น "พายุดีเปรสชั่น" ( LANNIE ชื่อที่ฟิลิปปินส์เรียก) เรียบร้อยแล้ว สำหรับ หย่อม 92W กำลังจะผ่านฟิลิปปินส์มาลงทะเลจีนใต้ พิกัดล่าสุดอยู่ที่ 10.3°N 124.8°E ความเร็ว​ลม​ใกล้​ศูนย์กลาง​ 45 กม/ชม​ ความกดอากาศ 1005 มล.บาร์ เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็ว 20กม/ชม คาดว่าอีก 2 วันจะทวีกำลังขึ้นเป็นโซนร้อน คิวชื่อพายุ คือ "ไลออนร็อค" (LIONROCK ) หมายถึง ชื่อยอดเขาในฮ่องกง และเป็นพายุลูกที่ 17 ของปี 2564

ขณะที่ คุณชวลิต จันทรรัตน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) TEAMG หรือทีมกรุ๊ป ซึ่งมีประสบการณ์ความชำนาญในด้านการบริหารจัดการน้ำมากกว่า 30 ปี วิเคราะห์พายุหมายเลข 17 "ไลออนร็อค" เป็นชื่อฮ่องกงตั้ง ขึ้นฝั่งล่าช้ากว่าปกติ จากเดิม 7-9 ต.ค. แต่พายุขึ้นไปทางเหนือ อ้อมไปที่เกาะไหหลำ 

ก่อนจะมาขึ้นเมืองวิญ ประเทศเวียดนาม การรวมตัวกันช้า เมื่อเข้าไทยจึงมีพลังมากพอ เพราะรวมพลังได้ใหญ่ผ่านทะเลรวบรวมความชื้นมากขึ้น โดยจะเข้าไทยที่จ.นครพนม ฝนที่นครพนม ตกหนัก 11-12 ต.ค. เช่นเดียวกับที่จ.บึงกาฬ จ.อุดรธานี แต่ไม่น่าห่วงเพราะสามารถระบายลงแม่น้ำโขง ได้เร็ว 

ที่น่าเป็นห่วงคือ จ.อุดรธานี ต้องระวังให้ดีการระบายน้ำในตัวจังหวัดต้องเร่งจัดการเรื่องท่อ และเตรียมทดลงเครื่องสูบน้ำไว้ให้ดี สำหรับ พายุหมายเลข 17 "ไลออนร็อค" จะช่วยเติมน้ำอ่างเก็บน้ำลำปาว และอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ ให้มีปริมาณน้ำมากขึ้น 

จากที่ปัจจุบัน ทั้ง 2 อ่างมีปริมาณน้ำกักเก็บไม่มากสำหรับ พายุไลออนร็อค นี้ มีโอกาสจะข้ามภูเขา มาถึงจ.น่าน ทำให้ฝนตกเหนือเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนภูมิพล ซึ่งตอนนี้มีน้ำ ไม่ถึง 40% ส่วนฝน ที่ตกใต้เขื่อนลำน้ำน่าน มีพื้นที่เพียงพอที่จะรับน้ำได้ นับเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย

"กล้วยปิ้ง" ขนมพื้นบ้านทานง่าย ได้ประโยชน์สูง


กล้วยที่คนญี่ปุ่นนิยมนำมารับประทานส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีราคาถูกและหาซื้อมารับประทานได้ตลอดทั้งปี นอกเหนือจากประโยชน์ของกล้วยสุกแล้ว กล้วยปิ้งยังเป็นอีกทางเลือกของการนำมารับประทานที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย มารู้ประโยชน์ของกล้วยสุก กล้วยปิ้ง และวิธีการปิ้งกล้วยของคนญี่ปุ่นกัน 
ประโยชน์ของกล้วยสุก 

กล้วย 1 ผลมีพลังงานเพียง 86 กิโลแคลอรี่ แต่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและสารอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามิน B1, B2, ไนอะซิน (B3), วิตามินบี B6 และกรดโฟลิก ซึ่งช่วยเสริมการเผาผลาญพลังงานในร่างกายและช่วยให้สุขภาพผิว ผมและเล็บดี เส้นใยอาหารซึ่งช่วยป้องกันอาการท้องผูก ป้องกันการเพิ่มของระดับน้ำตาลในเลือดและช่วยกดการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย โพแทสเซียมซึ่งช่วยขับเกลือออกจากร่างกาย ช่วยลดความดันโลหิตและช่วยลดอาการบวมของร่างกาย โพลีฟีนอลซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยชะลอความแก่และป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน กรดอะมิโนทริปโตเฟนซึ่งเป็นกรดอะมิโนสำคัญในการสร้างสารสื่อประสาทเซโรโทนินที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ช่วยลดอาการหงุดหงิดและช่วยให้นอนหลับดี นอกจากนี้กล้วยยังมีแมกนีเซียมสูงซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีจิตใจเบิกบาน 

ประโยชน์ของกล้วยปิ้ง 

กล้วยปิ้งมีประโยชน์ต่อสุขภาพนอกเหนือจากกล้วยสุก ดังนี้ 

*ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก 

การปิ้งกล้วยจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำตาลโอลิโกแซคคาไรด์ ซึ่งจะเป็นอาหารของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ ทำให้สิ่งแวดล้อมในลำไส้ดีขึ้น และส่งผลในการป้องกันท้องผูกได้ดี 

*ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง 
ร้อยละประมาณ 70 ของภูมิคุ้มกันของร่างกายจะถูกสร้างที่ลำไส้ เมื่อสภาพแวดล้อมในลำไส้ดีจะทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น อีกทั้งกล้วยร้อนๆ จะช่วยทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วย 

*มีผลในด้านการลดน้ำหนัก 
หากสภาพแวดล้อมในลำไส้ไม่ดี จะทำให้มีแก๊สสะสมอยู่ในลำไส้สูง และส่งผลในการลดการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ทำให้อ้วนได้ง่าย การรับประทานกล้วยปิ้งที่มีน้ำตาลโอลิโกแซคคาไรด์ในปริมาณสูงจะช่วยให้สภาพแวดล้อมในลำไส้ดี ส่งผลในการขับถ่ายที่เป็นปกติ และช่วยเสริมการเผาผลาญพลังงานของร่างกายได้ดี จึงเป็นวิธีที่ดีในการลดน้ำหนักจากภายใน 

วิธีการทำกล้วยปิ้ง 

ปิ้งในกระทะ 
วิธีทำ 
*ปอกเปลือกกล้วยและหั่นให้มีขนาดพอคำ 
*ใส่น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว หรือเนยลงไปเล็กน้อยลงในกระทะ 
*นำกล้วยลงไปปิ้งด้วยไฟอ่อน จนทั้งสองด้านเป็นสีน้ำตาล แล้วจึงนำมารับประทานได้ตามชอบ 

ปิ้งด้วยเตาปิ้งขนมปัง 
วิธีทำ 
*นำกล้วยทั้งเปลือกวางบนอลูมิเนียมฟอยล์ และนำไปปิ้งในเตาปิ้งขนมปังด้านละ 7-8 นาที จนเปลือกกล้วยดำ แล้วจึงนำมารับประทานได้ตามชอบ 

ปิ้งด้วยไมโครเวฟ 
วิธีทำ 
*ใช้ปลายมีดกรีดด้านใดด้านหนึ่งของเปลือกกล้วยตามความยาวของกล้วย 
*นำใส่ภาชนะทนร้อน และนำเข้าไมโครเวฟที่ 600 วัตต์ เป็นเวลา 1-2 นาที หรือจนเปลือกกล้วยมีสีดำ 
*นำกล้วยมาปอกรับประทานได้ตามชอบ 

นอกจากนี้ก็มีวิธีการปิ้งบนเตาถ่านหรืออบด้วยหม้ออบลมร้อน เป็นต้น 

เวลาที่ดีที่สุดในการรับประทานกล้วยปิ้ง 

เวลาที่ดีในการรับประทานกล้วยปิ้ง คือ มื้ออาหารเช้า เพื่อเป็นแหล่งพลังงานในการทำกิจกรรมอื่นๆ ตลอดทั้งวัน ในวันที่ยุ่ง กล้วยปิ้งและนมอุ่น ก็ทำให้ร่างกายรับพลังงานที่เพียงพอเพื่อการเรียนหนังสือหรือการทำงาน อย่างไรก็ดี หากรับประทานกล้วยอปิ้งเดียวสามารถรับประทานได้ถึงวันละ 2 ผล แต่หากรับประทานผลไม้อื่นด้วยก็แนะนำให้รับประทานวันละ 1 ผล 

บ้านเรามีกล้วยหลากหลายชนิดที่สามารถนำมาปิ้งรับประทานได้ง่าย อย่างไรก็ดี ก็ควรระวังไม่รับประทานในปริมาณที่มากเกินไป และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานกับซอสที่มีความหวานจัด 

ขอขอบคุณ 
ข้อมูล :mama.smt.docomo 
ภาพ :iStock

ต่ำกว่าหมื่นอีกครั้ง โควิดวันนี้ ไทยพบติดเชื้อเพิ่ม 9,930 ราย เสียชีวิต 97 ราย


ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( โควิด-19 ) รายงานสถานการณ์ประจำวัน (4 ต.ค.64 ) โดยวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 9,930 คน เป็นการติดเชื้อทั่วไป 9,568 คน เป็นคลัสเตอร์เรือนจำ 362 คน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 63 มีทั้งสิ้น 1,647,362 คน ขณะที่มีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านได้เพิ่ม 12,336 คน จำนวนผู้ป่วยรักษาหาย มีทั้งสิ้น 1,520,503 คน 

ขณะเดียวกันมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 97 คน จำนวนผู้เสียชีวิตสะสม 17,111 คน ทั้งนี้ในการระบาดรอบใหม่ตั้งแต่เดือน เม.ย.64 มีผู้ติดเชื้อแล้ว 1,618,499 คน รักษาหายสะสม 1,493,077 คน โดยมีผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษา 109,748 คน 

สำหรับรายละเอียดของการติดเชื้อในประเทศ ศบค.จะเปิดเผยรายงานอย่างเป็นทางการในเวลา 12.30 น.

สภาพอากาศวันนี้ 3 ภาคตอนบน-ใต้ ฝนหนัก เตือน 24 จว.ระวังน้ำท่วม-น้ำป่า




ฝนฟ้าคะนองทั่วไทย ตกหนักบางแห่งใน "ภาคเหนือ-อีสาน-ตะวันออก-ใต้" ขอประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนัก-สะสม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก "อ่าวไทย-อันดามัน" คลื่นสูง 2-3 เมตร เตือนชาวเรือระมัดระวัง-เรือเล็กงดออกจากฝั่ง

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 64 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน 

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในช่วงของฤดูฝนการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันมีน้อย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-25 กม./ชม. 

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-25 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 21-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดพังงาขึ้นมา : ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตลงไป : ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยมีฝน ตกหนักทุกภาค 53 จว.ระวังน้ำท่วม-น้ำป่า

"ฝนฟ้าคะนอง" ทั่วไทย-ตกหนักบางแห่ง "เหนือ-อีสาน-กลาง-ตะวันออก-ใต้" เตือนประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก-อาจเกิด "น้ำท่วม-น้ำป่า" 

เมื่อวันที่ 31 ส.ค.64 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศกัมพูชา ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฟ้าคะนองเกิดขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย 

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ในช่วงของฤดูฝนการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันมีน้อย 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ 

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

โควิดวันนี้ ยอดป่วยพุ่ง 401 ราย ข่าวเศร้าอีก ชายป่วยแค่ 5วันก่อนดับ


 วันที่ 23 มี.ค. เฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูล COVID-19 เปิดเผยสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 401 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 383 ราย ะเดินทางมาจากต่างประเทศ 18 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รักษาหาย 103 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 28,277 ราย รักษาหายแล้ว 26,766 ราย เหลือรักษา 1,419 ราย เสียชีวิตสะสม 92 ราย

ส่วนระลอกใหม่ติดเชื้อสะสม 24,040 ราย หายป่วยสะสม 22,589 ราย เสียชีวิตสะสม 32 ราย ภาพรวมติดเชื้อใน 6 จังหวัด ได้แก่ กทม. 352 ราย สมุทรสาคร 17 ราย นครปฐม 11 ราย ขอนแก่น 1 ราย ปทุมธานี 1 ราย และนนทบุรี 1 ราย

สำหรับผู้เสียชีวิตเป็นชายไทย อายุ 75 ปี มีโรคประจำตัวคือ ลิ้นหัวใจรั่ว ความดันโลหิตสูง และอัลไซเมอร์ อาศัยใน กทม. วันที่ 14 มี.ค. เริ่มมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ เข้ารับการตรวจหาเชื้อผลพบเชื้อ วันที่ 15 มี.ค. อาการแย่ลง และเสียชีวิตวันที่ 19 มี.ค.

ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อมาจากระบบเฝ้าระวัง 46 ราย ได้แก่ กทม. 29 ราย, นครปฐม 9 ราย, สมุทรสาคร 5 ราย, ขอนแก่น ปทุมธานี และนนทบุรี จังหวัดละ 1 ราย ส่วนการคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 337 ราย ได้แก่ กทม. 323 ราย โดยเป็นกลุ่มก้อนสถานกักกัน ตม.บางเขน 318 ราย สมุทรปราการ 12 ราย และนครปฐม 2 ราย

เดินทางมาจากต่างประเทศ 18 ราย ได้แก่ กาตาร์ 4 ราย มาเลเซีย 2 ราย อังกฤษ 2 ราย เบลเยียม สหรัฐเอมิเรตส์ โครเอเชีย พม่า เอธิโอเปีย ตูนิเซีย กรีซ เนเธอร์แลนด์ ปากีสถาน และซีเรีย ประเทศละ 1 ราย

สถานการณ์ทั่วโลกผู้ติดเชื้อรวม 124,291,478 ราย เพิ่มขึ้น 405,372 ราย เสียชีวิต 2,735,205 ราย เพิ่มขึ้น 7,021 ราย อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด คือ 1.สหรัฐอเมริกา 30,576,962 ราย เพิ่มขึ้น 45,748 ราย 2.บราซิล 12,051,619 ราย เพิ่มขึ้น 53,386 ราย 3.อินเดีย 11,686,330 ราย เพิ่มขึ้น 40,611 ราย 4. สเซีย 4,466,153 ราย เพิ่มขึ้น 9,284 ราย และ 5.สหราชอาณาจักร 4,301,925 ราย เพิ่มขึ้น 5,342 ราย

สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยมีฝน อากาศร้อนกลางวัน ฝุ่น-ควันสะสม "ภาคเหนือ"

 


อุตุฯ เผยทั่วไทยอากาศร้อน "ภาคเหนือตอนล่าง-อีสาน-กลาง-ตะวันออก" ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ขอประชาชนระวังอันตราย ส่วน "ภาคใต้" มีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ "ฝุ่นละออง-หมอกควัน" มีแนวโน้มสะสมมากขึ้น ใน "ภาคเหนือตอนบน" 

เมื่อวันที่ 5 มี.ค.64 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทย เข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองที่อาจจะเกิดขึ้นไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ 

ฝุ่นละอองขนาดเล็ก เนื่องจากในระยะนี้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงพัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเกิดขึ้นบางพื้นที่ ดังนั้นการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันจึงมีแนวโน้มลดลง เว้นแต่บริเวณภาคเหนือตอนบน ที่มีลมตะวันตกพัดปกคลุม จึงทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ 

ภาคเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 16-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ และลพบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

กรมอุตุประกาศเตือนภัย! ‘พายุฤดูร้อน’ มีผลกระทบถึง 4 มี.ค.64 ฉบับที่4

 


วันที่ 2 ก.พ.2564 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้แล้ว ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สำหรับความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ส่วนฝุ่นละอองขนาดเล็ก เนื่องจากในช่วงนี้ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันนี้ ถึง 06.00 น.วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า โดยมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 17-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 24จว. ลูกเห็บตก

 สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 24จว. ลูกเห็บตก


วันที่ 2 ก.พ.2564 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบางพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้แล้ว ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สำหรับความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ส่วนฝุ่นละอองขนาดเล็ก เนื่องจากในช่วงนี้ลมที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันนี้ ถึง 06.00 น.วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า โดยมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 17-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ส่วนมากบริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.



 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. True News เจาะลึกข่าวออนไลน์ - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger